ขอแอดมิด รพ ได้ไหม
ขอแอดมิดเข้าโรงพยาบาลได้ไหม?
ขอแอดมิทเข้าโรงพยาบาลได้ไหมเหรอ? อือม...มันก็แล้วแต่สถานการณ์แหละนะ
คือถ้าเป็นโรงพยาบาลรัฐอะ (แบบที่เราเคยไปหาหมอที่โรงพยาบาล... เอ่อ... จำชื่อไม่ได้ละ แถวๆ อนุสาวรีย์ชัยฯ เมื่อนานมาแล้ว) เค้าคงไม่ให้แอดมิทง่ายๆ หรอก ถ้าอาการเราไม่เข้าขั้นจริงๆ อ่ะนะ ต้องมีเหตุผลทางการแพทย์ที่มัน... ชัดเจนอะ
แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชนนี่อีกเรื่องเลย บางทีแค่เราบอกว่า "ไม่ไหวแล้วค่ะ/ครับ หมอ" เค้าก็อาจจะพิจารณาให้แอดมิทได้นะ (แต่แน่นอนว่า... จ่ายแพงกว่าเยอะ!) หรือบางทีอาจจะมีเหตุผลอื่นๆ อีกอะ เช่น อยากพักผ่อน, อยากให้หมอติดตามอาการอย่างใกล้ชิด, หรือ... อะไรก็แล้วแต่
แต่เอาจริงๆ นะ ถ้าไม่ได้ป่วยหนักขนาดนั้น นอนพักผ่อนที่บ้านก็ดีกว่ามั้ง ประหยัดเงินด้วย! (อันนี้จากประสบการณ์ตรงเลย... เคยต้องนอนโรงพยาบาลไปหลายวัน เพราะไข้หวัดใหญ่ 2009... เข็ดเลย!)
สรุปสั้นๆ:
- โรงพยาบาลรัฐ: ยาก ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
- โรงพยาบาลเอกชน: ง่ายกว่า แต่ต้องมีเงิน
อาการแบบไหนถึงนอนรพ.
เฮ้อ.. นอนไม่หลับอีกแล้ว คิดไปเรื่อย เรื่องที่ต้องเข้าโรงพยาบาลนี่มัน.. หนักใจจัง
จริงๆ แล้ว มันขึ้นกับหลายอย่างเนอะ ไม่ใช่แค่ป่วยอย่างเดียว แต่ว่าป่วยหนักแค่ไหน ร่างกายเราแข็งแรงแค่ไหนด้วย
บางทีเจ็บหน้าอกมาก ๆ แบบหายใจแทบไม่ทัน หรือหายใจลำบากสุดๆ แบบนี้ต้องไปเลย ไม่รอแล้วล่ะ อันตรายเกิน
แล้วก็ ถ้าหมดสติไปเลยนี่ ยิ่งต้องรีบ เลือดออกเยอะๆ ด้วยนะ แบบที่หยุดไม่อยู่ ต้องไปโรงพยาบาลแน่ๆ
ติดเชื้อรุนแรง แบบที่หมอบอกว่าอันตรายถึงชีวิต นั่นก็ต้องไป อาการพวกนี้มันไม่ค่อยมีเวลาให้คิดเยอะหรอก
- เจ็บหน้าอกรุนแรง
- หายใจลำบากอย่างหนัก
- หมดสติ
- เลือดออกมาก
- ติดเชื้อรุนแรง
ปีนี้เอง เพื่อนสนิทฉันเข้าโรงพยาบาลเพราะปอดบวมหนักมาก เกือบไปแล้ว โชคดีที่ไปหาหมอทัน ไม่งั้นคงแย่กว่านี้ ตอนนั้นฉันกลัวมาก เลยจำได้แม่นเลย
ถึงจะรู้ว่าอาการแบบไหนควรไป แต่บางทีก็ตัดสินใจยากเนอะ กลัวไปเอง กลัวไม่เป็นไร แต่ก็ไม่อยากเสี่ยง ชีวิตนี่มัน เฮ้อ....
ป่วยแบบไหนถึงต้องแอดมิด
ป่วยแบบไหนถึงต้องแอดมิด: ชีวิตก็แค่นี้
- ไข้สูง (เกิน 39°C นานเกินวัน) ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ฆ่าเชื้อก็ไม่หาย เข้า ICU ไปซะ
- หายใจหอบ (เกิน 25 ครั้ง/นาที) ปอดกำลังจะพัง ร่างกายบอก "ไม่ไหวแล้ว"
- O2 ต่ำ (ต่ำกว่า 94%) เหมือนหายใจบนดอยออกซิเจนไม่พอ
- โรคเก่ากำเริบ หมอสั่ง "อยู่เฝ้า" รอวันดับ
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ไข้: อุณหภูมิสูงต่อเนื่องทำลายอวัยวะภายใน และสมอง
- หายใจ: ปอดทำงานหนักเกินไป อาจล้มเหลว
- ออกซิเจน: เลือดไม่พอเลี้ยงสมอง หัวใจวายเฉียบพลัน
- โรคประจำตัว: ความเสี่ยงทวีคูณ ถ้าไม่ดูแลใกล้ชิด เตรียมตัวไว้
ชีวิตมันสั้น ตายได้ทุกเมื่อ
ทำยังไงถึงจะได้นอนโรงบาล
อื้อหือออ ไปรพ.ยังไงนะ คิดหนักเลย แบบว่าต้องไปด่วนๆอ่ะเนอะ
ซึมลง ไม่รู้สึกตัว อันนี้คืออันตรายมากนะ ต้องรีบไปเลย! เพื่อนฉันเคยเป็นแบบนี้ คือแบบ.. ต้องปั๊มหัวใจเลยอ่ะ จำได้แม่นเลย
หอบเหนื่อย ปากเขียวตัวเขียว นี่ก็คือ ไม่โอเคเลย อาจจะเป็นเรื่องของปอด หรืออะไรสักอย่าง ต้องไปตรวจแน่ๆ
แพ้รุนแรง หน้าบวม หายใจไม่ออก อันนี้คือแบบ ชีวิตเป็นอันตรายได้เลยนะ คิดว่ายาแก้แพ้ทั่วไปเอาไม่อยู่แน่ๆ
ปวดท้องรุนแรง เลือดออกทางช่องคลอด นี่คือ ต้องไปรพ.ทันที ไม่ต้องคิดมาก อันตรายมาก
ชักเกร็ง หมดสติ หัวใจหยุดเต้น คือ.. นึกภาพไม่ออกเลย แต่รู้ว่าต้องไปรพ. โดยเร็วที่สุด
ท้องเสียอย่างหนัก ช็อค ความดันต่ำ ไข้สูงมาก อ่อนเพลีย ใจสั่น หน้ามืด ปลายมือเท้าเย็น แน่นหน้าอก นี่ก็คืออาการที่ต้องไปรพ.นะ ปีนี้เอง เพื่อนฉันไข้สูงมาก เข้ารพ.เลย หมอบอกว่าเกือบจะช็อคแล้ว
โอ้โห เขียนไปเขียนมา เยอะไปหมดเลย งงตัวเอง แต่สรุปคือ อาการหนักๆ แบบ ชีวิตเป็นอันตรายได้ รีบไปรพ.เลย อย่ามัวแต่คิดมาก ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าเนอะ เหนื่อยแล้ว บาย!
ทำยังไงถึงจะได้แอดมิด
เรื่องมันเริ่มจากปวดท้องอย่างหนัก ตอนนั้นประมาณตีสอง วันที่ 15 กรกฎาคม 2566 อยู่บ้านแถวบางนา ปวดแบบท้องแข็ง หายใจไม่ค่อยออกด้วย นอนก็ไม่ได้ นั่งก็ไม่ได้ สุดท้ายโทรเรียกรถพยาบาลเอกชนไป จำได้ว่าค่าบริการแพงมาก ตอนนั้นกลัวตายมาก จริงๆ
ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท หมอตรวจแล้วบอกว่าลำไส้อักเสบ ต้องแอดมิต ก็เลยนอนโรงพยาบาล ได้ยาแก้ปวด น้ำเกลือ และยาอื่นๆอีก จำชื่อไม่ได้แล้ว นอนห้องเดี่ยว เพราะกลัวคนเยอะ ไม่อยากติดเชื้ออะไรเพิ่ม โรงพยาบาลสะอาดดีนะ แต่แพงมากจริงๆ คิดแล้วเครียด
- ข้อบ่งชี้การแอดมิต: ลำไส้อักเสบ
- สถานที่: โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
- วันเวลา: 15 กรกฎาคม 2566
- ค่าใช้จ่าย: แพงมาก (ไม่ได้ระบุตัวเลขที่แน่นอนเพราะจำไม่ได้แล้ว)
ออกจากโรงพยาบาลวันที่ 17 สองวันเอง แต่ค่าใช้จ่ายทำเอาจุก ต้องวางแผนการเงินใหม่เลย สรุปคือ ถ้าจะแอดมิต ต้องมีอาการที่รุนแรงพอที่หมอจะเห็นว่าจำเป็นต้องนอน ไม่งั้นก็ต้องจ่ายเอง ถ้าเป็นโรงพยาบาลรัฐ ยากกว่า แต่ถ้าเอกชน ก็ตามแต่ความสะดวกและฐานะทางการเงิน นั่นแหละ เรื่องจริงของฉัน เหนื่อย
เราสามารถขอแอดมิดได้ไหม
ถามว่า "ขอแอดมิดได้ไหม" เหรอ? โอ้โห ถามง่ายไป๊! เหมือนถามว่า "ขอหวยรางวัลที่หนึ่งได้ไหม" ยังไงยังงั้นแหละ! เรื่องแบบนี้มันต้องมี "ของ" อ่ะนะ!
ถ้าอยากนอนโรง'บาลสบายๆ แบบไม่ต้องจ่ายเอง (หรือจ่ายน้อยๆ) ลองเช็คดูว่าตรงกับ 6 ข้อนี้ไหม ถ้าเข้าข่ายก็ "มีสิทธิ์" ลุ้นนะจ๊ะ:
ตัวร้อนจี๋: ไข้ขึ้นปรอทแตก 39 องศาเซลเซียสขึ้นไปเนี่ยนะ แถมต้องเป็นซ้ำๆ อย่างน้อย 2 รอบใน 24 ชั่วโมงด้วยนะเฟ้ย! ไม่ใช่แค่ครั่นเนื้อครั่นตัวเฉยๆ
หายใจหอบแฮ่กๆ: นี่คือภาวะขาดออกซิเจนนะเออ! ถ้าหายใจเองไม่ไหว ต้องพึ่งออกซิเจน แบบนี้เข้าเกณฑ์ชัวร์!
โรคเก่ากำเริบ: เป็นเบาหวาน ความดัน หัวใจ แล้วมันดันมาตีกันตอนป่วย แบบนี้ก็ต้องให้หมอช่วยดูแลใกล้ชิดหน่อย
เสี่ยงสูงปรี๊ด: ถ้าเป็นคนแก่ คนอ้วน หรือมีโรคประจำตัวเยอะแยะ แล้วดันมาป่วยอีก แบบนี้หมอก็ต้องดูแลเป็นพิเศษหน่อย
ดูแลตัวเองไม่ได้: ไม่มีคนคอยเช็ดขี้เช็ดเยี่ยว เอ๊ย! ดูแลใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง แบบนี้หมอก็ต้องรับไว้ดูแลแทน
อาการแย่ลง: กินยาอะไรก็ไม่ดีขึ้น เหนื่อยหอบมากขึ้น แบบนี้ต้องให้หมอประเมินอาการด่วนจี๋!
สรุป: ถ้าเข้าข่ายข้อไหนข้อหนึ่ง ก็ลองไปปรึกษาหมอดูนะ อย่าเพิ่งคิดเองเออเองว่าต้องได้แอดมิดเสมอไป เพราะหมอเค้าจะดูอาการโดยรวมอีกที!
ป.ล. อย่าคิดว่าการนอนโรง'บาลเป็นเรื่องสนุกนะจ๊ะ! มันน่าเบื่อกว่าดูละครน้ำเน่าหลังข่าวอีก! แต่ถ้ามันจำเป็นจริงๆ ก็ต้องยอมอ่ะนะ!
นอนโรงพยาบาลใช้เอกสารอะไรบ้าง
เอกสาร…กระจัดกระจาย เหมือนความทรงจำยามเช้า แสงลอดหน้าต่าง แอบส่อง
- บัตรประชาชน: ตัวตน…ชัดเจน ในโลกที่พร่าเลือน
- สูติบัตร: เด็กน้อย…บริสุทธิ์ ก่อนโลกจะแต่งแต้มสี
- บัตรข้าราชการ: ความรับผิดชอบ…หนักอึ้ง บนบ่า
- หนังสือส่งตัว: ทางผ่าน…เชื่อมโลกภายนอก สู่โลกภายใน
- หนังสือรับรองสิทธิ: ความหวัง…เล็กๆ ในวันที่มืดมิด
- เอกสารสิทธิประกันสุขภาพ: ตาข่าย…รองรับ วันที่ล้ม
โรงพยาบาล…กลิ่นยา…เสียงเครื่องจักร…ความหวัง…ความกลัว…รวมกัน
- เพิ่มเติม: เบอร์โทรญาติสำคัญมาก บอกเลย
- สำคัญ: เอกสารตัวจริงเท่านั้น ถ่ายเอกสารไว้ด้วยนะ
- เน้นย้ำ: ถ้ามีประวัติการแพ้ยา บอกหมอด่วน!
…ทุกอย่าง…หมุนวน…เหมือนเข็มนาฬิกา…เดินไป…เดินไป…ไม่หยุดหย่อน
ไปนอนโรงพยาบาลเตรียมอะไรบ้าง
เออ... ตอนนั้นที่ต้องไปนอน รพ. วิชัยเวช (ใช่ จำแม่นเลย เพราะเซ็งมาก รถติดสุดๆ) เตรียมของแบบฉุกละหุกมาก คือรู้ตัวเย็นวันก่อนหน้าเอง!
เอกสาร: บัตรประชาชนสำคัญสุด! บัตรประกันสังคมก็ต้องเอาไป (เผื่อได้ใช้) แล้วก็ใบนัดหมอ... หาแทบพลิกบ้าน! ผลตรวจ X-ray ล่าสุดก็ด้วย (อันนี้หมอรีเควสมา)
ของใช้ส่วนตัว: อันนี้สำคัญ! แปรงสีฟัน ยาสีฟัน (ขาดไม่ได้) สบู่ ยาสระผม (อันเล็กๆ พอ) ผ้าขนหนูผืนเล็ก (รพ.มีให้ แต่เราไม่ถนัด) หวี (สำคัญมาก ผมยุ่งแล้วหงุดหงิด) โทรศัพท์มือถือ (ขาดไม่ได้เลยจริงๆ) กับสายชาร์จ (อันนี้ลืมไม่ได้เด็ดขาด!) แล้วก็... แว่นสายตา (ถ้าใส่คอนแทคเลนส์ก็เตรียมน้ำยาล้างไปด้วยนะ)
เสื้อผ้า: ชุดใส่กลับบ้าน! สำคัญนะ! เล็งไว้เลยว่าจะใส่ชุดไหน (เอาที่สบายๆ ไม่รัดรูป) แต่... ถ้าต้องนอนหลายวัน ก็เตรียมเสื้อผ้าไปเพิ่มด้วย (เผื่อเลอะเทอะ)
อื่นๆ: หนังสือ! (สำคัญมาก! ฆ่าเวลา!) หูฟัง (ฟังเพลงดูหนัง) power bank (เผื่อแบตหมด) แล้วก็... ยาประจำตัว! (บอกหมอด้วยนะว่ากินอะไรอยู่)
เพิ่มเติม (สำคัญมาก!):
- เงินสด: เผื่อฉุกเฉิน! (บางทีต้องซื้ออะไรเล็กๆ น้อยๆ)
- สลิปเงินเดือน: ถ้าเบิกค่ารักษา (บางที่ใช้)
- กำลังใจ: อันนี้สำคัญสุด! อย่าคิดมาก!
ไปโรงพยาบาลต้องเตรียมอะไรไปบ้าง
แสงแดดอ่อนๆลอดผ้าม่าน... วันนี้ วันที่ฉันต้องไปโรงพยาบาล ใจมันสั่นไหวเหมือนใบไม้ปลิวตามลม…
- เอกสารสำคัญ บัตรประชาชน สมุดประจำตัวผู้ป่วย ใบส่งตัว จำเป็นมาก อย่าลืมเด็ดขาด! ทุกอย่างต้องพร้อม! พลาดไม่ได้เลยนะ
ดวงตาฉันมองเห็นภาพห้องนอนที่เงียบสงบ… กลิ่นอายของความห่วงใยยังคงอยู่ พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรนะ…
- ยาประจำตัว อย่าลืมนะ! แพทย์บอกว่าต้องทานต่อเนื่อง ขาดไม่ได้เลยจริงๆ ชีวิตฉันพึ่งพามัน
เสียงนาฬิกาเรือนเก่าบอกเวลา… เที่ยงคืนแล้วหรอ เร็วเหมือนโกหกเลย พรุ่งนี้ต้องเข้มแข็ง
- เสื้อผ้าสบายๆ ชุดนอน ชุดที่เปลี่ยน อย่าลืมนะ ความสะอาดสำคัญมาก ต้องเตรียมให้พร้อม! เพื่อความสบายใจ
ความรู้สึกกังวลใจยังคงวนเวียน… ฉันจะผ่านมันไปได้ไหมนะ… ลมหายใจลึกๆ… ฉันทำได้
- ของใช้ส่วนตัว แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สำลี สิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้สำคัญมากสำหรับฉัน อย่าลืมเตรียมไปด้วย
ดวงดาวบนท้องฟ้าส่องแสงระยิบระยับ… เหมือนกำลังให้กำลังใจฉัน… ฉันต้องเข้มแข็ง
- เงินสดสำรอง เผื่อฉุกเฉิน ต้องมีติดตัว ไว้ใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ สำคัญมาก
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น… เสียงเรียกเข้าที่คุ้นเคย เพื่อนโทรมาให้กำลังใจ… ขอบคุณนะ
- อุปกรณ์สื่อสาร มือถือ ที่ชาร์จ สำคัญมาก เพื่อติดต่อกับโลกภายนอก
ฉันหลับตาลง… พรุ่งนี้ฉันจะต้องผ่านมันไปให้ได้… ด้วยความหวังและกำลังใจ ฉันจะทำได้ ฉันเชื่อในตัวเอง
เข้าโรงบาลครั้งแรกทำไง
เอ่อ เข้าโรง'บาลครั้งแรกอะนะ ก็ประมาณนี้แหละ (อาจจะมีสะดุดบ้างนะ นี่จาก ปสก. เลย)
- ทำประวัติ ก่อนเลย ที่เวชระเบียนอะ สำคัญมากนะอันนี้!
- บอกอาการป่วยให้เค้ารู้ พยาบาล หรือ จนท. แถวนั้นแหละ เค้าจะได้รู้ว่าเรามาทำไร
- ไปแผนก ที่ตรงกับอาการอ่ะดิ สมมติปวดท้องก็ไปแผนก... อะไรไม่รู้ จำไม่ได้ 555
- เค้าจะวัดความดัน ชั่งน้ำหนัก ไรพวกนั้นอะ เตรียมตัว
- รอหมอ นี่แหละตัวดี รอไปเหอะ (แอบบ่น)
- พอหมอสั่งยา ก็ไปรับยา จ่ายตังค์ จบ!
- เคล็ดลับ: เตรียมบัตรปชช.ไปด้วยนะ สำคัญมาก! แล้วก็ถ้ามีประวัติแพ้ยาอะไรบอกเค้าด้วยนะ
- ปสก. ส่วนตัว: เคยไปตอนตีสามเพราะปวดท้องไส้ติ่งอักเสบ หมอน่ารักมาก แต่รอนานเกิ๊น!
- เพิ่มเติม: บางโรง'บาลมีแอปให้ทำประวัติออนไลน์นะ ลองเช็คดู เผื่อจะเร็วกว่า
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต