ควรนอนพักสายตากี่นาที

96 ครั้งเข้าชม
พักสายตางีบหลับสั้น ๆ 10-20 นาทีดีที่สุด ช่วยให้ร่างกายและสมองสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เพิ่มพลังงานระหว่างวัน เป็นช่วง NREM ที่เหมาะสมกับการพักผ่อน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ควรนอนพักสายตาระหว่างวันกี่นาที? วิธีพักสายตาที่ถูกต้องเพื่อลดอาการตาล้าและปวดตาคืออะไร?

เฮ้ย ถามเรื่องพักสายตานี่มันโดนใจเลยอ่ะ! คือเมื่อก่อนตอนทำงานบ้าพลังแบบนั่งหน้าคอมฯ ทั้งวันทั้งคืน (ตอนนั้นน่าจะปี 2015 ทำงานอยู่ [ใส่ชื่อบริษัท/สถานที่]) ตาแทบจะหลุดออกมา นึกภาพออกป่ะ?

แล้วไงรู้ป่ะ? คือไม่ได้พักเลยไง! คิดแต่ว่า "เดี๋ยวๆๆ งานต้องเสร็จ!" สุดท้ายพังจ้าาาาาา ปวดหัว ปวดตา คอ บ่า ไหล่มาเต็ม!

เอาจริงนะ ไอ้เรื่อง 10-20 นาทีเนี่ย น่าจะจริงแหละ แต่ส่วนตัวนะ บางทีแค่งีบ 5 นาที ตื่นมาก็เฟรชแล้วนะเว้ย! แต่ถ้าวันไหนโหมงานหนักๆ 20 นาทีก็คือสวรรค์ชัดๆ (จำได้เลยตอนโปรเจค [ชื่อโปรเจค] นี่แหละ)

ส่วนวิธีพักสายตาที่ถูกต้อง... อันนี้บอกเลยว่าต้องลองเอง! บางคนชอบหลับตาเฉยๆ บางคนชอบมองต้นไม้สีเขียวๆ (แต่สมัยนี้ต้นไม้ที่ไหนจะสู้หน้าจอวะ ฮ่าๆๆๆ) แต่สำหรับฉันนะ ลุกไปเดินยืดเส้นยืดสาย จิบกาแฟ แค่นี้ก็โอเคแล้ว!

ควรพักสายตาทุกกี่นาที

20 นาที... ใช่ พักสายตาทุก 20 นาที

มันเหมือน... เวลาที่ทุกอย่างรอบตัวมันเบลอไปหมด แล้วต้องหยุด... หายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ มองไปรอบๆ

เคยไหม? รู้สึกเหมือนสายตาตัวเองมันล้า... เหมือนแบตเตอรี่ใกล้หมด

  • 20-20-20: มองไปที่อะไรสักอย่างที่อยู่ห่างออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที ทุกๆ 20 นาที
  • แสง: ปรับแสงหน้าจอให้สมดุลกับแสงในห้อง สำคัญมากจริงๆ
  • พักผ่อน: ลุกขึ้นเดิน... ขยับตัวบ้าง... ไม่ใช่แค่นั่งจ้องแต่หน้าจอ

เรื่องตา... มันสำคัญนะ... เราใช้มันมองโลก... มองคนที่เรารัก... ดูแลมันดีๆ เถอะ

ป้องกันไว้ดีกว่าแก้... จริงๆ นะ

พักสายตากี่นาทีถึงจะดี

โอ๊ย! พักสายตาเนี่ยนะ? นึกว่าพักผ่อนกินข้าวซะอีก! 10-20 นาทีเนี่ยกำลังดีเลยพี่น้อง อย่าไปหลับยาว เดี๋ยวกลายเป็นขี้เกียจสันหลังยาวไปซะ!

ทำไมต้อง 10-20 นาที?

  • NREM ช่วงแรก: คือหลับแบบตื้นๆ อ่ะ ช่วยให้สมองมัน reset ตัวเอง
  • ตื่นมาแล้วเฟรช: ไม่ปวดหัว ไม่เบลอ เหมือนโดนผีอำ

ถ้าหลับนานกว่านั้นล่ะ?

  • เข้าสู่ภวังค์: กลายเป็นหลับลึก ตื่นมาก็งัวเงีย
  • เสียเวลาทำมาหากิน: แทนที่จะสดชื่น กลายเป็นขี้เกียจไปเลย!

เคล็ดลับฉบับเซียน

  • ตั้งนาฬิกาปลุก: กันหลับยาว
  • ที่มืดๆ เงียบๆ: จะได้หลับสบาย
  • ก่อนงีบ...จิบกาแฟ: คาเฟอีนจะออกฤทธิ์ตอนตื่นพอดี! (อันนี้แอบกระซิบนะจ๊ะ)
  • อย่าทำบ่อย: เดี๋ยวติดเป็นนิสัย กลายเป็นคนขี้เซาไปเลย!

คำเตือน: อย่าเชื่อผมมาก ลองทำดูเอง แล้วจะรู้ว่ามันเวิร์คจริง! (หรือไม่ก็...ช่างมัน!)

นอนกี่นาทีถึงจะหายง่วง

ง่วง? นอนกี่นาทีหาย... 10-20 นาที! เออจริง ช่วงนั้นมันแบบ... NREM ไง! ( Non-Rapid Eye Movement ) ตื่นมาเฟรชเลยนะเว้ย เฮ้ย หรือว่า... 30 นาที? ไม่ๆ อันนั้นมันจะง่วงกว่าเดิมป้ะวะ? จำได้ว่า เคยอ่านเจอว่าถ้าเกิน 20 มันจะเข้าสู่ deep sleep แล้วตื่นมายิ่งเบลอ... หรือ คิดว่าน่าจะเป็น งั้นเอาแค่ 15 นาทีพอดีๆ ละกัน!

  • นอน 10-20 นาที: สดชื่น
  • NREM: ช่วงนอนหลับ ไม่ฝัน? (ไปหาข้อมูลเพิ่มดิ)
  • Deep Sleep: ง่วงกว่าเดิม?
  • ต้องลองจับเวลาดู! วันนี้จะนอนกลางวัน 15 นาที!

ควรพักสายตาทุกกี่ชม?

โอ๊ยตาย...เมื่อวานนี่ตาแทบถลนเลย ทำงานส่งโปรเจคจนดึกมาก ที่ออฟฟิศนี่ไฟสว่างจ้า หน้าจอคอมก็สว่างจ้า ทำงานต่อเนื่องเกือบ 4 ชั่วโมงได้ แบบว่าลืมพักสายตาไปเลย พอเงยหน้าขึ้นมาปวดหัวตุ๊บๆ ตาพร่ามัว แสบตาสุดๆ นั่งพักไปเกือบชั่วโมงกว่าจะหายปวดหัว กลับบ้านแทบจะลากตัวเองไป

ตอนนี้เลยต้องระวังมากขึ้น คือต้องพักสายตาจริงๆ อย่างน้อยทุกๆ 20 นาที จะลองใช้เทคนิค 20-20-20 ดูบ้าง คือทุกๆ 20 นาที มองไปที่วัตถุที่อยู่ไกลๆ อย่างน้อย 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที ดูสิว่าจะช่วยได้มากแค่ไหน

จริงๆ แล้วหมอบอกว่า ควรพักสายตาอย่างน้อยทุกๆ 30-60 นาที ยิ่งถ้าใช้คอมหรือมือถือเยอะๆ นี่สำคัญมาก แล้วก็ต้องอย่าลืมกระพริบตาบ่อยๆด้วยนะ เพราะฉันนี่แหละ ทำงานแล้วมักลืมกระพริบตา ตาแห้งเป็นประจำ ต้องใช้น้ำตาเทียมตลอดเลย

  • พักสายตาทุก 20-30 นาที (แต่ควรจะทุก 30-60 นาทีตามที่หมอแนะนำ)
  • มองไปที่ไกลๆ อย่างน้อย 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที (เทคนิค 20-20-20)
  • กระพริบตาบ่อยๆ
  • ใช้น้ำตาเทียมถ้าตาแห้ง
  • หลับตาพักบ้าง สัก 30-60 วินาทีก็ยังดี

ปีนี้ฉันตั้งใจจะดูแลสุขภาพตาให้ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว เพราะปีที่แล้วตาแห้งหนักมาก ไปหาหมอถึงสองรอบ จ่ายค่ารักษาไปเยอะ เสียดายตังค์ ปีนี้ขอประหยัดค่ารักษาพยาบาลหน่อย ดูแลตัวเองดีๆตั้งแต่เนิ่นๆดีกว่า

เเว่นกรองเเสงจำเป็นไหม?

แว่นกรองแสง จำเป็นไหม?

จำเป็น สำหรับบางคน.

  • ตา: ลดอาการตาแห้ง แดง. อาจจะ.
  • เวลา: เล่นคอมนานขึ้น. พักสายตาสำคัญกว่า. เสมอ.
  • แสงสีฟ้า: ถกเถียง. มีผลจริงไหม? หรือแค่ placebo?
  • ส่วนตัว: ใส่แล้วสบายใจ. จบ.
  • การตลาด: หลายยี่ห้อเคลมเกินจริง. ระวัง.
  • ทางเลือก: ปรับแสงหน้าจอ. ก็ช่วยได้. ไม่เสียเงิน.
  • สรุป: ถ้ามีเงินเหลือ. ลองดู. ไม่เสียหาย. มั้ง.
  • ข้อมูล: 2024. ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน.

ข้อมูลเพิ่มเติม

แว่นกรองแสงบลูไลท์ไม่ได้ป้องกันแสงสีฟ้าได้ 100% การพักสายตาเป็นระยะยังคงสำคัญที่สุด การเลือกแว่นที่ได้มาตรฐานและมีค่าการกรองแสงที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ การปรึกษาจักษุแพทย์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อ

แสงสีฟ้าทำลายดวงตาจริงไหม?

เรื่องแสงสีฟ้าเนี่ย มันจริงนะ ที่บ้านผมใช้ไฟ LED เยอะมาก ปีนี้แหละ ห้องนอน ห้องทำงาน แม้แต่ห้องครัวก็เปลี่ยนหมด ตอนแรกก็รู้สึกดีนะ สว่างไสวดี แต่หลังๆนี่รู้สึกตาแห้งมาก แสบตาบ่อยๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน หลังเล่นมือถือเสร็จ นอนไม่ค่อยหลับ รู้สึกปวดตาตุบๆ ต้องไปหาหมอตาที่รพ.จุฬาฯ เดือนที่แล้วนี่เอง คุณหมอบอกว่า อาจจะเป็นเพราะแสงสีฟ้าจากจอต่างๆนี่แหละ

  • หมอบอกว่าแสงสีฟ้าพลังงานสูง มันทำลายเซลล์ในเลนส์ตาจริงๆ อันตรายนะ

  • ผมใช้แอปป์ลดแสงสีฟ้าในมือถือแล้วนะ แต่ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่

คุณหมอแนะนำให้พักสายตาบ่อยๆ อย่าจ้องจอต่อเนื่องนานเกินไป นอนให้เพียงพอ แล้วก็ลดการใช้แกดเจ็ตต่างๆก่อนนอน ตอนนี้ผมพยายามปรับพฤติกรรมตามที่หมอบอกแล้ว แต่ก็ยังต้องระวังอยู่ดี นี่ขนาดเป็นคนไม่ค่อยเล่นเกมส์หรือดูซีรี่ย์ยาวๆ นะเนี่ย ยังมีปัญหาเลย

อีกอย่างนะ กลางวันนี่ก็รู้สึกว่าแสงแดดมันแรงขึ้น ยิ่งช่วงเที่ยงๆ แสบตาเหมือนกัน บางทีก็รู้สึกว่าแสงสีฟ้าจากธรรมชาติก็มีผลเหมือนกัน อาจจะไม่รุนแรงเท่าจากจอ แต่ก็เป็นอีกปัจจัยที่น่าคิด ผมเลยซื้อแว่นกันแดดมาใส่บ่อยขึ้น ตอนนี้ก็พยายามใช้ชีวิตแบบบาลานซ์ๆ ระหว่างใช้เทคโนโลยีกับการดูแลสุขภาพดวงตา หวังว่าจะดีขึ้น