บัตร 30 บาท รักษาโรคไตได้ไหม

82 ครั้งเข้าชม
บัตรทอง 30 บาท รักษาโรคไตได้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ใช้สิทธิบัตรทอง สามารถรับบริการฟอกไตทางหน้าท้องด้วยเครื่อง APD ฟรี ตั้งแต่ปี 2564ข้อดี: สะดวก: ทำเองที่บ้านได้ กลางวันไปทำงานได้ตามปกติ ประหยัด: ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

บัตร 30 บาท ครอบคลุมค่ารักษาโรคไตหรือไม่?

เรื่องบัตร 30 บาทกับโรคไตนี่ ฉันเองก็เคยใจหายไปทีนึงนะ ตอนนั้นคุณยายข้างบ้านที่สนิทกันมากต้องเข้าโรงพยาบาลจุฬาฯ ช่วงปลายปี 2563 เลย หมอบอกว่าไตท่านไม่ค่อยดีแล้ว ต้องล้างไตนะ โอ้โห! ตอนนั้นคิดเลยว่าค่ารักษาคงแพงลิบลิ่วแน่ๆ แล้วใครจะจ่ายไหว คือแบบ มันกังวลไปหมดจริง ๆ

แต่พอเข้าปี 2564 นั่นแหละ เรื่องมันพลิกเลยนะ จำได้ว่ามีคนมาเล่าให้ฟังว่าตอนนี้ถ้าใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาทน่ะ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังสามารถล้างไตทางหน้าท้องด้วยเครื่อง APD ได้ฟรีนะ ไม่ต้องจ่ายเพิ่มแม้แต่บาทเดียวเลย ก็ดีใจแทนคุณยายมาก คือมันเป็นข่าวดีที่ไม่คาดฝันเลยจริงๆ

ชีวิตคุณยายก็ดีขึ้นเยอะมากเลยนะ ท่านไม่ต้องนอนโรงพยาบาลบ่อยๆ หรือเดินทางไปล้างไตหลายชั่วโมงต่อวันเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ตอนนี้กลางวันแกก็ยังไปดูแลหลาน ไปตลาดได้สบายๆ เลย พอตกเย็นก็ค่อยมาต่อเครื่องล้างไตที่บ้านตอนกลางคืน สะดวกกว่ากันเยอะเลย รู้สีกว่าได้ใช้ชีวิตปกติกลับคืนมาอีกครั้งนึงจริงๆ นะ.

ขอรับบริจาคไต ทําอย่างไร

การขอรับบริจาคไตนั้นมีขั้นตอนสำคัญที่คุณต้องดำเนินการตามนี้เลย:

เริ่มแรก ติดต่อโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองจากศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย เพื่อ ลงทะเบียนรอรับการปลูกถ่าย สิ่งสำคัญคือ ลงทะเบียนได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น นะ การเลือกโรงพยาบาลเดียวช่วยให้ระบบจัดการคิวมีประสิทธิภาพและยุติธรรม.

จากนั้น โรงพยาบาลจะดำเนินการนัดหมาย เพื่อ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจหาชนิดของเนื้อเยื่อ หรือที่เรียกว่า HLA Typing ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก เพื่อประเมินความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อกับไตของผู้บริจาค.

จริงๆ แล้วกระบวนการปลูกถ่ายอวัยวะนี่นะ มันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ช่วยต่อชีวิตให้ผู้คนได้จริงๆ พอคิดถึงแล้วก็รู้สึกทึ่งในความพยายามของทั้งแพทย์ ผู้ป่วย และผู้บริจาคทุกคนเลยล่ะ

ทีนี้ มาสำรวจแง่มุมอื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการปลูกถ่ายไตกันดีกว่า:

  • เกณฑ์การพิจารณาผู้รับ: ไม่ใช่ว่าทุกคนจะรับไตได้นะ ต้องเป็นผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการวินิจฉัยแล้ว และที่สำคัญคือต้องไม่มีโรคร้ายแรงอื่น ๆ เช่น มะเร็งที่ยังไม่สงบ การติดเชื้อที่ควบคุมไม่ได้ หรือโรคหัวใจที่รุนแรงเกินไป เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำให้การปลูกถ่ายไม่สำเร็จและเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้.
  • แหล่งที่มาของไต: ไตที่นำมาปลูกถ่ายมาจากสองแหล่งหลักๆ คือ จากผู้บริจาคสมองตาย ซึ่งเป็นกรณีที่สมองหยุดทำงานถาวรแต่หัวใจยังเต้นอยู่ ทำให้ยังสามารถนำอวัยวะมาใช้ได้ และ จากผู้บริจาคที่มีชีวิต ซึ่งอาจเป็นญาติใกล้ชิด หรือบุคคลทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องทางสายเลือด แต่ต้องผ่านการตรวจคัดกรองสุขภาพอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย.
  • ความสำคัญของ HLA Typing และ Crossmatch: นอกจาก HLA Typing ที่กล่าวไปแล้ว ยังมีการตรวจ Crossmatch ด้วยนะ การทดสอบนี้จะนำเลือดของผู้รับกับผู้บริจาคมาทดสอบโดยตรงเพื่อดูปฏิกิริยา ถ้ามีการเข้ากันไม่ได้ ก็ไม่สามารถทำการปลูกถ่ายได้ เหมือนเป็นการเช็กความเข้ากันในระดับโมเลกุลอีกครั้งหนึ่งเลย.
  • ระยะเวลารอคอยที่ยาวนาน: อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจเลยว่า ระยะเวลารอคอยไตค่อนข้างนาน อาจใช้เวลาเป็นปีหรือหลายปีเลยก็มีนะ เพราะจำนวนผู้ป่วยที่ต้องการมีมากกว่าจำนวนไตที่บริจาคได้มากนัก การจัดสรรไตจะพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อ ระยะเวลาที่รอคอย และความเร่งด่วนทางคลินิก.
  • การดูแลหลังปลูกถ่าย: เมื่อได้รับการปลูกถ่ายไตแล้ว การรักษาก็ยังไม่จบลงนะ ผู้ป่วยต้องทาน ยากดภูมิคุ้มกัน ไปตลอดชีวิต เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายปฏิเสธไตใหม่ นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดก็สำคัญมาก เพื่อให้ไตใหม่ทำงานได้ดีและอยู่กับเราไปนานๆ.