ทำไมปลาแช่แข็งฟื้นได้
ปลาแช่แข็งฟื้นชีพได้อย่างไร? ไขข้อข้องใจ ทำไมปลาแช่แข็งถึงฟื้นคืนชีพได้? ค้นหาคำตอบ
คือแบบนี้ ตอนเด็กๆ ประมาณ ปลายปี 2548 ที่บ้านยายที่เชียงใหม่ จำได้แม่นเลย ยายซื้อปลาทับทิมแช่แข็งมาจากตลาดนัด แพคละ 50 บาท ตอนนั้นยายแกจะเอาไปต้มใส่แกง แต่แกไปลืมมันไว้ในช่องฟรีซ นานมาก แบบหลายอาทิตย์แน่ะ! หลังจากนั้น ยายแกก็เอาออกมา ละลายน้ำแข็ง แล้วก็ปรากฏว่า ปลาตัวนั้นยังไม่เน่า แถมดูสดใช้ได้เลย! ยายแกก็เลยเอาไปทำแกง กินกันปกติ อร่อยด้วย ตอนนั้น งงมาก ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น
เรื่องนี้ แม่เคยบอกว่า เพราะปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น มันปรับตัวได้ดีกว่าสัตว์เลือดอุ่น พวกโปรตีนในเลือดมัน ช่วยต้านการแข็งตัวได้ไง เคยอ่านเจอในหนังสือเก่าๆ ของคุณยาย แต่จำชื่อไม่ได้แล้ว แต่ก็มี ไกลโคโปรตีน อะไรสักอย่างนี่แหละ ช่วยเรื่องนี้ มั้งนะ จำไม่ค่อยได้ แล้วก็ยังงงๆ อยู่ดี ว่าทำไมปลาถึงไม่เน่า มันไม่เหมือนไก่ หรือเนื้อหมูเลย ถ้าแช่แข็งนานๆ ก็เสียหมด แปลกดี
สงสัยต้องลองค้นข้อมูลเพิ่มเติม ดู อาจจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ แต่ประสบการณ์ตรง ที่บ้านยาย บอกเลยว่า ปลาแช่แข็งฟื้นคืนชีพได้จริง! แค่ไม่รู้ว่า มันฟื้นยังไง เพราะมันไม่ได้มีชีวิตขึ้นมา จริงๆนะ แค่ยังไม่เน่าเสีย เท่านั้นเอง
เนื้อปลาแช่แข็งมีประโยชน์ไหม
อืม... นอนไม่หลับอีกแล้วสินะ คิดเรื่องเนื้อแช่แข็งอยู่เนี่ย คือแบบ... มันก็โอเคนะ
ประโยชน์ก็มีแหละ สะดวกดี เก็บได้นาน ไม่ต้องไปตลาดบ่อยๆ แต่ก็แอบกังวลนิดๆ กลัวมันจะเสียคุณค่าทางโภชนาการไปบ้าง
ปีนี้ก็ยังกินอยู่ พวกปลาแซลมอนแช่แข็งน่ะ ซื้อจากโลตัสสาขาใกล้บ้าน สะดวกดีจริงๆ แต่ก็คิดอยู่นะว่า วิตามินบางตัวมันคงลดลงไปบ้างหลังแช่แข็ง
- โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต ก็ยังมีอยู่ครบ
- วิตามินอาจลดลงเล็กน้อย ขึ้นกับวิธีการแช่แข็งด้วยมั้ง
- แต่ที่แน่ๆ เชื้อโรคน้อยกว่าเนื้อสดแน่นอน อันนี้มั่นใจ
เรื่องความคุ้มค่า ก็... พอๆกันแหละ ถ้าเทียบกับเนื้อสด ราคาอาจแพงกว่านิดหน่อย แต่ก็แลกกับความสะดวก และความปลอดภัย จากเชื้อโรค ก็เลยยังเลือกกินอยู่
คือ... ก็ยังลังเลอยู่ดีนะ บางที ก็อยากกินของสดๆ มากกว่า แต่ก็ขี้เกียจออกไปซื้อบ่อยๆ นี่แหละ ปัญหาชีวิต กลางดึกอีกแล้ว...
ปลาแช่แข็ง ใส่สารอะไร?
ปลาแช่แข็ง… ใส่สารอะไรนะ
มันก็… สารพวกฟอสเฟต ใช่ไหม เขาใส่กันเยอะนะ เพื่อให้เนื้อ มันดูดี ไม่เละ
- ฟอสเฟต: ช่วยให้ปลาคงรูป ดูสด ไม่เสียน้ำมากเวลาละลาย
- คนทั่วไป: กินได้ ไม่มีปัญหาอะไรหรอก
- คนเป็นโรคไต: อันนี้ต้องระวังมากๆ ฟอสเฟตเยอะไป ไตทำงานหนัก
แต่ก่อน… ฉันเคยซื้อปลาแช่แข็งให้แม่กินบ่อยๆ เลยนะ ไม่เคยรู้เลยว่ามันมีอะไรพวกนี้… แม่เป็นโรคไตด้วยสิ… แย่จัง
- ผลิตภัณฑ์นม: ชีส นม โยเกิร์ต
- เครื่องในสัตว์: ตับ ไต หัวใจ
- ถั่ว: ถั่วลิสง อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์
- ไข่แดง: ส่วนสีเหลืองของไข่
- กาแฟ: เครื่องดื่มยอดนิยม
- กุ้งแห้ง: ของทะเลตากแห้ง
- อาหารทะเลแช่แข็ง: ปลา กุ้ง หอย
ตอนนี้… ไม่รู้แม่จะเป็นยังไงบ้าง… ไม่ได้คุยกันนานแล้ว…
สำคัญ: สารประกอบฟอสเฟตในอาหารทะเลแช่แข็งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคไต
สำคัญ: ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อขอคำแนะนำด้านอาหารที่เหมาะสม
อาหารแช่ช่องฟรีซ อันตรายไหม?
อาหารแช่ฟรีซ...อันตรายเหรอ? อืม... ไม่น่านะ ถ้าทำถูกวิธี
- อันตราย: ไม่ใช่ตัวฟรีซเองอะ ส่วนใหญ่คือวิธีเก็บ ละลายมากกว่ามั้ง?
- ละลาย: เนี่ย! ละลายแบบวางทิ้งไว้ข้างนอก อันนี้ตัวดี แบคทีเรียชอบบบบ
- ปรุงสำเร็จ: (โซเดียมมมมมมมมมม)เยอะเกิ๊น บางทีก็กลัวพวกสารกันบูดด้วย
- กินบ่อย: ก็ไม่ดีมั้ง? กินผักสดๆ หมูกระทะ อะไรงี้บ้างดีกว่า
สรุป: กินได้แหละ แต่ อย่า เยอะ โอเค๊?
(ปล. เคยเจอเนื้อแช่แข็งในตู้เย็นแม่ สีแบบ...เขียวๆม่วงๆ ...อันนั้นทิ้งเหอะ! อย่าเสียดาย!!)
เนื้อสัตว์อยู่ในช่องฟรีซได้กี่วัน?
โอ๊ย! ถามเรื่องเนื้อนี่ของโปรดเลยนะพี่น้อง! ถ้าแช่ช่องธรรมดาแบบว่ากินพรุ่งนี้มะรืนนี้ก็ 3-5 วันพอไหว แต่ถ้าจะเก็บนานๆ ข้ามปีข้ามชาติ ต้องจับยัดช่องฟรีซโลด!
- ช่องแช่เย็นธรรมดา: อย่างที่บอก 3-5 วันก็เริ่มเหี่ยวแล้วนะจ๊ะ อุณหภูมิแถวๆ 0-8 องศาเซลเซียส อ่ะนะ
- ช่องฟรีซ (แช่แข็ง): อันนี้แหละตัวจริง! เก็บได้นานลืม! 4 เดือนยันปีนึงนู่น! อุณหภูมิต้องต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียส นะเออ
เรื่องจริงยิ่งกว่าละคร: ไอ้เรื่องเก็บเนื้อเนี่ย สำคัญนะเว้ย! เคยมีคนรู้จักผมคนนึง เก็บเนื้อไว้นานเกิน จนเนื้อกลายเป็นสีเขียว! โอ้แม่เจ้า! เข็ดไปจนวันตาย
ข้อควรระวัง (แบบบ้านๆ):
- อย่าแช่เนื้อซ้ำ: เอาออกมาละลายแล้ว ต้องทำกินให้หมด อย่าเอาไปแช่แข็งใหม่นะพี่น้อง เชื้อโรคบานตะไคร้!
- ห่อให้ดี: เอาถุงพลาสติกห่อให้มิดชิด อย่าให้โดนลม ช่องฟรีซมันดูดความชื้น!
เพิ่มเติม: อุณหภูมิตู้เย็นแต่ละบ้านไม่เท่ากันนะจ๊ะ บางบ้านเย็นเจี๊ยบ บางบ้านเย็นแบบพอถูๆ ไถๆ ลองสังเกตตู้เย็นตัวเองด้วยนะเออ! เดี๋ยวเนื้อเน่าไม่รู้ตัว
สรุป: ถามว่าเก็บได้กี่วัน? ตอบแบบกำปั้นทุบดินก็คือ "แล้วแต่บุญแต่กรรม!" แต่ถ้าทำตามที่บอกข้างบน รับรองว่าเนื้อไม่เน่าก่อนกินแน่นอน! สาธุ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต