กินโค้กซีโร่ กระตุ้นอินซูลินจริงหรือ

199 ครั้งเข้าชม
โค้กซีโร่กระตุ้นอินซูลินจริงหรือ?ไขข้อสงสัยยอดนิยมเกี่ยวกับเครื่องดื่มน้ำตาลศูนย์ สรุปสั้นๆ ได้ดังนี้ ไม่กระตุ้นอินซูลิน: สารให้ความหวานในโค้กซีโร่ มีผลงานวิจัยและการทดลองรับรองแล้วว่าไม่ส่งผลต่อการหลั่งอินซูลินและระดับน้ำตาลในเลือด ทางเลือกที่ปลอดภัย: จึงเป็นเครื่องดื่มทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือผู้ที่ใส่ใจเรื่องระดับน้ำตาลในร่างกาย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินโค้กซีโร่ตอนลดน้ำหนัก กระตุ้นอินซูลินหรือไม่?

เรื่องโค้กซีโร่ตอนลดน้ำหนักนี่ เป็นอะไรที่คนสงสัยกันเยอะมากเลยนะ.

ส่วนตัวฉันเองเนี่ย ตอนที่กำลังฟิตหุ่นจริงจังก็เคยคิดเหมือนกันว่ามันจะไปมีผลอะไรกับอินซูลินรึเปล่า.

จริงๆ แล้ว งานวิจัยเขาว่าไว้ชัดเจนเลยว่า สารให้ความหวานแทนน้ำตาลในโค้กซีโร่เนี่ย มันไม่กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งอินซูลินออกมาหรอก.

อันนี้อิงจากงานวิจัยหลายๆ ตัวที่เคยอ่านมานะ.

ก็เลยสบายใจได้ระดับนึงว่า ถ้าจะดื่มเพื่อทดแทนน้ำหวานปกติระหว่างลดน้ำหนัก ก็ถือว่าไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงทันที.

แต่ก็ใช่ว่าจะดื่มได้เยอะตามใจชอบนะ.

ร่างกายคนเราซับซ้อนกว่านั้น การดื่มอะไรที่หวานจัดๆ บ่อยๆ ถึงแม้จะเป็นแบบไม่มีน้ำตาล ก็อาจจะมีผลต่อความอยากหวาน หรือระบบเผาผลาญในระยะยาวได้เหมือนกัน.

อันนี้เป็นมุมมองจากประสบการณ์ส่วนตัวที่สังเกตตัวเองนะ.

บางทีรู้สึกว่าดื่มอะไรหวานๆ บ่อยๆ ก็แอบกระตุ้นให้เราอยากของหวานเพิ่มขึ้น.

สรุปคือ ถ้าถามว่ากระตุ้นอินซูลินตรงๆ รึเปล่า จากข้อมูลที่ศึกษามา คือไม่นะ.

Coke Zero 0 แคลจริงไหม

โค้กซีโร่ 0 แคลจริงไหม? ไม่จริงร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ! ถึงแม้จะถูกโฆษณาว่าเป็นศูนย์แคลอรี่ แต่ในทางวิทยาศาสตร์เชิงลึกมันก็มีปริมาณพลังงาน น้อยมากๆ จนเข้าข่าย "ปัดเป็นศูนย์" ได้ตามกฎหมาย เหมือนเวลาเราบอกว่าเงินเดือนไม่พอใช้ ทั้งที่เพิ่งกด ATM มาสองพันนั่นแหละ เข้าใจตรงกันนะ

เบื้องหลังความ "ซีโร่" นี้คือสารให้ความหวานแทนน้ำตาลจ้า ซึ่งแต่ละสูตรก็อาจจะต่างกันไปนิดหน่อย เหมือนเชฟทำอาหารสูตรเดียวกันแต่ใส่น้ำปลาคนละยี่ห้อไงล่ะ แม้แคลอรี่จะหายไป แต่ผลลัพธ์ต่อร่างกายในระยะยาว ก็ยังเป็นประเด็นที่คนคุยกันไม่หยุดหย่อน ว่า "ดีจริงหรือหลอกกันแน่"

สรุปแล้วคือถ้าอยากรู้ชัวร์ๆ ว่าในขวดนั้นมีอะไรแฝงอยู่บ้าง ก็ พลิกฉลากดูเลยสิเธอ! ข้อมูลโภชนาการน่ะ คือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของคนรักสุขภาพ ที่ไม่ยอมโดนหลอกง่ายๆ จำไว้ว่าของฟรีน่ะไม่มีในโลก แม้กระทั่ง "แคลอรี่ฟรี" ก็อาจจะมีอะไรมาให้คิดนะเออ

  • สารให้ความหวานหลักๆ: โค้กซีโร่มักใช้ แอสปาร์แตม (Aspartame) และ แอซีซัลเฟมโพแทสเซียม (Acesulfame Potassium หรือ Ace-K) ซึ่งให้รสชาติคล้ายน้ำตาลแต่ไม่มีแคลอรี่หรือมีน้อยมากจนไม่นับ
  • นิยาม "0 แคลอรี่": ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งในไทยและต่างประเทศ สินค้าสามารถระบุว่า "0 แคลอรี่" ได้ หากมีพลังงานน้อยกว่า 5 แคลอรี่ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค (เช่น ต่อ 100 มิลลิลิตร หรือ 1 แก้ว) มันคือการปัดเศษแบบถูกกฎหมายนั่นเอง
  • ผลกระทบระยะยาว: แม้แคลอรี่จะน้อย แต่มีงานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าการบริโภคสารให้ความหวานแทนน้ำตาล อาจส่งผลต่อจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือกระตุ้นความอยากอาหารหวานได้ ทำให้บางคนอาจรู้สึกว่ากินแล้วยิ่งอยากกินเพิ่ม อ้าว, ซีโร่แล้วทำไมยังอ้วนล่ะทีนี้? (อันนี้ล้อเล่นนิดหน่อยนะ)
  • การบริโภคอย่างมีสติ: เหมือนทุกอย่างในชีวิตนั่นแหละ! ความพอดีคือสิ่งที่สำคัญที่สุด การดื่มในปริมาณที่เหมาะสมย่อมดีกว่าการซดทีเดียวเป็นโอ่ง แม้จะเป็น "ซีโร่" ก็ควรพิจารณาสุขภาพโดยรวมของเราด้วย

โค้ก Zero ไม่ดียังไง

ดึกๆ แบบนี้...ก็นั่งคิดนะ

ว่าที่ดื่มๆ ไปทุกวันมันดีจริงเหรอ โค้กซีโร่เนี่ย... บอกว่าไม่มีน้ำตาล ไม่มีแคลอรี่... แต่ทำไมร่างกายมันรู้สึกไม่เหมือนเดิม

บางทีก็ปวดหัว... ปวดแบบไม่มีสาเหตุ ตอนนี้เพิ่งรู้ว่ามันมาจากสารให้ความหวานนี่เอง... แอสปาร์แตม

ฟันมันบางลงจริงๆ นะ หมอฟันเคยทักเหมือนกัน กรดในนั้นมันกัดฟันเรา... ไม่ต่างจากโค้กปกติเลย

เรื่องนี้จริงมาก เวลาผสมเหล้า... เมาเร็วจริงๆ มันดูดซึมไวกว่าปกติ... อันตรายนะเอาจริง

มันทำให้เครียดกว่าเดิม... เหมือนร่างกายมันสับสน ไม่ได้น้ำตาลจริงๆ แต่สมองมันรับรู้ไปแล้ว... เลยทำให้เราอยากของหวานมากขึ้นไปอีก วนไป

กระดูก... ไม่เคยคิดเลย กรดฟอสฟอริกมันไปดึงแคลเซียมออกจากกระดูกเรา... คิดแล้วก็กลัวนะ

แล้วก็เรื่องหัวใจ... ใครจะไปคิดว่าของไม่มีแคลอรี่มันจะไปกระทบหัวใจได้ขนาดนี้... ความเสี่ยงมันสูงขึ้นจริงๆ

พอมานั่งลิสต์ดูจริงๆ... มันก็เยอะนะ

  • ปวดหัว สารให้ความหวานแอสปาร์แตมส่งผลต่อสารเคมีในสมองสำหรับบางคน
  • ทำลายสุขภาพฟัน กรดฟอสฟอริกและกรดซิตริกในเครื่องดื่มมีฤทธิ์กัดกร่อนเคลือบฟันโดยตรง
  • เมาเร็วขึ้น ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์ได้เร็วขึ้นเมื่อดื่มคู่กับเครื่องดื่มไดเอท
  • เกิดความเครียด รบกวนการรับรู้รสหวานของสมอง ทำให้ร่างกายโหยหาน้ำตาลมากขึ้น
  • กระดูกเสื่อมกรดฟอสฟอริกขัดขวางความสามารถของร่างกายในการดูดซึมแคลเซียม
  • ลดประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ การบริโภคน้ำอัดลมไดเอททุกวันมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่สูงขึ้นของโรคหัวใจและหลอดเลือด

โค้กซีโร่ หลุด if ไหม

โค้กซีโร่ หลุด IF ไหม?

ดื่มโค้กซีโร่ช่วงทำ IF ได้ไหม?

  • อาหารที่ทานได้ช่วง IF คือ อาหารที่ไม่ไปกระตุ้นอินซูลิน
  • อาหารที่ไม่มีแคลอรี่
  • โค้กซีโร่ไม่มีแคลอรี่ก็จริง
  • แต่สารให้ความหวานแทนน้ำตาล สามารถกระตุ้นอินซูลินได้
  • ทำให้คุณ Fasting ไม่สำเร็จ

เวลาบ่ายแก่ๆ แสงแดดสาดส่องลอดผ่านม่านบางๆ ฟุ้งกระจายราวกับละอองดาว ฉันนั่งนิ่งๆ จ้องมองหยดน้ำค้างบนใบไม้ที่ยังหลงเหลืออยู่ ยามเช้าอันสดใสที่ค่อยๆ เลือนหายไปกับวันคืนที่หมุนวน โค้กซีโร่ ที่วางอยู่ข้างกาย สีดำสนิทชวนให้นึกถึงห้วงอวกาศอันไกลโพ้น การทำ IF นั้นเหมือนการเดินทางข้ามกาลเวลา ปล่อยให้ร่างกายได้พักผ่อน ได้ปรับสมดุล

  • การอดอาหารอย่างมีวินัย
  • เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
  • ต้องเลือกสิ่งที่ทานอย่างเข้าใจ

หัวใจหลักของ IF คือการจำกัดช่วงเวลาทานอาหาร เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะ Fasting อย่างแท้จริง อาหารทุกอย่าง ที่เราใส่เข้าไปในปาก มีผลต่อระดับอินซูลิน ในเลือดเสมอ แม้จะเป็นเพียง แคลอรี่ที่น้อยนิด ก็ตาม

สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ในโค้กซีโร่ แม้จะ ไม่มีแคลอรี่ แต่ก็มีคุณสมบัติ กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ได้! มันคือกลไกอันซับซ้อนของร่างกาย ที่ถูกหลอกให้คิดว่ามีน้ำตาลเข้ามา ทั้งที่จริงแล้วไม่มี นี่แหละคือจุดที่ทำให้ IF หลุด

  • โมเดลการทำงานของร่างกาย
  • ไม่ได้เรียบง่ายเสมอไป
  • ความละเอียดอ่อน
  • คือหัวใจสำคัญ

เหมือนฝันที่กำลังจะสลาย การดื่มโค้กซีโร่ไปเพียงเล็กน้อย อาจทำให้ การอดอาหารตลอดทั้งวัน นั้น สูญเปล่า กลไกอินซูลินที่ถูกกระตุ้นขึ้นมา จะทำลายช่วงเวลา Fasting อันมีค่าของเราไป เสียดายเวลา ที่ตั้งใจไว้ เสียดายความพยายาม

ข้อควรจำเพิ่มเติม:

  • น้ำเปล่า คือเพื่อนแท้ของ IF
  • ชาดำ หรือ ชาเขียว (ไม่ใส่น้ำตาล) อาจจะพออนุโลมได้
  • กาแฟดำ (ไม่ใส่น้ำตาล) ก็เป็นอีกทางเลือก
  • แต่เครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวาน โดยเฉพาะที่กระตุ้นอินซูลินได้ ควร หลีกเลี่ยง
  • การศึกษาข้อมูล เกี่ยวกับผลกระทบของอาหารต่อร่างกาย เป็นสิ่ง จำเป็น
  • การทำ IF ต้องการ ความเข้าใจ ไม่ใช่แค่การ อดอาหาร
  • ผลลัพธ์ ที่ได้ จะคุ้มค่ากับ ความใส่ใจ ที่เรามี

เป๊ปซี่ไม่มีน้ําตาลเบาหวานทานได้ไหม

กินได้. เป๊ปซี่ไม่มีน้ำตาล ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงโดยตรง

ปัญหามันไม่ใช่ที่ตัวน้ำอัดลม มันอยู่ที่สมอง สารให้ความหวานมันไปกระตุ้นความอยาก หลอกว่าได้หวาน แต่ร่างกายไม่ได้พลังงานจริง มันเลยโหย สุดท้ายก็พังเพราะของอย่างอื่นที่แดกตามเข้าไป

คุมปากตัวเองได้ ก็กินไป คุมไม่ได้ ก็รับสภาพ

  • สารให้ความหวาน: ใช้ แอสปาร์แตม (Aspartame) กับ อะซีซัลเฟมโพแทสเซียม (Acesulfame Potassium) พวกนี้พลังงานเป็นศูนย์ ร่างกายไม่ดูดซึมเป็นน้ำตาล
  • กลไกสมอง: รสหวานกระตุ้น Dopamine reward pathway สมองคาดหวังพลังงาน แต่ไม่ได้ มันเลยสั่งให้หิวเพิ่ม เพื่อชดเชย
  • คำแนะนำ: อย่าดื่มตอนท้องว่าง จะยิ่งโหยหนักกว่าเดิม จบนะ

สารให้ความหวานตัวไหนไม่กระตุ้นอินซูลิน

เมื่อต้นปีนี้เลยนะ หมอบอกตรงๆ ว่าต้องคุมน้ำตาล ชีวิตแบบคนติดหวานอย่างฉันนี่แทบจะร้องไห้เลยอะ คิดดูดิ กาแฟดำไม่ใส่อะไรเลยมันไม่ใช่ทางจริง ๆ บ่ายๆ ที่นั่งทำงานที่โต๊ะในออฟฟิศ ตรงสี่แยกอโศกนะ ตาจะปิดอะ รู้สึกว่าต้องการอะไรหวานๆ มากระตุ้นสมองจริง ๆ เครียดนะตอนนั้น คือมันห้ามยากมาก ๆ เลยจริงๆ

แล้วเพื่อนที่ทำงาน นางกินคีโตมานานเป็นปีแล้ว นางก็แนะนำหญ้าหวานมาให้ลองดู ครั้งแรกที่ใช้ ไม่ว้าวเท่าไหร่หรอกนะ เพราะซื้อแบบผงมาใช้ มันรู้สึกมีรสแปลกๆ ติดลิ้นนิดนึง เออ แต่มันก็ยังดีกว่าน้ำตาลอยู่ดีอะ ก็ใช้ไปเรื่อยๆ จนชิน

จนมาเจอแบบน้ำ อันนั้นคือดีขึ้นเยอะเลย มันไม่มีรสแปลกๆ แบบที่เคยเจอ ไม่รู้ทำไม อาจจะเพราะยี่ห้อที่เปลี่ยนด้วยมั้ง หรือว่าสารที่เขาเอามาผสมมันต่างกัน พอได้ใช้แบบดีๆ นะ สบายใจเลยจริงๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำตาลอีก

สารให้ความหวานที่ไม่กระตุ้นอินซูลินคือ Stevia หรือ หญ้าหวาน

  • Stevia สกัดมาจากใบหญ้าหวานแท้ๆ (sweet leaf)
  • ให้ความหวานกว่าน้ำตาลถึง 200-300 เท่า ใช้แค่นิดเดียวจริงๆ
  • ไม่มีแคลอรีเลย และไม่มีสารอาหารอะไรทั้งนั้น
  • ไม่กระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกายเลย และอาจมีผลช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วยนะ
  • แบบน้ำดีกว่ามากเลยตอนนี้ เพราะไม่ผสมสารเพิ่มปริมาณเหมือนแบบผง ซึ่งบางยี่ห้อแบบผงอาจผสมคาร์บตัวอื่น เช่น เด็กซ์โทรส (dextrose), มอลโทเดกซ์ทริน (maltodextrin) พวกนั้นแหละที่กระตุ้นอินซูลินได้ ต้องระวังดีๆ เลย