โรคอะไรไม่ใช่โรคพันธุกรรม

0 ครั้งเข้าชม
โรคอะไรไม่ใช่โรคพันธุกรรม คือกลุ่มโรคที่มีสาเหตุหลักจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม เบาหวานชนิดที่ 2 มีความเสี่ยงลดลง 58% เมื่อมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด โรคมะเร็งสัดส่วน 90-95% มีรากฐานจากการสูบบุหรี่ สารพิษ และรังสี UV
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคอะไรไม่ใช่โรคพันธุกรรม: มะเร็ง 95% เกิดจากพฤติกรรม

โรคอะไรไม่ใช่โรคพันธุกรรม เป็นความรู้พื้นฐานที่ช่วยส่งเสริมการดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น การเลือกพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อร่างกายมากกว่ายีนที่ได้รับสืบทอดจากครอบครัว การทำความเข้าใจปัจจัยภายนอกช่วยป้องกันภาวะเจ็บป่วยรุนแรงและลดความกังวลเรื่องสายเลือด ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อสร้างเกราะป้องกันโรคและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

โรคอะไรไม่ใช่โรคพันธุกรรม: แยกแยะระหว่างโชคชะตาและพฤติกรรม

หลายคน mักกังวลเมื่อเห็นคนในครอบครัวล้มป่วยด้วยโรคเรื้อรังจนเกิดคำถามว่า โรคอะไรไม่ใช่โรคพันธุกรรม กันแน่ เพราะความเข้าใจผิดอาจนำไปสู่ความตระหนกที่เกินเหตุหรือในทางกลับกันคือความประมาทในการใช้ชีวิต โรคที่ไม่ใช่โรคพันธุกรรมมีอยู่มากมายและครอบคลุมถึงกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โรคติดเชื้อ และโรคที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีจุดร่วมสำคัญคือไม่ได้ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิดด้วยรหัสพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว

ความจริงที่น่าตกใจคือ โรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยสูงถึง 74% ของการเสียชีวิตทั้งหมดในแต่ละปี หรือประมาณ 400,000 คนต่อปี [1] ตัวเลขนี้สะท้อนว่าภัยเงียบส่วนใหญ่รอบตัวเราไม่ได้มาจากยีนที่พ่อแม่ให้มา แต่มาจากจานอาหารและเก้าอี้ทำงานของเราเอง พฤติกรรมการกิน การไม่ออกกำลังกาย และความเครียดสะสมคือต้นเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่รหัสพันธุกรรมที่แก้ไขไม่ได้

กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs): เมื่อพฤติกรรมร้ายแรงกว่าสายเลือด

กลุ่ม โรค NCDs คืออะไร นั้นเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดของคำถามที่ว่าโรคอะไรไม่ใช่พันธุกรรม แม้ว่าครอบครัวจะมีประวัติเป็นโรคเหล่านี้ แต่ปัจจัยทางพันธุกรรมมักเป็นเพียงตัวเพิ่มความเสี่ยง ไม่ใช่ตัวกำหนดว่าคุณต้องเป็นโรคนั้น 100% เสมอไป

เบาหวานชนิดที่ 2 และความดันโลหิตสูง

หากถามว่า เบาหวานเป็นกรรมพันธุ์ไหม ชนิดที่ 2 เป็นตัวอย่างที่คลาสสิกมาก ปัจจุบันพบว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวดสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ถึง 58% ในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูง[2] ตัวเลขนี้ยืนยันว่าถึงแม้คุณจะมีแนวโน้มทางพันธุกรรม แต่การเลือกอาหารและการขยับร่างกายมีอำนาจเหนือกว่ายีนอย่างเห็นได้ชัด

ผมเคยเชื่อว่าเบาหวานเป็นเรื่องของดวง เพราะป้าและน้าของผมเป็นกันหมด - และผมก็เริ่มมีพุงตามมา - จนกระทั่งผมลองเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตอย่างจริงจัง ผมพบว่าค่าน้ำตาลที่เคยปริ่มขอบอันตรายลดลงสู่ระดับปกติภายใน 6 เดือนโดยไม่ต้องใช้ยา เพียงแค่ลดน้ำตาลขัดขาวและเดินให้ได้วันละ 10,000 ก้าว ความนิ่งนอนใจว่า เป็นพันธุกรรมคงเลี่ยงไม่ได้ คือกับดักที่อันตรายที่สุด

โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง

โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองส่วนใหญ่เกิดจากการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับการสูบบุหรี่และการบริโภคไขมันทรานส์ การออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ประมาณ 30%[3] นี่ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาแต่เป็นเรื่องของการดูแลรักษาหลอดเลือดให้ยืดหยุ่นและสะอาดอยู่เสมอ

น่าสนใจว่ามีความลับอย่างหนึ่งในห้องครัวที่คนมักมองข้าม - ซึ่งส่งผลต่อความดันโลหิตมากกว่าพันธุกรรมเสียอีก - ผมจะเฉลยเรื่องปัจจัยลับนี้ในส่วนของการวิเคราะห์อาหารด้านล่าง

มะเร็ง: พันธุกรรมเป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า มะเร็งเป็นโรคพันธุกรรมหรือไม่ ทุกชนิด ความจริงคือมะเร็งส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการกลายพันธุ์ของยีนที่เกิดจากปัจจัยภายนอกในภายหลัง ไม่ใช่การถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก

ในความเป็นจริง มะเร็งเพียง 5-10% เท่านั้นที่มีสาเหตุโดยตรงมาจากยีนที่ได้รับการถ่ายทอดมา (Inherited Genetics) ส่วนมะเร็งอีก 90-95% ที่เหลือนั้นมีรากฐานมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อม [4] เช่น การสูบบุหรี่ อาหาร สารพิษ และรังสี UV

ตอนที่ลุงของผมตรวจพบมะเร็งปอด ทั้งบ้านตกอยู่ในความกลัวว่าจะเป็นมะเร็งกันทั้งสายเลือด แต่เมื่อหมอซักประวัติลึกๆ กลับพบว่าลุงสูบบุหรี่มาตั้งแต่วัยรุ่นและทำงานในโรงงานที่มีฝุ่นสารเคมีหนาแน่นตลอด 30 ปี มันไม่ใช่ความผิดของยีน แต่เป็นความผิดของควันบุหรี่และอากาศที่หายใจเข้าไปต่างหาก

โรคติดเชื้อและโรคจากสิ่งแวดล้อม: ผู้บุกรุกจากภายนอก

อีกกลุ่มหนึ่งที่อธิบายว่า โรคติดเชื้อกับโรคพันธุกรรมต่างกันอย่างไร ได้ชัดเจน คือโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย ไวรัส หรือพยาธิ โรคเหล่านี้ไม่สนใจว่ายีนของคุณจะเป็นอย่างไร หากร่างกายได้รับเชื้อและมีภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอ โรคก็จะเกิดขึ้น

ตัวอย่างโรคที่ไม่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ที่ชัดเจนคือ โรคเอดส์ (HIV) ซึ่งหลายคนยังมีความสับสนอยู่บ่อยครั้ง HIV ไม่ใช่โรคพันธุกรรม แม้ทารกจะสามารถติดเชื้อจากแม่ได้ในระหว่างตั้งครรภ์หรือการคลอด แต่เป็นการติดเชื้อผ่านกระแสเลือด ไม่ใช่การถ่ายทอดทางยีน เช่นเดียวกับวัณโรค ไข้หวัดใหญ่ หรือโรคอุบัติใหม่ต่างๆ ที่ล้วนเกิดจากปัจจัยภายนอกทั้งสิ้น

นอกจากนี้ โรคที่เกิดจากสารพิษหรือมลภาวะ เช่น โรคแพ้ฝุ่น PM2.5 หรือการได้รับสารตะกั่วสะสม ก็ไม่ใช่พันธุกรรม ร่างกายมนุษย์ - ไม่ว่าจะมีรหัสพันธุกรรมที่แข็งแรงแค่ไหน - ก็ไม่สามารถต้านทานสารพิษในปริมาณที่สูงเกินไปได้ตลอดเวลา

ปัจจัยลับในจานอาหาร: พฤติกรรมเลียนแบบที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพันธุกรรม

จำปัจจัยลับที่ผมค้างไว้ได้ไหม? มันคือ 'โซเดียม' และ 'พฤติกรรมการกินร่วมกันในครอบครัว' นั่นเอง บ่อยครั้งที่เราเห็นพ่อแม่เป็นความดัน ลูกก็เป็นความดัน แล้วเราก็สรุปง่ายๆ ว่าเป็นพันธุกรรม

แต่ความจริงที่ผมพบคือ ครอบครัวมักมี รสนิยมการกิน เหมือนกัน พ่อแม่ชอบกินเค็ม ลูกก็โตมากับรสเค็ม พ่อแม่ชอบกินของทอด ลูกก็กินตาม สิ่งนี้เรียกว่า Environmental Inheritance หรือการถ่ายทอดทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีพลังพอๆ กับยีนแต่แก้ไขได้ง่ายกว่ามาก แค่ลดการกินเค็มลง ความดันโลหิตสามารถลดลงได้อย่างรวดเร็วภายใน 2-4 สัปดาห์

พูดตรงๆ นะครับ ผมยังไม่เคยเห็นใครที่อ้างว่า โรคอะไรไม่ใช่โรคพันธุกรรม แล้วปรับอาหารแบบ 100% แล้วไม่ดีขึ้นเลย ส่วนใหญ่มันคือข้ออ้างที่เราใช้เพื่อจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนนิสัยการกินที่แสนจะคุ้นเคยต่างหาก

การเปรียบเทียบ: โรคพันธุกรรม VS โรคจากพฤติกรรม (NCDs)

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เราสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างโรคที่ส่งต่อผ่านยีนและโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตได้ดังนี้

โรคพันธุกรรม (Genetic Disorders)

ป้องกันได้ยาก มักเน้นที่การตรวจคัดกรองก่อนตั้งครรภ์

ความผิดปกติของยีนหรือโครโมโซมที่ได้รับจากพ่อแม่

ส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการหรือใช้เทคโนโลยีปรับเปลี่ยนยีน

ธาลัสซีเมีย, ฮีโมฟีเลีย, ตาบอดสี, ดาวน์ซินโดรม

โรคจากพฤติกรรม (Lifestyle Diseases/NCDs) ⭐

ป้องกันได้เกือบ 100% ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต

การกิน อาหาร การไม่ออกกำลังกาย และมลภาวะ

สามารถทำให้โรคสงบ (Remission) ได้ด้วยการคุมอาหารและออกกำลังกาย

เบาหวานชนิดที่ 2, ความดันสูง, โรคอ้วน, ถุงลมโป่งพอง

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ 'การควบคุม' โรคพันธุกรรมเราเลือกไม่ได้ตั้งแต่เกิด แต่โรคพฤติกรรมเรามีอำนาจในการเลือกได้ในทุกมื้ออาหารและการขยับร่างกายในทุกวัน

บทเรียนจากความเข้าใจผิด: กรณีของเอกกับโรคเบาหวาน

เอก พนักงานบริษัทวัย 35 ปีในกรุงเทพฯ ตกอยู่ในความเครียดเมื่อรู้ว่าพ่อและปู่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เขาเชื่อมาตลอดว่าตัวเองต้องเป็นแน่ๆ จึงใช้ชีวิตแบบทิ้งขว้าง กินบุฟเฟต์ทุกเย็นและไม่เคยออกกำลังกายเพราะคิดว่า 'ยังไงก็เลี่ยงไม่ได้'

ผลการตรวจร่างกายประจำปีพบว่าค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) ของเขาพุ่งสูงถึง 7.0% ซึ่งเข้าเกณฑ์เบาหวาน เอกตกใจมากและพยายามอดอาหารแบบหักดิบทันที ผลคือเขาหน้ามืดเป็นลมในที่ทำงานและเกือบจะล้มเลิกการดูแลตัวเองไปเพราะมันยากเกินไป

เขาตัดสินใจพบนักโภชนาการและได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนความคิดใหม่ว่าเบาหวานไม่ใช่พันธุกรรมที่แก้ไขไม่ได้ เอกเริ่มจากสิ่งที่ทำได้จริงคือลดน้ำหวานเหลือวันละ 1 แก้ว และเดินรอบสวนลุมพินีหลังเลิกงานวันละ 30 นาที เขาเลิกโทษยีนและหันมาโทษนิสัยการกินของตัวเองแทน

หลังจากผ่านไป 6 เดือน ค่าน้ำตาลสะสมของเขาลดลงเหลือ 5.6% (อยู่ในเกณฑ์ปกติ) และน้ำหนักลดลงไป 8 กิโลกรัม เอกได้เรียนรู้ว่ารหัสพันธุกรรมอาจเป็นปืนที่บรรจุกระสุนไว้ แต่พฤติกรรมต่างหากที่เป็นคนลั่นไก

คู่มือการอ่านเพิ่มเติม

เบาหวานเป็นกรรมพันธุ์ไหม?

เบาหวานชนิดที่ 1 มีส่วนของพันธุกรรมค่อนข้างชัดเจน แต่เบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งพบมากที่สุดนั้น พันธุกรรมเป็นเพียงปัจจัยเสริมที่เพิ่มความเสี่ยง โดยมีพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตเป็นตัวกระตุ้นหลักที่สำคัญกว่า

โรคมะเร็งถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ทุกคนไหม?

ไม่ครับ มะเร็งที่เกิดจากพันธุกรรมจริงๆ มีเพียงประมาณ 5-10% เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกกว่า 90% เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนที่ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น การสูบบุหรี่ หรือรังสีต่างๆ

หากคุณยังสงสัยว่าโรคกลุ่มไหนที่ส่งต่อทางสายเลือดได้บ้าง ลองศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคที่เกิดจากพันธุกรรมมีโรคอะไรบ้าง เพื่อการเฝ้าระวังที่ตรงจุดครับ

โรคเอดส์เป็นโรคทางพันธุกรรมหรือไม่?

ไม่ใช่ครับ โรคเอดส์เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HIV จากภายนอก แม้แม่จะแพร่เชื้อสู่ลูกได้ในครรภ์ แต่นั่นคือการติดเชื้อผ่านกระแสเลือด ไม่ใช่การส่งต่อผ่านรหัสพันธุกรรมหรือยีน

สิ่งที่สำคัญที่สุด

NCDs คือโรคจากพฤติกรรม ไม่ใช่สายเลือด

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น ความดัน เบาหวาน หัวใจ เป็นผลมาจากนิสัยการใช้ชีวิตมากกว่ายีนที่ได้รับมา

มะเร็งส่วนใหญ่ป้องกันได้

มะเร็งกว่า 90% เกิดจากปัจจัยภายนอก การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจึงมีผลในการป้องกันมากกว่าการกังวลเรื่องประวัติครอบครัว

พันธุกรรมคือความเสี่ยง แต่พฤติกรรมคือตัวกำหนด

ต่อให้มีพันธุกรรมที่เสี่ยง แต่ถ้าดูแลสุขภาพดี (เช่น คุมอาหาร ลดเค็ม) ก็สามารถเลี่ยงการเกิดโรคได้เกือบ 100%

ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้นและไม่สามารถทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ สภาพร่างกายของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกันอย่างมาก ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพ ยา หรือแผนการรักษาใดๆ หากคุณมีอาการรุนแรงควรพบแพทย์โดยทันที

เอกสารสำหรับอ้างอิง

  • [1] Who - โรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยสูงถึง 74% ของการเสียชีวิตทั้งหมดในแต่ละปี หรือประมาณ 400,000 คนต่อปี
  • [2] Pmc - ปัจจุบันพบว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวดสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ถึง 58% ในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูง
  • [3] Heart - การออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ประมาณ 30%
  • [4] Samitivejhospitals - มะเร็งเพียง 5-10% เท่านั้นที่มีสาเหตุโดยตรงมาจากยีนที่ได้รับการถ่ายทอดมา (Inherited Genetics) ส่วนมะเร็งอีก 90-95% ที่เหลือนั้นมีรากฐานมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อม