พบเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะหมายถึงอะไร

0 ครั้งเข้าชม
การพบเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะหมายถึงอะไร คือการตรวจพบเม็ดเลือดขาวปนในปัสสาวะ. ภาวะนี้ระบุถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในระบบทางเดินปัสสาวะ. ข้อมูลการวินิจฉัยช่วยระบุสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสมตามหลักการแพทย์สากล
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

พบเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะหมายถึงอะไร? สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง

การพบเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะหมายถึงอะไร เป็นข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจเพื่อการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง. การละเลยสัญญาณเตือนส่งผลต่อความปลอดภัยและการรักษาในอนาคต. การศึกษาความหมายเบื้องต้นช่วยลดความกังวลและนำไปสู่การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม

เม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ: เมื่อร่างกายส่งสัญญาณเตือนผ่านการขับถ่าย

การพบเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะหมายถึงอะไรอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการ และไม่สามารถสรุปสาเหตุได้ทันทีจากผลตรวจเพียงอย่างเดียว การทำความเข้าใจต้องอาศัยการพิจารณาบริบทของอาการและประวัติสุขภาพร่วมด้วย

โดยพื้นฐานแล้ว การตรวจพบเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าภาวะ Pyuria ซึ่งคำถามที่ว่า เม็ดเลือดขาวในปัสสาวะคืออะไร นั้นคือสัญญาณว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำงานเพื่อตอบสนองต่ออะไรบางอย่างในระบบทางเดินปัสสาวะ ปกติแล้วปัสสาวะควรจะใสและมีสิ่งแปลกปลอมน้อยที่สุด แต่เมื่อเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ ร่างกายจะส่งกองทัพเม็ดเลือดขาวออกมาจัดการ ทำให้เราตรวจพบพวกมันในตัวอย่างปัสสาวะนั่นเอง

มันคือสัญญาณเตือน ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย หลายคนกังวลทันทีที่เห็นตัวเลขเม็ดเลือดขาวในใบรายงานผล แต่บ่อยครั้งสาเหตุอาจไม่ใช่โรคร้ายแรงเสมอไป อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดในการเก็บตัวอย่างปัสสาวะ เช่น การไม่ทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศก่อนเก็บ หรือไม่เก็บปัสสาวะช่วงกลางสาย (midstream) อาจทำให้เกิดผลคลาดเคลื่อนได้ จึงควรเตรียมตัวให้ถูกต้องก่อนตรวจทุกครั้ง

ในภาวะปกติ ค่าเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะควรอยู่ที่ประมาณ 0–5 ตัวต่อการส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง (WBC per high power field)[1] หากพบมากกว่านี้ แสดงว่าอาจมีการอักเสบเกิดขึ้นที่จุดใดจุดหนึ่ง ตั้งแต่ท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ ไปจนถึงกรวยไตและไต

สาเหตุหลักที่ทำให้พบเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ

ปัสสาวะมีเม็ดเลือดขาว สาเหตุส่วนใหญ่มักหนีไม่พ้นการติดเชื้อ แต่ก็มีปัจจัยอื่นๆ ที่เราคาดไม่ถึงซึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI)

นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะในผู้หญิง ประมาณ 50% ของผู้หญิงทั่วโลกจะมีประสบการณ์ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต[2] แบคทีเรียมักจะเล็ดลอดเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะและเพิ่มจำนวนขึ้น จนทำให้เกิดการอักเสบและดึงดูดเม็ดเลือดขาวเข้ามาในพื้นที่นั้น

ผมเคยคุยกับคนไข้หลายคนที่พยายามอั้นปัสสาวะเพราะงานยุ่ง ผลที่ตามมาคืออาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ อาการแสบขัดมักจะตามมาจากการสะสมของแบคทีเรีย การติดเชื้อไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่กระเพาะปัสสาวะเท่านั้น แต่มันสามารถลุกลามขึ้นไปถึงกรวยไต ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายกว่ามาก

นิ่วในทางเดินปัสสาวะและการอักเสบอื่นๆ

นิ่วในไตหรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะสามารถสร้างความระคายเคืองต่อผนังทางเดินปัสสาวะได้เหมือนกับการเอาเม็ดทรายไปขัดถูเนื้อเยื่ออ่อนๆ การระคายเคืองเรื้อรังนี้กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ แม้จะไม่มีการติดเชื้อแบคทีเรียเข้ามาเกี่ยวข้องเลยก็ตาม

นอกจากนี้ ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ (Interstitial Cystitis) หรือการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลินหรือยาคลายกล้ามเนื้อ ก็อาจทำให้พบเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นได้ (และเชื่อเถอะว่าการแยกแยะระหว่างการติดเชื้อกับการแพ้ยานั้นท้าทายมากสำหรับหมอในบางเคส)

การอ่านผลตรวจ: ตัวเลขบอกอะไรคุณได้บ้าง?

เวลาอ่านใบผลตรวจปัสสาวะ คุณอาจเห็นคำว่า WBC ตามด้วยตัวเลข การเข้าใจระดับของตัวเลขเหล่านี้จะช่วยให้คุณประเมินความเร่งด่วนได้ดีขึ้น

ปกติแล้วถ้าพบเม็ดเลือดขาวเพียง 1-2 หรือ 3-5 ตัว แพทย์อาจยังไม่ถือว่าผิดปกติร้ายแรงหากไม่มีอาการร่วม เพราะอาจเกิดจากการปนเปื้อนเล็กน้อย แต่ถ้าตัวเลขกระโดดขึ้นไปเป็น 20-30, 50-100 หรือที่เขียนว่า Full Field (คือเม็ดเลือดขาวเต็มหน้ากล้องจนนับไม่ได้) นั่นคือสัญญาณของการอักเสบรุนแรงแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ผลตรวจปัสสาวะแบบแถบจุ่ม (Urine Dipstick) ที่ให้ผลตรวจปัสสาวะ WBC หมายถึงค่าความไวในการตรวจหาการติดเชื้อประมาณ 75%[3] แต่มันก็มีโอกาสให้ผลบวกปลอมได้หากปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงมากหรือมีการปนเปื้อนจากสารคัดหลั่งอื่นๆ

สัญญาณอันตรายที่ควรไปพบแพทย์ทันที

หากคุณพบเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะหมายถึงอะไร และมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย อย่ารอช้าที่จะไปพบผู้เชี่ยวชาญ: มีไข้สูงและหนาวสั่น: สัญญาณว่าการติดเชื้ออาจลามไปที่ไต ปวดบั้นเอวหรือปวดหลังอย่างรุนแรง: บ่งชี้ถึงนิ่วในไตหรือกรวยไตอักเสบ ปัสสาวะปนเลือด: อาจเกิดจากการอักเสบรุนแรงหรือนิ่ว คลื่นไส้อาเจียน: สัญญาณเตือนของภาวะติดเชื้อที่ส่งผลกระทบต่อระบบร่างกาย

การนิ่งนอนใจในขณะที่มีไข้และปวดหลังอาจทำให้อาการ lulลามจนกลายเป็นภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ความล่าช้าเพียงไม่กี่วันอาจเปลี่ยนการรักษาจากการกินยาที่บ้านเป็นการต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการอ่านค่าแล็บ คุณสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ จำนวนเม็ดเลือดขาว (WBC) ในน้ำปัสสาวะมีค่าปกติเท่าใด ครับ

เปรียบเทียบสาเหตุของการพบเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ

การพบเม็ดเลือดขาวอาจเกิดจากหลายสาเหตุ โดยทั่วไปเราสามารถแยกแยะได้ตามลักษณะอาการและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมดังนี้

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) ⭐

- แสบขัดเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยแต่ครั้งละน้อย รู้สึกปวดหน่วงท้องน้อย

- มักพบเชื้อแบคทีเรีย (Bacteria) และสาร Nitrite ในปัสสาวะร่วมด้วย

- มักจะขุ่น มีกลิ่นฉุนผิดปกติ หรืออาจมีเลือดปน

- ควรพบแพทย์เพื่อรับยาปฏิชีวนะ ป้องกันเชื้อลามไปที่ไต

นิ่วในทางเดินปัสสาวะ

- ปวดบิดรุนแรงบริเวณบั้นเอวหรือขาหนีบ อาการปวดมักเป็นๆ หายๆ

- พบผลึกแร่ธาตุ (Crystals) มักไม่ค่อยพบแบคทีเรีย เว้นแต่มีการติดเชื้อแทรกซ้อน

- อาจจะใสแต่มีเม็ดเลือดแดง (RBC) ปนอยู่ค่อนข้างมากจากแผลในท่อ

- ควรตรวจอัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อหาตำแหน่งนิ่ว

จุดแตกต่างที่สำคัญคืออาการร่วม หากมีอาการแสบขัดมักจะเป็นการติดเชื้อ แต่ถ้าปวดรุนแรงแบบบิดๆ มักจะเป็นเรื่องของนิ่ว อย่างไรก็ตามภาวะทั้งสองสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้

บทเรียนราคาแพงของพี่สมศักดิ์กับการตรวจปัสสาวะ

พี่สมศักดิ์ พนักงานขับรถวัย 45 ปีในกรุงเทพฯ มีนิสัยอั้นปัสสาวะเป็นประจำเพราะหาที่จอดรถยาก เขาเริ่มมีอาการปวดหน่วงท้องน้อยแต่คิดว่าเป็นเพราะนั่งนานจึงซื้อยากินเองจนอาการทุเลาลงชั่วคราว

ครั้งแรกที่ไปตรวจปัสสาวะหลังเริ่มมีไข้ ผลพบเม็ดเลือดขาวสูงถึง 50-100 ตัว พี่สมศักดิ์ตกใจมากและคิดว่าตัวเองเป็นมะเร็งหรือโรคไตร้ายแรง เขาพยายามหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตจนกังวลจนกินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวัน

เขาตัดสินใจไปพบแพทย์เฉพาะทางและได้เรียนรู้ว่าปัญหาที่แท้จริงคือ 'กรวยไตอักเสบ' จากการปล่อยให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง หมออธิบายว่าการที่เขาอั้นฉี่ทำให้อาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว

หลังจากได้รับยาปฏิชีวนะและปรับพฤติกรรมดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร อาการก็ดีขึ้นใน 7 วัน พี่สมศักดิ์รายงานว่าค่าเม็ดเลือดขาวกลับสู่ปกติ (0-2 ตัว) และเขาไม่เคยอั้นปัสสาวะเกิน 3 ชั่วโมงอีกเลย

ถาม & ตอบด่วน

เม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ 1-2 คือปกติไหม?

โดยทั่วไปค่า 0-5 ตัวต่อ HPF ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติครับ หากพบเพียง 1-2 ตัวและไม่มีอาการผิดปกติ เช่น แสบหรือขัด มักไม่ต้องกังวล แต่อาจเกิดจากการเตรียมตัวก่อนเก็บตัวอย่างที่ไม่สะอาดพอ

มีวิธีลดเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะด้วยตัวเองไหม?

ไม่มีวิธีลดโดยตรง แต่การดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้วจะช่วยขับแบคทีเรียและสิ่งสกปรกออกไปได้ หากเกิดจากการติดเชื้อ จำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะจากแพทย์เพื่อกำจัดสาเหตุที่ต้นตอครับ

ทำไมตรวจเจอเม็ดเลือดขาวแต่ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไร?

ภาวะนี้เรียกว่า Asymptomatic Pyuria ซึ่งอาจเกิดจากการอักเสบเรื้อรังที่ยังไม่รุนแรง หรือร่างกายกำลังจัดการกับการติดเชื้อระยะเริ่มต้น ในบางกรณีอาจเกิดจากการปนเปื้อนจากอวัยวะเพศขณะเก็บปัสสาวะครับ

จดจำอย่างรวดเร็ว

ค่าปกติคือ 0-5 ตัว

การพบเม็ดเลือดขาวปริมาณน้อย (ไม่เกิน 5 ตัว) มักไม่มีนัยสำคัญทางการแพทย์หากปราศจากอาการ

ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงกว่า

เนื่องจากท่อปัสสาวะสั้นกว่าผู้ชาย ทำให้แบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้พบเม็ดเลือดขาวได้บ่อยกว่า

สังเกตสัญญาณเตือน

ไข้สูงและปวดบั้นเอวคือ Red Flags ที่บอกว่าการติดเชื้ออาจลุกลามไปที่ไต ต้องพบแพทย์ทันที

น้ำเปล่าคือตัวช่วยที่ดีที่สุด

การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยลดความเข้มข้นของปัสสาวะและลดการระคายเคืองของผนังทางเดินปัสสาวะได้

ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้นและไม่สามารถแทนที่การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ สภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน หากคุณมีอาการผิดปกติหรือผลตรวจที่น่ากังวล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง

แหล่งอ้างอิง

  • [1] Summacheeva - ในภาวะปกติ ค่าเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะควรมีค่า 0 – 5 ตัวต่อการส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง (WBC per high power field)
  • [2] Th - ประมาณ 50% ของผู้หญิงทั่วโลกจะมีประสบการณ์ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต
  • [3] W1 - ผลตรวจปัสสาวะแบบแถบจุ่ม (Urine Dipstick) ที่ให้ผลเป็น Leukocyte Esterase มีความไวในการตรวจหาการติดเชื้อประมาณ 75%