ความดัน150/90 สูงไหม

189 ครั้งเข้าชม
ความดัน 150/90 mmHg สูงกว่าปกติ จัดเป็นความดันโลหิตสูงระยะเริ่มแรก (ระดับ 1) ค่าความดันอยู่ในช่วง 140-159/90-99 mmHg จำเป็นต้องควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด หากสูงเกิน 160/100 mmHg ถือเป็นระดับปานกลาง (ระดับ 2) เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม อย่าละเลยอาการผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะ มองไม่ชัด วิงเวียน เพื่อสุขภาพที่ดี ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ความดัน 150/90 ถือว่าสูงเกินไปไหม? อันตรายต่อสุขภาพอย่างไร? ควรทำอย่างไรดี?

150/90 เนี่ยนะ? อืมม, ถือว่าสูงนะ เอาจริงๆ เกินเกณฑ์ไปหน่อยนึงแหละ ที่เขาว่ากันว่า "ปกติ" อ่ะ

อันตรายยังไง? เล่าจากประสบการณ์ตรงเลยนะ ป้าข้างบ้านฉันเนี่ยแหละ ความดันสูงไม่ยอมกินยา สุดท้ายเส้นเลือดในสมองแตกเลย น่ากลัวมาก

แล้วต้องทำไงดี? อันดับแรก ไปหาหมอเหอะ อย่าคิดเองเออเอง ฉันเคยไปตรวจที่ รพ. รามาฯ เมื่อปีที่แล้ว (น่าจะช่วง มีนาคม) หมอแนะนำให้ปรับพฤติกรรมก่อนเลย คุมอาหาร ออกกำลังกาย ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยว่ากันเรื่องยา

ความดัน 140-159/90-99 มม.ปรอท เขาว่ากันว่าเป็นความดันโลหิตสูงระยะเริ่มแรกนะ

ถ้า 160-179/100-109 มม.ปรอท อันนี้เริ่มปานกลางละ ต้องระวังเลยล่ะ

สรุปคือ ไปหาหมอ! อย่าชะล่าใจเด็ดขาด เข้าใจป่ะ?

เมื่อวัดความดันมีค่า 149/98 แปลผลว่าอย่างไร

149/98: ความดันโลหิตสูงขั้นที่สอง

  • อันตราย เสี่ยงโรคหัวใจ สมอง ไตวาย

  • ต้องพบแพทย์ รับยา ปรับพฤติกรรม

  • ปีนี้ ฉันตรวจเมื่อเดือนกรกฎาคม ค่าปกติ

  • ความดันสูง เงียบเชียบ แต่ทำลายล้าง

ข้อมูลเพิ่มเติม: การจัดการความดันโลหิตสูง จำเป็นต้องควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร และทานยาตามแพทย์สั่ง (ข้อมูลจากการตรวจสุขภาพส่วนตัวปี 2566)

ความดันสูงแค่ไหนต้องไปหาหมอ

ความดัน 140/90 นี่เริ่มเครียดแล้วนะ ต้องไปหาหมอเช็คด่วนๆ อย่ารอให้ถึง 180/110 นั่นมันอันตรายเกินไป!

ตอนนั้นเมื่อปีที่แล้ว (2566) ตอนไปตรวจสุขภาพประจำปีที่ รพ. กรุงเทพ คือตกใจมาก ค่าความดันขึ้นไป 150/100 หมอบอกว่าต้องคุมอาหาร ออกกำลังกายด่วนๆ เลย

อาการแบบนี้ต้องรีบไปหาหมอ (อย่าปล่อยไว้!):

  • ปวดหัวแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน (เหมือนหัวจะระเบิด)
  • ตามัว มองไม่ชัด (หรือเห็นภาพซ้อน)
  • เจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม
  • ใจสั่นแบบควบคุมไม่ได้ (เหมือนจะวูบ)
  • ชาตามแขนขา (อันนี้น่ากลัว)

ข้อควรระวัง:

  • ห้ามออกกำลังกาย ถ้าความดันสูงเกิน 180/110 เด็ดขาด!
  • กินยาตามหมอสั่ง (อย่าหยุดเอง)
  • ลดเค็ม ลดมัน ลดหวาน (ยากแต่ต้องทำ)
  • พักผ่อนให้เพียงพอ (นอนน้อยก็ขึ้นนะ)
  • อย่าเครียด! (อันนี้ยากสุด)

หลังจากนั้นมาคือชีวิตเปลี่ยนเลย ต้องคุมอาหาร ออกกำลังกายเบาๆ เดินเร็วบ้าง ว่ายน้ำบ้าง ตอนนี้ความดันลงมาปกติแล้ว ดีใจมาก!

เพิ่มเติม:

  • ปีนี้ (2567) หมอบอกว่าเป้าหมายความดันคือ 130/80 (ยิ่งต่ำยิ่งดี)
  • มีเครื่องวัดความดันที่บ้านก็ดี จะได้เช็คเองได้บ่อยๆ
  • อย่าเชื่อโฆษณาอาหารเสริมลดความดัน (ปรึกษาหมอก่อน!)
  • คนในครอบครัวเป็นความดัน ก็มีสิทธิ์เป็นเหมือนกัน (ต้องระวัง)
  • ถ้ามีอาการแปลกๆ อย่ารอ! ไปหาหมอเลย!

ความดันตัวล่างสูง อันตรายไหม

ความดันตัวล่างสูง? อันตรายสิถามได้!

  • ตัวบน 120 ตัวล่าง 80 คือปกติใช่ป่ะ?
  • เกิน 140/90 นี่คือต้องวิ่งหาหมอเลยนะ
  • อัมพฤกษ์ อัมพาต หัวใจ ไต...มาหมดถ้าไม่คุมความดันอ่ะจริง
  • ตัวล่างสูง นี่มัน...เส้นเลือดในสมองป่ะวะ?
  • วัดความดันล่าสุดเมื่อไหร่? ของฉัน...ลืมไปเลยอ่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ความดันสูง = Hypertension ศัพท์เท่ๆ
  • ค่าปกติอาจมีบวกลบนิดหน่อย หมอจะบอกอีกที
  • บางทีเครียดจัดๆ ก็ขึ้นได้ แต่ถ้าขึ้นบ่อยๆ นี่ไม่ดีแน่

ถามตัวเอง: กินเค็มไปป่ะ? ต้องลดโซเดียมจริงจังแล้วมั้งเนี่ย! ออกกำลังกายด้วยสิ! (แต่ขี้เกียจจัง...)

ข้อควรระวัง: อย่ามัวแต่กลัว จนไม่กล้าไปหาหมอนะ! ไปตรวจเช็คเถอะ!

ความดันตัวล่างบอกอะไร

ความดันตัวล่างนะเหรอ? โอ้โห! ถ้าจะให้พูดแบบชาวบ้านๆ ก็คือ ตอนที่หัวใจมันพักยกน่ะ!

  • ความดันตัวบน: ตอนหัวใจทำงานหนัก สูบเลือดปื้ดๆๆ เหมือนปั๊มน้ำสมัยสงครามโลก
  • ความดันตัวล่าง: ตอนหัวใจพักเหนื่อย แอบงีบซักแป๊บ ก่อนจะสูบเลือดใหม่ (แต่ก็ต้องทำงานอยู่ดีนะ!)

ถ้าความดันตัวล่างมันสูงเกินไป ก็แปลว่าหัวใจแกไม่ได้พักผ่อนเต็มที่! ระวังจะเป็นเหมือนลุงข้างบ้านที่ชอบกินเค็ม แล้วบ่นว่าปวดหัวทุกวันนะ!

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้ลึก):

  • ความดันปกติควรอยู่ที่ประมาณ 120/80 mmHg (ตัวบน/ตัวล่าง) แต่ถ้าเกินกว่านี้ ก็เตรียมตัวไปหาหมอได้เลย!
  • กินเค็ม ทำให้อ้วน (อันนี้รู้กันอยู่แล้ว!) และทำให้ความดันขึ้นด้วยนะ!
  • ออกกำลังกายบ้าง อย่าเอาแต่นั่งๆ นอนๆ เดี๋ยวความดันจะพุ่งทะลุเพดาน!

คำเตือน: อย่าเชื่อข้อมูลในเน็ตมากเกินไป! ไปหาหมอตรวจสุขภาพบ้างก็ดีนะ! (แต่ถ้าไม่มีเงิน ก็...ตามนั้น!)

ความดันตัวล่างควรอยู่ที่เท่าไร

ความดันโลหิตตัวล่าง (ไดแอสโตลิค) ควรต่ำกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท ค่าที่เหมาะสมถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด อย่าลืมว่า ตัวเลขนี้ต้องพิจารณาควบคู่กับความดันโลหิตตัวบน (ซิสโตลิค) ด้วย การอ่านค่าเพียงตัวเดียวอาจทำให้เข้าใจผิดได้ เหมือนการมองแค่ด้านเดียวของเหรียญ เราควรเห็นภาพรวม

การเทียบค่าความดันโลหิต (ปี 2566) โดยทั่วไปแบ่งได้ดังนี้:

  • ความดันโลหิตที่ดี: ต่ำกว่า 120/80 มม.ปรอท ถือเป็นเป้าหมายที่ควรพยายามให้ได้ สุขภาพดีขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่ตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียว

  • ความดันโลหิตปกติ: 120-129 / 80-84 มม.ปรอท อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ควรสังเกตอาการและตรวจสุขภาพเป็นประจำ การป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้

  • ความดันโลหิตค่อนข้างสูง (Prehypertension): 130-139 / 85-89 มม.ปรอท ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร และลดความเครียด เริ่มดูแลตัวเองก่อนที่จะสายเกินไป

  • ความดันโลหิตสูงเล็กน้อย (Stage 1 Hypertension): 140-159 / 90-99 มม.ปรอท จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ อาจต้องใช้ยาควบคุม อย่ามองข้าม สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

หมายเหตุ: ค่าเหล่านี้เป็นเพียงเกณฑ์ทั่วไป แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวินิจฉัยอย่างถูกต้อง ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายแต่ละบุคคล ตัวเลขเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการประเมิน ประวัติสุขภาพ การตรวจร่างกาย และการตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ มีความสำคัญไม่แพ้กัน การดูแลตัวเองที่ดีเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพที่ดี

ผมเองก็ตรวจสุขภาพประจำปี และพยายามรักษาความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพราะเชื่อว่าการดูแลสุขภาพที่ดี เริ่มต้นจากตัวเราเอง

ความดันไม่ควรต่ำกว่าเท่าไร

ความดันโลหิต "ที่ควรจะเป็น" ไม่มีค่าต่ำสุดแบบตายตัว เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่โดยทั่วไป ถ้าความดันตัวบนต่ำกว่า 90 หรือตัวล่างต่ำกว่า 60 แล้วมีอาการ เช่น หน้ามืด วิงเวียน อันนี้ถึงจะเรียกว่าความดันต่ำเกินไปและควรปรึกษาหมอ

  • ความดันโลหิตที่เหมาะสม: ต่ำกว่า 120/80 mmHg ถือว่าดี
  • ความดันปกติ: 120-129/80-84 mmHg
  • ความดันค่อนข้างสูง: 130-139/85-89 mmHg
  • ความดันสูงเล็กน้อย: 140-159/90-99 mmHg

ความดันต่ำไม่ใช่ว่าดีกว่าความดันสูงเสมอไป สำคัญคือต้องอยู่ในระดับที่ร่างกายทำงานได้ปกติ ไม่มีอาการผิดปกติ ถ้าความดันต่ำแต่ร่างกายยังโอเค ก็ไม่ต้องกังวลมาก แต่ถ้ามีอาการต้องรีบเช็ค อาจมีสาเหตุอื่นแอบแฝงได้นะ

จริง ๆ แล้วร่างกายเราซับซ้อนกว่าตัวเลขพวกนี้เยอะ บางทีค่าความดันที่ "ดี" ในตำรา อาจจะไม่ใช่ค่าที่ดีที่สุดสำหรับเราก็ได้ การสังเกตอาการตัวเองสำคัญกว่าการยึดติดกับตัวเลขมาก ๆ เลยนะว่าไปแล้ว