ทำงานหนักเป็นโรคอะไรได้บ้าง

127 ครั้งเข้าชม
ทำงานหนักเกินไป เสี่ยง 7 โรคฮิต: ปลอกประสาทอักเสบ: ทำงานหนักอาจทำให้ระบบประสาทอักเสบ เครียดลงกระเพาะ: ความเครียดจากการทำงานส่งผลเสียต่อกระเพาะอาหาร ความดันโลหิตสูง: งานหนักเพิ่มความเสี่ยงความดันสูง ออฟฟิศซินโดรม: กลุ่มอาการปวดเมื่อยจากการทำงาน โรคหัวใจ: ความเครียดสะสมเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ กรดไหลย้อน: พฤติกรรมการกินที่ไม่ดีจากงานหนัก กระเพาะปัสสาวะอักเสบ: กลั้นปัสสาวะบ่อย ๆ ทำให้เสี่ยงอักเสบ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ทำงานหนักจนป่วย โรคอะไรที่ต้องระวัง?

ทำงานหนักจนป่วยเนี่ย ใช่เลย! รู้เลย เพราะตัวเองก็เคยเป็น ช่วงปีที่แล้ว ประมาณเดือนตุลาคม ทำงานโปรเจคใหญ่ ดึกดื่นทุกวัน แทบไม่ได้นอน สุดท้ายป่วยหนักเลย ไข้ขึ้นสูง ต้องไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นโรคไวรัส แต่คิดว่าส่วนหนึ่งมาจากพักผ่อนไม่เพียงพอแน่ๆ เหนื่อยมากจริงๆ งานก็เยอะ เครียดด้วย แถมยังมีอาการปวดหลัง ปวดไหล่ เหมือนออฟฟิศซินโดรมเลย ตอนนั้นกลัวมาก นึกว่าเป็นโรคอะไรร้ายแรงซะอีก

จำได้ว่าหมอแนะนำให้พักผ่อนเยอะๆ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ อย่าเครียดมาก ลองออกกำลังกายบ้าง ซึ่งก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะงานมันเยอะจริงๆ แต่ก็ดีขึ้นนะ หลังจากนั้นเลยพยายามจัดการเวลาให้ดีขึ้น เรียนรู้ที่จะปฏิเสธงานบ้าง ไม่เอาเปรียบตัวเองอีกแล้ว ส่วนโรคอื่นๆที่อ่านเจอ อย่างโรคหัวใจ ความดันสูง นี่ก็ต้องระวังจริงๆ เพราะมันมาจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต แบบเราเลย ต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีๆ อย่าให้เป็นแบบตัวเองอีก

ถ้าพูดถึง 7 โรคฮิตที่ว่า ส่วนตัวคิดว่า โรคเครียดลงกระเพาะนี่น่ากลัวมาก เพราะตัวเองก็เคยมีอาการคล้ายๆ กินอะไรไม่ค่อยได้ ท้องอืด แน่น ยิ่งเครียดก็ยิ่งหนัก ส่วนออฟฟิศซินโดรมนี่ เห็นด้วยเลย เป็นกันเยอะมาก แล้วก็โรคกรดไหลย้อน เพื่อนร่วมงานหลายคนเป็น เพราะกินข้าวไม่ตรงเวลา หรือกินของมันๆ เผ็ดๆ บ่อยๆ นี่แหละ ภัยใกล้ตัวจริงๆ ต้องดูแลตัวเองดีๆ นะ อย่าลืมตรวจสุขภาพประจำปีด้วย สำคัญมาก!

โรคที่เกิดจากการทำงานมีโรคอะไรบ้าง

โรคจากการทำงาน? มากกว่าที่คุณคิด

  • อ้วน? ปี 2567 ก็ยังสูงอยู่
  • เบาหวาน ความดัน หัวใจ สมอง มะเร็ง... ของแถมชีวิต(การทำงาน)
  • ตา ไต... เจ๊งเป็นแถว
  • เครียด? เรื่องปกติมั้ง

HDC ปีนี้? ตัวเลขไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่หรอก เชื่อสิ

โรคจากการทํางานมีอะไรบ้าง

โรคจากการทำงาน (Occupational Disease) เกิดจากปัจจัยในสภาพแวดล้อมและกิจกรรมการทำงาน ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ เพราะเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง คิดดูสิ สมัยก่อนเราอาจเจอแค่ฝุ่นละออง แต่เดี๋ยวนี้ สารเคมีอันตรายก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

  • ระบบทางเดินหายใจ: โรคปอดอักเสบจากฝุ่น ซิลิโคซิส (Silicosis) จากฝุ่นซิลิกา อาการแพ้สารเคมี ฯลฯ อันนี้เจอบ่อยมากในโรงงานอุตสาหกรรม และผมก็เคยเห็นเคสแบบนี้มาเยอะด้วย เพื่อนผมคนนึงเป็น หนักมาก

  • ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก: โรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง อาการปวดหลังเรื้อรัง อุบัติเหตุจากการทำงานที่ทำให้บาดเจ็บ อาการเหล่านี้มักพบในงานที่ต้องยกของหนัก หรือทำงานซ้ำๆ ผมว่าปัจจัยทางกายภาพสำคัญที่สุด คือการออกกำลังกายและการพักผ่อน

  • ระบบประสาท: ความเครียดสะสม ภาวะซึมเศร้า โรคทางจิตเวชอื่นๆ ในยุคนี้สำคัญมาก เพราะงานหนัก ความกดดัน มีผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างมาก การจัดการ stress จึงเป็นเรื่องจำเป็น

  • ผิวหนัง: โรคผิวหนังอักเสบจากสารเคมี การสัมผัสสารระคายเคือง โรคผิวหนังจากแสงแดด อันนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมการทำงานเป็นหลัก

  • ระบบหู ตา: เสียงดัง แสง รังสี สามารถทำลายอวัยวะเหล่านี้ได้ ผมเองเคยทำงานที่ต้องเจอเสียงดังเป็นเวลานาน ทำให้รู้สึกว่าหูอื้อๆ เลยต้องหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566): สถิติโรคจากการทำงานในประเทศไทย ยังไม่มีข้อมูลที่รวบรวมอย่างเป็นระบบและครอบคลุม ส่วนใหญ่จะมาจากการรายงานของโรงพยาบาลหรือหน่วยงานเฉพาะ ทำให้การวิเคราะห์ภาพรวมค่อนข้างยาก แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว และการสังเกตการณ์จากเพื่อนร่วมงาน พบว่ากลุ่มอาการปวดหลัง โรคทางระบบทางเดินหายใจ และโรคเกี่ยวกับระบบประสาท เป็นปัญหาหลักที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน

Karoshi syndrome คืออะไร

คาโรชิ? แม่งคือตายห่าเพราะงานหนักเกินไปไงวะ หมดสภาพ

  • อาการเริ่มต้น: เหนื่อยฉิบหาย, เครียดแดก, นอนไม่พอ, แม่งไม่แดกอะไรเลย
  • ที่มา: ญี่ปุ่นแดนขยัน
  • จุดจบ: ซึมเศร้า, รู้สึกตัวเองไร้ค่า, บางรายก็เลือกจบชีวิตตัวเอง

เพิ่มเติม:

  • ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่นที่เป็น แต่ที่ไหนๆ ที่กดดันให้คนทำงานหามรุ่งหามค่ำก็มีสิทธิ์เป็นกันได้ทั้งนั้น
  • สัญญาณเตือนแม่งก็ชัดอยู่แล้ว แค่คนส่วนใหญ่มองข้าม เพราะคิดว่าทนได้
  • ถ้าเริ่มรู้สึกว่าชีวิตมีแต่งานๆๆๆ ลองหยุดแล้วถามตัวเองดูว่าคุ้มไหม