โรคระบบประสาท มีอะไรบ้าง

0 ครั้งเข้าชม
โรคระบบประสาท มีอะไรบ้าง โรคสำคัญ ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะฉุกเฉินจากหลอดเลือดอุดตันหรือแตก ต้องรักษาภายใน 4.5 ชั่วโมง ลดเสี่ยงพิการ 30% โรคสมองเสื่อม พบเกือบ 1 ล้านคนในไทยปี 2026 ตรวจพบเร็วช่วยชะลออาการ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคระบบประสาท: ผู้ป่วยสมองเสื่อมในไทยเกือบ 1 ล้านคนปี 2026

โรคระบบประสาท มีอะไรบ้าง คือคำถามสำคัญเพราะโรคเหล่านี้หลายชนิดเป็นภัยเงียบที่คุกคามชีวิตและคุณภาพชีวิต การรู้จักโรคหลักในกลุ่มนี้ เช่น โรคหลอดเลือดสมองและโรคสมองเสื่อม ช่วยให้สังเกตอาการเริ่มแรกและรีบพบแพทย์ทันที ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคเหล่านี้เพื่อป้องกันและรักษาสมองให้แข็งแรง

โรคระบบประสาทมีอะไรบ้าง: ทำความรู้จักกลุ่มโรคที่พบบ่อยและสัญญาณเตือน

การทำความเข้าใจว่าโรคระบบประสาทมีอะไรบ้างอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยที่หลากหลายมาก ตั้งแต่กรรมพันธุ์ พฤติกรรมการใช้ชีวิต ไปจนถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยพื้นฐานแล้ว ระบบประสาทเปรียบเสมือนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนที่สุดในร่างกาย เชื่อมต่อสมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาททั่วร่างเข้าด้วยกัน เมื่อเกิดความผิดปกติเพียงจุดเดียว อาจส่งผลกระทบต่อทั้งการขยับร่างกาย ความจำ หรือแม้แต่การรับรู้ความรู้สึก

มีอาการอย่างหนึ่งที่คนกว่า 70% มักมองข้ามและคิดว่าเป็นเพียงความเหนื่อยล้าธรรมดา หรือแค่อาการนั่งทับเส้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือสัญญาณเตือนสีแดงของเส้นประสาทที่กำลังเริ่มเสื่อมสภาพ ผมจะเฉลยว่าอาการนี้คืออะไรในส่วนของโรคปลายประสาทอักเสบข้างล่างครับ แต่ก่อนอื่น เรามาดูภาพรวมของโรคระบบประสาทที่พบบ่อยที่สร้างผลกระทบต่อชีวิตคนไทยมากที่สุดกันก่อน

กลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): ภัยเงียบที่ต้องรู้ให้เร็ว

โรคหลอดเลือดสมอง หรือที่หลายคนรู้จักในชื่ออัมพฤกษ์ อัมพาต ถือเป็นภาวะฉุกเฉินอันดับต้นๆ ของโรคระบบประสาท มีอะไรบ้างที่รุนแรงและอันตราย โรคนี้เกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองอุดตันหรือแตก ทำให้เนื้อสมองบางส่วนขาดเลือดและสูญเสียหน้าที่ไปอย่างเฉียบพลัน ข้อมูลสถิติในปี 2026 ระบุว่าโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของโลก และเป็นสาเหตุหลักของความทุพพลภาพระยะยาวในผู้ใหญ่ โดยมีอัตราการเกิดโรคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในกลุ่มคนวัยทำงานที่มีอายุต่ำกว่า 45 ปี[2] เนื่องจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารและความเครียด

ตอนที่ผมเริ่มศึกษาเรื่องนี้ใหม่ๆ ผมเคยคิดว่าโรคนี้เป็นเรื่องของคนแก่เท่านั้น แต่ความจริงกลับตบหน้าผมอย่างแรงเมื่อได้เห็นคนวัย 30 ต้นๆ ต้องกลายเป็นอัมพาตครึ่งซีกเพียงเพราะปล่อยให้ความดันโลหิตสูงเรื้อรังโดยไม่รักษา การวินิจฉัยและรักษาที่รวดเร็วภายใน 4.5 ชั่วโมงแรกหลังจากเริ่มมีอาการ จะช่วยลดความเสี่ยงในการพิการถาวรได้ถึง 30% [3] ดังนั้นหากมีอาการหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

กลุ่มโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์: เมื่อความทรงจำเริ่มเลือนหาย

อาการโรคระบบประสาทไม่ได้มีเพียงอาการทางกาย แต่ยังรวมถึงกระบวนการคิดและจิตใจด้วย โรคอัลไซเมอร์เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อม โดยพบได้ประมาณ 60-80% ของผู้ป่วยสมองเสื่อมทั้งหมด โรคนี้เกิดจากการสะสมของโปรตีนผิดปกติในสมองที่เข้าไปทำลายเซลล์ประสาทอย่างช้าๆ ทำให้ผู้ป่วยเริ่มสูญเสียความจำระยะสั้น และลามไปถึงการสูญเสียความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันในที่สุด

พูดกันตรงๆ เลยนะ เรามักจะกลัวการพาผู้สูงอายุไปตรวจสมองเสื่อมเพราะกลัวคำตอบ แต่การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น (Mild Cognitive Impairment) สามารถช่วยชะลอการเสื่อมของสมองได้ดีกว่าการรอจนจำลูกหลานไม่ได้แล้ว ในปี 2026 จำนวนผู้ป่วยสมองเสื่อมในประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นถึงเกือบ 1 ล้านคน เนื่องจากการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ การดูแลโภชนาการและการฝึกสมองอย่างสม่ำเสมอสามารถลดความเสี่ยงลงได้ แม้จะมีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องก็ตาม [5]

โรคพาร์กินสันและการเคลื่อนไหวผิดปกติ

พาร์กินสันเป็นโรคที่เกิดจากการขาดสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า โดปามีน (Dopamine) ในสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว อาการเด่นที่ทุกคนมักจะนึกถึงคืออาการสั่นขณะพัก แต่จริงๆ แล้วอาการที่อันตรายกว่าคือการเคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง และการทรงตัวที่ไม่มั่นคง ซึ่งนำไปสู่การล้มบ่อยครั้ง

ผมเคยสังเกตเคสหนึ่งที่ผู้ป่วยไม่ได้มีอาการสั่นเลย แต่เขากลับเดินซอยเท้าถี่ๆ และมีใบหน้าที่ดูเรียบเฉยเหมือนใส่หน้ากาก (Mask-like face) ซึ่งนั่นก็คือสัญญาณของพาร์กินสันเช่นกัน โรคนี้ต้องการการรักษาด้วยยาเพื่อปรับสมดุลโดปามีนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการรักษาด้วยการกระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation) สามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โรคลมชัก: กระแสไฟฟ้าลัดวงจรในสมอง

โรคลมชัก (Epilepsy) ไม่จำเป็นต้องมีอาการชักเกร็งกระตุกเสมอไป บางคนอาจจะมีอาการเหม่อลอยชั่วขณะ หรือขยับปากเคี้ยวซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว โรคนี้เกิดจากคลื่นไฟฟ้าสมองทำงานผิดปกติกะทันหัน ซึ่งหากปล่อยไว้จะส่งผลต่อพัฒนาการและเซลล์สมองในระยะยาว

น่าประหลาดใจที่ผู้ป่วยลมชักกว่า 70% สามารถควบคุมอาการให้เป็นปกติได้ด้วยการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอเพียงอย่างเดียว - และหลายคนสามารถหยุดยาได้หากไม่มีอาการชักติดต่อกันเกิน 2 ปี - แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือการขาดยาหรือนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นสิ่งกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้สมอง ลัดวงจร อีกครั้ง

โรคปวดศีรษะและไมเกรน: มากกว่าแค่ความเครียด

คนส่วนใหญ่คิดว่าปวดหัวก็แค่กินยาแก้ปวดแล้วนอนพัก แต่สำหรับไมเกรน มันคือหนึ่งในประเภทโรคทางสมองที่ส่งผลต่อการขยายตัวของหลอดเลือดในสมอง ประมาณ 15-20% ของประชากรวัยทำงานต้องเผชิญกับโรคไมเกรน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานอย่างมาก

คุณอาจจะคิดว่าไมเกรนต้องปวดหัวข้างเดียวเท่านั้น ไม่เสมอไปครับ บางครั้งไมเกรนมาในรูปแบบของการแพ้แสง ไวต่อเสียง หรือมีอาการคลื่นไส้อย่างรุนแรง การจดบันทึกอาการปวด (Headache Diary) จะช่วยให้แพทย์แยกแยะได้ว่าคุณปวดหัวจากกล้ามเนื้อตึงตัวหรือเป็นไมเกรนกันแน่ ซึ่งวิธีการรักษาจะต่างกันคนละเรื่องเลย

โรคเส้นประสาทส่วนปลายอักเสบ (Peripheral Neuropathy)

มาถึงเฉลยที่ผมค้างไว้ครับ อาการที่คน 70% มักมองข้ามคือ อาการชาปลายมือปลายเท้าเกิดจากอะไร โดยเฉพาะอาการชาที่ค่อยๆ ลามขึ้นมาเหมือนการใส่ถุงมือหรือถุงเท้า (Glove and Stocking anesthesia) อาการนี้มักเป็นสัญญาณเบื้องต้นของโรคปลายประสาทอักเสบ

ในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน พบว่ากว่า 50% จะมีภาวะปลายประสาทอักเสบแทรกซ้อนเนื่องจากระดับน้ำตาลที่สูงเกินไปเข้าไปทำลายเส้นประสาทและหลอดเลือดขนาดเล็ก - และนี่คือส่วนที่น่ากลัวที่สุด - เมื่อเส้นประสาทรับความรู้สึกตายไป คุณอาจจะเดินเหยียบตะปูโดยไม่รู้สึกเจ็บจนแผลติดเชื้อลุกลาม การได้รับวิตามินบีรวมและการควบคุมน้ำตาลอย่างเคร่งครัดคือหัวใจสำคัญในการหยุดยั้งการทำลายนี้

รักษายากไหม? โรคระบบประสาทมีกี่ชนิดที่จะกลับมาทำงานได้ปกติ? ตอบเลยว่าไม่ง่ายหากปล่อยไว้นานจนเส้นประสาทฝ่อไปแล้ว แต่ถ้าเริ่มรักษาตั้งแต่ระยะที่มีแค่อาการชาหยิบหยับเหมือนมดไต่ โอกาสที่เส้นประสาทจะกลับมาทำงานได้เกือบปกติมีสูงมาก

ตารางเปรียบเทียบอาการเด่นของโรคระบบประสาทที่พบบ่อย

เพื่อให้คุณแยกแยะอาการเบื้องต้นได้ง่ายขึ้น นี่คือข้อแตกต่างสำคัญของกลุ่มโรคหลักๆ ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ⭐

  • อ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด มีอาการเกิดขึ้นทันทีทันใด
  • ความดันสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และการสูบบุหรี่
  • สูงสุด ต้องพบแพทย์ภายใน 4.5 ชั่วโมง

โรคอัลไซเมอร์

  • หลงลืมความทรงจำใหม่ๆ ถามซ้ำๆ สับสนทิศทางและเวลา
  • อายุที่มากขึ้น พันธุกรรม และภาวะขาดการกระตุ้นสมอง
  • ปานกลาง ควรตรวจเมื่อพบการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม

โรคปลายประสาทอักเสบ

  • ชาปลายมือปลายเท้า ปวดแสบปวดร้อน หรือรู้สึกเหมือนไฟช็อต
  • โรคเบาหวาน การดื่มแอลกอฮอล์ และการขาดวิตามินบี
  • ต่ำแต่เรื้อรัง หากทิ้งไว้อาจสูญเสียความรู้สึกถาวร
หากพบอาการที่เกิดขึ้นทันทีเหมือนโรคหลอดเลือดสมอง ให้ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที ส่วนอาการค่อยเป็นค่อยไปอย่างสมองเสื่อมหรืออาการชา แม้จะไม่ด่วนเท่า แต่การรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยป้องกันความพิการระยะยาวได้ดีที่สุด

เส้นทางชีวิตของพี่วิชัย: จากอาการชาที่ปลายนิ้วสู่การค้นพบสาเหตุที่แท้จริง

วิชัย พนักงานออฟฟิศวัย 45 ปีในกรุงเทพฯ เริ่มมีอาการชาที่ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างในขณะที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ เขาคิดว่าเป็นเพียงอาการออฟฟิศซินโดรมจากการใช้เมาส์นานเกินไปจึงซื้อยาแก้ปวดมาทานเอง

สองเดือนผ่านไป อาการชากลับลามขึ้นมาถึงข้อมือและเริ่มมีอาการแสบเหมือนโดนไฟช็อตตอนกลางคืนจนนอนไม่หลับ วิชัยพยายามใช้แผ่นแปะแก้ปวดและนวดแผนไทยอย่างหนัก แต่กลับพบว่าอาการแย่ลงจนหยิบปากกาเขียนหนังสือแทบไม่ได้

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาไปพบอายุรแพทย์โรคสมองและตรวจพบว่าเขามีภาวะเบาหวานแฝง ซึ่งส่งผลให้เส้นประสาทส่วนปลายอักเสบอย่างรุนแรง เขาตระหนักว่าการนวดและยาแก้ปวดเป็นการแก้ที่ปลายเหตุโดยไม่รู้ต้นตอของโรค

หลังจากปรับโภชนาการอย่างเคร่งครัดและทานวิตามินบีบำรุงประสาทควบคู่ไปกับยาคุมระดับน้ำตาล 6 เดือนต่อมาอาการชาก็ลดลงไปกว่า 80% ทำให้เขากลับมาทำงานได้ปกติและเลิกละเลยสัญญาณเตือนของร่างกายอีกต่อไป

ประเด็นสำคัญที่ไม่ควรพลาด

กฎ 4.5 ชั่วโมงสำหรับ Stroke

หากพบอาการแขนขาอ่อนแรง หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด ต้องถึงมือหมอภายใน 4 ชั่วโมงครึ่งเพื่อเพิ่มโอกาสการหายเป็นปกติถึง 30%

อย่าละเลยอาการชาแบบ Glove and Stocking

อาการชาที่ลามจากปลายมือปลายเท้าขึ้นมา มักเป็นสัญญาณของเส้นประสาทอักเสบจากเบาหวานหรือขาดวิตามิน ซึ่งรักษาได้หากเริ่มเร็ว

การป้องกันสมองเสื่อมเริ่มได้ตั้งแต่วัยกลางคน

การควบคุมความดันและน้ำตาลในเลือดตั้งแต่วัย 40-50 ปี ช่วยลดโอกาสเกิดอัลไซเมอร์และสมองเสื่อมในวัยชราได้มากกว่า 35%

รวมคำถาม

ปวดหัวบ่อยๆ จะเป็นเนื้องอกในสมองไหม?

แม้เนื้องอกในสมองจะเป็นสิ่งที่หลายคนกังวล แต่ในความเป็นจริงพบได้น้อยกว่า 1% ของผู้ที่มีอาการปวดศีรษะทั้งหมด ส่วนใหญ่มักเกิดจากไมเกรนหรือความเครียด อย่างไรก็ตามหากมีอาการปวดหัวร่วมกับอาการชัก อาเจียนพุ่ง หรือแขนขาอ่อนแรง ควรเข้าตรวจ MRI เพื่อความชัดเจน

หากคุณต้องการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน ลองศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อาหารบํารุงระบบประสาท มีอะไรบ้าง เพื่อช่วยเสริมการทำงานของสมองในทุกวัน

อาการชาปลายมือปลายเท้าเกิดจากอะไรได้บ้าง?

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือโรคเบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลไม่ได้ นอกจากนี้ยังเกิดจากการขาดวิตามินบี 1, 6, 12 การดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง หรือการถูกกดทับของเส้นประสาทบริเวณข้อมือและกระดูกสันหลัง การเจาะเลือดตรวจหาสาเหตุจะช่วยให้รักษาได้ตรงจุด

คนในครอบครัวเป็นอัลไซเมอร์ เราจะมีโอกาสเป็นด้วยไหม?

พันธุกรรมมีส่วนเพิ่มความเสี่ยงได้บ้าง แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดผลลัพธ์ พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การออกกำลังกาย การเข้าสังคม และการรักษาโรคความดันโลหิตสูง สามารถลดความเสี่ยงลงได้แม้จะมีประวัติในครอบครัวก็ตาม

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้นและไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ อาการทางระบบประสาทของแต่ละบุคคลมีความซับซ้อนและแตกต่างกันอย่างมาก ควรปรึกษาอายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาทเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง หากคุณมีอาการรุนแรงเฉียบพลัน โปรดติดต่อหน่วยกู้ชีพหรือไปห้องฉุกเฉินทันที

หมายเหตุ

  • [2] Mgronline - มีอัตราการเกิดโรคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในกลุ่มคนวัยทำงานที่มีอายุต่ำกว่า 45 ปี
  • [3] Siphhospital - การวินิจฉัยและรักษาที่รวดเร็วภายใน 4.5 ชั่วโมงแรกหลังจากเริ่มมีอาการ จะช่วยลดความเสี่ยงในการพิการถาวรได้ถึง 30%
  • [5] Bangkokhospital - การดูแลโภชนาการและการฝึกสมองอย่างสม่ำเสมอสามารถลดความเสี่ยงลงได้ แม้จะมีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องก็ตาม