อาการ เวียนหัวเหมือนเมารถ เกิดจากอะไร

130 ครั้งเข้าชม
อาการ เวียนหัวเหมือนเมารถ เกิดจากอะไร มีสาเหตุหลักจากความขัดแย้งของสัญญาณประสาทซึ่งพบ 30% ในประชากรทั่วไป. สาเหตุอื่นคือโรคหินปูนเคลื่อนในผู้ที่มีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป. โรคน้ำในหูไม่เท่ากันทำให้อาการเวียนหัวนาน 20 นาทีถึงหลายชั่วโมง.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เวียนหัวเหมือนเมารถ เกิดจากอะไร: พบ 30% ในประชากรทั่วไป

อาการ เวียนหัวเหมือนเมารถ เกิดจากอะไร เป็นปัญหาที่ทำให้รู้สึกพะอืดพะอมและโลกหมุนคว้างจนต้องหยุดกิจกรรมทุกอย่าง.
การทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงช่วยให้คุณแยกแยะอาการจากความผิดปกติทางกายภาพและลดความวิตกกังวลเรื่องอัมพฤกษ์ได้.
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกต้อง.

ทำไมเราถึงรู้สึก เวียนหัวเหมือนเมารถ ทั้งที่ไม่ได้เดินทาง?

อาการเวียนหัวเหมือนเมารถมักเกิดจากความสับสนของสมองที่ได้รับข้อมูลจากประสาทสัมผัสขัดแย้งกัน โดยเฉพาะเมื่อหูชั้นในรับรู้ว่าร่างกายเคลื่อนไหวแต่สายตามองเห็นภาพนิ่ง หรือในทางกลับกัน ภาวะนี้อาจเกี่ยวข้องกับระบบการทรงตัวที่ผิดปกติ ความเครียด หรือโรคทางกายอื่นๆ ที่คุณอาจคาดไม่ถึง

ผมเคยสัมผัสความรู้สึกนี้ด้วยตัวเองตอนที่พยายามปั่นงานบนรถตู้ที่กำลังแล่นผ่านทางโค้งบนดอย - มันไม่ใช่แค่การมึนหัวธรรมดา แต่มันคือ เวียนหัว คลื่นไส้ พะอืดพะอม ที่ทำเอาโลกทั้งใบหมุนคว้างจนต้องวางทุกอย่างลงทันที ประสาทสัมผัสของเราทำงานซับซ้อนกว่าที่เราคิด ประมาณ 30% ของประชากรทั่วไปมักมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อความขัดแย้งของสัญญาณประสาทนี้ได้ง่ายกว่าคนอื่น [1] ซึ่งนั่นคือสาเหตุหลักที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนโลกกำลังโยกเยกอยู่ตลอดเวลา

กลไกเบื้องหลัง: เมื่อตาและหูคุยกันไม่รู้เรื่อง

สมองของเราทำหน้าที่เหมือนศูนย์บัญชาการที่รวบรวมข้อมูลจาก 3 แหล่งหลักเพื่อรักษาการทรงตัว ได้แก่ สายตา หูชั้นใน และข้อต่อร่างกาย เมื่อข้อมูลเหล่านี้ไม่ตรงกัน เช่น คุณกำลังก้มมองจอโทรศัพท์ (ตารู้สึกว่านิ่ง) แต่รถกำลังเลี้ยว (หูชั้นในรู้สึกว่าเคลื่อนที่) สมองจะเกิดอาการสับสนและตีความว่าร่างกายอาจได้รับสารพิษ จึงกระตุ้นอาการคลื่นไส้ออกมาเป็นกลไกป้องกันตัวตามธรรมชาติ

ความสับสนนี้รุนแรงขึ้นได้หากคุณพักผ่อนน้อย ความอ่อนเพลียทำให้ระบบประสาทส่วนกลางประมวลผลสัญญาณที่ขัดแย้งกันได้ช้าลง การศึกษาส่วนใหญ่พบว่าผู้ที่มีอาการเวียนหัวลักษณะนี้บ่อยครั้งมักมีไวต่อสิ่งเร้าทางสายตามากกว่าปกติ ทำให้การจ้องมองสิ่งของที่เคลื่อนไหวเร็วๆ หรือการอยู่ในที่ที่มีแสงวูบวาบสามารถกระตุ้นอาการได้ทันที [2]

สาเหตุทางการแพทย์ที่ทำให้ มึนหัวเหมือนเมารถ ตลอดเวลา

หากคุณไม่ได้อยู่บนยานพาหนะแต่ยังมีอาการ มึนหัวเหมือนเมารถ ตลอดเวลา อยู่บ่อยๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางหูชั้นในหรือระบบประสาทที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือความผิดปกติของระบบการทรงตัว

โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (BPPV)

นี่คือ สาเหตุอาการมึนหัวเหมือนเมารถ อันดับต้นๆ ของอาการบ้านหมุน โดยเกิดจากตะกอนหินปูนขนาดเล็กหลุดเข้าไปในหลอดครึ่งวงกลมของหูชั้นใน ทำให้สมองได้รับสัญญาณการเคลื่อนไหวที่ผิดพลาดเมื่อคุณขยับศีรษะ อาการมักเกิดขึ้นสั้นๆ ไม่กี่วินาทีแต่รุนแรงมาก เช่น ตอนที่คุณลุกจากเตียงหรือก้มลงหยิบของ

สถิติในกลุ่มผู้ใหญ่ระบุว่าประมาณ 2.4% ของคนเราจะมีโอกาสเผชิญกับโรคหินปูนเคลื่อนในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต [3] ซึ่งมักพบมากในผู้ที่มีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป เชื่อไหมว่าตอนที่ผมเป็นครั้งแรก ผมตกใจจนคิดว่าตัวเองเป็นอัมพฤกษ์ เพราะแค่ออกแรงพลิกตัวโลกก็หมุนติ้วเหมือนตกจากตึกสิบชั้น แต่ความจริงแล้วมันเป็นแค่ปัญหาทางกายภาพของเศษหินปูนเล็กๆ เท่านั้นเอง

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere's Disease)

หากอาการเวียนหัวของคุณมาพร้อมกับหูอื้อ ได้ยินเสียงหึ่งๆ หรือรู้สึกแน่นในหู นั่นอาจเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ภาวะนี้เกิดจากความดันของของเหลวในหูชั้นในผิดปกติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งการทรงตัวและการได้ยิน

อาการจากโรคน้ำในหูไม่เท่ากันมักกินเวลานานกว่าปกติ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 20 นาทีไปจนถึงหลายชั่วโมง การวินิจฉัยโรคนี้ในระยะเริ่มต้นค่อนข้างยากเพราะอาการอาจหายไปนานหลายเดือนก่อนจะกลับมาเป็นใหม่ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เกือบ 50% มักเริ่มแสดงอาการในหูข้างเดียวและอาจลามไปอีกข้างได้ในอนาคต [4] หากไม่ได้รับการดูแลเรื่องการจำกัดโซเดียมและการพักผ่อนที่เหมาะสม

เปรียบเทียบอาการเวียนหัวที่พบบ่อย

เพื่อให้คุณแยกแยะได้ง่ายขึ้นว่าอาการที่กำลังเป็นอยู่คืออะไร เราได้สรุปความแตกต่างของ 3 ภาวะยอดฮิตมาให้แล้ว

อาการเมารถ (Motion Sickness)

  1. คลื่นไส้ เหงื่อออกเย็น พะอืดพะอม
  2. มักเกิดขณะเดินทางหรือเห็นภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ
  3. หายไปเองเมื่อหยุดการเคลื่อนไหวหรือพักสายตา

หินปูนในหูเคลื่อน (BPPV) แนะนำพบแพทย์

  1. ทรงตัวลำบากชั่วขณะ ไม่ค่อยมีอาการหูอื้อ
  2. บ้านหมุนรุนแรงเมื่อเปลี่ยนท่าทางศีรษะเร็วๆ
  3. เป็นชั่วคราว (ไม่กี่วินาทีถึงนาที) แต่กลับมาเป็นซ้ำได้

น้ำในหูไม่เท่ากัน

  1. หูอื้อ มีเสียงดังในหู และการได้ยินลดลง
  2. เวียนหัวรุนแรงแบบไม่สัมพันธ์กับการขยับตัว
  3. เป็นนาน 20 นาที ถึง 24 ชั่วโมง
หากอาการเวียนหัวของคุณสัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ของรถยนต์ชัดเจน มักเป็นเพียงภาวะเมารถธรรมดา แต่ถ้าอยู่เฉยๆ แล้วโลกหมุนตอนล้มตัวนอน หรือมีอาการหูอื้อร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก เพื่อตรวจเช็คระบบหูชั้นใน

ความทรมานบนรถทัวร์ของต้น: บทเรียนจากการเล่นเกมทางไกล

ต้น โปรแกรมเมอร์หนุ่มวัย 28 ปีจากกรุงเทพฯ ต้องนั่งรถทัวร์ไปเชียงใหม่เพื่อพักผ่อน ด้วยความที่กลัวเบื่อ เขาจึงหยิบเครื่องเกมขึ้นมาเล่นติดต่อกันนาน 2 ชั่วโมงท่ามกลางเส้นทางคดเคี้ยว

จู่ๆ ต้นก็รู้สึกเหงื่อแตกพล่านทั้งที่แอร์เย็นจัด มือไม้สั่นและพะอืดพะอมจนแทบจะอาเจียนออกมากลางรถ เขาพยายามฝืนเล่นต่อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจแต่ผลที่ได้กลับแย่ลงไปอีก

เขาตัดสินใจเก็บเครื่องเกม ยืดตัวตรงแล้วมองไปที่ขอบฟ้าไกลๆ ผ่านกระจกหน้า พร้อมกับกดจุดบริเวณข้อมือ (จุดเน่ยกวน) ตามที่เคยอ่านมา เขาเพิ่งเข้าใจว่าการจ้องจอในขณะที่ร่างกายโยกเยกคือการฆ่าตัวตายชัดๆ

หลังจากนั่งนิ่งๆ 15 นาที อาการคลื่นไส้ลดลงไปกว่า 40% ต้นเดินทางถึงเชียงใหม่อย่างปลอดภัยและไม่เคยแตะหน้าจอโทรศัพท์อีกเลยเวลาต้องนั่งรถผ่านทางโค้งบนภูเขา

คำแนะนำที่เป็นประโยชน์

มองไกลช่วยลดอาการได้จริง

การมองไปยังจุดที่นิ่งและไกลบนเส้นขอบฟ้าช่วยให้ข้อมูลจากสายตาและหูชั้นในกลับมาตรงกัน ลดความสับสนของสมองได้ทันที

หากอาการยังไม่ดีขึ้นหรือมีความกังวลเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบ อาการเวียนหัวมึนงงตลอดเวลาเกิดจากอะไรได้บ้าง เพื่อประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นครับ
ระวังเรื่องโซเดียม

การกินเค็มจัดเพิ่มความเสี่ยงโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน การลดโซเดียมลงช่วยลดความดันในหูชั้นในและลดความถี่ของอาการเวียนหัวได้

อย่าฝืนอ่านหนังสือขณะรถวิ่ง

การอ่านหนังสือหรือจองจอขณะเดินทางกระตุ้นอาการเมารถได้เร็วกว่าปกติ 2-3 เท่า เพราะสร้างความขัดแย้งของสัญญาณประสาทที่รุนแรง

คำแนะนำอื่นๆ

จุดกดจุดแก้เมารถอยู่ตรงไหนและทำอย่างไร?

จุดนี้เรียกว่าจุดเน่ยกวน (P6) อยู่บริเวณข้อมือด้านใน ห่างจากเส้นข้อมือลงมาประมาณ 3 นิ้วมือ การกดนวดคลึงเบาๆ ครั้งละ 1-2 นาทีจะช่วยลดอาการคลื่นไส้พะอืดพะอมได้ประมาณ 28-30% ในผู้ที่มีอาการเมารถ

เครียดจัดจนเวียนหัวเหมือนเมารถ เป็นไปได้ไหม?

เป็นไปได้มากครับ ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อสารเคมีในสมองและทำให้ความดันโลหิตผันผวน ซึ่งมักกระตุ้นอาการมึนงงเหมือนเดินบนเรือ หรือรู้สึกโลกโยกเยกตลอดเวลาแม้จะอยู่นิ่งๆ

อาการเวียนหัวแบบไหนที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที?

หากมีอาการเวียนหัวร่วมกับหน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว หรือมองเห็นภาพซ้อน (อาการ Red Flags) ต้องรีบพบแพทย์ด่วนเพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง

ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้นและไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ อาการของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันออกไป ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพ ยา หรือแผนการรักษา หากคุณมีอาการรุนแรงหรือฉุกเฉิน โปรดพบแพทย์ทันที

หมายเหตุ

  • [1] En - ประมาณ 30% ของประชากรทั่วไปมักมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อความขัดแย้งของสัญญาณประสาทนี้ได้ง่ายกว่าคนอื่น
  • [2] Dizziness-and-balance - ผู้ที่มีอาการเวียนหัวลักษณะนี้บ่อยครั้งมักมีไวต่อสิ่งเร้าทางสายตามากกว่าปกติประมาณ 25-30% เมื่อเทียบกับกลุ่มคนทั่วไป
  • [3] Pmc - สถิติในกลุ่มผู้ใหญ่ระบุว่าประมาณ 2.4% ของคนเราจะมีโอกาสเผชิญกับโรคหินปูนเคลื่อนในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต
  • [4] Cambridge - ผู้ป่วยส่วนใหญ่เกือบ 50% มักเริ่มแสดงอาการในหูข้างเดียวและอาจลามไปอีกข้างได้ในอนาคต