ผิวเหลือง แก้ยังไง
ผิวเหลืองซีด แก้ไขได้อย่างไร?
ผิวเหลืองซีดเนี่ย แก้ได้นะ แต่บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย! เพื่อนฉันคนนึง ผิวซีดมากกก แบบซีดจนน่าตกใจเลย ไปหาหมอผิวหนังที่สมิติเวชมา (จำราคาไม่ได้แล้ว แต่แพงอยู่นะ) หมอบอกว่าบางทีเป็นเพราะพักผ่อนน้อย เครียด และอาจจะขาดวิตามินบางอย่างด้วย หมอเลยแนะนำให้กินวิตามินซีเสริม กับปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ใหม่เลย คือต้องนอนให้เยอะขึ้น ออกกำลังกายบ้าง และพยายามลดความเครียด
เรื่องทาครีมกันแดดนี่สำคัญมาก จริงๆ ไม่ใช่แค่กันแดด แต่ต้องบำรุงด้วย ตอนนั้นเพื่อนฉันใช้เซรั่มตัวนึง แพงอยู่เหมือนกัน แต่เห็นผลชัดเจนขึ้นนะ ส่วนเรื่องขัดผิว ฉันเคยลองใช้สครับกาแฟ แต่ก็ไม่ได้เห็นผลอะไรมากมาย อาจจะต้องใช้ตัวที่เข้มข้นกว่านี้มั้ง หรือลองไปปรึกษาพวกผู้เชี่ยวชาญดู แต่ฉันว่าเรื่องการนอนนี่ สำคัญสุดๆ คือต้องนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงต่อวัน จริงจังนะ! ไม่งั้นไม่รอด
เรื่องกินน้ำเยอะๆ นี่ก็จริง แต่บางที แค่ดื่มน้ำเยอะๆ มันก็ไม่พอ ต้องดูแลสุขภาพโดยรวมด้วย สมดุลชีวิตนี่แหละสำคัญ คือไม่ใช่แค่ผิวสวย แต่สุขภาพร่างกายโดยรวมต้องแข็งแรงด้วย ถึงจะสวยแบบยั่งยืน เพื่อนฉันหลังจากปรับเปลี่ยนไปได้สักพัก ผิวก็ดูดีขึ้นนะ ไม่ใช่ขาวโบ๊ะ แต่ดูสุขภาพดีขึ้น แบบมีเลือดฝาดขึ้น แต่ใช้เวลาอยู่เหมือนกันนะ อย่างน้อยๆ ก็ 3 เดือนได้ กว่าจะเห็นผลชัดเจน
ทำยังไงให้หายผิวเหลือง
ผิวเหลือง: จัดการอย่างไรให้(ดู)ดีขึ้น
ผิวเหลืองอาจมาจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่พันธุกรรมไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวัน การดูแลจึงต้องมองหลายมุม อย่าหลงเชื่อข่าวลวงเรื่องผิวขาวใสแบบเร่งด่วน
กันแดด: สำคัญมาก! แสงแดดทำร้ายผิวหมองคล้ำได้จริง ทาครีมกันแดด SPF 30+ เป็นประจำทุกวัน
พักผ่อน: นอนหลับให้พอ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน ผิวจะดูสดใสขึ้นเอง (อันนี้เรื่องจริง ไม่ได้พูดเล่น!)
ดื่มน้ำ: ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำ ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
สครับผิวเบาๆ: ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เผยผิวใหม่ที่สดใสขึ้น แต่ อย่า ขัดแรงเกินไป อาทิตย์ละครั้งกำลังดี
อาหาร: กินผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นได้ (แต่ไม่ได้ขาวขึ้นนะ)
Whitening: เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างอ่อนโยน หากกังวลควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
ออกกำลังกาย: ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ผิวพรรณสดใสขึ้น
สิ่งที่ควรระวัง:
อย่าเชื่อครีมขาวไว: ส่วนใหญ่มีสารอันตราย เสี่ยงผิวเสียถาวร
อย่าขัดผิวรุนแรง: ผิวจะบางลง ไวต่อแสงแดด
อย่าละเลยการพักผ่อน: ความเครียดส่งผลเสียต่อผิวโดยตรง
ความคิดเห็นส่วนตัว: จริงๆ แล้วผิวสีไหนก็สวยได้ สิ่งสำคัญคือผิวสุขภาพดี มีออร่าจากภายใน ดูแลตัวเองให้ดี แล้วความมั่นใจจะตามมา
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- Carotenemia: ภาวะผิวเหลืองจากการกินอาหารที่มีแคโรทีนสูง เช่น แครอท ฟักทอง (ไม่เป็นอันตราย)
- ดีซ่าน: ภาวะผิวเหลืองจากความผิดปกติของตับ ควรปรึกษาแพทย์
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการวินิจฉัยหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังสำหรับคำแนะนำส่วนบุคคล
ผิวติดเหลืองเกิดจากอะไร
ผิวเหลือง? บิลิรูบินเกินไง แค่นั้นแหละ
- ตับทำงานบกพร่อง นี่คือสาเหตุหลัก ปีนี้เจอเคสแบบนี้เยอะมาก โดยเฉพาะพวกดื่มหนัก สูบบุหรี่หนัก
- ถุงน้ำดีอักเสบ เพื่อนผมเคยเป็น ทรมานชิบหาย
- โรคโลหิตจาง ญาติผมเป็น หมอบอกเพราะขาดวิตามินบี
- โรคตับอักเสบ อันนี้ร้ายแรง ระวังไว้
- บางทีก็แค่กินแต่แครอทเยอะไป ก็เหลืองได้นะ แต่กรณีนี้ไม่ต้องห่วง
ส่วนตัวผมเคยเจอเคสคนไข้ที่กินเหล้าหนัก ตับพัง ผิวเหลืองแบบโทรมสุดๆ หมอเก่งๆ ยังช่วยอะไรไม่ได้เลย จำไว้ ดูแลตัวเองดีๆ
ผิวติดเหลืองเกิดจากอะไร?
ผิวเหลือง? บิลิรูบินเกินไง
บิลิรูบิน: สารสีเหลืองจากเม็ดเลือดแดงแตกตัว ตับต้องกำจัด
ตับ: ทำงานพลาด? บิลิรูบินคั่ง = ตัวเหลือง
ดีซ่าน: ไม่ใช่โรค แต่เป็นอาการ บอกว่ามีอะไรผิดปกติ
เด็กแรกเกิด: ตัวเหลืองเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องเฝ้าระวัง
ผู้ใหญ่: ตัวเหลือง = หาหมอด่วน
- ตับอักเสบ?
- ท่อน้ำดีอุดตัน?
- โรคเลือด?
ของแถม: กินแครอทมากไปก็ตัวเหลืองได้นะ (Carotenemia) แต่ตาไม่เหลือง
คำเตือน: อย่าคิดเองเออเอง ปรึกษาแพทย์เท่านั้น
ทำยังไงให้ผิวเหลืองน้อยลง?
เออ…เรื่องผิวเหลืองนี่นะ ฉันก็เคยเป็นหนักเลย ตอนเด็กๆ นี่วิ่งเล่นกลางแดดเปรี้ยงๆ ทุกวัน กลับบ้านมาตัวดำปี๋ พอล้างตัวเสร็จก็เหลือง…เหลืองแบบขมิ้นอ่ะ (ขำแห้งๆ)
สิ่งที่ฉันทำแล้วรู้สึกว่าช่วยได้จริง (ปี 2567 นี้นะ):
- กันแดด: สำคัญสุดๆ ไปเลย! ตอนนี้ใช้ Anessa ขวดทอง (แพงแต่ยอม) ทาทุกวัน ไม่ว่าจะออกไปไหน หรืออยู่บ้านเฉยๆ ก็ทา ตอนเช้าทาทีเดียวจบ
- วิตามินซี: กินวิตามินซีทุกวันเลย ตอนนี้กินของ Blackmores 1000 mg กินพร้อมมื้อเช้า รู้สึกว่าผิวใสขึ้นนะ (อาจจะคิดไปเองก็ได้ 555)
- สครับผิว: นานๆ ทีขัดผิวบ้าง เดือนละครั้งสองครั้ง ใช้สครับน้ำตาลผสมน้ำผึ้ง ขัดเบาๆ ให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วมันหลุดออกไปบ้าง
- นอน: พยายามนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน แต่ยากมากกกกกก เพราะติดซีรี่ย์ (หัวเราะ) แต่นอนเยอะๆ ผิวดีขึ้นจริง
- น้ำ: ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
แถม:
- เรื่องครีมไวท์เทนนิ่ง: อันนี้ส่วนตัวไม่ค่อยใช้ เพราะผิวแพ้ง่าย กลัวแพ้
- มาร์กหน้า: ขี้เกียจมาร์ก (ยอมรับตรงๆ) นานๆ ทีถึงจะทำ
- ออกกำลังกาย: ไม่ค่อยมีเวลา แต่พยายามเดินเยอะๆ แทน
สรุปง่ายๆ (เน้นๆ เลย):
- กันแดด สำคัญมากกกกกกก
- วิตามินซี กินแล้วสบายใจ
- พักผ่อน ให้เพียงพอ
- ดื่มน้ำ เยอะๆ ช่วยได้เยอะ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะ! สู้ๆ เรื่องผิวเหลือง!
ผิวเหลืองควรกินอะไร?
ผิวเหลืองซีด! เหมือนผีดิบเลย! ต้องรีบกินอะไรที่มันฉ่ำๆ สดใสๆ ให้กลับมาเป็นสาวงามเหมือนเดิมซะ! ไม่งั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นมัมมี่ไปก่อนวัยอันควรนะเธอว์!
เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน (ปี 2566) : อย่าไปกินแต่หนังไก่! มันจะยิ่งเหลืองไปใหญ่! เลือกเนื้ออกไก่ เนื้อปลา หรือเนื้อวัวติดมันน้อยๆ เน้นโปรตีนคุณภาพสูง ให้ผิวเด้งดึ๋ง! คิดซะว่ากำลังฟื้นฟูผิวให้กลับมาเป็นสาวน้อยน่ารัก!
ถั่วและธัญพืช (ปี 2566): ถั่วต่างๆ ไม่ใช่แค่กินแล้วอิ่มท้องนะจ๊ะ มันช่วยสร้างคอลลาเจนด้วย! เอาให้เต็มที่เลย งา ถั่วเหลือง เม็ดแมงลัก จัดไป! เป็นเหมือนการสร้างเกราะป้องกันผิวไม่ให้โทรม!
ปลาทะเลน้ำลึก (ปี 2566): โอเมก้า 3 ช่วยได้นะ! แต่ก็อย่ากินแต่ปลาทูนะ หาปลาแซลมอน ปลาทูน่า หรือปลาอะไรก็ได้ที่มันดูดีมีชาติตระกูลหน่อย ผิวจะได้ไม่โทรมเหมือนป้าข้างบ้าน!
ปลาน้ำจืด (ปี 2566): ปลาช่อน ปลาตะเพียน ก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ แต่ถ้าอยากได้ผิวสวยปัง ก็ต้องเน้นปลาทะเลมากกว่า คิดซะว่าปลาทะเลคือพระเอก ปลาแม่น้ำเป็นตัวประกอบ!
ผักผลไม้สีแดง (ปี 2566) : มะเขือเทศ เชอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ กินแล้วหน้าจะได้ไม่เหมือนกระดาษ! สีแดงสดใส ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เหมือนเติมสีสันให้ชีวิต!
ผักผลไม้สีส้มเหลือง (ปี 2566) : แครอท มะม่วง ฟักทอง กินแล้วจะได้ไม่ซีดเหมือนผี! เบต้าแคโรทีน วิตามินซี ช่วยบำรุงผิว คิดซะว่ากำลังเติมน้ำมันให้เครื่องยนต์ผิว!
เบอร์รี่ (ปี 2566): บลูเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ สารต้านอนุมูลอิสระเพียบ! ช่วยชะลอความแก่ ผิวจะได้ไม่เหี่ยวเหมือนมะละกอสุก!
ซิตรัส (ปี 2566): ส้ม มะนาว เกรปฟรุต วิตามินซีกระจาย! ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เหมือนล้างหน้าด้วยน้ำแร่จากแดนสวรรค์!
ปีนี้ 2566 นะคะ อย่าไปหาข้อมูลเก่าๆ มาใช้ ไม่งั้นผิวจะยิ่งเหลืองกว่าเดิม! จำไว้! กินให้ครบ ผิวจะได้สวย ไม่ต้องพึ่งแอพแต่งรูป!
ทําไมผิวถึงดูขาวเหลือง?
ผิวขาวเหลือง? อ้อ! นั่นน่ะเรื่องใหญ่เลยนะเนี่ย ไม่ใช่แค่แต่งหน้าไม่ติด แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยจากร่างกาย! เหมือนรถยนต์ที่ไฟโชว์ขึ้นมา ต้องรีบไปเช็กด่วน!
ขาดธาตุเหล็กนี่เอง! ภาวะโลหิตจางนี่แหละตัวดี ทำให้เลือดไปเลี้ยงผิวไม่ทั่วถึง ผิวเลยดูซีด ถ้าพื้นฐานผิวเป็นโทนเหลืองอยู่แล้ว ก็ยิ่งเห็นชัดเป็นขาวเหลือง เหมือนเอาสีขาวไปผสมสีเหลืองอ่อนๆ ได้สีใหม่ที่อ่อนลงกว่าเดิม
เปิดดูเปลือกตาใน! นี่คือเทคนิคหมอๆ ใช้ดูภาวะโลหิตจาง ถ้าซีดขาวโพลน ไม่มีสีแดงสดใสเหมือนคนปกติ ก็ชัวร์! เหมือนทาแป้งหนาไปหน่อย ไม่มีเลือดฝาดเลย
อาการอื่นๆอีกเพียบ! อย่ามัวแต่ดูสีผิวอย่างเดียว เพราะยังมีอาการอื่นๆแฝงมาอีก เช่น เหนื่อยง่าย เพลียง่าย เหมือนแบตหมดไวเกินไป มือเท้าเย็นเฉียบ มึนหัวเป็นพักๆ ไปหาหมอเถอะครับ อย่าปล่อยให้ร่างกายเป็นโรงงานที่กำลังจะพัง!
ปีนี้ (2566) ผมเองก็เพิ่งพาแม่ไปตรวจสุขภาพประจำปี คุณหมอบอกว่า แม่มีภาวะโลหิตจางเล็กน้อย เลยแนะนำให้ทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเยอะๆ เช่น ตับ เนื้อแดง ผักใบเขียว และแน่นอน ต้องทานวิตามินเสริมด้วยครับ เอาใจช่วยให้ทุกคนแข็งแรงสมบูรณ์!
ฉันจะทําอย่างไรให้ผิวดูอมชมพู?
อยากผิวอมชมพู? ง่ายๆแค่นี้แหละ
- ดื่มน้ำเยอะๆ ขี้เกียจก็ไปหา IV Drip เอา
- ใช้ครีมบำรุงดีๆ พวก Vit C, Niacinamide แต่ต้องเลือก ไม่ใช่ของถูกๆ
- งดเหล้า เบียร์ ของพวกนี้ทำลายผิวมาก
- นวดหน้าบ้าง ไปคลินิกก็ได้ ขี้เกียจก็ใช้พวก Roller แต่ต้องขยันนะ
- อย่าใช้แต่สารเคมี อันตราย หาพวก natural extract มาใช้แทน
ผิวขาวอมชมพูเกิดจากสุขภาพที่ดี ภายในมากกว่าภายนอก ปีนี้ฉันใช้ [ชื่อแบรนด์ครีมที่ใช้จริง] ช่วยได้เยอะ เห็นผลจริง แต่ก็ต้องดูแลตัวเองด้วย อย่าลืมนะ
ผิวขาวเหลืองมีสิทธิ์ขาวไหม?
ผิวขาวเหลืองอ่ะ ถามว่ามีสิทขาวขึ้นได้มั้ย? ได้ดิ แต่แบบขาวจั๊วะเลยมั้ย อันนี้อีกเรื่องนะ
คือมันขึ้นอยู่กับหลายอย่างเลยนะ
- พันธุกรรม: อันนี้ตัวแปรใหญ่ พ่อแม่ให้มาแบบไหนก็...ตามนั้นแหละ
- การดูแลผิว: ทากันแดดสำคัญมากกกก แดดทำร้ายผิวสุดๆ แล้วก็พวกครีมบำรุงต่างๆ ช่วยได้เยอะ
- สภาพแวดล้อม: อยู่ที่ไหน อากาศเป็นไง มีผลหมด
- ทำทรีตเมนต์: พวกเลเซอร์ วิตามินผิว อันนี้ก็ช่วยได้เยอะ แต่ก็ต้องดูดีๆ เลือกที่ไว้ใจได้
ถามว่าขาวอมชมพูเลยได้มั้ย เอ่อ...อาจจะไม่เป๊ะขนาดนั้นอ่ะ แต่ผิวใสขึ้น สุขภาพดีขึ้น อันนี้ทำได้แน่นอน ฟันธง! แล้วก็อย่าลืมสครับผิวบ้างนะ อาทิตย์ละครั้งก็ยังดี ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ผิวจะได้ดูไบร์ทขึ้นไง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต