กุ้งมีสารอาหารอะไรบ้าง

120 ครั้งเข้าชม
กุ้งมีสารอาหารอะไรบ้างประกอบด้วยโปรตีน 20-24 กรัมต่อ 100 กรัม มีซีลีเนียมสูงช่วยลดการอักเสบและป้องกันความเสียหายของเซลล์ ประกอบด้วยไอโอดีนและวิตามินบี 12 ซึ่งหาได้ยากในพืช ให้พลังงานต่ำเพียง 85-99 แคลอรีและมีไขมันน้อยกว่า 1 กรัม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กุ้งมีสารอาหารอะไรบ้าง? แหล่งโปรตีนสูงไขมันต่ำเพื่อสุขภาพ

กุ้งมีสารอาหารอะไรบ้าง โดยสรุปประกอบด้วยโปรตีนคุณภาพสูง (20-24 กรัมต่อ 100 กรัม) ซีลีเนียม ไอโอดีน วิตามินบี 12 แอสตาแซนธิน และกรดไขมันโอเมก้า 3 นอกจากนี้ยังให้พลังงานต่ำเพียง 85-99 แคลอรี และมีไขมันน้อยกว่า 1 กรัม

กุ้งมีสารอาหารอะไรบ้าง: แหล่งโปรตีนคุณภาพสูงและสารอาหารที่ร่างกายต้องการ

กุ้งเป็นหนึ่งในอาหารทะเลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ไม่ใช่แค่เพราะรสชาติที่อร่อยและนำไปทำอาหารได้หลากหลาย แต่กุ้งยังเป็นแหล่งสารอาหารที่เข้มข้นมาก โดยเฉพาะโปรตีนคุณภาพสูงที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน คำตอบของคำถามที่ว่ากุ้งมีสารอาหารอะไรบ้างนั้นอาจสรุปได้ว่ามีองค์ประกอบที่ซับซ้อนและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าที่หลายคนคิด

ข้อมูลโภชนาการสำหรับกุ้ง 100 กรัม สารอาหารให้พลังงานประมาณ 85-99 แคลอรี ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่น โดยประกอบด้วยโปรตีนสูงถึง 20-24 กรัม ในขณะที่มีไขมันเพียง 0.3-1 กรัมเท่านั้น นอกจากนี้กุ้งยังอัดแน่นไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ เช่น วิตามินบี 12 ซีลีเนียม และไอโอดีน ซึ่งหาได้ยากในอาหารประเภทพืช

เจาะลึก 5 สารอาหารหลักในกุ้งที่คุณอาจไม่เคยรู้

เมื่อพูดถึงโภชนาการของกุ้ง คนส่วนใหญ่มักนึกถึงแค่โปรตีน แต่จริงๆ แล้วกุ้งยังมีสารประกอบเฉพาะตัวที่ส่งผลดีต่อประโยชน์ของกุ้งในด้านอื่นๆ ด้วย

1. โปรตีนคุณภาพสูง (High-Quality Protein)

กุ้งให้โปรตีนในสัดส่วนที่สูงมาก โดยเกือบ 90% ของแคลอรีในกุ้งมาจากโปรตีนล้วนๆ ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดสมบูรณ์ที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิดที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ กุ้งมีโปรตีนกี่กรัมนั้นคำตอบคือมีปริมาณที่สูงมากและสำคัญต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและสร้างมวลกล้ามเนื้อ

2. ซีลีเนียม (Selenium) สารต้านอนุมูลอิสระทรงพลัง

กุ้งเป็นหนึ่งในแหล่งซีลีเนียมที่ดีที่สุดในธรรมชาติ โดยการกินกุ้งเพียง 100 กรัม ร่างกายจะได้รับซีลีเนียมสูงถึง 50-60% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน [2] สารนี้ทำงานร่วมกับเอนไซม์ในร่างกายเพื่อลดการอักเสบและป้องกันความเสียหายของเซลล์ที่อาจนำไปสู่โรคเรื้อรัง

3. แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เคล็ดลับผิวสวยและหัวใจแข็งแรง

สีชมพูอมส้มที่เราเห็นในกุ้งเมื่อปรุงสุกมาจากสารที่ชื่อว่า แอสตาแซนธิน สารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแคโรทีนอยด์นี้มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินอีถึง 500 เท่าในการปกป้องเซลล์ผิวจากรังสียูวี และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจโดยการรักษาระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ในกระแสเลือด

4. กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3 Fatty Acids)

แม้กุ้งจะมีไขมันต่ำ แต่ไขมันส่วนใหญ่เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนอย่าง EPA และ DHA ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของสมองและช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ การรับประทานกุ้งเป็นประจำจึงกินกุ้งช่วยอะไรได้มากกว่าที่คิด ทั้งช่วยบำรุงระบบประสาทและหัวใจไปพร้อมกัน

5. ไอโอดีน (Iodine) เพื่อระบบเผาผลาญที่สมดุล

กุ้งเป็นแหล่งไอโอดีนที่สำคัญมาก ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายใช้ในการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อควบคุมพลังงานและการเผาผลาญ การขาดไอโอดีนอาจนำไปสู่ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติและความเหนื่อยล้าสะสมได้

คอเลสเตอรอลในกุ้ง น่ากลัวจริงหรือแค่ความเชื่อ?

คอเลสเตอรอลในกุ้งน่ากลัวไหมเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัย แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าคอเลสเตอรอลจากอาหารไม่ได้ส่งผลเสียต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือดของคนส่วนใหญ่อย่างที่เคยเข้าใจ [3]

หนึ่งในความกังวลที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับการกินกุ้งคือเรื่องคอเลสเตอรอล เพราะกุ้ง 100 กรัมมีคอเลสเตอรอลประมาณ 160-190 มิลลิกรัม ซึ่งสูงกว่าเนื้อสัตว์อื่นๆ หลายชนิด แต่จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่า คอเลสเตอรอลในอาหารส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือดในกลุ่มประชากรส่วนน้อยเท่านั้น [3] กุ้งมีไขมันอิ่มตัวต่ำมาก ซึ่งไขมันอิ่มตัวนี่แหละที่เป็นตัวการหลักในการเพิ่มคอเลสเตอรอลเลว (LDL) มากกว่าการสงสัยว่ากุ้งมีสารอาหารอะไรบ้างหรือกังวลคอเลสเตอรอลจากกุ้งโดยตรง นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดและพลาดโอกาสในการได้รับโปรตีนดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย

เทคนิคการปรุงกุ้งเพื่อรักษาสารอาหารให้ครบถ้วน

วิธีที่คุณปรุงกุ้งส่งผลอย่างมหาศาลต่อคุณค่าทางโภชนาการที่ร่างกายจะได้รับ

การนึ่งหรือการต้มในระยะเวลาสั้นๆ คือวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาโปรตีนและวิตามินบี 12 ในกุ้ง การต้มแค่พอสุกจนเนื้อเป็นรูปตัว C จะทำให้ได้รสสัมผัสที่เด้งและสารอาหารที่ครบกว่าการต้มจนกุ้งขดเป็นวงกลมแน่นๆ ซึ่งมักจะทำให้โปรตีนแข็งตัวและเสียรสชาติ

ควรหลีกเลี่ยงการทอดกุ้งในน้ำมันท่วม (Deep Fried) เพราะความร้อนสูงจะทำลายแอสตาแซนธินและโอเมก้า 3 ไปเกือบทั้งหมด แถมยังเพิ่มแคลอรีจากไขมันอิ่มตัวที่มากับน้ำมันทอดอีกด้วย

เปรียบเทียบสารอาหาร: กุ้งขาว vs เนื้อไก่ vs เนื้อวัว (ต่อ 100 กรัม)

กุ้งไม่ได้เป็นรองเนื้อสัตว์บกในเรื่องโปรตีน แต่อาจมีข้อได้เปรียบในแง่ของแคลอรีและแร่ธาตุเฉพาะทาง

กุ้งขาว (ลวกสุก) ⭐

  • ไอโอดีน และ แอสตาแซนธิน
  • 24 กรัม - สูงและย่อยง่าย
  • 0.3 กรัม - น้อยมาก ดีต่อสุขภาพหลอดเลือด
  • 99 แคลอรี - ต่ำที่สุด เหมาะสำหรับลดน้ำหนัก

อกไก่ (นึ่ง)

  • วิตามินบี 6 และ ไนอะซิน
  • 31 กรัม - สูงที่สุดในกลุ่ม
  • 1 กรัม - ต่ำ
  • 165 แคลอรี - ปานกลาง

เนื้อวัว (สันนอกไร้มัน)

  • เหล็ก และ ซิงค์ (สังกะสี)
  • 26 กรัม - สูง
  • 6-10 กรัม - สูงกว่ากุ้งมาก
  • 250 แคลอรี - ค่อนข้างสูง
หากคุณต้องการลดน้ำหนักหรือควบคุมไขมัน กุ้งเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมเพราะให้โปรตีนสูงแต่มีแคลอรีและไขมันอิ่มตัวต่ำกว่าเนื้อสัตว์บกอย่างเห็นได้ชัด

การเปลี่ยนเมนูอาหารของเก่ง: จากปวดเมื่อยสู่ร่างกายที่กระฉับกระเฉง

เก่ง พนักงานออฟฟิศอายุ 35 ปีในกรุงเทพฯ ประสบปัญหาเหนื่อยง่ายและกล้ามเนื้อล้าหลังออกกำลังกาย แม้จะกินเนื้อแดงในปริมาณมากทุกมื้อ เขารู้สึกหนักตัวและระบบย่อยอาหารทำงานช้าลงจนเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต

เขาพยายามแก้ปัญหาด้วยการกินเวย์โปรตีนเสริมและดื่มกาแฟมากขึ้นเพื่อกระตุ้นพลังงาน แต่ผลที่ได้กลับทำให้เขานอนไม่หลับและมีอาการแสบร้อนกลางอกร่วมด้วย เพราะร่างกายได้รับไขมันแฝงจากอาหารมื้อหลักมากเกินไป

เก่งตัดสินใจเปลี่ยนแหล่งโปรตีน 3 มื้อต่อสัปดาห์มาเป็นกุ้งขาวลวกแทนเนื้อแดง เขาพบว่าหลังจากผ่านไป 3 สัปดาห์ อาการหนักท้องหลังมื้ออาหารหายไป และเขาสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกล้าสะสม

ผลลัพธ์ในเดือนแรกคือ น้ำหนักเขาลดลง 2.5 กิโลกรัม และระดับไตรกลีเซอไรด์ลดลงประมาณ 15% เก่งเรียนรู้ว่าโปรตีนย่อยง่ายและแร่ธาตุในกุ้งช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่เขาคิดไว้มาก

ผลลัพธ์ที่ต้องบรรลุ

กุ้งเป็น Superfood ของคนลดน้ำหนัก

ด้วยพลังงานเพียง 99 แคลอรีแต่ให้โปรตีนถึง 24 กรัมต่อ 100 กรัม ทำให้กุ้งเป็นตัวช่วยชั้นดีในการสร้างกล้ามเนื้อโดยไม่เพิ่มไขมัน

อย่ากลัวคอเลสเตอรอลจนเกินเหตุ

ไขมันอิ่มตัวในเนื้อติดมันน่ากลัวกว่าคอเลสเตอรอลในกุ้ง เพราะกุ้งมีไขมันอิ่มตัวต่ำกว่า 1 กรัม ซึ่งแทบไม่ส่งผลเสียต่อหลอดเลือด

แอสตาแซนธินคืออาวุธลับ

สารสีชมพูในกุ้งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินอี 500 เท่า ช่วยบำรุงผิวพรรณและชะลอความเสื่อมของเซลล์ทั่วร่างกาย

ส่วนข้อยกเว้น

กุ้งสดกับกุ้งแช่แข็ง มีสารอาหารต่างกันไหม?

แทบไม่ต่างกันเลยครับ เทคโนโลยีการแช่แข็งในปัจจุบันสามารถรักษาสารอาหารหลักอย่างโปรตีนและแร่ธาตุไว้ได้มากกว่า 95% สิ่งเดียวที่อาจต่างกันเล็กน้อยคือรสสัมผัสและความสดของแอสตาแซนธินในบางกรณี

หากคุณกังวลเรื่องพลังงาน ลองมาเช็กกันว่า กุ้ง 1 ตัวกี่แคลอรี่ เพื่อวางแผนมื้ออาหารให้สุขภาพดีขึ้นครับ

ทำไมกินกุ้งแล้วบางคนถึงปวดข้อ?

กุ้งมีสารพิวรีนปานกลางถึงสูง ซึ่งอาจเปลี่ยนเป็นกรดยูริกในร่างกาย หากคุณมีประวัติเป็นโรคเกาต์หรือกรดยูริกสูง ควรจำกัดการทานกุ้งไม่เกิน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อความปลอดภัย

กินกุ้งทุกวันอันตรายไหม?

สำหรับคนสุขภาพปกติ การกินกุ้งสลับกับโปรตีนชนิดอื่นเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่แนะนำให้กินกุ้งอย่างเดียวทุกวัน เพราะอาจทำให้ได้รับคอเลสเตอรอลเกินความจำเป็น และควรระวังเรื่องโซเดียมหากเป็นกุ้งแช่แข็งที่ใช้เกลือในการรักษาความสด

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้นและไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ หากคุณมีอาการแพ้อาหารทะเล มีโรคประจำตัว เช่น โรคเกาต์ หรือโรคไต ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

หมายเหตุ

  • [2] Nutrivore - กุ้ง 100 กรัม ร่างกายจะได้รับซีลีเนียมสูงถึง 50-60% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
  • [3] Healthline - คอเลสเตอรอลในอาหารส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเพียง 25-30% ของประชากรทั้งหมดเท่านั้น