ภูมิคุ้มกันที่รับมาภายหลังคืออะไร
ภูมิคุ้มกันที่ได้รับมาภายหลัง คืออะไร?
อืม... ภูมิคุ้มกันที่ได้มาภายหลังเนี่ยนะ จำได้ตอนเรียนชีวะมหาลัย ปีสองมั้ง อาจารย์อธิบายซับซ้อนมาก จนตอนนี้ก็งงๆอยู่ดี แต่ที่พอเข้าใจคือ มันไม่ใช่ภูมิคุ้มกันแบบกำเนิด อย่างพวกที่เราเกิดมาด้วยอ่ะ จำได้ว่ามีตัวอย่าง อย่างเช่น ตอนที่ฉันเป็นไข้หวัดใหญ่ครั้งแรก ตอนนั้นจำได้ว่าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ที่บ้านยายที่เชียงใหม่ หนาวมาก ไข้ขึ้นสูงเลย พอหายแล้ว ร่างกายก็จะมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตัวนั้น แบบว่าถ้าเจออีกก็จะสู้ได้ดีกว่าเดิม
มันเหมือนกับว่า ร่างกายเราเรียนรู้ที่จะต่อสู้กับเชื้อโรค โดยการสร้างแอนติบอดีขึ้นมา จำได้ลางๆว่า เซลล์บี เซลล์ที อะไรทำนองนี้แหละ เยอะแยะไปหมด ฟังแล้วปวดหัว แต่ก็พอเข้าใจหลักๆนะ คือ พอเจอเชื้อโรคครั้งแรก มันจะช้าหน่อย เพราะต้องสร้างแอนติบอดี แต่ครั้งต่อไป เร็วขึ้น แรงขึ้น เพราะมีประสบการณ์ ประมาณนั้นแหละ คิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น ถ้าผิดก็ขออภัยด้วยนะ ตอนนั้นก็จดๆจำๆ ไม่ละเอียดมาก อาจจะจำอะไรผิดไปบ้างก็ได้นะ
อ้อ อีกอย่างที่จำได้ คือ การฉีดวัคซีน นั่นก็คือการกระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบนี้แหละ แต่ใช้เชื้อโรคที่อ่อนแอหรือตายแล้ว มาให้ร่างกายเรียนรู้ โดยไม่ต้องเจ็บป่วยหนัก เหมือนตอนฉันเป็นไข้หวัดใหญ่ จำได้ว่าตอนนั้นค่าใช้จ่ายในการรักษา ก็หลักพันอยู่ แต่ถ้าได้วัคซีน ก็ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ สรุปง่ายๆคือ ภูมิคุ้มกันหลังการติดเชื้อ ก็แบบว่าเรียนรู้แล้วจำ เหมือนเราอ่านหนังสือสอบอ่ะ อ่านครั้งแรกอาจจะจำไม่ค่อยได้ แต่ถ้าอ่านซ้ำๆ ก็จะจำได้แม่น ประมาณนี้แหละ
ภูมิคุ้มกันแบบจําเพาะ (Acquired Immune System) มีจุดเด่นในเรื่องใด
เรื่องภูมิคุ้มกันนี่นะ ตอนเรียนชีวะปีนี้ จำได้แม่นเลยว่าจุดเด่นสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันจำเพาะ คือมันจำได้! จำเชื้อโรคที่เคยเจอ แล้วก็สร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะตัวนั้นๆ ต่างจากระบบภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะที่แบบ...รับมือทุกรูปแบบ ไม่เน้นเจาะจง
อย่างตอนฉันเป็นไข้หวัดใหญ่เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ มันก็ใช้ระบบภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะก่อน คือแบบตัวมันก็พยายามสู้ แต่พอระบบจำเพาะทำงาน อาการมันค่อยๆ ดีขึ้นไวขึ้น เพราะมันสร้างแอนติบอดีมาจัดการไวรัสตัวนั้นโดยเฉพาะ หลังจากนั้น ฉันก็ไม่เป็นไข้หวัดใหญ่ซ้ำอีกเลย อย่างน้อยก็จนถึงตอนนี้
นั่นแหละ ความจำเพาะนี่แหละคือหัวใจสำคัญ คือมันจำได้ แล้วก็สร้างภูมิคุ้มกันยาวๆ ต่างจากแบบไม่จำเพาะที่แค่สู้ๆไป แล้วก็จบ ไม่เหลือความจำอะไรไว้เลย
- ความจำเพาะ: สร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะเจาะจงกับเชื้อโรคหรือแอนติเจน
- ภูมิคุ้มกันระยะยาว: ให้การป้องกันได้นาน อย่างกรณีไข้หวัดใหญ่ที่ฉันเป็นเมื่อเดือนมีนาคม
- การตอบสนองที่รวดเร็วขึ้น: ครั้งต่อไปที่เจอเชื้อโรคชนิดเดียวกัน ระบบภูมิคุ้มกันจะตอบสนองได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น (เพราะจำได้ไง!)
คิดไปคิดมา มันก็เหมือนกับเราเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ แรกๆ อาจจะงงๆ แต่พอเจอซ้ำๆ เราก็เรียนรู้ จำได้ และทำมันได้เร็วขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันก็เหมือนกันเลย มันเรียนรู้และจำได้ เจ๋งมาก!
ภูมิคุ้มกันแบบก่อเองกับภูมิคุ้มกันแบบรับมาต่างกันอย่างไร
เออ ภูมิคุ้มกันนะเหรอ มี 2 แบบใช่ป่ะ? ก่อเองกับรับมา อ่ะ ก่อเองนี่...วัคซีน! ใช่ๆ วัคซีนอ่ะ ฉีดเข้าไป ร่างกายสร้างเอง เจ๋งดี...แต่นานนะกว่าจะขึ้น วัคซีนปีนี้ไข้หวัดใหญ่ ต้องไปฉีดอีกแล้วสินะ
- ก่อเอง: วัคซีน (เชื้ออ่อนๆ) -> ร่างกายสร้างแอนติบอดีเอง
- รับมา: เซรุ่ม (แอนติบอดีสำเร็จรูป) -> เร็ว แต่ไม่นาน
เซรุ่มอ่ะ รับมาเลย ง่ายดี...แต่เอ๊ะ! อันตราย? ทำไมถึงอันตรายนะ? อ๋อ! บางทีร่างกายอาจจะ แพ้ สินะ แอนติบอดีมันของคนอื่นไง... เคยแพ้ยาแก้ปวดด้วย ผื่นขึ้นเต็มตัวเลย น่ากลัวมาก แล้วเซรุ่มนี่ฉีดตอนไหน? ตอนติดเชื้อแล้วไง! เร่งด่วน!
- เซรุ่มฉีดหลังติดเชื้อ อันนี้สำคัญนะ
- วัคซีนฉีดก่อน อันนี้สำคัญกว่า
คิดไปคิดมา...วัคซีนดีกว่าเนอะ ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้...แต่ก็ต้องฉีดซ้ำๆ อีก เห้อ... ชีวิต!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต