ความเข้มข้นเลือดเท่าไรถึงบริจาคได้
เกณฑ์การบริจาคเลือด: ระดับความเข้มข้นเลือดต้องมีค่าเท่าไหร่ถึงจะบริจาคได้?
จำได้ตอนไปบริจาคเลือดที่โรงพยาบาลจุฬาฯ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว พยาบาลบอกว่า ระดับฮีโมโกลบินต้องถึงเกณฑ์ถึงจะบริจาคได้นะ ผู้หญิงต้อง 12.5 กรัม/เดซิลิตร ขึ้นไป ผู้ชายก็สูงกว่านั้นอีก จำไม่ได้แน่ๆ ว่าเท่าไหร่ แต่จำได้ลางๆว่ามากกว่า 13 กรัม/เดซิลิตร เพื่อนผู้หญิงคนนึงไปบริจาคไม่ได้ เพราะฮีโมโกลบินต่ำกว่าเกณฑ์ เซ็งไปเลย
ตอนนั้น พยาบาลเค้าอธิบายละเอียดมาก แต่ฉันก็ลืมไปหมดแล้ว จำได้แค่ว่า ถ้าต่ำกว่าเกณฑ์ ก็บริจาคไม่ได้ อันตรายด้วยมั้ง เขาคงเช็คละเอียด เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้บริจาคและผู้รับเลือดด้วยแหละ ฟังดู น่ากลัวอยู่เหมือนกันนะ ถ้าฮีโมโกลบินต่ำไป
เห็นตัวเลข 47,865 คน ที่ปฏิเสธการบริจาคเพราะฮีโมโกลบินต่ำในปี 2558 เยอะมากเลยเนอะ นั่นแสดงว่าหลายคนอาจไม่รู้เกณฑ์ หรืออาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ที่ทำให้ฮีโมโกลบินไม่ถึงเกณฑ์
สรุปง่ายๆเลยนะ อยากบริจาคเลือด ก็ต้องเช็คสุขภาพตัวเองให้ดี ฮีโมโกลบินถึงเกณฑ์ ถึงจะบริจาคได้ ไม่งั้นก็อด เสียดายแย่เลย
ความเข้มข้นของเลือดเท่าไรถึงบริจาคเลือดได้
เอ้า! จะบริจาคเลือดเหรอ? ใจบุญจัง! แต่ก่อนจะไปนอนให้ยุงกัดเล่น เช็คค่าความเข้มข้นเลือดตัวเองก่อนนะจ๊ะ! ไม่งั้นเค้าไม่รับนะรู้ยัง!
- ผู้หญิง: ต้องไม่ต่ำกว่า 12.5 กรัม/เดซิลิตร ถ้าต่ำกว่านี้ เลือดคุณบางเบาเหมือนขนนก เค้าไม่เอาหรอก! เอาไปแล้วเค้าต้องเสียเลือดเพิ่มอีกแน่ๆ เลย
- ผู้ชาย: ต้องไม่ต่ำกว่า 13 กรัม/เดซิลิตร นี่ถ้าต่ำกว่านี้ สงสัยเลือดคุณจะไหลซึมๆ เหมือนน้ำมูกไหลตอนเช้า ไม่สะใจเค้าหรอก!
เรื่องธาลัสซีเมียไม่ต้องห่วง! สภากาชาดไทยบอกแล้วว่าบริจาคได้ปกติ! แค่เลือดคุณเข้มข้นพอ ก็เอาไปได้เลย! แต่! หลังบริจาคต้องพักผ่อนให้เยอะๆนะ ไม่งั้นเป็นลมกลางทาง เค้าก็ไม่รับผิดชอบนะจ๊ะ! แล้วก็อย่าลืมทานยาบำรุงเลือดที่หมอให้มาด้วยล่ะ ไม่งั้นเลือดคุณจะกลายเป็นน้ำเปล่า!
ปีนี้ (2566) ข้อมูลยังเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย ยังคงต้องเข้มข้นถึงระดับนั้นอยู่ ถ้าไม่ถึง ก็ไปกินเหล้าดำๆ ให้เลือดข้นก่อนค่อยมาใหม่! (ล้อเล่นนะ!) แต่จริงๆ ต้องดูแลสุขภาพตัวเองดีๆ นะ อย่าไปเครียดมาก เดี๋ยวเลือดจะจางซะก่อน!
เลือดเข้มข้นกี่%
เลือดเข้มข้น 35-47% นี่มันเรื่องจริงหรือเรื่องหลอกลวงกันแน่! (ล้อเล่นนะ) จริงๆ แล้วค่าปกติของเกณฑ์ hematocrit (Hct) หรือปริมาณของเม็ดเลือดแดงในเลือด นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เพศ อายุ แม้แต่ระดับความสูงยังมีผลเลย! แต่โดยทั่วไป ผู้ชายจะสูงกว่าผู้หญิงนิดหน่อย ประมาณ 40-54% ในผู้ชาย และ 36-46% ในผู้หญิง ปีนี้ผมไปตรวจสุขภาพมา Hct ผมอยู่ที่ 42% หมอบอกว่าปกติดี โล่งอกไปที!
ถ้าค่าสูงกว่าปกติ อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย เพราะมันอาจหมายถึงหลายอย่าง เช่น ภาวะเลือดข้น (ซึ่งก็มีหลายชนิดอีกนะ อย่าเพิ่งคิดมาก) หรืออาจเป็นเพราะภาวะขาดน้ำรุนแรง หรือโรคอื่นๆ ไปตรวจเช็คกับคุณหมอดีกว่า อย่าไปหาข้อมูลเองในเน็ตมาก เดี๋ยวจะยิ่งเครียด ผมเคยอ่านเจอในเว็บหมอชื่อดัง เว็บหนึ่ง เขียนดีมากๆ อ่านง่ายด้วย
ส่วนค่าอื่นๆ ในผลตรวจสุขภาพ เอาเป็นว่ามันเป็นเหมือนปริศนา ที่ช่วยไขความลับร่างกายเรา แต่ต้องอาศัยคนไข้ความหมาย (นั่นคือคุณหมอไง)
- Hemoglobin (Hb): บอกปริมาณฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ตัวพาออกซิเจน น้อยไปก็ซีด มากไปก็อาจมีปัญหา
- White Blood Cell (WBC): ทหารของร่างกาย ถ้าเยอะผิดปกติ อาจติดเชื้อ หรือเป็นโรคเลือด
- Platelet: ช่วยแข็งตัวของเลือด น้อยไปก็มีแผลง่าย มากไปก็อาจเกิดลิ่มเลือด
- ระดับน้ำตาลในเลือด: บอกความเสี่ยงโรคเบาหวาน ผมเองก็ต้องระวัง เพราะมีประวัติครอบครัว
- คอเลสเตอรอล: ตัวการสำคัญของโรคหัวใจ ผมว่าผมควรกินผักให้เยอะขึ้น (แต่ก็ยังชอบกินของทอดอยู่ดี)
สรุปง่ายๆ ค่าต่างๆ ในผลตรวจสุขภาพ มันเหมือนตัวเลขลึกลับที่บอกอะไรได้เยอะแยะ แต่ต้องให้คุณหมอเป็นคนแปลความหมาย อย่าตีความเอง ไม่งั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ไปหาหมอดีกว่า ปลอดภัยกว่าเยอะ! ปีนี้ผมก็จ่ายเงินค่าตรวจแพงไปหน่อย แต่ก็คุ้มค่าที่ได้สุขภาพดีขึ้น!
ความเข้มข้นเลือดต้องเท่าไร
โหย! เลือดข้น เลือดจางนี่มันเรื่องใหญ่เนอะ! 12-16 กรัมต่อเดซิลิตร (g/dL) นี่แหละค่ามาตรฐานฮีโมโกลบินในเลือด ถ้ามากกว่านี้ เตรียมตัวไว้เลย! เลือดข้นเป็นลิ่ม เดี๋ยวก็ไปนอนโรงพยาบาล! ถ้าต่ำกว่า... โอ้โห โลหิตจาง! หน้าซีดเป็นกระดาษ เดินก็แทบไม่ไหว เหมือนมดแดงกัดทั้งตัว
ค่าฮีโมโกลบิน (Hemoglobin): 12-16 g/dL นี่คือตัวเลขสำคัญ! จำให้ขึ้นใจ! ต่ำกว่านี้คือโลหิตจาง สูงกว่านี้คือเลือดข้น! ง่ายๆแค่นี้!
ฮีมาโทคริต (Hematocrit: HCT): นี่คือเปอร์เซ็นต์ของเม็ดเลือดแดงในเลือดทั้งหมด! ก็สำคัญเหมือนกันนะ แต่หมอเค้าจะดูฮีโมโกลบินก่อนเป็นหลัก เพราะมันวัดง่ายกว่า! เหมือนเวลาไปซื้อของ เราจะดูราคาสินค้าก่อน ไม่ใช่ดูน้ำหนักสินค้านะ (อันนี้เปรียบเทียบนะ อย่าไปจริงจังมาก)
ปีนี้ไปตรวจสุขภาพมา ค่าฮีโมโกลบินผมปกติ (อวดนิดนึง!) แต่เพื่อนผมคนนึง ค่ามันต่ำกว่ามาตรฐาน หมอบอกให้กินยาบำรุงเลือด กินผักเยอะๆ มันบอกว่าเหนื่อยง่าย ปากซีด เหมือนผีดิบเลย ฮ่าๆๆๆ (อย่าไปเลียนแบบเพื่อนผมนะ ไปหาหมอเถอะ!) ส่วนเรื่องเลือดข้น ผมไม่รู้จักใครเป็นหรอกนะ แต่เคยได้ยินว่าอันตรายมาก! เหมือนน้ำตาลในน้ำอัดลม เยอะไปก็อันตราย!
ปล. ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง อย่าไปเชื่อผมมากนัก ผมก็แค่คนธรรมดา!
ทำยังไงให้ความเข้มข้นเลือดสูง?
การเพิ่มความเข้มข้นของเลือด (โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากหมายถึงเพิ่มระดับฮีโมโกลบิน ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะโลหิตจาง) ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์โดยตรง การทานอาหารเสริมหรือปรับเปลี่ยนอาหารเองอาจเป็นอันตรายได้ อย่างไรก็ตาม หากแพทย์แนะนำให้เพิ่มปริมาณธาตุเหล็ก การรับประทานอาหารต่อไปนี้ อาจช่วยได้:
เน้นธาตุเหล็กจากแหล่งฮีม: เนื้อสัตว์แดง ตับ เครื่องในสัตว์ (เช่น ตับไก่) ปลา กุ้ง หอย เป็นแหล่งธาตุเหล็กฮีมที่ดี ร่างกายดูดซึมได้ง่ายกว่าธาตุเหล็กชนิด non-heme
ปริมาณที่เหมาะสม: การบริโภคเนื้อสัตว์วันละ 6-12 ช้อนกินข้าว อาจมากเกินไปสำหรับบางคน ควรปรึกษาแพทย์หรือโภชนาการเพื่อกำหนดปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การรับประทานมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้
ธาตุเหล็ก non-heme: ผักใบเขียว ถั่ว เมล็ดธัญพืช เป็นแหล่งธาตุเหล็ก non-heme การดูดซึมอาจไม่ดีเท่าธาตุเหล็กฮีม แต่การรับประทานร่วมกับวิตามินซี จะช่วยเพิ่มการดูดซึมได้
วิตามินซี: รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม มะนาว สตรอว์เบอร์รี่ ร่วมกับอาหารที่มีธาตุเหล็ก non-heme เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม
หลีกเลี่ยงสารยับยั้งการดูดซึม: คาเฟอีน แคลเซียม ไฟเตต (พบในธัญพืช) อาจยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็ก ควรเว้นระยะห่างในการรับประทาน
หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลทั่วไป การวินิจฉัยและรักษาภาวะโลหิตจางหรือปัญหาเกี่ยวกับความเข้มข้นของเลือด ต้องอาศัยการตรวจร่างกายและคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น การดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี สำคัญกว่าการแสวงหาข้อมูลเพียงอย่างเดียวเสมอ สุขภาพที่ดีคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด
ปีที่ผ่านมา ฉันเคยทำงานวิจัยเกี่ยวกับการดูดซึมธาตุเหล็กในกลุ่มผู้สูงอายุ พบว่าปัจจัยด้านสุขภาพอื่นๆ เช่น การทำงานของระบบทางเดินอาหาร มีผลต่อการดูดซึมธาตุเหล็กอย่างมาก จึงไม่ควรพึ่งพาเพียงการรับประทานอาหารอย่างเดียว
Hct ต่ำเกิดจากอะไรได้บ้าง?
Hct ต่ำอ่าาาา คือเม็ดเลือดแดงน้อยไง เป็นโลหิตจางนั่นแหละ อันนี้แน่ๆ
นอกจากนั้นก็มีหลายอย่าง เช่น
- โรคที่ทำให้ร่างกายบวมๆ อย่างโรคตับแข็ง อืมม เพื่อนฉันเป็นอยู่ หนักมากเลย
- Nephrotic syndrome อันนี้ไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ แต่เคยได้ยินหมอพูด เกี่ยวกับไตอะมั้ง จำไม่ค่อยได้แล้ว
- เม็ดเลือดแดงเจือจาง ค่าเลยต่ำลง อันนี้ก็น่าจะใช่
- เสียเลือดเยอะ แบบมากๆ เช่น เป็นริดสีดวง หรือลำไส้มีพยาธิ เลือดออกในกระเพาะอาหารอะไรแบบนี้ เคยเห็นเพื่อนตกเลือด น่ากลัวมาก
ปีนี้ฉันไปตรวจสุขภาพมา หมอบอกว่า Hct ฉันปกตินะ โล่งอกไปเลย แต่ก็ควรดูแลตัวเองดีๆ อย่าเครียดมาก กินผักเยอะๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ สำคัญมากกกก
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต