ควรนอนพักสายตากี่นาที
ควรนอนพักสายตาระหว่างวันกี่นาที? วิธีพักสายตาที่ถูกต้องเพื่อลดอาการตาล้าและปวดตาคืออะไร?
เฮ้ย ถามเรื่องพักสายตานี่มันโดนใจเลยอ่ะ! คือเมื่อก่อนตอนทำงานบ้าพลังแบบนั่งหน้าคอมฯ ทั้งวันทั้งคืน (ตอนนั้นน่าจะปี 2015 ทำงานอยู่ [ใส่ชื่อบริษัท/สถานที่]) ตาแทบจะหลุดออกมา นึกภาพออกป่ะ?
แล้วไงรู้ป่ะ? คือไม่ได้พักเลยไง! คิดแต่ว่า "เดี๋ยวๆๆ งานต้องเสร็จ!" สุดท้ายพังจ้าาาาาา ปวดหัว ปวดตา คอ บ่า ไหล่มาเต็ม!
เอาจริงนะ ไอ้เรื่อง 10-20 นาทีเนี่ย น่าจะจริงแหละ แต่ส่วนตัวนะ บางทีแค่งีบ 5 นาที ตื่นมาก็เฟรชแล้วนะเว้ย! แต่ถ้าวันไหนโหมงานหนักๆ 20 นาทีก็คือสวรรค์ชัดๆ (จำได้เลยตอนโปรเจค [ชื่อโปรเจค] นี่แหละ)
ส่วนวิธีพักสายตาที่ถูกต้อง... อันนี้บอกเลยว่าต้องลองเอง! บางคนชอบหลับตาเฉยๆ บางคนชอบมองต้นไม้สีเขียวๆ (แต่สมัยนี้ต้นไม้ที่ไหนจะสู้หน้าจอวะ ฮ่าๆๆๆ) แต่สำหรับฉันนะ ลุกไปเดินยืดเส้นยืดสาย จิบกาแฟ แค่นี้ก็โอเคแล้ว!
ควรพักสายตาทุกกี่นาที
20 นาที... ใช่ พักสายตาทุก 20 นาที
มันเหมือน... เวลาที่ทุกอย่างรอบตัวมันเบลอไปหมด แล้วต้องหยุด... หายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ มองไปรอบๆ
เคยไหม? รู้สึกเหมือนสายตาตัวเองมันล้า... เหมือนแบตเตอรี่ใกล้หมด
- 20-20-20: มองไปที่อะไรสักอย่างที่อยู่ห่างออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที ทุกๆ 20 นาที
- แสง: ปรับแสงหน้าจอให้สมดุลกับแสงในห้อง สำคัญมากจริงๆ
- พักผ่อน: ลุกขึ้นเดิน... ขยับตัวบ้าง... ไม่ใช่แค่นั่งจ้องแต่หน้าจอ
เรื่องตา... มันสำคัญนะ... เราใช้มันมองโลก... มองคนที่เรารัก... ดูแลมันดีๆ เถอะ
ป้องกันไว้ดีกว่าแก้... จริงๆ นะ
พักสายตากี่นาทีถึงจะดี
โอ๊ย! พักสายตาเนี่ยนะ? นึกว่าพักผ่อนกินข้าวซะอีก! 10-20 นาทีเนี่ยกำลังดีเลยพี่น้อง อย่าไปหลับยาว เดี๋ยวกลายเป็นขี้เกียจสันหลังยาวไปซะ!
ทำไมต้อง 10-20 นาที?
- NREM ช่วงแรก: คือหลับแบบตื้นๆ อ่ะ ช่วยให้สมองมัน reset ตัวเอง
- ตื่นมาแล้วเฟรช: ไม่ปวดหัว ไม่เบลอ เหมือนโดนผีอำ
ถ้าหลับนานกว่านั้นล่ะ?
- เข้าสู่ภวังค์: กลายเป็นหลับลึก ตื่นมาก็งัวเงีย
- เสียเวลาทำมาหากิน: แทนที่จะสดชื่น กลายเป็นขี้เกียจไปเลย!
เคล็ดลับฉบับเซียน
- ตั้งนาฬิกาปลุก: กันหลับยาว
- ที่มืดๆ เงียบๆ: จะได้หลับสบาย
- ก่อนงีบ...จิบกาแฟ: คาเฟอีนจะออกฤทธิ์ตอนตื่นพอดี! (อันนี้แอบกระซิบนะจ๊ะ)
- อย่าทำบ่อย: เดี๋ยวติดเป็นนิสัย กลายเป็นคนขี้เซาไปเลย!
คำเตือน: อย่าเชื่อผมมาก ลองทำดูเอง แล้วจะรู้ว่ามันเวิร์คจริง! (หรือไม่ก็...ช่างมัน!)
นอนกี่นาทีถึงจะหายง่วง
ง่วง? นอนกี่นาทีหาย... 10-20 นาที! เออจริง ช่วงนั้นมันแบบ... NREM ไง! ( Non-Rapid Eye Movement ) ตื่นมาเฟรชเลยนะเว้ย เฮ้ย หรือว่า... 30 นาที? ไม่ๆ อันนั้นมันจะง่วงกว่าเดิมป้ะวะ? จำได้ว่า เคยอ่านเจอว่าถ้าเกิน 20 มันจะเข้าสู่ deep sleep แล้วตื่นมายิ่งเบลอ... หรือ คิดว่าน่าจะเป็น งั้นเอาแค่ 15 นาทีพอดีๆ ละกัน!
- นอน 10-20 นาที: สดชื่น
- NREM: ช่วงนอนหลับ ไม่ฝัน? (ไปหาข้อมูลเพิ่มดิ)
- Deep Sleep: ง่วงกว่าเดิม?
- ต้องลองจับเวลาดู! วันนี้จะนอนกลางวัน 15 นาที!
ควรพักสายตาทุกกี่ชม?
โอ๊ยตาย...เมื่อวานนี่ตาแทบถลนเลย ทำงานส่งโปรเจคจนดึกมาก ที่ออฟฟิศนี่ไฟสว่างจ้า หน้าจอคอมก็สว่างจ้า ทำงานต่อเนื่องเกือบ 4 ชั่วโมงได้ แบบว่าลืมพักสายตาไปเลย พอเงยหน้าขึ้นมาปวดหัวตุ๊บๆ ตาพร่ามัว แสบตาสุดๆ นั่งพักไปเกือบชั่วโมงกว่าจะหายปวดหัว กลับบ้านแทบจะลากตัวเองไป
ตอนนี้เลยต้องระวังมากขึ้น คือต้องพักสายตาจริงๆ อย่างน้อยทุกๆ 20 นาที จะลองใช้เทคนิค 20-20-20 ดูบ้าง คือทุกๆ 20 นาที มองไปที่วัตถุที่อยู่ไกลๆ อย่างน้อย 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที ดูสิว่าจะช่วยได้มากแค่ไหน
จริงๆ แล้วหมอบอกว่า ควรพักสายตาอย่างน้อยทุกๆ 30-60 นาที ยิ่งถ้าใช้คอมหรือมือถือเยอะๆ นี่สำคัญมาก แล้วก็ต้องอย่าลืมกระพริบตาบ่อยๆด้วยนะ เพราะฉันนี่แหละ ทำงานแล้วมักลืมกระพริบตา ตาแห้งเป็นประจำ ต้องใช้น้ำตาเทียมตลอดเลย
- พักสายตาทุก 20-30 นาที (แต่ควรจะทุก 30-60 นาทีตามที่หมอแนะนำ)
- มองไปที่ไกลๆ อย่างน้อย 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที (เทคนิค 20-20-20)
- กระพริบตาบ่อยๆ
- ใช้น้ำตาเทียมถ้าตาแห้ง
- หลับตาพักบ้าง สัก 30-60 วินาทีก็ยังดี
ปีนี้ฉันตั้งใจจะดูแลสุขภาพตาให้ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว เพราะปีที่แล้วตาแห้งหนักมาก ไปหาหมอถึงสองรอบ จ่ายค่ารักษาไปเยอะ เสียดายตังค์ ปีนี้ขอประหยัดค่ารักษาพยาบาลหน่อย ดูแลตัวเองดีๆตั้งแต่เนิ่นๆดีกว่า
เเว่นกรองเเสงจำเป็นไหม?
แว่นกรองแสง จำเป็นไหม?
จำเป็น สำหรับบางคน.
- ตา: ลดอาการตาแห้ง แดง. อาจจะ.
- เวลา: เล่นคอมนานขึ้น. พักสายตาสำคัญกว่า. เสมอ.
- แสงสีฟ้า: ถกเถียง. มีผลจริงไหม? หรือแค่ placebo?
- ส่วนตัว: ใส่แล้วสบายใจ. จบ.
- การตลาด: หลายยี่ห้อเคลมเกินจริง. ระวัง.
- ทางเลือก: ปรับแสงหน้าจอ. ก็ช่วยได้. ไม่เสียเงิน.
- สรุป: ถ้ามีเงินเหลือ. ลองดู. ไม่เสียหาย. มั้ง.
- ข้อมูล: 2024. ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน.
ข้อมูลเพิ่มเติม
แว่นกรองแสงบลูไลท์ไม่ได้ป้องกันแสงสีฟ้าได้ 100% การพักสายตาเป็นระยะยังคงสำคัญที่สุด การเลือกแว่นที่ได้มาตรฐานและมีค่าการกรองแสงที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ การปรึกษาจักษุแพทย์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อ
แสงสีฟ้าทำลายดวงตาจริงไหม?
เรื่องแสงสีฟ้าเนี่ย มันจริงนะ ที่บ้านผมใช้ไฟ LED เยอะมาก ปีนี้แหละ ห้องนอน ห้องทำงาน แม้แต่ห้องครัวก็เปลี่ยนหมด ตอนแรกก็รู้สึกดีนะ สว่างไสวดี แต่หลังๆนี่รู้สึกตาแห้งมาก แสบตาบ่อยๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน หลังเล่นมือถือเสร็จ นอนไม่ค่อยหลับ รู้สึกปวดตาตุบๆ ต้องไปหาหมอตาที่รพ.จุฬาฯ เดือนที่แล้วนี่เอง คุณหมอบอกว่า อาจจะเป็นเพราะแสงสีฟ้าจากจอต่างๆนี่แหละ
หมอบอกว่าแสงสีฟ้าพลังงานสูง มันทำลายเซลล์ในเลนส์ตาจริงๆ อันตรายนะ
ผมใช้แอปป์ลดแสงสีฟ้าในมือถือแล้วนะ แต่ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่
คุณหมอแนะนำให้พักสายตาบ่อยๆ อย่าจ้องจอต่อเนื่องนานเกินไป นอนให้เพียงพอ แล้วก็ลดการใช้แกดเจ็ตต่างๆก่อนนอน ตอนนี้ผมพยายามปรับพฤติกรรมตามที่หมอบอกแล้ว แต่ก็ยังต้องระวังอยู่ดี นี่ขนาดเป็นคนไม่ค่อยเล่นเกมส์หรือดูซีรี่ย์ยาวๆ นะเนี่ย ยังมีปัญหาเลย
อีกอย่างนะ กลางวันนี่ก็รู้สึกว่าแสงแดดมันแรงขึ้น ยิ่งช่วงเที่ยงๆ แสบตาเหมือนกัน บางทีก็รู้สึกว่าแสงสีฟ้าจากธรรมชาติก็มีผลเหมือนกัน อาจจะไม่รุนแรงเท่าจากจอ แต่ก็เป็นอีกปัจจัยที่น่าคิด ผมเลยซื้อแว่นกันแดดมาใส่บ่อยขึ้น ตอนนี้ก็พยายามใช้ชีวิตแบบบาลานซ์ๆ ระหว่างใช้เทคโนโลยีกับการดูแลสุขภาพดวงตา หวังว่าจะดีขึ้น
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต