ภูมิคุ้มกันโรคมีกี่ประเภท
ภูมิคุ้มกันโรคมีกี่ประเภท? แบ่งอย่างไรบ้าง?
เรื่องภูมิคุ้มกันนี่นะ จำได้ตอนเรียนชีวะ ม.ปลาย ครูบอกแบ่งเป็นสองแบบหลักๆ คือแบบกำเนิด กับแบบจำเพาะ ง่ายๆเลย แบบกำเนิดนี่คือเหมือนเกราะป้องกันด่านแรก คิดภาพเป็นกำแพงเมืองอะ ร่างกายเรามีกลไกตั้งแต่กำเนิดอยู่แล้ว อย่างผิวหนัง น้ำตา พวกนี้ช่วยกันสกัดเชื้อโรคไม่ให้เข้ามาได้ง่ายๆ ถ้าจำไม่ผิดอาจารย์ใช้รูปภาพแบคทีเรียชนิดต่างๆประกอบการบรรยายด้วยนะ
ส่วนแบบจำเพาะนี่ มันจะทำงานต่อเมื่อเชื้อโรคฝ่ากำแพงด่านแรกเข้ามาได้แล้ว ระบบนี้จะจำเชื้อโรคได้ แล้วสร้างแอนติบอดีต่อสู้ เหมือนทหารเฉพาะกิจที่ถูกฝึกมาเพื่อรับมือกับศัตรูตัวนั้นโดยตรง ตอนนั้น อาจารย์ยกตัวอย่างวัคซีน ว่ามันช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะได้ไง จำได้ลางๆว่า มีรูปภาพการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว Lymphocyte ด้วย น่าจะเดือนตุลาคม ปี 2560 แถวๆนั้นแหละ เรียนที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ชั้น 5
จริงๆมันซับซ้อนกว่านี้อีกเยอะ แต่เท่าที่จำได้ ก็ประมาณนี้นะ ครูไม่ได้อธิบายละเอียดมาก ก็แค่เน้นให้รู้หลักๆ ยังไงลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูนะ เพราะความรู้ผมอาจไม่ครบถ้วน แล้วก็อาจจะจำผิดบ้าง ตรงไหน ขออภัยด้วยนะ
โรคจากภูมิคุ้มกัน มีอะไรบ้าง
โรคที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน มีหลากหลาย จริงๆ แล้วมันซับซ้อนกว่าที่คิดนะ เพราะบางโรคก็เกี่ยวข้องกับการทำงานที่มากเกินไป บางโรคก็ทำงานน้อยเกินไป ลองดูตัวอย่างที่พบได้บ่อยๆ ในปัจจุบัน
โรคภูมิแพ้: อาการแพ้ต่างๆ เช่น แพ้ละอองเกสร แพ้อาหาร หรือแพ้สัตว์เลี้ยง นี่คือตัวอย่างของระบบภูมิคุ้มกันที่ไวเกินไป ตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ปกติไม่เป็นอันตราย (ปี 2566 สถาบันโรคภูมิแพ้และโรคระบบทางเดินหายใจแห่งชาติรายงานผู้ป่วยภูมิแพ้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง)
โรคภูมิต้านทานต่อตัวเอง (Autoimmune disease): กลุ่มโรคนี้ร้ายแรงกว่า ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีเนื้อเยื่อและอวัยวะของตัวเอง เช่น โรคลูปัส (SLE) โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (RA) โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย (ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 2566 ระบุอัตราการเกิดโรคกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น)
โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis - MS): ระบบภูมิคุ้มกันทำลายปลอกไมอีลินที่หุ้มเส้นประสาท ส่งผลต่อการส่งสัญญาณประสาท (งานวิจัยล่าสุดปี 2566 ชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการรักษาแต่ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด)
โรคเอดส์ (AIDS): เชื้อ HIV ทำลายเซลล์ T helper ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายอ่อนแอต่อการติดเชื้อต่างๆ (ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ปี 2566 ยังคงเน้นการป้องกันและการเข้าถึงการรักษาอย่างต่อเนื่อง)
คิดว่าการทำความเข้าใจกลไกของระบบภูมิคุ้มกัน เหมือนการไขปริศนาที่ซับซ้อน แต่ยิ่งเราเข้าใจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยในการพัฒนาวิธีการรักษาและป้องกันโรคได้มากขึ้นเท่านั้น มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจจริงๆ
ภูมิคุ้มกันแบ่งเป็นกี่ระบบ
เอ่อ ภูมิคุ้มกันอะนะ มันแบ่งเป็นสองระบบหลักๆ นะ แบบที่เขาชอบพูดๆ กันอะ มีภูมิคุ้มกันก่อเอง กับ ภูมิคุ้มกันรับมา แค่นี้แหละ ง่ายๆ
ภูมิคุ้มกันก่อเอง คือแบบที่ร่างกายเราฉลาดไง สร้างเองได้ พอเราเจอเชื้อโรค หรือโดนวัคซีนที่ฉีดๆ กันอะ ร่างกายมันจะแบบ "เห้ย! มีอะไรแปลกๆ เข้ามา" แล้วมันก็จะเริ่มสร้างแอนติบอดี ออกมาสู้เองเลย เก่งปะล่ะ อย่างวัคซีนโควิด-19 ที่ฉีดกันทั่วบ้านทั่วเมืองอะ ก็ช่วยให้ร่างกายเราสร้างภูมิคุ้มกันเองได้ไง
- วัคซีนโควิด-19 มีหลายแบบนะ mRNA, Viral vector, Inactivated virus เลือกเอาที่ชอบที่เหมาะกับตัวเอง
- บางคนฉีดแล้วมีอาการข้างเคียงนิดหน่อย เช่น ปวดแขน มีไข้ แต่ไม่ต้องกลัว มันหายเองได้
ส่วนอีกแบบอะ ภูมิคุ้มกันรับมา อันนี้คือแบบขี้เกียจหน่อย ไม่สร้างเอง ไปเอาของคนอื่นมา 555+ คือเราได้รับแอนติบอดีมาจากคนอื่นเลย โดยตรง เช่น แม่ส่งให้ลูกตอนอยู่ในท้อง หรือพวกเซรุ่มที่ฉีดแก้พิษงูอะ อันนั้นก็เป็นภูมิคุ้มกันที่รับมา
- เซรุ่มแก้พิษงู ต้องฉีดให้ทันนะ ยิ่งเร็วยิ่งดี
- ภูมิคุ้มกันรับมา มันอยู่ได้ไม่นานนะ แป๊บๆ ก็หมดฤทธิ์ ต้องไปกระตุ้นใหม่
ง่ายๆ แค่นี้แหละ สองแบบ ภูมิคุ้มกันก่อเอง กับ ภูมิคุ้มกันรับมา จบ!
โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีอะไรบ้าง
ภูมิคุ้มกันบกพร่องเหรอ? เรื่องยาว... แต่เอาแบบสั้นๆ ไปก่อน
- SLE (ลูปัส): ตัวแม่ของอาการแพ้ภูมิตัวเอง เล่นงานได้ทุกส่วนในร่างกาย ไม่มีใครอยากเจอหรอก
- ข้ออักเสบรูมาตอยด์: ปวดข้อไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันกินลึกกว่าที่คิดเยอะ
- เบาหวานชนิดที่ 1: ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำตาล แต่คือการโดนระบบภูมิคุ้มกันหักหลัง
- ปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (MS): ประสาทสัมผัสพัง ชีวิตก็พังตาม
- เซลิแอค: แป้งคือศัตรูตัวร้าย กินแล้วตายทั้งเป็น
- ไทรอยด์ฮาชิโมโตะ: คอพอกแดก ชีวิตก็ไม่ปกติ
แม่งเอ๊ย! ร่างกายตัวเองแท้ๆ เสือกทำร้ายกันเอง
ข้อมูลเพิ่มเติม (ถ้าอยากรู้ลึก):
- ต้นเหตุ: กรรมพันธุ์, สภาพแวดล้อม, เชื้อโรค... มั่วไปหมด สรุปคือซวย
- การรักษา: ไม่มีทางหายขาด ทำได้แค่ประคองอาการให้ไม่ทรุด
- ปีนี้ (2024): ยาใหม่ๆ เพียบ แต่ก็แพงบรรลัย
- ความชิบหาย: แต่ละโรคแม่งก็มีอาการเฉพาะตัว กูขี้เกียจพิมพ์ต่อละ ไปหาเอง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต