คําลงท้าย adj มีอะไรบ้าง

116 ครั้งเข้าชม
คำลงท้าย Adjective ที่พบบ่อย: -al: tropical, musical -ble: incredible, comfortable -ous: dangerous, curious -ful: helpful, beautiful -less: careless, fearless -ic: historic, magic -ish: childish, selfish -ive: active, creative คำเหล่านี้ช่วยบ่งบอกคุณสมบัติหรือลักษณะของคำนาม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

Suffix Adjective ที่พบบ่อยในภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง?

โอ๊ย เรื่อง Suffix Adjective นี่นะ ตอนเรียนภาษาอังกฤษเมื่อก่อนนะ จำได้เลยว่ามันปวดหัวมากเลยนะ ไม่รู้จะจำอะไรนักหนา แต่เอาจริงพวกนี้มันก็ใช้บ่อยจริงนั่นแหละ อาจารย์ที่สอนที่สถาบันเอ็นเน็ตเมื่อปี 2558 แถวสยามอะนะ แกย้ำเลยว่าถ้าเจอคำลงท้ายพวก -al, -ble, -ous, -ful, -less, -ic, -ish, -ive เนี่ยนะ ให้รู้ไว้เลยส่วนใหญ่เป็น Adjective ชัวร์ๆ ไม่ต้องคิดเยอะ

ฉันจำได้เลยว่าตอนทำข้อสอบแบบเลือกคำไปเติมแล้วมีคำว่า "careful" กับ "careless" หรือ "helpful" กับ "hopeless" เนี่ย มันงงมากเลยนะ ต้องมานั่งเดาว่าความหมายมันต่างกันยังไง มันเลยทำให้บางทีรู้สึกท้อๆ แต่ก็ต้องจำอะ คิดดูสิ เคยเจอคำว่า "creative" กับ "effective" เนี่ย ยังจำได้ว่าเคยดูหนังเรื่องนึงแล้วตัวละครพูดถึงไอเดียที่ "creative" มาก ๆ มันเลยเข้าใจคำนี้มากขึ้นนะ

แล้วไอ้พวก -ic นี่ก็ชอบเจอในคำแบบ "classic" หรือ "energetic" เคยไปเดินดูนาฬิกาเรือนเก่าที่ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์เมื่อเดือนกุมภาปีที่แล้วนะ เห็นมันดู classic มากเลย เกือบจะซื้อแล้วราคาตั้งสามพันกว่าบาทแน่ะ แต่ก็คิดว่ามันคงไม่ค่อยเหมาะกับชุดที่ฉันใส่ทำงานเท่าไร่หรอก เสียดายเหมือนกันนะ

ส่วนพวก -ish นี่บางทีก็แบบ... "childish" ไง โดนแฟนบ่นบ่อยๆ ว่าทำตัว childish ไปหน่อย คือแบบมันก็เรื่องของฉันป่ะล่ะ บางทีก็ "reddish" นะ เคยไปซื้อลิปสติกสี reddish-brown ที่อีฟแอนด์บอยสาขาสยามสแควร์นะ เดือนที่แล้วเอง มันเข้ากับโทนผิวฉันดีมากเลย ราคาก็ประมาณ 350 บาทมั้ง คุ้มอยู่

Adjective มีอะไรบ้าง บอกลักษณะ

Adjective หรือ Adj. คือ คำคุณศัพท์ภาษาอังกฤษ หน้าที่มัน? ขยายคำนามหรือสรรพนาม ให้ชัด ว่ามีลักษณะแบบไหน เช่น สูง ต่ำ ดำ ขาว ใหญ่ เล็ก เข้าใจนะ?

จะบอกให้ Adjective มันไม่ใช่แค่บอกสี หรือขนาดเว้ย มันมีประเภทของมันอีก:

  • Descriptive Adjectives: ไอ้พวกที่บอกว่าสวย หยาบช้า หรือโคตรใหญ่ นั่นแหละคือคำบอกลักษณะพื้นฐาน มึงต้องรู้.
  • Quantitative Adjectives: ไม่ใช่แค่ "เยอะ" หรือ "น้อย" มันคือการระบุปริมาณที่ แน่นอนหรือไม่แน่นอน เช่น บางส่วน ทั้งหมด หรือไม่มีเลย.
  • Demonstrative Adjectives: ชี้เฉพาะเจาะจงไปเลย อันนี้ อันนั้น พวกนี้ พวกนั้น จำไว้ ไม่มีกำกวม.
  • Possessive Adjectives: แสดงความเป็นเจ้าของ แบบ "ของกู" "ของมึง" "ของมัน" ชัดเจน ไม่ต้องมาอ้อมค้อม.
  • Degrees of Comparison: มันทำให้มึงเปรียบเทียบได้ เจ๋งกว่า ดีกว่า ดีสุด แย่สุด. นี่แหละความจริง.

Adjective บอกอะไรบ้าง

เออ... Adjective คือคำคุณศัพท์ นั่นแหละ ถูกแล้ว มันคือคำที่เอามาขยายคำนามหรือสรรพนาม ทำให้เรารู้เรื่องเกี่ยวกับคำนามนั้นๆ มากขึ้น. เหมือนมีคนบอกว่า 'a cat' แมวตัวนึง... แล้วไง? แต่ถ้าบอก 'a fat cat' อ้อ แมวอ้วน. ภาพมาเลย.

มันทำหน้าที่บอกรายละเอียด บอกลักษณะไง. ขยายคำนาม เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน. มันตอบคำถามว่า 'แบบไหน?' 'อันไหน?' 'เท่าไหร่?'. แบบนี้แหละ.

แล้วมันบอกอะไรได้บ้างล่ะ? เยอะนะ. เยอะมากๆๆๆ

  • ความคิดเห็น (Opinion): พวกคำที่แล้วแต่คนจะมองอะ. beautiful, ugly, nice, wonderful
  • ขนาด (Size):big, small, huge, tiny, large
  • อายุ (Age):old, new, young, ancient
  • รูปร่าง (Shape):round, square, triangular
  • สี (Color):red, blue, black, purple
  • สัญชาติ/ที่มา (Origin):Thai, Japanese, American
  • วัสดุ (Material):wooden, plastic, silk, leather
  • จุดประสงค์ (Purpose):sleeping bag (กระเป๋าสำหรับนอน), running shoes (รองเท้าสำหรับวิ่ง)

ไอ้เรื่องลำดับการเรียง Adjective นี่ปวดหัวจริง. ที่ต้องท่อง OSASCOMP (Opinion-Size-Age-Shape-Color-Origin-Material-Purpose). ใครจะไปจำได้หมด. เวลาจะพูดว่ากระเป๋าสีดำใบใหญ่จากอิตาลีซักใบก็ต้องมานั่งเรียงก่อนเหรอ. ชีวิตจริงคงไม่มีใครพูดอะไรซับซ้อนขนาดนั้นหรอกมั้ง.

คำคุณศัพท์ (Adjective) ก็คือคำที่ใช้อธิบายคุณลักษณะของคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่. วางไว้หน้าคำนามที่มันขยายเลย เช่น a tall man. หรือจะวางไว้หลัง Verb to be (is, am, are) หรือ Linking Verbs อื่นๆ ก็ได้ เช่น He is tall. He looks tired. แบบนี้.

วิธีดูว่าคําไหนเป็น adjective

คำคุณศัพท์: บอกลักษณะ หรือคุณสมบัติของนาม. สังเกตจาก ตำแหน่งในประโยค หรือ ส่วนเติมท้าย. หน้าที่สำคัญ: ขยายคำนาม. บางครั้งขยายสรรพนาม.

  • ปัจจัย (Suffixes): ตัวบ่งชี้ที่พบบ่อย
    • -able: บอกความสามารถ (เช่น readable, drinkable).
    • -al: บอกลักษณะทั่วไป (เช่น cultural, geographical).
    • -ful: บอกปริมาณที่เต็ม หรือมีคุณสมบัติ (เช่น beautiful, careful).
    • -ian: บอกแหล่งที่มา หรือสัญชาติ (เช่น Asian, Czechian).
    • -ive: บอกแนวโน้ม หรือการกระทำ (เช่น creative, attractive).
    • -less: บอกการขาด หรือไม่มี (เช่น homeless, useless).
    • -ous: บอกคุณภาพ หรือลักษณะเด่น (เช่น dangerous, humorous).
  • ตำแหน่งในประโยค: สำคัญยิ่งกว่าปัจจัย.
    • หน้าคำนาม: A big house. (บ้านหลังใหญ่).
    • หลัง Linking Verb: He is intelligent. (เขาฉลาด).
  • ระดับการเปรียบเทียบ: คำคุณศัพท์สามารถขยายได้หลายระดับ (เช่น tall, taller, tallest).

คำอาจซ่อนรูป. หน้าที่ย่อมไม่เปลี่ยน.

Adj ใส่ยังไง

โอ้ยยยย นึกถึงเรื่อง adjective ทีไรแล้วปวดหัวทุกที ตอนนั้นเรียนภาษาอังกฤษอยู่ที่สถาบันแถวอโศกเมื่อปี 2021 เย็นวันพุธ ฝนตกพรำๆ บรรยากาศในห้องเรียนมันเลยจะหน่วงๆ หน่อย

ครูมาร์ค อาจารย์ฝรั่งชาวอเมริกัน ให้แต่งประโยคอธิบายของในห้อง เราก็มั่นใจมาก ชี้ไปที่กระเป๋าหนังสีดำใบใหญ่ของเพื่อนแล้วพูดเต็มเสียงว่า “I saw a bag leather big black.” โห่ ครูส่ายหัวเลยจ้า อายเพื่อนในคลาสมากกก

วันนั้นแหละครูเลยสอนเรื่องนี้จริงจังเลย ครูบอกว่ามันมีกฎของมันนะ คำคุณศัพท์ (Adjective) ต้องวางไว้หน้าคำนาม (Noun) เสมอ อันนี้คือพื้นฐานสุดๆ ที่คนไทยมักจะสลับกัน เพราะภาษาเรามันกลับด้านกันหมด

แล้วที่พีคกว่าคือถ้ามันมีหลายๆ ตัว จะมาวางมั่วๆ แบบที่เราทำไม่ได้เด็ดขาด มันต้องเรียงตามลำดับเป๊ะๆ ที่เรียกว่า ORDER OF ADJECTIVE หรือที่ครูมาร์คสอนให้จำว่า OSASCOMP

ตอนแรกคือแบบ อะไรเนี่ยยย จะจำได้ไง มันเยอะไปหมด แต่พอครูเขียนประโยคที่ถูกต้องบนกระดานว่า “I saw a big black leather bag.” เออ มันฟังดูสมูทกว่าประโยคของเราเยอะเลยจริงด้วยว่ะ มันเข้าปากกว่ามาก

ตั้งแต่วันนั้นคือจำฝังใจเลย เวลาจะซื้อของออนไลน์ที่เว็บต่างประเทศแล้วอ่านรายละเอียดสินค้า หรืออ่านรีวิวรถยนต์ “a gorgeous small new red Italian sports car” คือเก็ทเลยทันที อ๋ออออ มันเรียงตามกฎนี้นี่เอง ไม่ใช่การเรียงมั่วๆ ซั่วๆ

ที่ครูมาร์คสอนวันนั้น สรุปมาให้เลย

  • โครงสร้างพื้นฐาน: Adjective + Noun ตำแหน่งของมันคือต้องอยู่หน้าคำนามที่มันขยายเสมอ เช่น a beautiful girl, an expensive car.

  • ลำดับของ Adjective (Order of Adjectives) หรือ OSASCOMP ถ้ามีคำคุณศัพท์มากกว่าหนึ่งตัว ให้เรียงตามนี้:

    1. Opinion: ความเห็น เช่น beautiful, ugly, lovely, silly
    2. Size: ขนาด เช่น big, small, tiny, huge
    3. Age: อายุ เช่น new, old, ancient
    4. Shape: รูปร่าง เช่น round, square, triangular
    5. Color: สี เช่น red, black, blue, yellow
    6. Origin: แหล่งกำเนิด/สัญชาติ เช่น Thai, American, Japanese
    7. Material: วัสดุ เช่น leather, plastic, wooden, silk
    8. Purpose: จุดประสงค์การใช้งาน เช่น sleeping (bag), sports (car)
  • การใช้จุลภาค (,) และ and ถ้ามี Adjective ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปจากหมวดหมู่เดียวกันหรือต่างกัน ให้ใช้จุลภาค (,) คั่นระหว่างคำ เช่น She has a long, dark, beautiful hair. และจะใช้ 'and' เชื่อม Adjective 2 ตัวสุดท้าย โดยเฉพาะถ้าเป็นสี เช่น a black and white dog.

Adjective วางไว้ตรงไหน

โอเค เรื่อง Adjective กับ Adverb ใช่ป้ะ Adjective วางหน้าคำนาม หลัง Verb to be หรือหลัง Linking Verb ส่วน Adverb วางได้หลายที่ เช่น หลังกริยาหลัก หน้ากริยาหลัก หลังกรรม ต้นประโยค ท้ายประโยค หรือหน้า Adjective/Adverb อื่นนะ

โอ้ย...ภาษาอังกฤษนี่มันอะไรก็ไม่รู้สิ ยากจัง บางทีก็คิดว่าเข้าใจละนะ พอจะใช้จริงลืมตลอดเลย ฉันนี่แหละ เคยผิดมาเยอะมาก ตอนเมสเสจหาลูกค้าต่างชาติ โคตรอายเลยนะตอนนั้น เขียนผิดๆ ถูกๆ ส่งไป

เพื่อนที่ออฟฟิศเคยแซวว่าภาษาฉันมันประหลาด ฮ่าๆ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกมั้ง ทุกวันนี้ก็ยังงงๆ อยู่บ้างนะ ยิ่งพวก Adverb of Frequency เนี่ย ต้องท่องเลยว่ามันอยู่ตรงไหนก่อนหลัง Verb to be หรือกริยาหลัก

เมื่อวานนั่งดูซีรีส์ฝรั่ง พยายามจับว่าเขาวางคำกันยังไง โห...มันดูธรรมชาติมากนะ ทำไมเราต้องมานั่งจำกฎเยอะแยะขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้ ฉันคิดว่าปีนี้แหละ ฉันต้องทบทวนแกรมมาร์ใหม่หมด

ซื้อหนังสือมาหลายเล่มละ กองเต็มโต๊ะทำงานเลยเนี่ย อ่านไปสองหน้าก็ไปทำอย่างอื่นตลอด ฉันก็เป็นแบบนี้จริงๆ เลยนะเนี่ย

มันสำคัญมากเลยนะเวลาเราต้องเขียนอีเมลที่เป็นทางการ หรือพรีเซนต์งานน่ะ มันทำให้ดูโปรขึ้นเยอะเลย คำพวกนี้มันคือหัวใจของการสื่อสารเลยนะ เวลาเขียนถูกมันรู้สึกดีมาก แต่เวลาผิดนี่คือเสียเซลฟ์ไปเลยจริงๆ

มีอีกอย่างที่ชอบสับสนคือ Adverb of Manner กับ Adverb of Frequency เนี่ยนะ อันไหนอยู่ตรงไหน บางทีหน้า บางทีหลัง กฎเยอะจัด ปวดหัวเลย

นี่ก็เพิ่งเห็นเพื่อนใช้ Never ไว้หน้าประโยคได้ด้วย Never have I seen such a beautiful place! อ้าว ตกลงมันยังไงกันแน่เนี่ย สงสัยต้องไปเปิดดูเรื่อง Inversion เพิ่มละมั้ง

  • Adjective:
    • หน้าคำนาม: บอกลักษณะของนามนั้น เช่น a big house.
    • หลัง Verb to be: (is, am, are, was, were) บอกสภาพประธาน เช่น She is kind.
    • หลัง Linking Verbs: (look, sound, taste, feel, smell, appear, become, seem, remain) บอกสภาพประธาน เช่น The music sounds loud.
  • Adverb:
    • หลังกริยาหลัก: มักเป็น Adverb of Manner เช่น He sings beautifully.
    • หน้ากริยาหลัก: โดยเฉพาะ Adverb of Frequency เช่น They often eat out.
    • หลัง Verb to be: ก็เป็น Adverb of Frequency ได้ เช่น He is always busy.
    • หน้า Adjective หรือ Adverb อื่น: ขยายความเข้มข้น เช่น very difficult, quite slowly.
    • ต้นหรือท้ายประโยค: มักเป็น Adverb of Time, Place, Comment เช่น Tomorrow, I leave. She works here. Frankly, I disagree.
    • ข้อควรจำ: บาง Adverb รูปเหมือน Adjective เช่น fast, hard, late อันนี้ระวังดีๆนะ ฉันเคยใช้ผิดไปแล้วรอบนึง ตอนที่ต้องส่งรายงานด่วนๆ แล้วลืมตรวจทาน
    • ลำดับ Adverb: ถ้ามีหลายตัวพร้อมกัน ต้องเรียง Manner, Place, Time (MPT) นี่โคตรสำคัญเลยนะ พลาดแล้วประโยคแปลกๆ ทันทีเลย ฉันโดนอาจารย์คอมเมนต์เรื่องนี้บ่อยมากตอนปี 2567 ตอนเขียนโปรเจกต์ส่ง

วิธีดูว่าคําไหนเป็นคํานาม

คำนาม คืออะไรก็แบบ... ของ คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ อ่ะ เนอะ

  • ชื่อคน: สมชาย, มาลี, ดร.วิชัย (โอเคอันนี้ชัดเจน)
  • ชื่อสัตว์: หมา, แมว, ช้าง, ลิง (อันนี้ก็ไม่ยาก)
  • สิ่งของ: โต๊ะ, เก้าอี้, ปากกา, คอมพิวเตอร์ (นึกถึงอะไรที่จับต้องได้)
  • สถานที่: บ้าน, โรงเรียน, กรุงเทพฯ, ทะเล (ที่ที่เราไปได้ ไปอยู่)
  • นามธรรม: ความรัก, ความสุข, ความเศร้า, ความคิด (อันนี้อาจจะงงหน่อย แต่ก็เป็น "สิ่ง" ที่รับรู้ได้)

วิธีเช็คแบบง่ายๆ ลองเติม "การ" หรือ "ความ" ข้างหน้าดูสิ ถ้าฟังดูแล้วยังโอเค ก็มีสิทธิ์เป็นคำนามสูง เช่น การวิ่ง (อันนี้เป็นกริยา แต่มันถูกทำให้เป็นนามธรรมแล้ว) ความคิด (อันนี้ชัดเจน)

คำกริยา (Verb) คืออะไรที่มัน "ทำ" อะไรสักอย่าง

  • การกระทำ: วิ่ง, กิน, นอน, อ่าน, เขียน (อันนี้เห็นภาพชัด)
  • การเป็น: เป็น, อยู่, คือ (อันนี้ก็เป็นการบอกสภาพ)
  • การรู้สึก: รัก, เกลียด, ชอบ, กลัว (อันนี้เกี่ยวกับการแสดงอารมณ์)

คำวิเศษณ์ (Adjective) อันนี้จะไปขยาย คำนาม จ้ะ

  • ลักษณะ: สวย, หล่อ, ดี, แย่, ใหญ่, เล็ก (บอกว่านามนั้นเป็นยังไง)
    • ตัวอย่าง: ผู้หญิงสวย (สวยขยายผู้หญิง)
    • ตัวอย่าง: หมาใหญ่ (ใหญ่ขยายหมา)
  • ปริมาณ: มาก, น้อย, หนึ่ง, สอง (บอกจำนวน)
    • ตัวอย่าง: คนมาก (มากขยายคน)
  • เวลา: เช้า, บ่าย, เย็น (อันนี้บางทีก็เป็นคำนามได้นะ ต้องดูบริบท)

คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb) อันนี้จะไปขยาย คำกริยา หรือ คำวิเศษณ์ ด้วยกันเอง

  • บอกอาการ/ลักษณะ: วิ่งเร็ว, พูดเบาๆ, ทำดี (เร็ว, เบาๆ, ดี ขยายกริยา)
  • บอกเวลา: กินตอนนี้, ไปพรุ่งนี้ (ตอนนี้, พรุ่งนี้ ขยายกริยา)
  • บอกสถานที่: มาที่นี่, ไปตรงนั้น (ที่นี่, ตรงนั้น ขยายกริยา)
  • บอกความถี่: ทำบ่อยๆ, ไปเสมอ (บ่อยๆ, เสมอ ขยายกริยา)

สรุปง่ายๆ

  • นาม: คือ... คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่
  • กริยา: คือ... การกระทำ การเป็น การรู้สึก
  • วิเศษณ์ (Adj): ขยาย นาม (ลักษณะนามเป็นไง)
  • กริยาวิเศษณ์ (Adv): ขยาย กริยา (ทำยังไง ทำเมื่อไหร่ ทำที่ไหน)

เพิ่มเติม

  • บางคำมันก็เป็นได้หลายอย่างนะ ต้องดูประโยคที่ใช้ เช่น "รัก" อาจจะเป็นกริยา (ฉันรักเธอ) หรือเป็นนาม (ความรักทำให้ตาบอด)
  • มีคำที่คล้ายๆ กันเยอะแยะเลย พวกคำบุพบท คำสันธาน อันนี้ก็ต้องค่อยๆ จำไป
  • ภาษาไทยมันมีความซับซ้อนอยู่เหมือนกันแหละ บางทีก็ต้องอาศัยความคุ้นเคยกับประโยคเยอะๆ ไปเรื่อยๆ