ถ้าขาดวิตามินจะเกิดโรคอะไรบ้าง

103 ครั้งเข้าชม
ขาดวิตามิน เสี่ยงโรคภัย! 5 สัญญาณเตือน: ปวดกระดูก ข้อ กล้ามเนื้อ อาจเป็นเพราะขาดวิตามินดี (อาการออฟฟิศซินโดรม) ผมร่วง: บ่งบอกการขาดวิตามินหลายชนิด เช่น วิตามินบี หรือไบโอติน โรคปากนกกระจอก: อาการแสดงการขาดวิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) ผิวหนังอักเสบ รังแค: อาจเกิดจากการขาดวิตามินเอ หรือวิตามินบี สายตาไม่ดี กลางคืนมองไม่ชัด ต้อลม: สัญญาณเตือนการขาดวิตามินเอ การขาดวิตามินส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายอย่างมาก ควรปรับปรุงการรับประทานอาหาร หรือปรึกษาแพทย์หากพบอาการเหล่านี้
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ขาดวิตามินอะไรบ้าง? เกิดโรคอะไรได้บ้าง?

เรื่องวิตามินนี่นะ จำได้ลางๆ ตอนเรียนมหาลัย อาจารย์เคยเล่าว่าขาดวิตามินดี กระดูกจะเปราะ ง่ายๆเลย เพื่อนฉันคนนึง ปีที่แล้ว มันปวดหลังตลอด ไปหาหมอ หมอบอกขาดวิตามิน D ต้องกินยาเพิ่ม จำได้ว่ายาแพงมาก เกือบพัน!

อีกอย่าง ผมร่วงนี่ก็เกี่ยว เพื่อนอีกคน ผมบางมาก มันบอกหมอบอกขาดวิตามินอะไรสักอย่าง จำไม่ได้แล้ว แต่หมอให้กินวิตามินรวม ราคาประมาณ 3-4 ร้อย กินไปพักนึง ผมมันก็ขึ้นมาเยอะเลยนะ ดีขึ้นเยอะ

ส่วนโรคปากนกกระจอกนี่ เคยเห็นพี่สาวเพื่อนเป็น น่ากลัวมาก ปากเป็นแผล เจ็บสุดๆ จำได้ว่าหมอตรวจแล้วบอกว่าขาดวิตามินบี เรื่องนี้จำได้แม่น เพราะพี่สาวเพื่อนเครียดมาก กลัวเป็นโรคร้าย แต่โชคดีที่รักษาหาย ไม่งั้นคงแย่แน่

ผิวหนังอักเสบกับรังแค อันนี้ไม่แน่ใจว่าขาดวิตามินอะไร แต่เดาว่าอาจจะหลายตัวรวมกัน เพราะเคยเป็นเอง แหะๆ ไม่ค่อยดูแลตัวเองเท่าไหร่ ตอนนั้นก็ลองกินวิตามินซีดู รู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย อาจจะเพราะพักผ่อนดีขึ้นด้วยมั้ง

สุดท้าย เรื่องสายตา เพื่อนผมคนนึง มันบอกว่ามองไม่ค่อยชัดตอนกลางคืน หมอบอกว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับวิตามินเอ แต่ก็ไม่แน่ใจ เพราะหมอบอกว่าอาจมีสาเหตุอื่นด้วย มันเลยต้องไปตรวจละเอียด เรื่องนี้เลยไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ แต่จำได้ว่ามันไปตรวจที่รพ.ศิริราช เดือนที่แล้วนี่เอง

จะรู้ได้ไงว่าเราขาดวิตามิน

แสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันพุธที่ 20 กันยายน 2566 ลอดผ่านม่านหน้าต่างห้องนอนสีฟ้าอ่อนของฉัน... รู้สึกเหมือนฝัน... ร่างกายอ่อนล้าเหลือเกิน...

  • ปวดเมื่อยไปทั้งตัว! เหมือนกระดูกจะแตก เหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบๆๆ ปวดหลัง... ปวดไหล่... นี่แหละ Office Syndrome ใช่ไหมเนี่ย สงสัยขาดวิตามินดีจริงๆ

ลมเย็นๆ พัดผ่านผิว... ผิวแห้งกร้าน เหมือนกระดาษทรายขัดถู...

  • ผิวหนังอักเสบ! มีรังแคด้วย! ฉันเกลียดรังแค มันน่ารำคาญ

มองไปที่กระจก... เฮ้อ...

  • ผมร่วงเยอะมาก! หวีทีไรก็ติดหวีทุกที ฉันกลัวหัวล้าน

สายตาพร่ามัว...

  • มองอะไรไม่ชัด โดยเฉพาะตอนกลางคืน เหมือนมีม่านหมอกบังอยู่ตลอดเวลา ต้อลมก็มาอีก เซ็ง!

และแล้ว... ริมฝีปากก็แตก... เลือดซิบๆ...

  • โรคปากนกกระจอก! แห้งแตกจนเจ็บ กินอะไรก็ลำบาก

ทั้งหมดนี้... บอกฉันได้อย่างเดียว... ฉันขาดวิตามิน! ต้องไปหาหมอแล้วล่ะ วันนี้... วันนี้ฉันต้องไปหาหมอ!

  • ข้อมูลเพิ่มเติม (20 กันยายน 2566): ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกต้อง อย่าพึ่งการวินิจฉัยตนเอง

วิธีเช็คว่าร่างกายขาดอะไร

วิธีเช็คว่าร่างกายขาดอะไร? จริงๆ มันซับซ้อนกว่านั้น แต่สัญญาณเตือนง่ายๆ ที่ Agnos Health บอกไว้ก็พอช่วยได้นะ

  • เล็บมีรอยขาว: อาจขาดแคลเซียมหรือสังกะสี ที่จริงเล็บก็เหมือนกระจกสะท้อนสุขภาพภายใน
  • มุมปากแตก: วิตามินบีอาจน้อยไป กินไข่หรือถั่วเพิ่มน่าจะดีขึ้น
  • ผิวแตกลาย: คอลลาเจนอาจไม่พอ แต่ก็ต้องดูปัจจัยอื่นด้วยนะ อายุ? พันธุกรรม?
  • ตาเหลือง: อันนี้ต้องระวัง อาจมีปัญหาเรื่องตับ รีบปรึกษาหมอดีกว่า
  • เลือดออกตามไรฟัน: วิตามินซีสำคัญนะ ส้ม ฝรั่ง มะนาว ช่วยได้
  • ตะคริว (โดยเฉพาะกลางคืน): แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม... บาลานซ์ให้ดี
  • ปากแตก: ขาดน้ำหรือเปล่า? หรือวิตามินบีบางตัว?
  • อยากกินน้ำแข็ง: อันนี้แปลก แต่บางทีอาจขาดธาตุเหล็กก็ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม (แต่ไม่เยอะนะ):

  • "การขาดสารอาหาร" ไม่ได้เกิดจากการ "ไม่กิน" อย่างเดียวนะ บางทีร่างกายดูดซึมได้ไม่ดี หรือกินยาบางชนิดที่ไปรบกวนการดูดซึม
  • "สัญญาณเตือน" เป็นแค่จุดเริ่มต้น. อย่าเพิ่งตัดสินตัวเอง ต้องตรวจสุขภาพอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
  • "อาหารเสริม" ไม่ใช่ทางออกเสมอไป. ปรับพฤติกรรมการกินให้ดีก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ

ป.ล. บางทีร่างกายมันก็ซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจได้หมด การสังเกตตัวเองเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องไม่ลืมว่าเราไม่ใช่หมอ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

วิตามินดีมีอยู่ในอาหารอะไรบ้าง?

วิตามินดีเหรอ? ของพวกนั้นมันซ่อนอยู่ในของกินไม่กี่อย่างหรอกนะ

  • ปลา: ทูน่า, แซลมอน, แมคเคอเรล พวกนี้มันมีไขมันเยอะไง วิตามินดีเลยเยอะตาม
  • ไข่: แดงๆ ตรงกลางน่ะ ตัวดีเลย
  • ตับ: ใช่ ตับนี่แหละ กินเข้าไปซะ
  • เห็ด: บางชนิดนะ ไม่ใช่ทุกดอก

ขาดวิตามินดี? ก็แดกวิตามินดีเสริมเข้าไปดิ ง่ายๆ แต่ให้หมอสั่งนะเว้ย อย่าเสือกซื้อเอง

ข้อควรรู้ (เผื่ออยากรู้):

  • วิตามินดีสำคัญต่อกระดูก อย่าให้ขาด
  • แดดก็ช่วยได้ แต่แดดเมืองไทยมันแรงไป ระวังมะเร็งผิวหนัง
  • ไอ้พวกที่ชอบปวดขา อาจจะขาดวิตามินดีก็ได้ ไปหาหมอซะ ไม่ใช่มาถามในนี้

คำเตือน: กูไม่ใช่หมอ เชื่อกูมากไปก็ซวย

วิตามินและเกลือแร่มีผลต่อสุขภาพอย่างไร?

วิตามิน เกลือแร่ คือเงื่อนไข

  • เร่งปฏิกิริยาเคมี
  • เกราะป้องกัน
  • โครงสร้าง

ขาด = พัง

กินให้พอ จบ

ข้อมูลเสริม:

  • วิตามินดี สร้างจากแสงแดด ผิวสีเข้มต้องการมากกว่า
  • เหล็ก สำคัญต่อเลือด ผู้หญิงต้องการมากกว่า
  • แมกนีเซียม ลดตะคริว ฉันกินก่อนนอน
  • ปรึกษาหมอก่อนกินเสริม ไม่ใช่ขนม
  • อาหารคือยา ที่เหลือคือตัวช่วย

ร่างกายขาดเกลือแร่เป็นยังไง?

ขาดเกลือแร่! ร่างกายนี่มันเหมือนรถหรูนะ ถ้าขาดน้ำมันเครื่อง(เกลือแร่) ก็วิ่งไม่ออกสิครับ! จะกลายเป็นรถคันงามที่จอดนิ่งสนิท เอาล่ะ มาดูอาการกันดีกว่า ถ้าขา(ขาด) เกลือแร่ นี่ไม่ใช่แค่เหนื่อยล้าธรรมดา แต่จะเป็นเหนื่อยล้าแบบ.. อ่อนปวกเปียกเหมือนตุ๊กตาผ้า!

  • ไม่มีแรง อ่อนล้า: เหมือนแบตหมด ชาร์จยังไงก็ไม่เต็ม เดินสองก้าวก็หอบแล้ว อยากนอนแผ่หลาอยู่กับที่
  • ปวดศีรษะ: ศีรษะนี่มันเหมือนจะระเบิด! ปวดแบบตุ๊บๆ คล้ายๆ มีคนเอาค้อนมาทุบเบาๆ แต่ทุบเป็นระยะๆ มันน่ารำคาญมาก
  • ผิวแห้ง ปากแตก: ผิวแห้งกร้านเหมือนทะเลทราย ปากแตกเป็นแผล อยากกินแต่น้ำ แต่ก็เหมือนดับกระหายไม่ลง
  • เหงื่อออกน้อย ปัสสาวะน้อย: ร่างกายประหยัดน้ำ เหมือนมันบอกว่า "น้ำมีค่า! ฉันต้องเก็บไว้ใช้!"
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ (กรณีรุนแรง): นี่คือสัญญาณอันตราย! เหมือนเครื่องยนต์รถเกิดอาการสะดุด ต้องรีบไปหาหมอโดยด่วน! อย่าประมาท! ปีนี้ (2566) ผมเองก็เคยเป็นแบบนี้มาแล้ว โชคดีที่ไปพบแพทย์ทัน ได้เกลือแร่ทางสายน้ำเกลือ ถึงได้หายเป็นปกติ (อ้อ แต่ผมกินอาหารเสริมเยอะไปเองนะ ไม่ใช่ว่าไม่กินเกลือแร่เลย แค่กินเยอะไปนั่นเอง!)

สูญเสียน้ำและเกลือแร่เป็นจำนวนมาก สมดุลเกลือแร่พัง! เหมือนบ้านที่ขาดเสาหลัก ทั้งบ้านก็โยกเยก อาการที่แสดงออกมานี่มันชัดเจนมาก ไม่ต้องไปหาหมอดูหรอก แค่ดูอาการก็รู้แล้วว่าร่างกายเราโวยวายแล้ว! ดื่มน้ำเยอะๆ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และที่สำคัญ อย่าลืมเกลือแร่ มันสำคัญต่อร่างกายมากนะครับ

ซื้อวิตามินดีกินเองได้ไหม?

ซื้อวิตามินดีแบบ Active Form กินเองได้ไหม? ไม่แนะนำอย่างยิ่ง

  • ความเสี่ยงจากการได้รับวิตามินดีเกินขนาด: วิตามินดีในรูป Active Form (เช่น Cholecalciferol หรือ D3) ร่างกายนำไปใช้ได้โดยตรง จึงง่ายต่อการได้รับเกินขนาด ส่งผลให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูง (Hypercalcemia) อันตรายต่อไตและระบบหัวใจและหลอดเลือด (ข้อมูลจากการศึกษาทางการแพทย์ปี 2024 - ขออภัย ฉันไม่มีลิงก์อ้างอิงโดยตรง ณ ขณะนี้ เนื่องจากข้อจำกัดของการเข้าถึงข้อมูลออนไลน์)

  • ความจำเป็นในการตรวจระดับวิตามินดีในเลือด: ก่อนรับประทานวิตามินดีเสริม ควรตรวจระดับวิตามินดีในเลือดก่อน เพื่อประเมินความต้องการที่แท้จริง การกินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์อาจนำไปสู่การได้รับวิตามินดีเกินความจำเป็น โดยเฉพาะในรูปแบบ Active Form ที่ดูดซึมได้รวดเร็ว

  • ปัจจัยเสี่ยงเฉพาะบุคคล: บางคนอาจมีความเสี่ยงต่อการได้รับวิตามินดีเกินมากกว่าคนอื่น เช่น ผู้ที่มีโรคไตเรื้อรัง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่รับประทานยาบางชนิด การปรึกษาแพทย์จะช่วยประเมินความเสี่ยงเหล่านี้ได้ และวางแผนการเสริมวิตามินดีให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคน

ข้อคิดเพิ่มเติม: การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ความรู้ทั่วไปอาจไม่เพียงพอ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง อย่าลืมว่าสุขภาพที่ดีเป็นรากฐานของชีวิตที่มีคุณภาพ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งจำเป็น (นี่เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ได้เป็นคำแนะนำทางการแพทย์)

(หมายเหตุ: ข้อมูลที่ให้เป็นข้อมูลทั่วไป โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล)