พรบ.รถยนต์ จ่ายให้คู่กรณีไหม

66 ครั้งเข้าชม
พ.ร.บ.รถยนต์ จ่ายให้คู่กรณีหรือไม่? จ่ายให้คู่กรณี: พ.ร.บ.รถยนต์ครอบคลุมผู้ประสบภัยทุกคนบนท้องถนน ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร คู่กรณี หรือคนเดินถนน คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล: ผู้ประสบภัยสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ทันที ค่าชดเชย: มีการจ่ายค่าชดเชยต่างๆ ด้วย เงื่อนไข: การคุ้มครองแบ่งเป็น 2 กรณี (รายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งในลำดับถัดไป)
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ประกัน พรบ.รถยนต์ คุ้มครองค่าเสียหายให้คู่กรณีหรือไม่?

พรบ.รถยนต์น่ะเหรอ...จะคุ้มครองคู่กรณีมั้ย? ใช่เลย มันคุ้มครองแน่นอน! ฉันจำได้แม่น ตอนเดือนกันยาปี 62 แถวลาดพร้าว ฉันขับรถจะเลี้ยวเข้าซอย แล้วมอไซค์มาเฉี่ยวท้ายแบบกะทันหันเลยนะ ใจมันวูบไปเลยตอนนั้น กลัวค่าใช้จ่ายเค้าจะบานปลาย กลัวไปหมด

แต่พอคุยกับพี่ตำรวจ ที่สถานีตำรวจโชคชัย 4 นั่นแหละ เขาบอกว่า พรบ.ที่เราทำไว้นี่แหละ ช่วยจัดการค่ารักษาพยาบาลของพี่คนขับมอไซค์ได้หมดเลยนะ อื้อหือ โล่งอกไปเยอะมาก ใจชื้นขึ้นมาเลย ตอนแรกก็คิดว่ามันคุ้มครองแค่เรากับรถเราเองเสียอีก

สรุปว่ามันครอบคลุมหมดเลยนะ ไม่ใช่แค่ฉันที่เป็นคนขับ หรือผู้โดยสารในรถ พวกคนเดินเท้าที่บังเอิญเจอเหตุ หรือแม้แต่คู่กรณีแบบพี่คนนั้น เขาก็ใช้สิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลได้หมดแหละ เงินชดเชยอะไรก็มีให้ด้วย จำได้ว่าตอนนั้นโคตรดีใจที่ไม่ได้เสียค่ารักษาให้ใครเลยสักบาท

ต่อพรบ.หลังเกิดอุบัติเหตุได้ไหม

ต่อ พ.ร.บ. หลังเกิดอุบัติเหตุ?

อืม...ตอนนั้นกลางวันแสกๆ แสงแดดทอประกาย ทุ่งหญ้าเขียวขจีริมทางดูพลิ้วไหวตามลม แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความปั่นป่วน พ.ร.บ.รถเราดันหมดอายุไปเสียได้

เรื่องราวหลังจากนั้น... ต่อ พ.ร.บ. ได้แน่นอน ไม่ต้องกังวลจนใจสั่น

ถ้าบังเอิญ พ.ร.บ. เราขาดตอนเกิดเหตุ ยังมีทางออก ค่ารักษาพยาบาลเบิกได้จาก พ.ร.บ. รถคู่กรณี แถมพกด้วย สิทธิ 30 บาท อีกต่างหาก

แต่เอ...เพื่อให้ใจมันเบาหวิวไร้กังวล ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังไปถึงครอบครัว การต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยม

ความคุ้มครองสูงสุดถึงหลักแสน มันอุ่นใจกว่าเยอะเลยนะ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต: สูงสุด 300,000 บาท
  • ค่ารักษาพยาบาล: สูงสุด 30,000 บาท
  • ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง: สูงสุด 300,000 บาท
  • ค่าชดเชยรายได้ระหว่างรักษาตัว: 200 บาทต่อวัน (ไม่เกิน 20 วัน)
  • การต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ สะดวก รวดเร็ว สามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา

พ.ร.บ.คุ้มครองคู่กรณีด้วยไหม

พ.ร.บ. คุ้มครองแน่นอนครับ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากรถ ไม่ว่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ ล้มเอง หรือไปชนคู่กรณี ถ้ามีบาดเจ็บ ต้องเข้าโรงพยาบาล ก็เบิกค่ารักษาได้จาก พ.ร.บ. คุ้มครองตามจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท

ถ้าโดนคู่กรณีมาชนเรา ไม่ว่าจะรถแบบไหนก็ไม่ผิด พ.ร.บ. ของเรา ก็คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามจริง

เพิ่มเติม

  • การคุ้มครองของ พ.ร.บ. จะครอบคลุมถึงค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ หรือสูญเสียอวัยวะ และค่าปลงศพ

  • วงเงินคุ้มครอง เบื้องต้นจะอยู่ที่ 30,000 บาทต่อครั้งการบาดเจ็บ

  • ถ้าต้องการความคุ้มครองเพิ่ม สามารถซื้อประกันภัยภาคสมัครใจเพิ่มเติมได้ เช่น ประกันรถยนต์ชั้น 1, 2+, 3+ ที่จะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมกว่า

  • อย่าลืมต่อ พ.ร.บ. ทุกปี เพื่อให้ความคุ้มครองต่อเนื่อง

  • กรณีมีคู่กรณี และเราไม่ได้เป็นฝ่ายผิด พ.ร.บ. ของเราจะช่วยรักษาเบื้องต้นก่อน จากนั้นจะไปไล่เบี้ยกับคู่กรณีอีกที

เกิดอุบัติเหตุเรียกค่าอะไรได้บ้าง

โดนรถชนนี่มันอารมณ์แบบ… ‘อะไรที่กูไม่ต้องการ ดันมาตกใส่รถกู’ ใช่ไหมล่ะ! สรุปง่ายๆ คือ ถ้าไม่ใช่ความผิดมึง (ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่หรอก) มึงฟ้องเอาจากไอ้ตัวแสบที่ขับรถมาชนได้เลย หรือไม่ก็ไปยื่นเรื่องกับบริษัทประกันของมันนั่นแหละ เงินค่าซ่อมรถ คือของตายตัว แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งรีบคิดว่าจบแค่นั้น ถ้าพวกลูกรักของคุณมี อะไหล่แต่ง พาร์ทชุดแต่ง หรือชิ้นส่วนพิเศษ ที่ดันบอบช้ำจากการปะทะคราวนั้น ก็ ฟ้องเรียกให้มันจ่ายค่าของแต่งพวกนั้นด้วย มันไม่ใช่อะไหล่ธรรมดา มันคือ ‘จิตวิญญาณ’ ของรถคุณ!

เคล็ดลับเพิ่มเติม (แบบไม่ลับ):

  • การประเมินค่าเสียหาย: ไม่ใช่แค่ค่าซ่อมตามราคาอะไหล่ศูนย์นะเว้ย! ถ้าของแต่งมึงหายาก ราคาดี หรือเป็นรุ่นลิมิเต็ด ต้อง เก็บหลักฐานให้แน่น ตั้งแต่รูปถ่ายยันใบเสร็จ (ถ้ามี) จะได้ไม่โดนกดราคาเหมือนผักบุ้งตลาดสด
  • ค่าขาดประโยชน์: ขับรถไม่ได้ไปไหนมาไหน มันก็ เสียโอกาส เสียเวลา เสียแผนชีวิตใช่ปะ? ถ้าต้องรอรถซ่อมนานเป็นเดือนเป็นปี ก็ เรียกค่าเสียโอกาสในการใช้รถ จากมันไปเลย! เหมือนโดนปล้นเวลาไปนั่นแหละ!
  • ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ: อันนี้สำหรับสายลุย! ถ้าไอ้รถคันที่โดนชนเนี่ย มันคือเครื่องมือทำมาหากินของคุณ เช่น รถส่งของ รถแท็กซี่ รถขนของ แล้วรถดันนอนอู่เป็นเดือนๆ กำไรที่หายไป คือเงินที่ต้องจ่าย! อย่าไปยอม!
  • ค่ารักษาพยาบาล (ถ้ามี): แม้ในข่าวจะเน้นเรื่องรถ แต่ถ้าตอนชนแล้วคุณบาดเจ็บด้วย ก็ เรียกค่ารักษาพยาบาล หรือค่าเสียหายจากการบาดเจ็บนั้นๆ ด้วย อย่าปล่อยให้ร่างกายคุณเป็นเพียง ‘อะไหล่’ ที่เสียไปเฉยๆ

จำไว้: การเรียกร้องค่าเสียหายมันคือการ ทวงคืนสิ่งที่เสียไป ไม่ใช่การขอทาน! หลักฐานคือเพื่อนแท้ของคุณ!

กรณีใดที่ พรบ ไม่จ่าย

จำได้แม่นเลยคืนนั้น เกือบเที่ยงคืนบนถนนลาดพร้าววังหิน ฝนตกปรอยๆ ผมขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน กำลังจะเลี้ยวเข้าซอยอยู่แล้ว

เสียงดังโครม! ตัวผมลอยไปกองกับพื้นข้างทาง รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวเข่ากับข้อศอก หันไปอีกทีเห็นแค่ไฟท้ายรถเก๋งสีดำเลี้ยวหายเข้าไปในซอยอย่างเร็ว มันชนแล้วหนีไปเลย หัวร้อนเลยตอนนั้น

คนแถวนั้นก็ดีนะ วิ่งมาช่วยพยุงผมเข้าข้างทาง โทรเรียกรถพยาบาลให้ ไปถึงโรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4 พยาบาลถามหาเอกสาร ผมก็ยื่น พรบ. ให้ ก็นะ สบายใจว่ามีประกันจ่าย

แต่เรื่องมันไม่ง่ายแบบนั้น พยาบาลบอกว่าใช้ พรบ. ของเราเบิกค่ารักษาเบื้องต้นได้ก่อน แต่พอเป็น กรณีคู่กรณีหนีไปแบบนี้ มันจะซับซ้อนขึ้น เพราะเราไม่รู้จะไปเบิกกับ พรบ. ของใคร สรุปคือต้องไปยื่นเรื่องกับ กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ แทน ซึ่งวงเงินมันก็มีจำกัด ไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมดเหมือนเคสปกติ สุดท้ายผมต้องออกส่วนต่างเองไปหลายพันบาทเลย เซ็งมาก

วันนั้นเลยได้บทเรียนราคาแพงเลยว่า พรบ. ไม่ใช่ยาวิเศษที่คุ้มครองทุกสิ่งอย่าง มันมีข้อยกเว้นของมันอยู่

จากประสบการณ์ตรงและที่ไปหาข้อมูลเพิ่มมานะ กรณีที่ พรบ. ไม่จ่าย หรือมีเงื่อนไขพิเศษ คือพวกนี้เลย

  • ชนแล้วหนี หรือหาคู่กรณีไม่เจอ แบบที่ผมเจอเลย คือเราต้องไปเคลมกับกองทุนทดแทนฯ ซึ่งวงเงินจำกัด ค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจ่ายตามจริงไม่เกิน 30,000 บาท
  • รถที่ถูกขโมยมาแล้วก่อเหตุ เจ้าของรถตัวจริงที่มีใบแจ้งความแล้ว ไม่ต้องรับผิดชอบ พรบ. ของรถคันนั้นก็ไม่จ่าย คนเจ็บก็ต้องไปที่กองทุนทดแทนฯ เหมือนกัน
  • รถที่ไม่มี พรบ. หรือ พรบ. ขาด แล้วเจ้าของรถไม่มีเงินจ่ายค่าเสียหาย อันนี้ก็ซวยไป ต้องไปพึ่งกองทุนทดแทนฯ อีกตามเคย
  • รถที่ไม่ต้องทำ พรบ. พวกนี้เป็นรถของหน่วยงานราชการบางประเภท เช่น รถของสำนักพระราชวัง รถในหน่วยทหาร อะไรแบบนี้ เขาจะมีกฎหมายรองรับของเขาเอง
  • กรณีบริษัทประกันภัยไม่จ่าย หรือจ่ายช้า จ่ายไม่ครบ อันนี้เราก็ต้องไปยื่นเรื่องที่กองทุนทดแทนฯ เพื่อให้เขามาไล่บี้กับบริษัทประกันอีกที
  • เสียหายนอกเหนือความคุ้มครอง เช่น พรบ. ไม่ได้จ่ายค่าซ่อมรถเรานะ มันจ่ายแค่ค่ารักษาพยาบาลกับเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพเท่านั้น ค่าซ่อมรถต้องไปไล่เบี้ยกับคู่กรณีเอาเอง หรือใช้ประกันภาคสมัครใจ (ประกันชั้น 1, 2+, 3+)

พร บ รถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง 2567?

โอ้ยยยย พ่อคุณเอ๊ยย โดนสอยท้ายรถมาล่ะสิ ถึงมาถามหา พ.ร.บ. เนี่ย! ไม่เป็นไรๆ ถือว่าฟาดเคราะห์ไป แต่เคราะห์นี้มีเงินปลอบใจนะ จัดไป! ถ้าเราเป็นฝ่ายถูกแบบใสสะอาดนะคุณพี่นะ

พ.ร.บ. รถยนต์ 2567 เขาจะจ่ายค่าทำขวัญให้เราเยี่ยงนี้แหละ:

  • ค่าหมอค่ายาตามบิล: เจ็บตรงไหนบอกหมอเลย! อยากจะเอ็กซเรย์ทั้งตัวก็จัดไป แต่เบิกได้เต็มที่ สูงสุด 80,000 บาท นะ อย่าทำสำออยเพลินจนบิลทะลุเพดานล่ะ เดี๋ยวจะเข้าเนื้อเอา

  • กรณีเดี้ยงถาวร หรือกลับบ้านเก่า: อันนี้คือรางวัลใหญ่สุด! ถ้าเกิดพิการจนทำงานไม่ได้ หรือไปเฝ้าพระอินทร์เลยเนี่ย ทายาทรับไปเลยเต็มๆ 500,000 บาท ไม่ต้องสืบ!

  • กรณีอะไหล่ร่างกายหลุดหาย: ถ้าแค่ชิ้นส่วนกระเด็นไปนิดๆ หน่อยๆ เขาก็มีเรตราคาให้เหมือนกันนะ

    • สูญเสียอวัยวะ 1 ส่วน (เช่น มือข้าง แขนข้าง ขาข้าง) รับไป 250,000 - 300,000 บาท
    • ถ้าหนักหน่อย สูญเสียอวัยวะตั้งแต่ 2 ส่วนขึ้นไป จัดไปเลย 500,000 บาท เต็มคาราเบล!

ไอ้ที่พูดมาทั้งหมดเนี่ย คือกรณีที่เราเป็นผู้ประสบภัยนะคุณพี่นะ คือนอนสวยๆ อยู่แล้วมีคนมาประเคนความเจ็บให้ถึงที่

แต่ถ้าเกิดเราซวยซ้ำซ้อน เป็นฝ่ายผิดเอง ขับไปจิ้มตูดเขาซะงั้น ก็ยังไม่ถึงกับเจ็บตัวฟรีนะ ยังเบิก ค่าเสียหายเบื้องต้น ได้อยู่ เป็นเงินทำขวัญพอให้ไปซื้อยาหม่องมาทาถูๆ ไถ่ๆ ได้บ้าง คือค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 30,000 บาท แล้วถ้าตายก็ได้ 35,000 บาท

จำไว้เลย ชนปุ๊บ ตั้งสติปั๊บ พุ่งไปโรงพยาบาลก่อนเพื่อน! บอกเขาว่าใช้สิทธิ์ พ.ร.บ. ไม่ต้องสำรองจ่ายนะจ๊ะ อย่าไปยอม! เอกสารต้องเป๊ะนะพ่อคุณ เดี๋ยวจะอดได้ค่าทำแผลเอา

รถพรบขาดเกิดอุบัติเหตุเบิกได้ไหม?

พ.ร.บ. ขาด เบิกไม่ได้.

ไม่มีความคุ้มครอง จ่ายเองทั้งหมด. ถนนไม่ได้ใจดีกับทุกคน ความรับผิดชอบไม่ใช่ทางเลือก.

สิ่งที่ต้องเผชิญเมื่อไม่มี พ.ร.บ.

  • ค่ารักษาพยาบาลตัวเอง: จ่ายเต็มจำนวน ไม่มีใครช่วย.
  • ค่าเสียหายคู่กรณี: คุณรับผิดชอบทั้งหมด ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน กองทุนผู้ประสบภัยจากรถจะสำรองจ่ายให้คู่กรณีของคุณก่อน แล้วมาไล่เบี้ยเรียกเก็บจากคุณทีหลัง พร้อมดอกเบี้ย.
  • ค่าปรับตามกฎหมาย: การใช้รถที่ไม่มี พ.ร.บ. มีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท. เป็นคนละส่วนกับค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ.
  • สรุปคือ: คุณเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และอาจเสียอนาคต.

พรบ.อุบัติเหตุใช้ได้กี่ครั้ง?

โห เรื่องนี้เพิ่งเจอกับตัวมาสดๆ ร้อนๆ เลย ปลายเดือนที่แล้วนี่เอง ขับรถอยู่แถวลาดพร้าว กำลังจะเลี้ยวเข้าออฟฟิศ สายตาดันเหลือบไปเห็นป้ายวงกลมที่กระจก... ชิบแล้ววว หมดอายุอาทิตย์หน้า! ใจหายแวบเลย

คือมันต้องต่อทุกปีจริงๆ นะ พ.ร.บ. นี่เป็นประกันภาคบังคับ อายุแค่ 1 ปี เท่านั้นเอง ไม่มีข้อยกเว้นเลย วันนั้นเลยต้องรีบเคลียร์งานแล้วบึ่งรถไปที่ขนส่งจตุจักรตอนบ่ายสาม โห คนอย่างเยอะ เกือบไม่ทัน

ถ้าปล่อยให้ขาดไปแล้วซวยเกิดอุบัติเหตุขึ้นมานะ เรื่องใหญ่เลยนะ ไม่มีใครคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเราเลยแม้แต่บาทเดียว ต้องควักจ่ายเองทั้งหมด นี่คือความจริงที่น่ากลัวมาก ในเอกสารที่ได้มาใหม่ก็เขียนตัวเท่าบ้านเลยว่าคุ้มครองปีต่อปีเท่านั้น

  • พ.ร.บ. เคลมได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี ตราบใดที่วงเงินรวมยังไม่เกินที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
  • วงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น ไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด คือ 30,000 บาทต่อคน
  • กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง วงเงินคุ้มครองสูงสุดคือ 500,000 บาทต่อคน
  • ความคุ้มครองนี้สำหรับ "คน" เท่านั้นนะ ไม่รวมค่าซ่อมรถเราหรือรถคู่กรณีเลยซักบาทเดียว
  • ถ้าไม่มี พ.ร.บ. แล้วโดนตำรวจเรียกตรวจเจอ โดนปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทเลยนะ

ประกันอุบัติเหตุเบิก พรบ.ได้ไหม?

เบิกได้สิพ่อคุณ! แต่ช้าก่อนนนนน อย่าเพิ่งใจร้อนไปล้วงเอาประกันอุบัติเหตุส่วนตัวมาโชว์พาวเวอร์

คิดซะว่า พ.ร.บ. คือหน่วยกล้าตายด่านแรก พอรถชนกันโครมครามเมื่อไหร่ ต้องส่งไอ้เจ้านี่ออกไปรับหน้าก่อนเสมอ พ.ร.บ. คือประกันภาคบังคับ ที่รถทุกคันต้องมีติดตัวไว้เหมือนยันต์กันผีตำรวจ มันสนแค่คนเจ็บคนตายเท่านั้นเด้ออออ ส่วนรถจะยับเป็นปลากระป๋องนั่นอีกเรื่องนึง

ฉะนั้นกฎเหล็กคือ พอโครมปุ๊บ! ต้องไปเบิกจาก พ.ร.บ. ให้สุดลิ่มทิ่มประตูก่อน ส่วนที่เหลือที่ พ.ร.บ. จ่ายไม่ไหว หรือไอ้ส่วนที่มันไม่คุ้มครองน่ะ ค่อยเอาประกันอุบัติเหตุส่วนตัวของเราไปโปะทับอีกทีเหมือนท็อปปิ้งไอติม

สรุปคือ พ.ร.บ. จ่ายก่อน ประกันส่วนตัวค่อยตามมาเก็บตก จบข่าว!

ทีนี้มาดูว่าไอ้หน่วยกล้าตายด่านแรกมันจ่ายอะไรให้เราได้บ้าง

  • เจ็บปุ๊บ จ่ายปั๊บ (ไม่ต้องรอว่าใครถูกผิด)

    • ค่ารักษาพยาบาล: จ่ายตามจริง แต่เพดานสูงสุดคือ 30,000 บาท
    • ถ้าถึงขั้นเสียอวัยวะ หรือตาย: ได้รับ 35,000 บาท
  • พอรู้ตัวคนผิดแล้ว (กรณีเราเป็นฝ่ายถูกนะจ๊ะ)

    • ค่ารักษาพยาบาล: อัปเกรดให้เลย เบิกได้สูงสุด 80,000 บาท
    • เสียชีวิต หรือพิการจนสิ้นเนื้อประดาตัว: รับไปเลย 500,000 บาท ต่อคน
    • นอนโรงบาลเป็นคุณนาย/คุณชาย: มีค่าชดเชยรายวันให้วันละ 200 บาท (แต่ให้แค่ 20 วันนะ ไม่ใช่ให้นอนยาวเป็นเดือนๆ)