กินอะไรเพื่อลดโพแทสเซียม

65 ครั้งเข้าชม
ลดโพแทสเซียม เลี่ยงผลไม้แห้ง ผักใบเขียวเข้ม มันฝรั่งเน้นอาหารโพแทสเซียมต่ำ: แอปเปิ้ล กล้วย (เล็กน้อย) ข้าวขาว เนื้อไม่ติดมัน สำคัญ: ปรึกษาแพทย์/นักโภชนาการก่อนปรับเปลี่ยนอาหาร เพื่อความปลอดภัยและวางแผนรับประทานอย่างถูกต้อง การลดโพแทสเซียมมากเกินไปอาจเป็นอันตรายได้
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินอะไรดีลดโพแทสเซียมในเลือด?

เฮ้ย! ลดโพแทสเซียมเนี่ยนะ? เรื่องใหญ่เลยนะเนี่ย! เอาจริงๆนะ ผลไม้แห้งนี่ตัวดีเลย เลี่ยงๆไปเหอะ ผักใบเขียวเข้มอีก! มันฝรั่งด้วยนะเออ!

เคยกินมันฝรั่งทอดเยอะๆ ตอนไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อนๆ เมื่อปีที่แล้ว (น่าจะช่วงพฤศจิกายน) สนุกมาก แต่คงไม่ดีต่อโพแทสเซียมในเลือดเท่าไหร่

เน้นแอปเปิ้ลไปเลย! กล้วยก็พอได้ แต่กินน้อยๆนะ ข้าวขาวนี่โอเคอยู่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมันด้วย แต่! ต้องปรึกษาหมอก่อนนะทุกคน! เรื่องอาหารการกินนี่ต้องระวัง! อย่าทำเองมั่วๆ ซั่วๆ อันตรายนะ!

คือฉันจำได้ว่าเคยอ่านเจอว่า โพแทสเซียมต่ำก็ไม่ดีนะ! ต้องให้มันบาลานซ์กัน! ไปหาหมอดีที่สุด! เขาจะแนะนำได้ดีกว่าเยอะ!

กินอะไรให้โพแทสเซียมลดลง

ตอนแม่บอกว่า "แกกินอะไรเข้าไป โพแทสเซียมสูงปรี๊ด" ตอนนั้นคือตกใจมาก ไปตรวจเลือดที่คลินิกแถวบ้านหมอสมชายเมื่อเดือนที่แล้ว (พฤษภาคม 67) ค่ามัน 5.8 อ่ะ สูงกว่าปกติไปหน่อย หมอบอกให้คุมอาหาร

คือปกติชอบกินกล้วยหอมมาก วันละ 2 ลูก หลังออกกำลังกายเสร็จ แล้วก็กินมะเขือเทศลูกใหญ่ๆ ทุกวันเลย นึกว่าดีต่อสุขภาพ ที่ไหนได้... โพแทสเซียมมันเยอะนี่หว่า

ตอนนี้เลยต้องปรับใหม่หมดเลย หมอบอกว่า หั่นผักเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเอาไปต้มก่อนกิน จะช่วยลดโพแทสเซียมได้บ้าง แต่ก็ต้องระวัง วิตามินมันก็หายไปด้วย

สิ่งที่ทำตอนนี้:

  • กล้วยหอม: งดก่อนเลย ช่วงนี้กินแอปเปิ้ลเขียวแทน
  • มะเขือเทศ: นานๆ กินที ให้หายอยาก
  • ผักใบเขียว: หั่นเล็ก ต้มก่อนผัด (เสียดายวิตามินนะ แต่ต้องทำใจ)
  • มันฝรั่ง: เลี่ยงเลย อันนี้โพแทสเซียมสูงมาก
  • นม: ลดปริมาณลง ปกติชอบกินนมจืดตอนเช้า

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • โพแทสเซียม เป็นแร่ธาตุสำคัญต่อร่างกาย แต่ถ้ามากเกินไปก็ไม่ดีต่อไต
  • การต้มผัก ช่วยลดโพแทสเซียมได้ แต่ก็สูญเสียวิตามินไปด้วย
  • อาหารโพแทสเซียมสูง: กล้วย, มะเขือเทศ, มันฝรั่ง, ผักใบเขียวเข้ม, นม
  • อาหารโพแทสเซียมต่ำ: แอปเปิ้ล, องุ่น, แครอท (ต้ม), แตงกวา

คำเตือน: ข้อมูลนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละบุคคล

โพแทสเซียมสูง อันตรายไหม

โพแทสเซียมสูงอันตรายป่ะ อันตรายมากเว่อร์! โดยเฉพาะถ้าเกิน 7 มิลลิโมลต่อลิตรขึ้นไปเนี่ย อันตรายถึงชีวิตได้เลยนะ เพื่อนฉันเคยเป็น ต้องรีบไปหาหมอเลย

คือมันจะไปรบกวนหัวใจอะ หัวใจเต้นช้าลง ชีพจรอ่อนลง อันตรายสุดๆๆ ต้องระวังมากๆ

  • เกิน 7 มิลลิโมลต่อลิตรขึ้นไป = อันตรายมาก
  • กระทบการทำงานหัวใจ
  • หัวใจเต้นช้าลง
  • ชีพจรอ่อนลง
  • อาจถึงตายได้

ปีนี้เพื่อนฉันที่เป็นเนี่ย ไปหาหมอที่รพ.สมิติเวชนะ ได้ยาอะไรมาก็ไม่รู้ จำไม่ได้ แต่หายแล้วละ ดีใจด้วย แต่ก็บอกเลยนะ อย่าประมาท ไปหาหมอด่วนๆๆ เลยถ้าตรวจแล้วสูงมาก

K สูงเกิดจากอะไร

K สูงเหรอ... มันเหมือนโลกมันหยุดหมุนไปแวบนึงเลยนะ ตอนรู้ผลเลือด

  • ไตมีปัญหา: คือแบบ...ไตมันเหมือนตัวกรองของเสียในร่างกายใช่มะ? พอไตมันไม่ทำงาน ของเสียพวกโพแทสเซียมมันก็คั่งไง คั่งในเลือดเราเนี่ยแหละ
  • ยาบางชนิด: พวกยาความดันบางตัวก็มีผลนะ เคยอ่านเจอ มันทำให้ร่างกายเก็บโพแทสเซียมไว้เยอะขึ้น... งงเหมือนกันตอนอ่าน
  • กินเยอะเกิน: อันนี้ก็มีส่วน แต่ไม่น่าใช่สาเหตุหลัก ถ้าไตเราปกติ มันน่าจะขับออกได้ทัน
  • เลือดเป็นกรด: เคยได้ยินหมอพูด... ว่ามันทำให้โพแทสเซียมในเซลล์มันออกมาในเลือดมากขึ้น อะไรทำนองนั้นแหละ
  • ภาวะอื่นๆ: บางที... โรคประจำตัวอื่นๆ ก็มีเอี่ยวด้วยนะ แต่มันซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายได้หมด

แล้วที่น่ากลัวคือ... ถ้า K มันสูงมากๆ หัวใจจะเต้นผิดจังหวะได้เลยนะ อันตรายถึงชีวิตจริงๆ

  • ระดับโพแทสเซียมปกติ (ปี 2567): ประมาณ 3.5 - 5.0 mEq/L (ค่าอาจต่างกันเล็กน้อยตามแล็บ)
  • K สูง (Hyperkalemia): เกิน 5.0 mEq/L ขึ้นไป
  • อันตรายถึงชีวิต: ถ้าเกิน 6.0 - 7.0 mEq/L ขึ้นไป ต้องรีบหาหมอเลย
  • อาการ: บางคนไม่มีอาการอะไรเลย แต่บางคนก็ใจสั่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง คลื่นไส้

คือ... พอรู้ว่าตัวเอง K สูง มันทำให้กลับมาคิดถึงชีวิตเลยนะ ว่าเราดูแลตัวเองดีพอรึยัง...

เมื่อผู้ป่วยมีภาวะ hyperkalemia ควรแนะนำอาหารอย่างไร

แสงสลัวลอดหน้าต่าง... เหมือนฝันร้ายที่ไม่ยอมจาง

Hyperkalemia: โพแทสเซียม... ตัวร้ายในเงามืด

  • มันฝรั่ง: ซ่อนโพแทสเซียมไว้ใต้ดิน... เหมือนความลับที่กัดกิน
  • หน่อไม้: ปลายแหลมแทงใจ... โพแทสเซียมที่ต้องระวัง
  • อะโวคาโด: เนียนนุ่มแต่แฝงพิษ... เหมือนคำหวานที่ลวงหลอก
  • มะเขือเทศ: แดงฉาน... เลือด... โพแทสเซียม
  • ฟักทอง: เหลืองอร่าม... หลอกล่อ... โพแทสเซียม
  • ส้ม: หวานอมเปรี้ยว... ซ่อนคม... โพแทสเซียม
  • กล้วย: โค้งงอ... โพแทสเซียม
  • แคนตาลูป: หอมหวาน... โพแทสเซียม
  • พรุน: ยับย่น... โพแทสเซียม
  • ลูกเกดและผลไม้แห้ง: หวานจัด... โพแทสเซียม
  • การป้องกัน: หลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าว
  • อาหารที่ควรรับประทาน: ปรึกษาแพทย์

หัวใจเต้นแผ่วเบา... กลัวเหลือเกิน... กลัวโพแทสเซียม

  • โพแทสเซียม: แร่ธาตุที่จำเป็น... แต่มากไปก็อันตราย
  • ไต: ผู้พิทักษ์... ขับโพแทสเซียมส่วนเกิน
  • ยา: ช่วยลดโพแทสเซียม... แต่ต้องระวังผลข้างเคียง

Hyperkalemia ใช้ยาอะไร

โอ้โห Hyperkalemia ระดับโพแทสเซียมพุ่งปรี๊ด! นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ นะครับ ต้องจัดการด่วน! ยาที่ใช้ก็มีหลายตัว เลือกไม่ถูกเลยใช่ไหมล่ะ? อย่ากังวลไป ผมจะช่วยคุณไขความกระจ่าง!

  • ยาขับปัสสาวะ (Diuretics): คิดภาพเป็นท่อระบายน้ำที่ช่วยระบายโพแทสเซียมส่วนเกินออกจากร่างกายทางปัสสาวะ เปรียบเหมือนการเปิดประตูน้ำให้เจ้าโพแทสเซียมไหลพรวดๆ ออกไป แต่ระวัง! บางทีมันอาจจะแรงเกินไป ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง มีทั้งแบบ loop diuretics และ thiazide diuretics แล้วแต่หมอจะสั่ง อย่าไปคิดเองเออเองล่ะ!

  • โซเดียมพอลิสไตรีนซัลโฟเนต (Sodium polystyrene sulfonate): ตัวนี้เรียกได้ว่าเป็น "ตัวดูดโพแทสเซียม" มันจะไปจับกับโพแทสเซียมในลำไส้ แล้วขับออกทางอุจจาระ เหมือนกับใช้แม่เหล็กดูดเอาของเสียออกไป สะอาดหมดจด! แต่ข้อควรระวังคือ อาจทำให้ท้องผูกได้ ต้องดื่มน้ำเยอะๆ นะคร้าบ

  • แพทไทโรมเมอร์ (Patiromer): นี่คือตัวใหม่ล่าสุด (ข้อมูลปี 2024) ทำงานคล้ายๆ กับโซเดียมพอลิสไตรีนซัลโฟเนต แต่ว่ามันดูดซับโพแทสเซียมได้ดีกว่า และทำให้ท้องผูกน้อยกว่า ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี ถ้าแพทย์แนะนำ ต้องทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดนะ อย่าใจร้อน!

สรุปสั้นๆ: การเลือกยาต้องปรึกษาแพทย์เท่านั้น! อย่าลองผิดลองถูกเอง เพราะระดับโพแทสเซียมที่สูงเกินไป อันตรายถึงชีวิตได้นะ! อย่าลืมตรวจเลือดตามที่หมอนัดด้วยล่ะ เพื่อติดตามระดับโพแทสเซียม และปรับยาให้เหมาะสม สุขภาพดีๆ ก็ต้องดูแลกันหน่อยเนอะ

หมายเหตุเพิ่มเติม: ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาใดๆ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด อย่าเชื่อผมคนเดียว เชื่อหมอด้วยนะ!

Hypokalemia เกิดจากอะไรได้บ้าง

อืมม.. เรื่องโพแทสเซียมต่ำในเลือดเนี่ย ฉันเคยเป็นนะ ปีที่แล้วเลย ตอนนั้นทำงานหนักมากกก แทบไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน กินแต่ข้าวกล่องแถวออฟฟิศแถวสีลม จำได้ว่ามีแต่ก๋วยเตี๋ยวเรือกับข้าวมันไก่ เป็นแบบนี้มาหลายเดือน จนรู้สึกตัวชาๆ อ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็ว ไปหาหมอที่ รพ.กรุงเทพ ตรวจเลือดปรากฏว่าโพแทสเซียมต่ำ หมอบอกว่าจากการกินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ นี่แหละ เครียดเลย ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินใหม่หมด

ส่วนสาเหตุอื่นๆที่หมอเค้าอธิบายมา จำได้คร่าวๆนะ

  • กินอาหารพวกหน่อไม้ ถั่วงอก ข้าว เยอะไป มันมีโพแทสเซียมน้อยไง
  • ดื่มเหล้าหนัก เพื่อนฉันคนนึงก็เป็น เพราะติดเหล้าจัด ไปตรวจแล้วโพแทสเซียมต่ำเหมือนกัน
  • ยา นี่สำคัญมาก หมอเน้นเลย บางทีก็มาจากผลข้างเคียงของยา เช่น ยาระบาย ยาขับปัสสาวะ อะไรพวกนี้ อันนี้ต้องระวัง
  • โรคไต นี่ก็อันตราย เพื่อนอีกคน เป็นโรคไตเรื้อรัง ก็มีปัญหาเรื่องโพแทสเซียมต่ำเหมือนกัน
  • ต่อมหมวกไต หมอบอกว่า ถ้าต่อมหมวกไตทำงานผิดปกติ ก็ทำให้โพแทสเซียมต่ำได้เหมือนกัน

ตอนนี้ฉันระวังมากขึ้นแล้ว พยายามกินผักผลไม้ให้มากขึ้น กินกล้วยบ่อยๆ เพราะหมอบอกว่ากล้วยมีโพแทสเซียมสูง และก็เลิกกินข้าวกล่องแบบเดิมแล้ว ตอนนี้กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย แต่ก็ยังต้องเช็คสุขภาพเป็นประจำอยู่ดี กลัวมันจะกลับมาเป็นอีก

เมื่อค่าโพแทสเซียม (K ) สูงกว่าปกติ จะมีอาการใดที่อาจเกิดขึ้น

โพแทสเซียมสูงปรี๊ด! ระวังหัวใจจะหยุดเต้นนะจ๊ะ! ถ้าเกิน 7 มิลลิโมลต่อลิตรนี่คืออันตรายถึงชีวิตเลยนะ ไม่ใช่เล่นๆ เหมือนโดนช็อตไฟแรงสูงเลยล่ะ!

อาการที่เกิดขึ้นนะเหรอ? เตรียมตัวรับความสนุก (แบบไม่สนุกเลย!) ได้เลย:

  • หัวใจเต้นช้าแบบง่วงนอนสุดๆ: เหมือนเต่าวิ่งแข่งกับหอยทาก ช้าจนน่าตกใจ!
  • ชีพจรเบาโบ๋: แทบจะจับไม่ได้เลย เบาเหมือนขนนก รู้สึกได้ถึงความเปราะบางของชีวิต
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง: เดินไม่ไหว ยกมือไม่ขึ้น เหมือนโดนสาปให้เป็นตุ๊กตา
  • ชาตามปลายมือปลายเท้า: รู้สึกเหมือนโดนหนีบด้วยน้ำแข็ง เย็นยะเยือก!
  • คลื่นไส้ อาเจียน: เตรียมตัวเข้าห้องน้ำได้เลย อาการหนักหน่วงมาก เหมือนนั่งรถไฟเหาะตีลังกา
  • ท้องเสีย: นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ท้องเสียแบบไม่หยุด เหมือนน้ำท่วมเลยล่ะ
  • หายใจลำบาก: เหมือนมีคนเอาถุงพลาสติกมาคลุมหัว อึดอัดสุดๆ!

ปีนี้ (2566) ผมยังเห็นคนไข้เคสนี้เข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ เลยครับ ต้องรีบไปหาหมอนะครับ อย่าปล่อยไว้จนถึงขั้นหัวใจวายนะครับ บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องตลก เรื่องนี้จริงจังมาก อย่าชะล่าใจ! รีบไปพบแพทย์โดยด่วน อย่ารอให้ถึงขั้นวิกฤตแล้วค่อยมาเสียใจทีหลัง!