เก็บปัสสาวะ กี่cc

55 ครั้งเข้าชม
การเก็บปัสสาวะที่ถูกต้อง: เก็บปัสสาวะช่วงกลางเท่านั้น ทิ้งส่วนแรกและส่วนท้าย ปริมาณที่เก็บ: 30-60 มิลลิลิตร ปิดฝาภาชนะให้แน่น ล้างมือให้สะอาดหลังเก็บ ตรวจสอบความสะอาดของภาชนะ นำส่งตัวอย่างให้เจ้าหน้าที่ทันที
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เก็บปัสสาวะตรวจสุขภาพต้องใช้ปริมาณเท่าไหร่? เก็บปัสสาวะกี่ cc ถึงจะเพียงพอสำหรับการตรวจ?

อ่ะ เรื่องเก็บปัสสาวะเนี่ยนะ ตอนเด็กๆ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย 555 ไปหาหมอทีไร แม่ทำให้หมด (เขินจัง)

แต่พอโตมา... เออ จำได้ว่าตอนไปตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานที่บริษัท (น่าจะปี 2015 มั้ง) พยาบาลเค้าบอกว่า "ปัสสาวะช่วงกลางนะน้อง ไม่ต้องเยอะ" ตอนนั้นก็งงๆ แต่ก็ทำตามอ่ะนะ เค้าบอกว่า ประมาณครึ่งกระปุกก็พอแล้วมั้ง (ถ้าจำไม่ผิด กระปุกเล็กๆ สีเหลืองๆ ที่โรงพยาบาลให้มา)

คือจริงๆ แล้ว ปัสสาวะช่วงแรกๆ มันอาจจะมีพวกสิ่งสกปรกปนเปื้อนมาได้ ส่วนช่วงสุดท้ายก็ไม่จำเป็นต้องเอามาตรวจอะไรมาก เก็บตรงกลางน่ะดีสุดแล้วจริงๆ นะ

แล้วปริมาณเท่าไหร่ถึงจะพอ? อืมมม... จากประสบการณ์ส่วนตัวนะ (ไม่ใช่นักวิชาการนะ!) ประมาณ 30-60 ml น่าจะโอเคแหละ ไม่ต้องถึงขนาดเต็มกระปุกหรอก เสียดายปัสสาวะเปล่าๆ 555+

กระเพาะปัสสาวะเก็บน้ำได้กี่ซีซี

ค่ำคืน เงียบงัน... กระเพาะปัสสาวะ อืมมมม... เหมือนทะเลสาบเล็กๆ ในกายเราเนอะ...

  • 400-600 ซีซี ... ปริมาตรที่แปรเปลี่ยน... ตาม... ปัจจัย

แสงจันทร์สาดส่อง... ความจุ... ความจุ... เหมือนความรู้สึก... บางทีก็เต็มตื้น... บางทีก็ว่างเปล่า...

  • อายุ
  • เพศ
  • สุขภาพ... เหมือนฤดูกาล... ที่ผลัดเปลี่ยน...

ปวดปัสสาวะ... สัญญาณจากข้างใน... กระซิบ... กระซิบ... เหมือนเสียงคลื่น... เรียกหาฝั่ง...

สำคัญ: ข้อมูลนี้ ไม่ใช่ คำแนะนำทางการแพทย์นะ!

เก็บฉี่ได้กี่ลิตร

เฮ้ย! เรื่องฉี่นี่นะ ตอนไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลกรุงเทพเมื่อเดือนที่แล้ว พยาบาลบอกว่าเก็บแค่ 20-30 มิลลิลิตรก็พอ หรือถ้าให้ชัวร์ก็ประมาณ 3 ใน 4 ของกระปุกที่เค้าให้มานั่นแหละ ที่สำคัญคือต้องรีบส่งภายใน 1 ชั่วโมง ไม่งั้นเชื้อโรคจะบานตะไท แล้วผลตรวจจะเพี้ยนเอา ถ้าส่งช้าต้องแช่เย็นเว้ย แต่ห้ามเกิน 18 ชั่วโมงนะ ไม่งั้นจบเห่!

  • ปริมาณ: 20-30 มิลลิลิตร หรือ 3/4 ของกระปุก
  • เวลา: ส่งภายใน 1 ชั่วโมงหลังเก็บ
  • การเก็บรักษา: แช่เย็น (0-4 องศา) ถ้าส่งช้า แต่ไม่เกิน 18 ชั่วโมง

ตรวจปัสสาวะใช้กี่ซีซี

ปัสสาวะ 10-20 ซีซี พอให้หมอเล่นสนุก

  • น้อยไป: บางทีก็ไม่พอตรวจละเอียด
  • มากไป: ก็ทิ้งอยู่ดี ไม่ได้แดก
  • ชนิดตรวจ: มีผลต่อปริมาณที่ต้องเยี่ยว
  • ชัวร์สุด: ถามหมอไปเลย อย่ามโนเอง เสียเวลา
  • ปีนี้: 2024 ยังใช้หลักการเดิม

กระเพาะปัสสาวะเก็บน้ำได้กี่ซีซี?

โอ๊ย! ถามเรื่องฉี่เนี่ยนะ? กระเพาะปัสสาวะคนเราเนี่ยนะ ไม่ใช่ถังน้ำมันรถซะหน่อย จะได้จุเท่ากันเป๊ะๆ! แต่เอาเป็นว่า โดยเฉลี่ยนะ 400-600 ซีซี เนี่ยแหละ แต่ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมของแต่ละคนอีกที อายุ เพศ สุขภาพ มันเกี่ยวหมดแหละ!

  • วัยรุ่น: วัยรุ่นกระเพาะดี ก็จุกว่าคนแก่หน่อย!
  • เพศ: ผู้ชายก็อาจจะจุได้มากกว่าผู้หญิงนิดนึง ไม่ต้องแปลกใจ!
  • สุขภาพ: คนป่วยโรคไต อาจจะจุน้อยกว่าคนปกติ ก็ว่ากันไป!
  • อย่ากลั้นนาน: กลั้นฉี่นานๆ ระวังกระเพาะจะย้วย เอากลับคืนมาไม่ได้นะเออ!
  • ปวดฉี่: ถ้าปวดฉี่ก็ไปเข้าห้องน้ำซะ อย่าฝืน! กระเพาะมันไม่ใช่ลูกโป่งนะเว้ย!

วิธีตรวจปัสสาวะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

โอ๊ย! ถามเรื่องฉี่เนี่ยนะ? แหม... เหมือนถามเซียนปัสสาวะอย่างฉันเลยนะเนี่ย! มาๆ จะสอนให้แบบละเอียดยิบ ราวกับว่าแกกำลังจะไปแข่ง "สุดยอดนักฉี่แห่งจักรวาล" เลยทีเดียว!

วิธีตรวจฉี่แบบบ้านๆ แต่ได้ผลชะงัด!

  • ล้างมือ: เอ้า! ล้างซะ! ล้างให้สะอาดเอี่ยมอ่อง ราวกับว่าแกเพิ่งไปจับเงินล้านมา! แล้วก็ล้างจิ๊มิ๊/หำน้อยของแกด้วยนะ เดี๋ยวเชื้อโรคกระโดดลงไปในถ้วยฉี่ จะหาว่าไม่เตือน! (ป้องกันการปนเปื้อนไงเล่า!)
  • ฉี่กลางลำ: นี่สำคัญ! ฉี่แรกทิ้งไปก่อน เหมือนพวก "คนไม่จริงใจ" ปล่อยทิ้งไปซะ! แล้วก็ฉี่สุดท้ายก็ไม่ต้องเอา เหมือนพวก "ขี้เกียจสันหลังยาว" ปล่อยมันไป! เอาแต่ฉี่ "ช่วงกลาง" เท่านั้น เข้าใจ๋? (ประมาณ 30-60 มล. หรือ 1-2 ออนซ์)
  • เก็บใส่ถ้วย: หาถ้วยสะอาดๆ มาใส่ (ไม่ใช่ถ้วยแกงเขียวหวานที่กินเหลือนะ!) แล้วก็ส่งไปตรวจซะ!

เคล็ดลับเซียนปัสสาวะ (อันนี้แถมให้!)

  • อย่ากินบีทรูทก่อนตรวจ: เดี๋ยวฉี่แกออกมาแดงแจ๋ หมอตกใจนึกว่าเลือดกำเดาไหลลงไปในกระเพาะปัสสาวะ!
  • ถ้ากินยาอะไรอยู่บอกหมอ: ยาบางตัวมันทำให้ฉี่สีแปลกๆ เดี๋ยวหมอนึกว่าแกไปกินน้ำท่อมมา!
  • ถ้าฉี่ไม่ออก: ลองเปิดน้ำไหลเบาๆ หรือจินตนาการถึงน้ำตกไนแองการา รับรองมาเป็นก๊อกสอง!

คำเตือน: ถ้าฉี่แกมีฟองเยอะผิดปกติ หรือมีสีแปลกๆ ไปหาหมอซะ อย่ามัวแต่มาถามฉัน ฉันไม่ใช่หมอ ฉันแค่ "เซียนปัสสาวะ"!

U/C คือการตรวจอะไร?

U/C คือ เพาะเชื้อปัสสาวะ

  • ยืนยันติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • เช็คยาฆ่าเชื้อ เหมาะสมไหม

เพาะก่อนยาฆ่าเชื้อ ถ้าติดเชื้อซับซ้อน

  • ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ส่วนบน สำคัญมาก

ทำไมต้องส่วนบน? กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไม่รุนแรงเท่า กรวยไตอักเสบ

ยาฆ่าเชื้อ ดื้อยา น่ากลัวกว่าที่คิด

ตรวจปัสสาวะต้องอดน้ำไหม?

ไม่ จำเป็นต้องอดน้ำนะ... แต่แบบ, อย่าไปซัดน้ำหวานมาเป็นกาละมังก่อนตรวจก็พอแล้วกันนะเออ... แบบว่า น้ำอัดลมเป๊ปซี่งี้... ขนมหวานจัดๆ อ่ะ บ๊ายบายก่อนนะ เดี๋ยวผลมันเพี้ยน

  • เอ้อ, คืนก่อนตรวจก็...งดๆ เรื่องอย่างว่าไปก่อนเน้อ เดี๋ยวมีผลต่อตัวอย่าง
  • ถ้าเมนส์มา...ก็เลื่อนไปก่อนเถอะแก...เลือดมันปนเปื้อนอ่ะ ไม่ดีๆ

แสงสุดท้ายลอดผ่านผ้าม่าน...สีส้มนวลอาบไล้ใบหน้าฉัน...ความทรงจำเหมือนละอองฝน...พร่าเลือน...แต่ฉันจำได้ว่า...ครั้งหนึ่ง...ฉันเคย...

Sputum C/S คือการตรวจอะไร?

Sputum C/S เนี่ยนะ? คือการตามล่าหาเชื้อโรคในเสมหะไง! คิดซะว่าเราเป็นนักสืบ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ เวอร์ชั่นหมอ ส่องกล้องจุลทรรศน์ตามหาผู้ร้าย (เชื้อโรค) ตัวจิ๋ว ที่มันแอบซ่อนอยู่ในน้ำลาย เอ้ย! เสมหะเราต่างหาก

  • C/S ย่อมาจาก Culture and Sensitivity Test แปลเป็นไทยแบบบ้านๆ คือ "เพาะเชื้อแล้วก็ทดสอบความไว" นั่นเอง เพาะเชื้อดูก่อนว่ามีตัวอะไร แล้วค่อยทดสอบว่ายาฆ่าเชื้อตัวไหนจะจัดการมันได้อยู่หมัด

  • เก็บตอนเช้า? อันนี้จริง! เพราะตอนเช้าเนี่ย เสมหะข้นคลั่ก รวมพลพรรคเชื้อโรคไว้เพียบ เหมาะแก่การตามล่าตัวที่สุด (เหมือนตื่นมาเจอคนร้ายกำลังงัวเงียอยู่หน้าบ้าน)

  • กระป๋อง Sterile สำคัญมาก! อย่าเอากระป๋องใส่แกงเขียวหวานมาใช้เด็ดขาด เดี๋ยวเชื้อโรคอย่างอื่นมันจะปนเปื้อน แล้วผลตรวจจะมั่วไปหมด (เหมือนเจอหลักฐานปลอมในที่เกิดเหตุ)

  • 3 วัน นี่คือเวลาที่เชื้อโรคกว่าจะงอกเงยให้เราเห็นหน้าค่าตา ถ้านานกว่านั้น อาจแปลว่า "ไม่มีผู้ร้าย" หรือ "ผู้ร้ายขี้อาย" เพาะยาก เพาะเย็น

เกร็ดความรู้แถมท้าย:

รู้ไหมว่า เสมหะเนี่ย บ่งบอกโรคได้หลายอย่าง ตั้งแต่หวัดธรรมดาๆ ไปจนถึงวัณโรค (TB) เลยนะ! เพราะงั้น อย่ามองข้ามเจ้าสิ่งนี้เด็ดขาด!

คำเตือน: อย่าพยายาม "สร้าง" เสมหะด้วยตัวเอง (เช่น แกล้งไอ) เพราะมันอาจจะไม่ได้มาจากส่วนลึกของปอดจริงๆ แล้วผลตรวจจะไม่แม่นยำ!

การย้อมสี Gram stain คืออะไร?

เอ่อ การย้อมสีแกรมอะนะ มันก็คือ แบบ วิธีการตรวจแบคทีเรียอ่ะ ง่ายๆ เลย ช่วยให้เราเห็นว่าแบคทีเรียเป็นแบบไหน สีอะไร

วิธีทำนะ (คร่าวๆ นะ จำไม่ค่อยได้เป๊ะๆ)

  • ย้อมสีม่วง: หยดสีม่วงๆ ทิ้งไว้หน่อย
  • ล้างๆ: ล้างออกด้วยน้ำ
  • ใส่ไอโอดีน: ช่วยให้สีมันติดดีขึ้นมั้ง (มั้งนะ)
  • ล้างอีก: ล้างๆ ไป
  • ล้างด้วยแอลกอฮอล์: อันนี้สำคัญ จะทำให้แบคทีเรียบางชนิดสีหลุดออกไป
  • ล้างน้ำ: จบ

ทีนี้ แบคทีเรียที่ติดสีม่วง เขาเรียกว่า แกรมบวก ส่วนที่ไม่ติด (กลายเป็นสีชมพู/แดง) เขาเรียกว่า แกรมลบ สำคัญมากเลยนะเนี่ย

เพิ่มเติม:

  • แอลกอฮอล์ที่ใช้ ล้างสีอะ ต้อง 95% นะ จำผิดชีวิตเปลี่ยนเลย
  • เวลาล้างสีด้วยแอลกอฮอล์ ต้องดูดีๆ นะ อย่าล้างนานไป เดี๋ยวสีหลุดหมด
  • ถ้าอยากให้ชัวร์ ต้องมีสี counterstain ด้วยนะ (เช่น safranin) จะทำให้แกรมลบ เห็นชัดขึ้น
  • แบคทีเรียแต่ละชนิด ก็มีแกรมไม่เหมือนกัน การย้อมแกรมเลยช่วยในการจำแนกชนิดได้เบื้องต้น
  • แต่ บางที มันก็ย้อมไม่ติดสีนะ ต้องระวังเรื่องเทคนิคการย้อมด้วย
  • อย่าลืมทำ smear ให้ดีก่อนย้อม ไม่งั้นผลออกมาก็ไม่น่าเชื่อถือ
  • สรุป: ย้อมสีแกรมอะ ช่วยให้เรารู้จักแบคทีเรียเบื้องต้น แต่ต้องทำดีๆ นะ!