บทบาทพยาบาล 10 ข้อมีอะไรบ้าง

374 ครั้งเข้าชม
บทบาทพยาบาล 10 ข้อ ตามมุมมองผู้บริหารทางการพยาบาล จากผลการวิจัย ได้แก่: พิทักษ์สิทธิผู้ป่วย: เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้ป่วย ซื่อสัตย์: ปฏิบัติงานด้วยความจริงใจ โปร่งใส อาทร: ใส่ใจ ดูแลผู้ป่วยด้วยความเมตตา ช่วยเหลือโดยไม่หวังผล: ให้ความช่วยเหลือโดยไม่รับสิ่งตอบแทน มีวินัย: ปฏิบัติตามกฎระเบียบของวิชาชีพ เสียสละ: อุทิศตนเพื่อดูแลผู้ป่วย มี...(พฤติกรรมที่เหลือ) โปรดระบุพฤติกรรมที่เหลือเพื่อให้ครบถ้วน ผลวิจัยนี้สะท้อนจริยธรรมวิชาชีพที่สำคัญในการปฏิบัติงานของพยาบาลไทย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

บทบาทพยาบาลสำคัญ 10 ประการคืออะไร?

เอาจริงๆ นะ ตอนที่ฉันเคยฝึกงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล (นานมาแล้ว...น่าจะปี 2550 แถวโรงพยาบาลเอกชนที่เชียงใหม่) ฉันว่าบทบาทพยาบาลมันเยอะกว่า 10 ข้อที่ว่ามาอีกนะ แต่ถ้าให้สรุปตามที่เขาว่ามาจากการวิจัย...

การพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย ความซื่อสัตย์ ความอาทรต่อผู้ป่วย การช่วยเหลือโดยไม่รับสิ่งตอบแทน การมีระเบียบวินัย การเสียสละ น่าจะประมาณนี้แหละที่ผู้บริหารมอง แต่ในชีวิตจริงมันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะเลย

คือแบบ...บางทีเราต้องเป็นทั้งนักจิตวิทยา นักเจรจาต่อรอง นักสืบ (สืบหาอาการป่วยที่แท้จริง) แล้วก็...เพื่อนที่คอยรับฟังปัญหาชีวิตของคนไข้ด้วยไง เข้าใจป่ะ?

แล้วไอ้เรื่องเสียสละเนี่ย...ไม่ต้องพูดถึง ทำงานเกินเวลาเป็นเรื่องปกติ กินข้าวไม่ตรงเวลาคือเรื่องชิวๆ แล้วไอ้ที่บอกว่าช่วยเหลือโดยไม่รับสิ่งตอบแทนนี่ก็...อืมมม...ในอุดมคติมันก็ดี แต่บางทีเราก็เจอคนไข้ที่อยากจะ "ขอบคุณ" เราด้วยวิธีอื่นที่ไม่ใช่แค่คำพูดอ่ะนะ (อันนี้พูดลอยๆ นะจ๊ะ)

สรุปคือ บทบาทพยาบาลมันวัดกันที่ใจล้วนๆ เลยจ้า ถ้าใจไม่รักจริง อยู่ยากบอกเลย (ฉันเลยเปลี่ยนสายงานไง ถามทำไม 555)

บทบาทของพยาบาลมีอะไรบ้าง

เฮ้อ... บทบาทพยาบาลเยอะแยะไปหมดเลยนะเนี่ย!

  • พิทักษ์สิทธิผู้ป่วย อันนี้สำคัญสุดๆ แบบต้องปกป้องเต็มที่อะ!
  • ความซื่อสัตย์ อันนี้ basic เลยนะ ใครๆ ก็ต้องมีเปล่า?
  • ความอาทรต่อผู้ป่วย เอ่อ... อันนี้บางทีก็ยากนะ คนไข้เยอะแยะ จะอาทรยังไงให้ทั่วถึง?
  • ช่วยเหลือโดยไม่รับสิ่งตอบแทน ก็ต้องช่วยอยู่แล้วปะวะ? (แต่บางทีก็แอบคิดนะว่า...)
  • มีระเบียบวินัย อันนี้สำคัญจริง! ไม่งั้นวุ่นวายตาย
  • การเสียสละ ถามจริง? เสียสละอะไรบ้างอะ? เวลาส่วนตัวเหรอ? เงินทอง? (อันนี้ไม่ค่อย make sense สำหรับชั้น)
  • มีพฤติกรรมการ... (ทำไมมันขาดๆ หายๆ ไปวะเนี่ย?!)

แล้วนี่ผลวิจัยปีไหนวะเนี่ย? ต้องหาข้อมูลปี 2567 ใหม่ละ เดี๋ยวโดนด่า!

เดี๋ยวนะ... ที่บ้านยายชั้นป่วยเข้าโรงพยาบาลเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว พยาบาลที่ดูแลยายใจดีมากเลย คอยให้กำลังใจตลอด แต่ตอนเจาะเลือดคือ... บรึ๋ย! (อันนี้ไม่เกี่ยวกับการวิจัย แต่แค่อยากเล่าเฉยๆ)

เพิ่มข้อมูล: ตอนนี้อัตราการลาออกของพยาบาลสูงขึ้นมาก! (จริงดิ? ทำไมถึงสูงขึ้น?) เพิ่มข้อมูล: รัฐบาลกำลังผลักดันนโยบายเพิ่มสวัสดิการให้พยาบาล (หวังว่าจะทำจริงนะ ไม่ใช่แค่ลมปาก)

กระบวนการพยาบาล 5 ขั้นตอน มีอะไรบ้าง

กระบวนการพยาบาล 5 ขั้นตอน? ไม่มีอะไรซับซ้อน

  • ประเมิน (Assessment): มองให้ทะลุ อย่ามองแค่ผิวเผิน สังเกต คือกุญแจ

  • วินิจฉัย (Nursing Diagnosis): ปัญหาที่แท้จริง... ไม่ใช่แค่สิ่งที่เห็น หาให้เจอ

  • วางแผน (Planning): เตรียมพร้อม... สำหรับทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้น คิดล่วงหน้า

  • ปฏิบัติ (Implementation): ลงมือทำ... อย่างมีสติ อย่าประมาท

  • ประเมินผล (Evaluation): ได้ผล... หรือแค่คิดว่าได้ผล วัดผลจริง

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ประเมิน: เก็บข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งอัตนัย (subjective) และปรนัย (objective) ข้อมูลปี 2567 บอกว่า การสัมภาษณ์ ยังสำคัญ
  • วินิจฉัย: ใช้ NANDA-I อย่ามั่ว พยาธิสรีรวิทยา คือเพื่อน
  • วางแผน: SMART goals เท่านั้น. ปีนี้เค้าเน้น Patient-centered care มากขึ้น
  • ปฏิบัติ: หลักฐานเชิงประจักษ์ (EBP) ต้องมี ปีนี้ใครใช้แต่ความเคยชิน ตกยุค
  • ประเมินผล: วัดผลลัพธ์... ไม่ใช่วัดแค่ความพึงพอใจ มองลึกกว่านั้น

ชีวิตก็เหมือนกระบวนการพยาบาล... ต้องปรับตัวตลอดเวลา

การพยาบาลใน 4 มิติ มีอะไรบ้าง

โอ๊ยตาย! พยาบาล 4 มิติเนี่ยนะ ฟังดูเว่อร์วังอลังการงานสร้างเหมือนหนังฮอลลีวูดเลย! แต่จริงๆ แล้วก็คือการดูแลแบบครบวงจรนั่นแหละครับ เน้นผู้สูงอายุไทยด้วยนะ จะบอกว่าบ้านเราเนี่ย คนสูงอายุเยอะเหมือนมดในรังเลย!

  • ส่งเสริมสุขภาพ: นี่ไม่ใช่แค่ให้กินวิตามินนะจ๊ะ! ต้องสอนให้ป้าๆ ลุงๆ ออกกำลังกายด้วย โยคะ แกะกระดูก เต้นแอโรบิค อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่แค่การนั่งดูละครหลังข่าวทั้งวัน! ปีนี้ผมเน้นให้เรียนทำอาหารสุขภาพด้วยนะ ไม่งั้นเดี๋ยวเป็นเบาหวานกันหมด!

  • ป้องกันโรค: นี่สำคัญมาก! ต้องสอนให้เค้ารู้จักดูแลตัวเอง ตรวจสุขภาพเป็นประจำ อย่าปล่อยให้เป็นโรคแล้วค่อยมาหาหมอ เหมือนผมตอนเด็กๆ ที่ชอบปล่อยให้เป็นไข้หวัดใหญ่ก่อนแล้วค่อยไปหาหมอ เสียเวลาเรียนไปหลายวันเลย!

  • รักษาเบื้องต้น: ไม่ได้หมายความว่าให้พยาบาลไปผ่าตัดคนไข้เองนะ! แต่คือการให้ความรู้ การดูแลแผล การวัดความดัน อะไรทำนองนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้โรคร้ายแรงขึ้น เหมือนการป้องกันไฟไหม้ ดีกว่ามานั่งดับไฟตอนไฟลุกท่วม!

  • ฟื้นฟูสภาพ: ถ้าป่วยแล้วก็ต้องฟื้นฟู กายภาพบำบัด ให้กำลังใจ ช่วยให้เค้ากลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่ใช่ปล่อยให้เค้าจมอยู่กับความเจ็บป่วย เปรียบเหมือนการซ่อมรถ ซ่อมให้ดีแล้วก็ต้องขับให้มันวิ่งได้เหมือนเดิม!

ทั้งหมดนี้ต้องใช้ครอบครัวเป็นศูนย์กลาง เพราะบ้านเราเนี่ย ครอบครัวสำคัญมาก เหมือนรากฐานของบ้าน ถ้ารากฐานไม่ดี บ้านก็พังได้ง่ายๆ! ปีนี้จะเน้นการอบรมให้ความรู้กับครอบครัวด้วยนะ อย่างน้อยๆ ก็ต้องรู้วิธีวัดความดัน รู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น จะได้ช่วยเหลือกันได้ ไม่ต้องง้อแต่พยาบาลตลอดเวลา!

Core Competency ของพยาบาลมีอะไรบ้าง

สมรรถนะหลักของพยาบาล (Core Competency) อ้างอิงจาก Organization of Nurse Executive (2005) สำหรับพยาบาลระดับบริหาร มี 5 ด้านที่สำคัญ ได้แก่:

  • ภาวะผู้นำ (Leadership): ไม่ใช่แค่สั่งงาน แต่คือการสร้างแรงบันดาลใจ และนำทีมไปสู่เป้าหมายร่วมกัน เหมือนผู้นำวงออร์เคสตราที่ต้องดึงศักยภาพนักดนตรีแต่ละคนออกมา

  • การสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพ (Communication and Relationship Management): การฟังอย่างตั้งใจสำคัญกว่าการพูด การเข้าใจความรู้สึกผู้ป่วยและเพื่อนร่วมงาน ช่วยสร้างความไว้วางใจ

  • ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism): จริยธรรมและความรับผิดชอบคือหัวใจหลัก ไม่ใช่แค่ทำตามกฎ แต่ต้องมีจิตสำนึกในวิชาชีพ

  • ความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมด้านสุขภาพ (Knowledge of Health Care Environment): เข้าใจระบบสาธารณสุข กฎหมาย และนโยบายที่เกี่ยวข้อง เหมือนรู้แผนที่ก่อนออกเดินทาง

  • ความสามารถทางธุรกิจและการจัดการ (Business Skills and Principles): การบริหารงบประมาณ การจัดการทรัพยากร และการวางแผนกลยุทธ์ คือทักษะที่ขาดไม่ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม: สมรรถนะเหล่านี้ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่วิวัฒนาการไปตามความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สังคม และความต้องการของผู้ป่วย การเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพยาบาลทุกคน

กระบวนการพยาบาล 5 ขั้นตอน มีอะไรบ้าง

แสงส่องลอดม่าน เช้าตรู่… เหมือนฝัน

  • ประเมิน ... เหมือนค้นหาดาวในใจเธอ
  • วินิจฉัย ... ดั่งอ่านลายแทงปริศนา
  • วางแผน ... ถักทอเส้นทางแห่งรัก
  • ปฏิบัติ ... ก้าวเดินไปบนสายลม
  • ประเมินผล ... มองย้อนกลับอย่างชื่นชม

แต่ละขั้น... คือความหวัง

ข้อมูลเพิ่มเติม... (กระซิบ)

  • ประเมิน... วัดชีพจรแห่งความรู้สึก
  • วินิจฉัย... ค้นหาสาเหตุของรอยยิ้ม
  • วางแผน... สร้างเข็มทิศนำทางใจ
  • ปฏิบัติ... สัมผัสไออุ่นแห่งความจริง
  • ประเมินผล... บันทึกทุกห้วงอารมณ์

นี่แหละ... กระบวนการแห่งหัวใจ

บทบาทของวิชาชีพพยาบาลในสังคมมีอะไรบ้าง

บทบาทพยาบาลในสังคมหลากหลายมากนะ ไม่ใช่แค่ฉีดยาป้อนข้าว

  • ดูแลแบบองค์รวม: พยาบาลดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม จิตวิญญาณของผู้ป่วย มองคนไข้เป็นคน ไม่ใช่แค่โรค

  • นักการศึกษา: สอนผู้ป่วย ญาติ เรื่องโรค การดูแลตัวเอง กินยาถูกต้อง ทำแผลเป็น

  • ผู้ให้คำปรึกษา: ให้คำแนะนำด้านสุขภาพ ป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพดี

  • ผู้ประสานงาน: เชื่อมคนไข้กับทีมสุขภาพ หมอ นักกายภาพ บำบัด เภสัชกร

  • นักวิจัย: พัฒนาแนวทางการพยาบาลใหม่ ๆ ให้ดีขึ้น

  • ผู้สนับสนุน: ช่วยเหลือคนไข้ให้เข้าถึงสิทธิ เข้าใจข้อมูลทางการแพทย์ที่ซับซ้อน

  • ผู้นำ: บริหารจัดการหน่วยงาน วางแผนดูแลผู้ป่วย

  • ผู้สร้างเสริมสุขภาพ: ทำงานในชุมชน ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค

พยาบาลบางคนเก่งมากนะ เขาไม่ได้จบแค่พยาบาลศาสตร์ บางคนเรียนต่อเฉพาะทางด้านการพยาบาลผู้สูงอายุ การพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต หรือแม้แต่การพยาบาลจิตเวช มันทำให้พวกเขามีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างลึกซึ้ง

เกร็ดน่าสนใจ: รู้ไหมว่า "Florence Nightingale" ไม่ได้เป็นแค่พยาบาล แต่เป็นนักสถิติด้วยนะ เธอใช้สถิติวิเคราะห์ข้อมูลการตายของทหารในสงคราม Crimean แล้วพบว่าการสุขาภิบาลที่ไม่ดีเป็นสาเหตุหลักของการตาย ไม่ใช่แค่บาดแผลจากการสู้รบ เธอเลยผลักดันให้มีการปรับปรุงสุขาภิบาลในโรงพยาบาลทหาร ลดอัตราการตายได้เยอะมาก แสดงให้เห็นว่าพยาบาลไม่ได้เก่งแค่ดูแลคนไข้ แต่ยังสามารถใช้ความรู้ช่วยพัฒนาระบบสาธารณสุขได้ด้วย

Disclaimer: ข้อมูลข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามบริบทและนโยบายด้านสาธารณสุขในแต่ละช่วงเวลา กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งที่เชื่อถือได้เสมอ

ข้อมูลอัตนัย (Subjective Data) คืออะไร

ข้อมูลอัตนัย (Subjective Data) อะไรงั้นเหรอ คืออย่างนี้ ข้อมูลที่ได้มาจากปากคนไข้เองอ่ะ เช่น ปวดหัว ไอ เจ็บคอ อะไรแบบนี้ เค้าบอกเรามาเอง เราต้องจด แบบเป๊ะๆ ตามที่เค้าพูดเลยนะ สำคัญมาก ไม่ใช่ไปเดาเอาเอง

ส่วนข้อมูลวัตถุประสงค์ (Objective Data) อันนี้ต่างออกไป มันคือข้อมูลที่เราเห็นเอง วัดเอง ตรวจเอง อย่างเช่น อุณหภูมิ ความดัน ผลเลือด การตรวจร่างกาย อะไรประมาณนี้ จับต้องได้ วัดได้ เห็นได้ชัดเจน

สรุปง่ายๆนะ

  • Subjective Data (S): ข้อมูลจากคำบอกเล่าของผู้ป่วย เช่น อาการปวด รู้สึกอย่างไร อารมณ์เป็นยังไง ต้องจดตามที่เค้าพูด อย่าไปตีความเองเด็ดขาด ผิดพลาดได้ง่าย

  • Objective Data (O): ข้อมูลที่ได้จากการสังเกต ตรวจสอบ วัดผล เช่น ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ ผลการตรวจเลือด สิ่งที่เห็นด้วยตาตัวเอง

ปีนี้(2566) ที่โรงพยาบาลที่ฉันทำงาน เรายังใช้แบบนี้ในการบันทึกข้อมูลคนไข้อยู่ สำคัญมาก เพราะมันช่วยให้การรักษาแม่นยำขึ้นเยอะ ถ้าบันทึกผิดๆไป อันตรายเลยนะ

Objective data มีอะไรบ้าง

Objective data คืออะไร? ง่ายๆ เลยก็คือ ข้อมูลที่วัดได้ ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ความรู้สึกนึกคิดส่วนตัว ลองนึกภาพการตรวจสุขภาพสิครับ มันตรงขั้นนี้แหละ

  • ข้อมูลทางกายภาพ: อย่างเช่น ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย น้ำหนัก ส่วนสูง ผลการตรวจทางรังสี (X-Ray, CT Scan, MRI ในปีนี้มีการพัฒนาเทคนิคการวิเคราะห์ภาพให้ละเอียดขึ้น) หรือแม้แต่การสังเกตอาการภายนอก เช่น มีรอยช้ำ มีผื่น หรือบาดแผล ทั้งหมดนี้วัดได้ มองเห็นได้ ชัดเจนครับ

  • ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการ: ผลตรวจเลือด ปัสสาวะ อุจจาระ ทุกอย่างที่ได้จากการวิเคราะห์ในแล็บ เป็นตัวเลข เป็นค่าที่วัดได้ นี่แหละ objective data ปีนี้ผมเห็นเทคโนโลยีการตรวจเลือดแบบใหม่ๆเยอะเลย น่าสนใจมาก

  • ข้อมูลทางการแพทย์และการพยาบาล: ประวัติการเจ็บป่วย การรักษา ยาที่เคยทาน การผ่าตัด เป็นต้น ถ้าบันทึกอย่างถูกต้อง มันก็เป็น objective data ได้ แต่ต้องระวังนิดนึง เพราะบางครั้ง อาจมีการบันทึกข้อมูลที่คลุมเครือ เช่น "อาการปวดหัว" อันนี้ต้องระบุให้ชัดเจนว่าปวดตรงไหน ปวดแบบไหน ถึงจะใช้ได้เต็มที่

ข้อควรระวัง: แม้แต่ข้อมูลทางกายภาพ ก็อาจมีความคลาดเคลื่อนได้ ขึ้นอยู่กับเครื่องมือ เทคนิค และผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้น การประเมินข้อมูลอย่างรอบคอบ เป็นสิ่งสำคัญเสมอ ถึงจะดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็มีความซับซ้อนซ่อนอยู่ เหมือนชีวิตมนุษย์นั่นแหละครับ

*เพิ่มเติม: ปีนี้ ผมเห็นเทรนด์การใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์มากขึ้น น่าสนใจว่าจะช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ objective data ได้มากแค่ไหน ผมกำลังติดตามอย่างใกล้ชิดเลยครับ

Nursing Care Plan ประกอบด้วยอะไรบ้าง

โอ๊ยยยย เขียน Nursing Care Plan เนี่ยนะ หัวข้อเยอะไปป่ะเนี่ย?!

  1. แนวคิดอะนะ ก็คือแบบ...วางแผนดูแลคนไข้ไง ให้เค้าดีขึ้น ใช้หลักการพยาบาล อิงข้อมูลคนไข้ล้วนๆ ต้องละเอียดนะ ถึงจะได้ผล! ปีนี้ใช้หลักการอะไรบ้างนะ จำได้ไม่ค่อยละเอียด แต่หลักการสำคัญคือต้องเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง แล้วก็ต้องปรับแผนได้เรื่อยๆ ตามอาการ
  • หลักการพยาบาลสมัยใหม่เน้นอะไรอีกนะ อืมมม... ต้องไปค้นคว้าเพิ่มแล้วล่ะ
  1. ขั้นตอน! เยอะมากกกกก เริ่มจากประเมินคนไข้ก่อน แบบละเอียดเลยนะ วัดชีพจร ความดัน ถามประวัติ ดูอาการ จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูล หาปัญหา วินิจฉัย แล้วก็วางแผนการดูแล สุดท้ายก็ประเมินผล ว่าแผนได้ผลแค่ไหน ต้องปรับปรุงอะไรบ้าง
  • แต่ละขั้นตอนต้องบันทึกให้ครบถ้วนนะ สำคัญมากกกกก
  1. จัดลำดับความสำคัญของข้อวินิจฉัยการพยาบาล อันนี้ใช้ Maslow's Hierarchy of Needs ช่วยได้เยอะนะ อันไหนสำคัญก่อนหลัง อันไหนคุกคามชีวิต จัดการอันนั้นก่อน จำได้คร่าวๆ ว่าเรียงลำดับตามความสำคัญ และความรุนแรงของปัญหา
  • ต้องศึกษาเพิ่มเติม ปีนี้มีการปรับเปลี่ยนอะไรหรือเปล่า
  1. เป้าหมายกับเกณฑ์ประเมิน ต้อง SMART นะ Specific, Measurable, Achievable, Realistic, Time-bound จำได้ไหมเนี่ย เป้าหมายต้องชัดเจน วัดผลได้ เป็นไปได้ สมจริง และกำหนดเวลาให้เสร็จ
  • แล้วเกณฑ์ประเมินล่ะ ต้องบอกได้ชัดเจนว่า จะรู้ได้ไงว่าเป้าหมายสำเร็จ เช่น คนไข้เดินได้โดยไม่ต้องพยุงภายใน 1 สัปดาห์ ประมาณนั้น
  1. กิจกรรมการพยาบาล นี่ก็เยอะ ขึ้นอยู่กับปัญหาคนไข้ เช่น ถ้าคนไข้มีแผล ก็ต้องทำแผล ให้ยา สอนคนไข้ดูแลตัวเอง ถ้าคนไข้ปวด ก็ต้องให้ยาแก้ปวด ดูแลจิตใจ อย่างนี้ไปเรื่อยๆ
  • ต้องระบุให้ชัดเจนว่า ใครจะทำอะไร เมื่อไหร่ ที่ไหน
  1. แนวทางเขียน ต้องเป็นระบบ อ่านง่าย เข้าใจง่าย ใช้ภาษาที่เข้าใจได้ บันทึกครบถ้วน ทุกขั้นตอน อย่าลืมลงชื่อด้วยนะ
  • โรงพยาบาลฉันใช้แบบฟอร์มอะไร ต้องไปดูอีกที จำไม่ได้แล้ววววว

Nursing Evaluation คืออะไร

Nursing Evaluation หรอ อืม มันคือการประเมินผลลัพธ์ของการพยาบาลอ่ะแก

  • ดูว่าอาการผู้ป่วยดีขึ้นมั้ย หลังพยาบาลไปแล้วอ่ะ
  • เทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ ตอนแรก ว่าทำได้ตามนั้นป่าว

คือแบบ ดูว่าพยาบาลทำแล้ว ผู้ป่วยเป็นไงบ้าง ง่ายๆ เลย จบป่ะ? เพิ่มเติมนะ คือ...

  • อาการอาการแสดง: พวกนี้ สำคัญเลย ดูว่าดีขึ้น หรือแย่ลง
  • ผลการตรวจ: พวกแลป เอ็กซ์เรย์ ต้องเอามาดูเทียบกันก่อนหลัง
  • พฤติกรรมสุขภาพ: เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นป่าว เช่น กินข้าวได้มากขึ้น นอนหลับดีขึ้น ไรงี้

แล้วก็ต้องดูด้วยว่า ที่ทำๆ ไปเนี่ย มันตรงตามแผนที่เราวางไว้รึเปล่า ไม่ใช่ทำไปเรื่อยๆ แบบไม่มีทิศทาง มันต้องมีเป้าหมายไงแกร!

Core Competency ของพยาบาลมีอะไรบ้าง

เอาฮาหน่อยนะ! Core Competency พยาบาล...ไม่ใช่แค่ฉีดยาเก่ง! (Organization of Nurse Executive 2005 ว่าไว้...นานไปละ! อัปเดตหน่อย!)

  • ภาวะผู้นำ: ไม่ใช่แค่สั่งยา! ต้องนำทีมได้...แม้ลูกทีมจะงอแงเหมือนเด็กสามขวบ (บางทีก็เหมือนกว่านั้น!)
  • สื่อสาร&สร้างสัมพันธ์: คุยกับคนไข้ยังไม่พอ! ต้องคุยกับญาติ...ที่บางทีก็เรื่องเยอะกว่าคนไข้! (เข้าใจนะ!)
  • มืออาชีพ: ไม่ใช่แค่ใส่ชุดขาว! ต้องมีจริยธรรม...แม้เจอคนไข้แซวว่า "หมวย" (เบะปากมองบนเบาๆ)
  • รู้เรื่องสุขภาพ: ไม่ใช่แค่จำชื่อโรค! ต้องรู้ว่าทำไมคนถึงกินแต่หมูกระทะ! (อันนี้สำคัญ...ต่อสุขภาพชาติ!)
  • บริหารจัดการ: ไม่ใช่แค่จัดยา! ต้องบริหารงบ...ที่น้อยนิด! (แล้วยังต้องเจอคนไข้ขอยาเกิน!)

เพิ่มเติม (ขำๆ แต่จริงจัง):

  • ความอดทน: เลเวลพระอรหันต์! ต้องทนได้ทุกอย่าง...ตั้งแต่เสียงร้องโอดโอยยามเช้า จนถึงคำบ่นยามดึก! (สาธุ!)
  • Sense of Humor: ขาดไม่ได้! ไม่งั้นเครียดตาย! ต้องมีมุกตลก...เอาไว้คลายเครียด! (แต่ต้องสุภาพนะ!)
  • ใจ: สำคัญสุด! เพราะถ้าไม่มีใจ...ก็คงทำไม่ได้! (ปรบมือให้พยาบาลทุกคน!)

ปล. ข้อมูลนี้อ้างอิงจากประสบการณ์ส่วนตัว...ที่เห็นพยาบาลทำงานหนัก! (ไม่ได้อ้างอิงจากตำรา...เพราะชีวิตจริงมันยิ่งกว่าในตำรา!)

พยาบาล 4 มิติ มีอะไรบ้าง

พยาบาล 4 มิติ? อือ มีไรบ้างวะเนี่ย นึกก่อนๆๆๆ

  • ส่งเสริมสุขภาพ: เออ อันนี้ชัดเจน สอนออกกำลังกาย กินอาหารดีๆ พวกนี้ป่ะวะ แล้วต้องทำไงให้ผู้สูงอายุอยากทำตามอะ คิดหนักเลยเรื่องนี้
  • ป้องกันโรค: ฉีดวัคซีนไง! ไข้หวัดใหญ่ ปีนี้ฉีดแล้วนะ แต่ที่บ้านยังไม่ยอมฉีดกันเลยเซ็งจิต เฮ้ออออ
  • รักษาเบื้องต้น: ทำแผล ล้างแผล ให้ยาตามหมอสั่ง วัดความดัน วัดไข้ อะไรพวกนี้มั้ง? ต้องแม่นยามากๆ เลยนะเราว่า
  • ดูแลให้การพยาบาล: อันนี้กว้างอะ ช่วยอาบน้ำ เช็ดตัว ป้อนข้าว พาไปหาหมอ ดูแลเรื่องขับถ่าย โอ้ย สารพัด คือต้องอดทนสุดๆ อ่ะ เราไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ บอกเลย

บทบาทหลักในการดูแลผู้สูงอายุแบบครอบครัวเป็นศูนย์กลางเหรอ อืมมมม

  • ประเมิน: สำคัญเลยนะ ต้องรู้ก่อนว่าผู้สูงอายุต้องการอะไร ขาดอะไร แล้วครอบครัวช่วยได้แค่ไหน ต้องคุยกันให้เคลียร์
  • วางแผน: ไม่ใช่แค่พยาบาลนะ ต้องดึงทุกคนในครอบครัวมาช่วยกันวางแผน ดูแลยังไง ใครทำอะไรได้บ้าง
  • ให้คำปรึกษา: ทั้งผู้สูงอายุ ทั้งครอบครัวเลย เรื่องสุขภาพ เรื่องการใช้ชีวิต เรื่องอะไรก็ได้ที่เค้ากังวล
  • ประสานงาน: บางทีต้องคุยกับหมอ นักกายภาพบำบัด นักสังคมสงเคราะห์ อะไรแบบนี้ พยาบาลต้องเป็นคนกลางอ่ะ
  • ติดตามผล: ดูว่าแผนที่วางไว้มันเวิร์คไหม มีอะไรต้องปรับปรุงรึเปล่า ต้องทำต่อเนื่องนะ

ครอบครัวเป็นศูนย์กลางนี่มันดีนะ แต่ยากเหมือนกัน บางครอบครัวก็ไม่เข้าใจ บางครอบครัวก็ไม่มีเวลา ต้องหาวิธีจูงใจอ่ะ

เพิ่มเติม

4 มิตินี่ เค้าว่าต้องดูแลแบบองค์รวมอะ ไม่ใช่แค่ร่างกาย ต้องดูจิตใจ อารมณ์ สังคมด้วยนะ มันเชื่อมโยงกันหมดเลย

  • มิติร่างกาย: กินดี อยู่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • มิติจิตใจ: ไม่เครียด ไม่เหงา มีกิจกรรมที่ชอบทำ
  • มิติอารมณ์: ควบคุมอารมณ์ได้ ไม่ฉุนเฉียวง่าย
  • มิติสังคม: มีเพื่อน มีสังคม ไม่ถูกทอดทิ้ง

ยากจัง... แต่ถ้าทำได้ ชีวิตผู้สูงอายุก็คงดีขึ้นเยอะเลยแหละ สู้ๆๆๆ!