Post operative Care มีอะไรบ้าง

72 ครั้งเข้าชม
การดูแลหลังผ่าตัด: ระยะ: เริ่มตั้งแต่ผ่าตัดเสร็จสิ้นจนถึงออกจากโรงพยาบาล เตรียมตัวก่อนผ่า: เอกสาร: เซ็นยินยอมการผ่าตัด ร่างกาย: ซักประวัติ, ตรวจร่างกาย, ตรวจแล็บ, EKG, CXR
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การดูแลหลังผ่าตัดมีอะไรบ้าง? แนวทางปฏิบัติและข้อควรระวังหลังการผ่าตัดที่ควรรู้?

การดูแลหลังผ่าตัดมีอะไรบ้าง? แนวทางปฏิบัติและข้อควรระวังหลังการผ่าตัดที่ควรรู้?

เอ่อ...จำได้เลยว่าตอนผ่าตัดไส้ติ่ง ตอนนั้นน่าจะซัก...ปี 2010 มั้ง? (นานเกิ๊น) พยาบาลนี่คือดุมาก! สั่งห้ามกินอะไรเลย นอกจากน้ำเปล่าใสๆ นี่แหละ ที่โรงพยาบาล...อะไรนะ? ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์มั้ง ถ้าจำไม่ผิดนะ

แล้วคือเจ็บแผลมากกกก ขยับตัวทีนี่ร้องโอ๊ย! พยาบาลก็จะมาบอกว่า "อย่าขยับเยอะค่ะ เดี๋ยวแผลปริ" โอ้โห...ชีวิต

3. ระยะหลังผ่าตัด (post-operative care) เป็นระยะตั้งแต่สิ้นสุดการผ่าตัดจนสิ้นสุดการรักษาหรือจำหน่ายกลับบ้าน

ก็...จริง! คือตั้งแต่เข็นออกมาจากห้องผ่าตัดนั่นแหละ เริ่มต้นการดูแลหลังผ่าตัดละ

การเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด

1. เตรียมความพร้อมด้านเอกสาร การเซ็นยินยอมผ่าตัด

อันนี้สำคัญมากกกก เซ็นชื่อไปแบบเบลอๆ เพราะตอนนั้นคือกลัวไปหมดแล้ว!

2. การเตรียมด้านร่างกาย

1. การซักประวัติและตรวจร่างกาย

2. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

3. EKG

4. CXR

อันนี้...จำได้แค่ว่าโดนเจาะเลือดไปหลายหลอดมากกก แล้วก็มีแปะอะไรที่หน้าอกเต็มไปหมด น่าจะ EKG มั้ง? ไม่แน่ใจอ่ะ จำไม่ค่อยได้ละ ????

ทำไมต้องวัดV/S หลังผ่าตัด

ท้องฟ้าสีเทาหลังฝนพรำ...

ทำไมต้องวัด V/S หลังผ่าตัด? มันคือ... ชีวิตไง!

  • ชีพจร บอกความถี่ของหัวใจ เต้นแรง เต้นเบา เร็วไป ช้าไป ... ชีวิตอยู่ที่จังหวะ

  • ความดัน เลือดสูบฉีด เลี้ยงทุกอณู ... เส้นเลือดเต้นระรัว

  • หายใจ เข้า ออก แลกเปลี่ยน ... อากาศคือชีวิต

  • อุณหภูมิ ร้อน หนาว สมดุล ... ร่างกายต้องไม่รวน

  • ความรู้สึกตัว หลับ ตื่น ตอบสนอง ... มีสติหรือไม่

วัด V/S หลังผ่าตัดก็เหมือนฟังเสียงกระซิบของร่างกาย สำคัญมากๆ เลยนะ เพื่อดูว่าทุกอย่างโอเค ร่างกายฟื้นตัวดีไหม หรือมีอะไรผิดปกติที่ต้องรีบแก้ไข

หลังผ่าตัด ร่างกายมันเปราะบางมากอะ การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็ส่งผลได้ วัด V/S มันคือการ เฝ้าระวัง ไม่ให้เกิดเรื่องร้ายๆ

การพยาบาลหลังผ่าตัดมีอะไรบ้าง

พยาบาลหลังผ่าตัดเหรอ? โอ๊ย สารพัด! เหมือนเลี้ยงเด็กอ่อน เวอร์ชั่นอัพเกรด เพราะเด็กอ่อนยังร้องไห้เป็นภาษาคน อันนี้บางทีก็ไม่รู้จะสื่ออะไร ????

  • แผล: ห้ามเปิดเอง! รอหมอนัดก่อน อย่าซ่า! ถ้าพลาสเตอร์หลุด ก็ตัวใครตัวมัน...เอ้ย! ไปหาหมอด่วน ๆ ที่ไหนก็ได้ใกล้บ้าน (แต่ถ้าเป็นคลินิกเสริมความงามแถวบ้าน อย่าเสี่ยง!)
  • น้ำ: ศัตรูตัวฉกาจ! แผลโดนน้ำ = งานเข้า! เหมือนกรอกน้ำใส่ Gremlin อ่ะ เข้าใจยัง?
  • เพิ่มเติมแบบเจ็บ ๆ คัน ๆ:
    • กินยาตามหมอสั่ง! ไม่ใช่กินตามใจฉัน อยากหายไวไม่ใช่หายนะ!
    • อย่าเกาแผล! คันก็ทนเอา! นึกถึงหนังผีที่เกาแล้วเป็นหนอง...สยอง!
    • กินโปรตีนเยอะ ๆ ช่วยสมานแผล! (แต่ไม่ต้องกินเนื้อย่างทุกวัน เดี๋ยวไขมันขึ้น หมอไม่ปลื้ม!)
    • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น บวม แดง ร้อน ปวด...รีบไปหาหมอ! ไม่ต้องรอให้แผลเน่า!
    • อย่าเพิ่งยกของหนัก! เดี๋ยวไส้ทะลัก...ล้อเล่น! แต่ระวังแผลปริก็แล้วกัน!
    • พักผ่อนเยอะ ๆ ! นอนให้เต็มอิ่ม! ไม่ใช่ไถ TikTok ทั้งวันทั้งคืน!
    • ทำใจให้สบาย! อย่าเครียด! เครียดแล้วแผลหายช้า! หาอะไรฮา ๆ ดูบ้าง! (แต่ไม่ใช่คลิปผ่าตัดนะ!)

อ่ะ! แถมให้อีกนิด (เห็นว่าถามมาดี) การดูแลแผลเหมือนเลี้ยงลูก ต้องประคบประหงม ไม่งั้น...ซวย! ????

Pre op มีอะไรบ้าง

Pre-op เหรอ... อ๋อ ไอ้ช่วง "ก่อนจะโดนเชือด" สินะ (ล้อเล่นน่า!). มันก็คือการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนขึ้นเขียง เอ้ย! ขึ้นเตียงผ่าตัดนั่นแหละครับท่าน

  • ซักประวัติ: หมอจะถามยิบ ถามย่อย เหมือนตำรวจสอบผู้ร้าย ถามตั้งแต่ชาติที่แล้ว (เกี่ยวไหม?) ไปจนถึงยาที่กินล่าสุด คืออย่าโกหกนะ เดี๋ยวหมอจัดยาผิด ชีวิตเปลี่ยน!
  • ตรวจร่างกาย: หมอก็จะจับๆ คลำๆ ฟังปอด ฟังหัวใจ (หวังว่าหมอจะไม่เผลอจีบเรานะ) เช็คความดัน ดูว่าเรา "พร้อมรบ" แค่ไหน
  • ตรวจแล็บ: อันนี้แหละตัวดี เจาะเลือด เจาะฉี่ สารพัดเจาะ! เพื่อดูว่าร่างกายเรามีอะไร "ซ่อนแอบ" อยู่บ้าง เช่น น้ำตาลสูง ไขมันเกิน หรือมีเชื้อโรคแฝง
  • ตรวจพิเศษ: ถ้าเคสยากๆ อาจจะต้องมีการ X-Ray, EKG หรืออะไรที่มัน "ล้ำ" กว่านั้น เพื่อให้หมอเห็นภาพรวมชัดเจน

สรุป: Pre-op คือการ "เตรียมความพร้อม" ทุกด้าน เพื่อให้การผ่าตัดราบรื่น และลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด (เหมือนเตรียมตัวสอบอะ อ่านเยอะๆ ยังไงก็ดีกว่า!)

เกร็ดความรู้ (แบบขำๆ แต่จริง):

  • อย่ากินอะไรก่อนผ่าตัด (หมอบอก) แต่ถ้าหิวมาก แอบกินลูกอมเม็ดนึง หมอคงไม่ว่าหรอกมั้ง (อย่าบอกใครนะ!)
  • บอกหมอทุกอย่างที่กิน แม้กระทั่งสมุนไพรแปลกๆ ที่กินแก้ปวดเมื่อย เพราะมันอาจมีผลต่อยาชา ยาสลบ
  • เตรียมใจให้พร้อม อันนี้สำคัญสุด! คิดซะว่าเป็นการ "รีเซ็ต" ชีวิตใหม่ หลังผ่าตัดเราจะไฉไลกว่าเดิม (มั้งนะ!)
  • อย่าลืมถามหมอเรื่องค่าใช้จ่าย! เดี๋ยวผ่าตัดเสร็จมาเจอ "บิล" แล้วจะช็อคยิ่งกว่าตอนโดนมีดหมอ!

คำเตือน: ข้อมูลนี้เป็นเพียง "ไกด์ไลน์" เท่านั้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตัวท่านเองนะครับ! (ด้วยความหวังดี... แกมตลก!)

ทำไมต้องวัดสัญญาณชีพหลังผ่าตัด

เอ่อ หลังผ่าตัดอะ ต้องวัดชีพจร วัดความดัน เพราะว่า หมอเค้าอยากเช็คว่า ร่างกายเรามันโอเคไหมอะ

คือมันเหมือนแบบ ดูว่าทุกอย่างมันทำงานปกติป่าวอะ หลังผ่าตัดอะเนอะ ร่างกายมันอาจจะช็อค หรือมีอะไรผิดปกติก็ได้ไง

  • เช็ค การทำงานของ หัวใจ ปอด ไรพวกเนี้ย
  • ดู ว่ามีเลือดออกข้างในไหม อะไรแบบนี้
  • ติดตาม ผลของการผ่าตัด ว่ามันดีขึ้น หรือแย่ลง

หมอเค้าจะวัด ความดัน ชีพจร อุณหภูมิ แล้วก็ อัตราการหายใจ อะไรพวกเนี้ยแหละ ถ้ามันผิดปกติ เค้าจะได้รีบแก้ไง ป้องกันไม่ให้มันแย่ลงไปอีก

อ่อ แล้วก็ๆๆๆ บางทีหลังผ่าตัดอะ เค้าจะให้ยาแก้ปวด หรือยาอะไรพวกนี้ใช่ปะ การวัดชีพจรก็ช่วยดูได้นะ ว่าเราแพ้ยา หรือยา มันมีผลข้างเคียงอะไรกับเรารึเปล่าอะ อันนี้สำคัญนะ

วัด V/S หลังผ่าตัดกี่ครั้ง

แม่งเอ๊ย เลือดมันเรื่องใหญ่ เข้าใจ?

  1. ก่อนให้เลือด: ดูอาการตลอด ถ้าไม่ไหวค่อยให้ถี่

    • 10 นาที/ครั้ง: ถ้าแม่งวิกฤต
    • 30 นาที/2 ครั้ง: ยังพอไหว
    • 1 ชม.: ถ้าอาการทรงๆ แต่ไม่เกิน 4 ชม.
  2. หลังผ่าตัด: ขึ้นอยู่กับอาการ

    • 15 นาที/4 ครั้ง: ถ้าเลือดออกเยอะ
    • 30 นาที/2 ครั้ง: ถ้ายังซึมๆ
    • 1 ชม.: ถ้าปกติ แต่เช็คทุก 4 ชม.
  3. ติดเชื้อ: ช็อคแดกแน่

    • ชีพจรเบา
    • ความดันตก
    • ซึม
    • เหงื่อเย็น
  4. ไข้เลือดออก: Pulse pressure แคบ ช็อคตามมา

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • Pulse pressure (PP): ค่าความแตกต่างระหว่างความดันซิสโตลิก (ตัวบน) และความดันไดแอสโตลิก (ตัวล่าง)
  • PP แคบ: ภาวะที่ความดันซิสโตลิกและความดันไดแอสโตลิกใกล้เคียงกันมาก บ่งบอกถึงภาวะช็อคหรือการสูญเสียเลือด
  • BP drop: ความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็ว
  • เฝ้าระวังภาวะช็อค: สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการช็อคต้องรีบแก้ไขทันที

จำไว้ อย่าประมาท

ทำไมต้องนอนราบหลังผ่าตัด

โอ๊ย! ใครมันบอกแกให้นั่งหลังผ่าตัดวะเนี่ย?! แกรู้มั้ยว่าแผลผ่าตัดเนี่ยเหมือนเด็กน้อย ต้องประคบประหงม นอนราบไปเลยจ้ะพี่น้อง! เลือดลมมันจะได้สูบฉีดดีๆ ไม่ใช่ว่าไปกองอยู่แต่ตรงแผล!

  • แผลบอบบาง: แผลผ่าตัดมันเหมือนใจคน...บอบบาง! ถ้านอนตะแคง แผลมันจะปริเอาได้!
  • เลือดลมเดินสะดวก: นอนราบๆ เลือดลมมันจะได้ไหลเวียนดี เหมือนน้ำในคลองที่ขุดลอกใหม่ๆ
  • เสริมหน้าอกต้องระวังเป็นพิเศษ: ถ้าไปทำนมมานะ ยิ่งต้องนอนหงาย! ไม่งั้นนมใหม่แกเบี้ยวไม่รู้ด้วยนะเออ! เหมือนใส่ซิลิโคนผิดเบอร์นั่นแหละ!

โอยยยย! นี่พูดจริงๆ นะ ไม่ได้โม้! ไอ้พวกที่บอกให้นั่งๆ นอนๆ หลังผ่าตัดเนี่ย สงสัยจะอยากให้แผลแกติดเชื้อ! ให้มันรู้ไปว่าใครใหญ่!

ป.ล. นี่ไม่ได้ขู่! แต่เคยเห็นคนแถวบ้าน นอนผิดท่าหลังผ่าตัด แผลอักเสบต้องกลับไปให้หมอเย็บใหม่! งานเข้าเลยทีนี้!

Step Diet มีอะไรบ้าง

Step Diet หรอ อ๋ออ ที่เค้าให้กินตามสเต็ปอะนะ

  • เริ่มจากน้ำใสๆ: พวกน้ำซุปใส น้ำข้าวใสอะไรงี้ กินทีละนิดๆ ก่อนเลย
  • อาหารเหลว: ก็พวกโจ๊กเหลวๆ ข้าวต้มเหลวๆ ไรงี้ ให้ร่างกายปรับตัวก่อน
  • อาหารอ่อน: อันนี้ก็ขยับมาหน่อย เป็นพวกข้าวต้มเละๆ ปลานึ่ง เนื้อไก่บดๆ อะไรงี้
  • อาหารธรรมดา: สุดท้ายก็กินปกติ แต่เน้นว่า ต้องย่อยง่าย นะ ไม่ใช่แบบกินส้มตำปลาร้าจัดเต็มเลย อันนั้นไม่ไหวแน่

สำคัญมาก: พยาบาลเค้าจะคอยดูว่าเรากินได้แค่ไหน มีปัญหาอะไรมั้ย แล้วก็จดๆ บันทึกๆ ไปเรื่อยๆ ต้องบอกเค้าด้วยนะว่าปวดท้อง อึดอัด อะไรแบบนี้ จะได้ปรับอาหารให้เราได้

แถมๆ:

  • Step Diet เนี่ย ส่วนใหญ่เค้าให้คนที่เพิ่งผ่าตัด หรือมีปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหารกินนะ ไม่ใช่ว่าใครอยากผอมก็กินได้
  • ห้ามมั่วเองเด็ดขาด! ต้องทำตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด เข้าใจปะ
  • ถามพยาบาลเยอะๆ ดีแล้ว เค้ามีหน้าที่ดูแลเราอยู่แล้ว ไม่ต้องเกรงใจ

การพยาบาลก่อนผ่าตัดมีอะไรบ้าง

การพยาบาลก่อนผ่าตัดที่สำคัญ (ข้อมูลอิงตามแนวปฏิบัติปี 2567):

  • งดอาหารและน้ำ: หลังเที่ยงคืนก่อนผ่าตัด งดทุกอย่างทางปาก ลดความเสี่ยงสำลักอาหารระหว่างดมยา
  • สุขอนามัยส่วนบุคคล: อาบน้ำ สระผมให้สะอาดในวันผ่าตัด ตัดเล็บมือเล็บเท้าสั้นๆ ไม่ทาเล็บ ไม่แต่งหน้า เพื่อลดโอกาสติดเชื้อ (การตัดเล็บนี่สำคัญมาก)
  • การเตรียมผิวหนัง: ผู้ชายโกนหนวดเครา พยาบาลจะโกนขนบริเวณผ่าตัด (บางครั้งอาจใช้ครีมกำจัดขนแทนการโกน ขึ้นอยู่กับชนิดการผ่าตัด)
  • ช่องปาก: รักษาความสะอาดช่องปาก (บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่แพทย์สั่ง) ลดแบคทีเรียในช่องปาก
  • งดสิ่งเสพติด: งดสูบบุหรี่และเคี้ยวหมาก ลดความเสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจและหัวใจ

เพิ่มเติม:

  • ทำไมต้องงดน้ำงดอาหาร: เคยอ่านเจอว่าถ้ามีอาหารในกระเพาะตอนดมยา มันเสี่ยงที่อาหารจะไหลย้อนขึ้นมาเข้าปอดได้ น่ากลัวมาก
  • เรื่องเล็บ: การไม่ทาเล็บนี่สำคัญนะ เพราะสีทาเล็บมันอาจจะบังสีผิวจริง ทำให้หมอสังเกตอาการผิดปกติได้ยาก
  • การเตรียมใจ: นอกจากร่างกายแล้ว จิตใจก็สำคัญ อาจจะทำสมาธิ หรือหากิจกรรมที่ชอบเพื่อลดความกังวล (ความเครียดมีผลต่อการฟื้นตัวนะ)

ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาลเป็นหลัก เพราะแต่ละคนอาจมีข้อจำกัดหรือข้อควรระวังที่แตกต่างกัน

แผลผ่าตัดจำแนกได้กี่ประเภท

แผลผ่าตัด? แม่งก็มีแค่ 4 แบบ จำเป็นต้องรู้เยอะกว่านี้เหรอวะ

  • สะอาด: ผ่าตัดเนี๊ยบ ไม่มีใครอยากได้แผลแบบอื่น
  • สะอาดปนเปื้อน: เสี่ยงหน่อยๆ แต่ก็ยังไหว
  • ปนเปื้อน: เริ่มเละเทะ เตรียมตัวรับมือ
  • สกปรก: ชิบหายแล้ว ต้องรีบแก้

ยาแก้เชื้อ? หมอเค้าเลือกเอง กูไม่ใช่หมอ จะรู้ได้ไง

  • ประเภทแผล = ยาที่ใช้ มันง่ายแค่นั้น
  • แผลสะอาด = ยาอาจจะไม่จำเป็น
  • แผลสกปรก = ยาแรงๆ ไปเลย

เพิ่มเติม:

  • ปีนี้ (2024) สถานการณ์ก็ไม่ต่างจากเดิม: แผลยังคงแบ่งเป็น 4 ประเภทหลักเหมือนเดิม และการเลือกยาปฏิชีวนะก็ยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการปนเปื้อน
  • อย่าประมาท: แม้แต่แผลสะอาดก็ติดเชื้อได้ ถ้าดูแลไม่ดี
  • หมอเท่านั้น: อย่าซื้อยากินเอง ปรึกษาหมอก่อนเสมอ
  • ข้อมูลจาก: วงใน(กู) + ตำราเรียน(ขี้เกียจหาชื่อ)
  • เรื่องจริง: เคยเจอแผลผ่าตัดไส้ติ่งแตก สภาพอย่างซอมบี้
  • ความรู้เสริม: บางทีอาจต้องตัดเนื้อทิ้ง ถ้ามันเน่ามาก

แผลClean Woundมีอะไรบ้าง

แผลสะอาดคือ?

  • ผ่าตัดไร้เชื้อ. ไม่ผ่านทางเดินอาหาร/หายใจ/ปัสสาวะ/สืบพันธุ์. เย็บปิด.
  • ท่อระบาย? ถ้ามี ต้องแบบ Closed drainage. โอกาสติดเชื้อต่ำ
  • Surgical site infection (SSI) น้อย. ดูแลดี โอกาสรอดสูง.
  • Antibiotics? ไม่จำเป็นเสมอไป. ขึ้นกับดุลยพินิจแพทย์.
  • Skin prep สำคัญ. ลดเชื้อก่อนลงมีด.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

Closed drainage คือระบบปิด ลดโอกาสเชื้อจากภายนอกเข้าสู่แผล. Skin prep อาจใช้ Chlorhexidine หรือ Povidone-iodine. Surgical site infection (SSI) คือการติดเชื้อบริเวณที่ผ่าตัด. การดูแลแผลหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัด (เช่น การทำความสะอาดแผล การเปลี่ยนผ้าก๊อซ) ช่วยลดโอกาส SSI. Antibiotics ใช้เมื่อมีความเสี่ยงสูง เช่น ผ่าตัดนาน ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว. โอกาสติดเชื้อ

การผ่าตัดแบบ Open Surgery คืออะไร

ผ่าตัดแบบเปิดอะหรอ ก็คือผ่าตัดแบบที่เราคุ้นเคยอะแหละ คือหมอเค้าจะกรีดเปิดเข้าไปเลย กรีดเปิดหน้าท้อง หรืออะไรก็ว่าไป เพื่อให้มองเห็นข้างในชัดๆ แล้วก็ทำผ่าตัดได้เลย

ข้อดี คือมันเห็นชัดไง ทำอะไรก็ง่าย

ข้อเสีย คือแผลมันใหญ่อะดิ หายช้า เจ็บกว่า นอน รพ. นานกว่าด้วย คนแก่ๆ เค้าไม่ค่อยอยากผ่าตัดแบบนี้กันแล้วมั้ง เดี๋ยวนี้เค้ามีผ่าตัดแบบส่องกล้องกันเยอะแยะ

ทำไมต้องผ่าแบบเปิด?

  • บางทีมันซับซ้อนไง แบบว่าโรคมันเยอะ หรืออวัยวะมันติดกันมั่วไปหมด ผ่าตัดส่องกล้องมันทำยาก
  • บางทีเครื่องมือไม่พร้อมอะ แถวบ้านเราอะนะ หมอเก่งๆ ก็ไม่อยากเสี่ยง

เพิ่มเติม

  • จริงๆ แล้วนะ การผ่าตัดแบบเปิดเนี่ย มันก็มีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ นะ ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนเป็นยังไง ตอนนี้ก็ยังเป็นอย่างงั้น
  • หมอเค้าก็พยายามทำให้แผลมันเล็กลง เจ็บน้อยลงอยู่แล้วแหละ
  • แต่สุดท้ายแล้วอ่ะ หมอเค้าก็ต้องเลือกวิธีที่มันดีที่สุด ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนไข้อยู่ดี
  • แล้วแต่คน แล้วแต่หมอ แล้วแต่กรณีไป