ผู้ชายควรทำหัตถการอะไรบ้าง
หัตถการเพื่อสุขภาพและความงามใดที่ผู้ชายควรพิจารณา?
เรื่องที่ผู้ชายควรใส่ใจเพื่อดูดีขึ้นเนี่ย มีอะไรบ้างน้อ?
อย่างแรกเลยนะ โกนหนวดเคราให้เกลี้ยงเกลา มันทำให้ดูสะอาดสะอ้านขึ้นเยอะเลย หรือจะกันให้เป็นทรงก็ดูดีไปอีกแบบ แล้วเล็บมือเล็บเท้านี่ก็สำคัญนะ เล็บยาวๆ มันดูไม่เรียบร้อยเลย ตัดแต่งให้มันสั้นๆ หน่อยจะดีมาก
ขัดผิวหน้าผิวตัวนี่ก็ช่วยได้นะ เหมือนได้เอาเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป ผิวเราจะได้ดูกระจ่างใสขึ้นหน่อย แล้วก็มาส์กหน้าบ้างนะ ช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน โดยเฉพาะถ้าใครต้องเจอแอร์บ่อยๆ
ผมเผ้านี่ก็ต้องดูแลเหมือนกัน หมักผมบ้าง นวดหนังศีรษะบ้าง มันช่วยให้ผมแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย แล้วก็ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ทาผิวหลังอาบน้ำด้วยนะ ผิวจะได้ไม่แห้งแตก
ส่วนเรื่องขนเนี่ย ก็กำจัดพวกที่ไม่ต้องการนะ เช่น ขนจมูก ขนคิ้ว ที่มันดูรกรุงรังไปหน่อย หรือถ้าใครมีปัญหาเรื่องขนตามตัว ก็อาจจะต้องลองดูวิธีจัดการกันไปนะ สุดท้ายที่สำคัญมากๆ เลยคือ การดูแลความสะอาดจุดซ่อนเร้น อันนี้คือต้องใส่ใจเป็นพิเศษเลยนะ
อายุ40ควรทำอะไรกับหน้า
ฟิลเลอร์ Neuramis อายุ 40 ควรฉีดตรงไหนบ้าง?
ตอนอายุ 40 เนี่ย หน้าเริ่มมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้นเลยนะ โดยเฉพาะตรงใต้ตาที่เริ่มดูลึก เป็นร่องคล้ำ มองแล้วเหนื่อยตลอดเวลา เลยตัดสินใจลองฉีดฟิลเลอร์ Neuramis ที่ใต้ตาเลย ผลที่ได้คือใต้ตาดูเต็มขึ้น ความคล้ำก็จางลงไปเยอะเลย รู้สึกว่าตัวเองดูสดใสขึ้นทันตาเห็นเลย
นอกจากใต้ตาแล้ว ก็กังวลเรื่องแก้มที่เริ่มตอบๆ ลงไปหน่อย ทำให้หน้าดูไม่สดใส เลยจัดฟิลเลอร์ Neuramis ฉีดที่แก้มส้มด้วย อันนี้ช่วยยกพยุงให้หน้าดูอิ่มฟูขึ้นมาหน่อย เหมือนได้ใบหน้าที่ดูเด็กลงไป 2-3 ปีเลยนะ
ส่วนเรื่องปาก ก็รู้สึกว่ามันบางไปนิด แล้วก็แห้งๆ ไม่ค่อยมีมิติ เลยฉีด Neuramis เพิ่มความอวบอิ่ม ชุ่มชื้นให้ปาก ปากดูสุขภาพดีขึ้นเยอะเลย
ปิดท้ายด้วยคาง ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะต้องฉีด แต่พอเห็นว่าหน้ามันดูไม่สมส่วนเท่าไหร่ คางดูสั้นๆ ถอยๆ ไปหน่อย เลยลองฉีด Neuramis ที่คาง เพื่อเพิ่มวอลุ่ม แก้ปัญหาคางสั้น คางถอย อันนี้ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวสวย ได้สัดส่วนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ Neuramis:
ใต้ตา: การฉีดฟิลเลอร์ Neuramis ที่ใต้ตามีจุดประสงค์หลักเพื่อเติมเต็มร่องลึกใต้ตา (Tear Trough Deformity) และลดความคล้ำที่เกิดจากเงาของร่องลึก ซึ่งมักจะเกิดขึ้นตามวัย การเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับบริเวณนี้มีความสำคัญมาก เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่จับตัวเป็นก้อน หรือทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น หัวรอยช้ำ หรือก้อนผิดปกติ
- บริเวณที่ฉีด: เน้นฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) หรือชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Layer) บริเวณร่องใต้ตาและใต้กระดูกเบ้าตา
- ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: ใต้ตาดูเต็มขึ้น ร่องลึกจางลง ความคล้ำดูน้อยลง ใบหน้าโดยรวมดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้น
แก้มส้ม (Cheekbones/Apple Cheeks): บริเวณแก้มส้มเป็นจุดที่ช่วยเสริมความอิ่มเอิบและมิติให้กับใบหน้า เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันและคอลลาเจนในบริเวณนี้จะลดลง ทำให้แก้มดูตอบหรือหย่อนคล้อย การฉีดฟิลเลอร์ Neuramis ในบริเวณนี้สามารถช่วยยกกระชับใบหน้า ทำให้ดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดีขึ้น
- บริเวณที่ฉีด: ฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังแท้ส่วนลึก หรือชั้นใต้ผิวหนังบริเวณโหนกแก้ม เพื่อสร้างโครงสร้างและเติมเต็มวอลลุ่ม
- ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: แก้มดูอิ่มฟูขึ้น ใบหน้ายกกระชับขึ้น โครงสร้างใบหน้าดูสมดุลและอ่อนเยาว์ลง
ปาก (Lips): การฉีดฟิลเลอร์ Neuramis ที่ปากมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความอวบอิ่ม แก้ปัญหาปากบาง หรือเติมเต็มร่องริ้วรอยบริเวณริมฝีปาก ทำให้ปากดูชุ่มชื้น อวบอิ่ม และมีมิติมากขึ้น
- บริเวณที่ฉีด: ฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังแท้บริเวณริมฝีปาก โดยอาจจะฉีดตามขอบปาก (Lip Border) เพื่อให้รูปทรงชัดเจนขึ้น หรือฉีดทั่วริมฝีปากเพื่อเพิ่มวอลลุ่มและความชุ่มชื้น
- ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: ริมฝีปากดูอวบอิ่ม ชุ่มชื้น และมีรูปทรงที่สวยงามขึ้น
คาง (Chin): การฉีดฟิลเลอร์ Neuramis ที่คางสามารถช่วยปรับรูปทรงใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูเรียวสวยและมีมิติมากขึ้น แก้ปัญหาคางสั้น คางถอย หรือคางที่ไม่สมส่วน การเพิ่มวอลลุ่มที่คางยังช่วยเสริมให้โครงสร้างใบหน้าโดยรวมดูสมดุลและสง่างาม
- บริเวณที่ฉีด: ฉีดเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนังบริเวณคาง เพื่อสร้างรูปทรงและเพิ่มวอลลุ่มตามที่ต้องการ
- ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: คางดูยาวขึ้น (เมื่อเทียบกับความสั้นเดิม) ดูมีมิติมากขึ้น ใบหน้าโดยรวมดูเรียวสวยและได้สัดส่วน
อายุ 40 ควรดูแลผิวหน้าอย่างไร
อายุ 40: ผิวต้องการสิ่งนี้
- ดื่มน้ำ: ไม่ใช่แค่กระหาย. มันคือชีวิต.
- ทำความสะอาด: สกปรกคือความชรา.
- ลดเครียด: เครียดคือศัตรู. ผิวรู้ดี.
- สกินแคร์: เลือกให้เป็น. รู้ว่าผิวต้องการอะไร.
- ชุ่มชื้น: อย่าปล่อยให้แห้ง. มันจะปริ.
- วิตามิน: เติมพลังจากภายใน.
- กันแดด: ป้องกันก่อนสาย.
- นอน: ร่างกายซ่อมแซมตอนหลับ. ผิวก็เช่นกัน.
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- การผลัดเซลล์ผิว: วัย 40 การผลัดเซลล์ผิวช้าลง. ใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวอ่อนๆ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้ผิวเรียบเนียน.
- เรตินอล: เป็นสารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอย. เริ่มใช้ในความเข้มข้นต่ำก่อน.
- เซรั่ม: อาวุธลับ. เติมสารอาหารที่ผิวต้องการได้ตรงจุด.
- การนวดหน้า: กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต. ช่วยให้ผิวกระชับ.
- สารต้านอนุมูลอิสระ: พบมากในผลไม้สีเข้ม. ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหาย.
อายุ40ควรฉีดโบทิกไหม
อายุ 40 แล้ว... คิดเรื่องโบท็อกซ์เหรอ? มันเป็นคำถามที่ลอยขึ้นมาบ่อยนะช่วงนี้ คำตอบตรง ๆ คือ... มันขึ้นอยู่กับเราเองแหละ ว่าอยากจัดการกับริ้วรอยยังไง
ก่อนจะตัดสินใจไปทำอะไรเลยนะ... สิ่งสำคัญสุดคือ ต้องคุยกับหมอก่อน จริง ๆ อย่าเพิ่งคิดไปเอง มันสำคัญนะที่ต้องเข้าใจให้ถูกว่าโบท็อกซ์มันทำงานยังไง หมอจะบอกเราได้หมดเลยว่ามันเหมาะกับเราไหม
บางคนเขาก็เข้าใจผิดไปเยอะ คิดว่าฉีดแล้วหน้าจะตึงเป๊ะไปตลอดชีวิตเลย มันไม่ใช่แบบนั้นนะ มันมีระยะเวลาของมัน ที่ต้องทำความเข้าใจ อันนี้สำคัญมากเลยที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำ
เรื่องระยะเวลา... ถ้าไม่อยากเข้าคลินิกบ่อย ๆ ของอเมริกามันจะอยู่ได้นานกว่า หน่อย ประมาณ 6 เดือนก็ค่อยไปฉีดอีกทีนึง ส่วนของเกาหลีก็ราว ๆ 3-4 เดือน ก็เลือกเอาที่เราสะดวกและชอบเลยนะ
เคยได้ยินมานะ บางคนฉีดแล้วก็บอกว่าปวดคิ้ว ตึง ๆ หัวตลอด มันเป็นไปได้นะ กล้ามเนื้อมันอ่อนแรงลงไป มันก็เลยรู้สึกแบบนั้นแหละ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร ถ้าเป็นแบบนั้นต้องบอกหมอเลยนะ
- ริ้วรอยที่ 40: ตอนอายุ 40 ริ้วรอยที่เห็นชัดอาจจะเป็นทั้งริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า และริ้วรอยที่อยู่กับเราแล้ว โบท็อกซ์จะช่วยเรื่องริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าได้ดีกว่า
- ความคาดหวัง: ต้องเข้าใจว่าโบท็อกซ์ไม่ได้ลบทุกอย่างให้หายไปหมดนะ มันช่วยให้ริ้วรอยจางลง ดูผ่อนคลายขึ้น
- การเลือกหมอ: สิ่งสำคัญมาก ๆ คือ เลือกหมอที่มีประสบการณ์ และคลินิกที่น่าเชื่อถือ จะช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่เราไม่ต้องการได้เยอะเลย
- ต่อเนื่องสม่ำเสมอ: โบท็อกซ์ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบนะ มันเป็นการดูแลต่อเนื่อง ถ้าอยากให้ผลอยู่ได้เรื่อย ๆ ก็ต้องกลับไปฉีดตามที่หมอแนะนำ
- ค่าใช้จ่าย: ต้องคิดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายด้วย เพราะมันเป็นการลงทุนกับตัวเองในระยะยาว แต่ละยี่ห้อก็ราคาไม่เท่ากัน
- จุดที่นิยมฉีด: ส่วนใหญ่ที่เห็นกันก็จะเป็นหน้าผาก หว่างคิ้ว และหางตา จุดที่คนอายุ 40 มักจะกังวลเป็นพิเศษเลยล่ะ
หัตถการ กับ ศัลยกรรม ต่างกันอย่างไร
หัตถการ คือ การรักษาหรือแก้ไขปัญหาที่ เฉพาะจุด ต้องการ ผลลัพธ์เร็วพักฟื้นน้อย
ศัลยกรรม คือ การปรับแก้ โครงสร้างใบหน้า ต้องการ ผลลัพธ์ถาวร เพื่อ ปรับสัดส่วนใบหน้า ให้สวยเป๊ะ
หัตถการ: ทำอะไรได้บ้าง? ฉีดโบท็อกซ์ สลายไขมัน ร้อยไหม เติมฟิลเลอร์ พวกนี้ไม่ค่อยเจ็บ ทำแป๊บเดียวกลับบ้านได้เลย
ศัลยกรรม: อันนี้ใหญ่กว่า เช่น การทำตา สองชั้น หรือเสริมจมูก อันนี้ต้องผ่าจริงจัง พักฟื้นนานกว่าแน่นอน
ใครเหมาะกับอะไร?
หัตถการ: ถ้าแค่ริ้วรอยนิดหน่อย ร่องแก้มลึกไปหน่อย อยากหน้าดูดีขึ้นทันตาเห็น แบบไม่ต้องเสียเวลาพักผ่าตัดยาวๆ หัตถการ นี่แหละใช่เลย!
ศัลยกรรม: ถ้าโครงหน้ายังไงก็ไม่เป๊ะ อยากปรับเปลี่ยนให้ชัดๆ เห็นผลยาวๆ เช่น ตาไม่เท่ากัน จมูกไม่โด่งพอ ศัลยกรรม อาจจะเป็นทางออกที่ดีกว่า
ตัวอย่างเพิ่มเติม:
หัตถการ:
- การฉีด filler: เติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก หรือเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้า เช่น ฉีดใต้ตา แก้มส้ม
- การฉีด Botox: ลดริ้วรอย หน้าผาก ตีนกา กราม หรือยกกระชับใบหน้า
- การร้อยไหม: ยกกระชับผิวหน้า ลดความหย่อนคล้อย
- การทำเลเซอร์: ปรับสภาพผิว ลดจุดด่างดำ รอยสิว กระตุ้นคอลลาเจน
ศัลยกรรม:
- การทำตาสองชั้น (Blepharoplasty): สำหรับคนที่มีชั้นตาหลบใน หรือตาตก
- การเสริมจมูก (Rhinoplasty): ปรับรูปทรง ความโด่ง ความยาวของจมูก
- การผ่าตัดกรีดโหนกแก้ม (Cheekbone Reduction): สำหรับคนที่โหนกแก้มสูงเกินไป
- การผ่าตัดกราม (Mandibular Angle Reduction): ปรับรูปหน้าให้เรียววีเชฟ
ข้อควรจำ: ไม่ว่าจะเป็น หัตถการ หรือ ศัลยกรรม สิ่งสำคัญที่สุดคือ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินสภาพผิวหน้าและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลนะ!
หัตถการอะไรทำแล้วสวย
บางทีก็คิดนะว่าอะไรทำให้คนเราดูดีขึ้นมาได้จริงๆ
ฉีดโบท็อกซ์ มันช่วยเรื่องริ้วรอยนะ รอยที่หน้าผาก รอยตีนกา อะไรพวกนี้ มันเหมือนทำให้ผิวเรียบขึ้น ดูอ่อนกว่าวัยไปนิดนึง
รักษาเหงื่อใต้วงแขนด้วย miraDry อันนี้ดีนะ สำหรับคนที่เหงื่อออกเยอะๆ ใต้แขน มันจะช่วยลดเหงื่อไปได้เยอะเลย ทำให้สบายตัวขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่น
เลเซอร์รักษานอนกรน อันนี้ก็น่าสนใจนะ มันช่วยลดเสียงกรนได้ ทำให้การนอนของคนรอบข้างดีขึ้นด้วย
ดูดไขมัน อันนี้ก็ตรงไปตรงมานะ เอาส่วนเกินออกไป ทำให้รูปร่างดูดีขึ้น
MORPHEUS NEO ลบรอยยับ กระชับผิวที่หย่อนคล้อย อันนี้เหมือนช่วยให้ผิวกลับมาตึงๆ อีกครั้ง
Emface ยกกระชับมาแรง อันนี้ก็ช่วยเรื่องความหย่อนคล้อยเหมือนกันนะ
Ultherapy ฟื้นฟูและยกกระชับผิวหน้า อันนี้ก็ช่วยเรื่องความหย่อนคล้อยเหมือนกัน แต่จะเน้นที่หน้า
รักษาแตกลายด้วย Picosecond Laser Enlighten III ช่วยเรื่องรอยแตกลายได้ ทำให้ดูจางลง
- โบท็อกซ์ (Botulinum Toxin): ใช้ลดเลือนริ้วรอย เช่น ริ้วรอยหน้าผาก หว่างคิ้ว และรอยตีนกา โดยการทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ส่งผลให้ริ้วรอยดูลดลง
- miraDry: เป็นการรักษาเหงื่อใต้วงแขนแบบถาวร โดยใช้พลังงานไมโครเวฟทำลายต่อมเหงื่อ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมากผิดปกติ
- เลเซอร์รักษานอนกรน: เลเซอร์บางประเภทสามารถใช้ปรับสภาพเนื้อเยื่อในช่องคอ เพื่อลดการสั่นสะเทือนที่เป็นสาเหตุของการนอนกรน
- การดูดไขมัน (Liposuction): เป็นหัตถการเพื่อกำจัดไขมันส่วนเกินในบริเวณต่างๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา ทำให้รูปร่างกระชับขึ้น
- MORPHEUS NEO: เป็นการรักษาที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุร่วมกับเข็มขนาดเล็ก ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวเรียบเนียน กระชับ และลดเลือนริ้วรอย
- Emface: เป็นเทคโนโลยีที่ใช้การปล่อยคลื่นพลังงานไฟฟ้าเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า ทำให้ผิวหน้ายกกระชับและดูอ่อนเยาว์
- Ultherapy: เป็นการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์แบบเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ลงลึกถึงชั้นพังผืดใต้ผิวหนัง (SMAS) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยยกกระชับผิวหน้าและลำคอ
- Picosecond Laser Enlighten III: เป็นเลเซอร์ชนิดหนึ่งที่ใช้เวลาในการปล่อยพลังงานสั้นมาก เหมาะสำหรับการรักษาปัญหาผิวหลายอย่าง รวมถึงรอยแตกลาย รอยดำ รอยแดง และการลบรอยสัก
วัย 40 ควรทำหัตการอะไร
เมื่อเช้าวันอังคารที่ 3 กันยายน นี่เลย ฉันยืนหน้ากระจกในห้องน้ำแบบถอนหายใจยาวๆ นี่สี่สิบแล้วจริงดิ! เห็นร่องลึกที่หน้าผากกับตีนกาตอนยิ้มนี่ชัดแจ๋วเลย ไม่ไหวๆ ปกติก็ดูแลตัวเองดีนะ แต่พอเลขสี่นำหน้ามันรู้สึกต่างออกไปจริงๆ นะ
ช่วงนั้นยอมรับเลยว่าเครียดจัด จิตตกมาก หน้าดูโทรมสุดๆ เลยตัดสินใจโทรหาคลินิกประจำที่ไปทำทรีตเมนต์อยู่แล้ว คลินิกอยู่ทองหล่อซอย 5 ไม่ไกลจากคอนโดฉันเท่าไหร่ นัดคุณหมอแบบด่วนจี๋เลย ไม่รอช้าแล้ว
พอไปถึงคลินิก คุณหมอชื่อหมอนุ่น คือน่ารักมาก ถามฉันว่าอยากให้ช่วยเรื่องอะไร ฉันก็เล่าปัญหาริ้วรอยร้อยแปดพันเก้าไปเลย คุณหมอบอกว่า วัยสี่สิบ แบบเรานี่ โบท็อกซ์ริ้วรอย คือหัตถการเบื้องต้นเลยนะที่ต้องทำ มันช่วยได้ตรงจุดมาก
ตอนคุณหมอฉีด โบท็อกซ์ เนี่ย ไม่ได้เจ็บอย่างที่คิดเลยนะ แค่รู้สึกเหมือนโดนมดกัดจี๊ดๆ แป๊บเดียวเอง คุณหมอเน้นฉีดตรง หน้าผาก หว่างคิ้ว ตีนกา เลยนะ เพราะมันเป็นจุดที่ริ้วรอยขึ้นชัดสุดๆ ใน วัย 40 ของฉันนี่แหละ
คุณหมอบอกว่าผลจะค่อยๆ ชัดขึ้นประมาณ 3-7 วันนะ ต้องใจเย็นๆ ผ่านไปได้ประมาณห้าวันเท่านั้นแหละ ตื่นมาส่องกระจกแล้วกรี๊ดดด! หน้ามันดูเนียนขึ้นเยอะมาก ร่องที่หน้าผากมันตื้นขึ้นจริงๆ ตีนกาก็ดูจางลงมาก
รู้สึกมั่นใจขึ้นเยอะเลยนะ เวลาแต่งหน้าหรือยิ้มก็ไม่ต้องกังวลเรื่องริ้วรอยพวกนั้นแล้ว แฮปปี้มากๆ เลย คุณหมอยังบอกอีกนะว่าผลมันอยู่ได้ประมาณ สามถึงหกเดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละคนเลย ฉันคิดว่าอีกซักสี่ห้าเดือนก็คงต้องกลับไปซ้ำแล้วแหละ
มันคุ้มค่ากับความรู้สึกดีๆ ที่ได้กลับมาจริงๆ
- ฟิลเลอร์ (Filler): เติมเต็มร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา ปาก ให้ดูอิ่มเอิบ หน้าดูเด็กลง
- เมโสหน้าใส (Mesotherapy): ฉีดวิตามินและสารบำรุงผิวโดยตรง ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง ลดจุดด่างดำ
- เลเซอร์ปรับสภาพผิว (Laser Skin Resurfacing): รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ รูขุมขนกระชับ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
- เครื่องยกกระชับ (Ultherapy/Thermage): ใช้พลังงานคลื่นเสียงหรือวิทยุ ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ ลดความหย่อนคล้อย กระตุ้นคอลลาเจน
- ฉีดผิว (Skin Boosters): เติมกรดไฮยาลูรอนิก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ยืดหยุ่น
พยาบาลทำหัตถการอะไรบ้าง
เออ เรื่องพยาบาลทำอะไรได้บ้างนะ เมื่อเดือนที่แล้ว แม่ฉันต้องเจาะเลือดตรวจประจำปี ตอนแรกคิดว่าต้องไปโรงพยาบาลอีกละ เบื่อรถติดมาก ๆ แถวรัชดาช่วงเช้า ๆ เลยนะ แต่คุณหมอบอกว่ามีบริการให้พยาบาลมาเจาะที่บ้านได้ โล่งใจไปเลย!
พยาบาลเขาก็มาจริง ๆ นะ แต่งตัวชุดขาวเลย มาที่บ้านเราตอน 9 โมงเช้าเป๊ะ อยู่บ้านซอยเล็กๆ แถวลาดพร้าว 71 เนี่ยแหละ เค้าก็เตรียมอุปกรณ์ครบชุด ฉันเห็นถุงมือ แอลกอฮอล์ เข็มอะไรเรียบร้อยดี
ตอนนั้นฉันนั่งดูอยู่ข้างๆ คือแม่ฉันไม่ชอบเข็มไง กลัวมาก ๆ พยาบาลก็ใจเย็นมาก พูดปลอบแม่ตลอดเลย บอกไม่เจ็บหรอกแป๊บเดียว สบายมากเลยนะ พยาบาลเก่ง แม่ไม่ร้องเลย
คือสบายใจอ่ะที่เห็นเค้ามืออาชีพจริง ๆ แล้วเค้าก็เก็บตัวอย่างส่งแล็บที่ได้มาตรฐานเลยนะ ส่งผลตรวจให้คุณหมอเลย เราไม่ต้องวุ่นวายอะไรเลย
แล้วก็อีกเรื่องนะ ตอนน้องชายผ่าตัดไส้ติ่งเมื่อปลายปีที่แล้ว พอกลับบ้านมาแผลมันต้องดูแลใช่ป่ะ ต้องตัดไหมด้วย พยาบาลก็มาทำแผลให้ถึงบ้านเลยนะ สะดวกมาก
เค้าดูแผลอย่างละเอียดเลย บอกว่าแผลสวยดี ไม่มีติดเชื้อ คือพยาบาลเฉพาะทางการดูแลแผลเลยอ่ะ เจ๋งมาก
คือเรื่องฉีดวัคซีนหรือฉีดยาที่บ้านก็ได้นะ พวกเพื่อนแม่หลายคนเขาก็ใช้บริการแบบนี้เหมือนกันนะ ไม่ต้องออกไปคลินิกเลย บางทีก็มีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีนี้ หรือยาที่ต้องฉีดทุกอาทิตย์งี้
พยาบาลก็มาทำให้ถึงบ้านเลย โคตรสะดวกอ่ะ พูดเลยว่ายุคนี้สบายมากเรื่องการดูแลสุขภาพ
- บริการเจาะเลือด/เก็บสิ่งส่งตรวจ: จัดส่งห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน พร้อมแจ้งผลตรวจแพทย์
- บริการทำแผล/ตัดไหม: ครอบคลุมแผลผ่าตัด แผลกดทับ แผลเปิดทุกชนิด ดำเนินการโดยพยาบาลวิชาชีพและพยาบาลผู้เชี่ยวชาญการดูแลแผล
- บริการฉีดวัคซีน/ฉีดยา: สามารถรับบริการได้ที่บ้าน
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต