เบาหวานไทป์1กับ2ต่างกันยังไง

79 ครั้งเข้าชม
เบาหวานมี 2 ชนิดหลัก: ชนิดที่ 1: ภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ตับอ่อน ทำให้ขาดอินซูลิน มักเกิดในเด็ก ชนิดที่ 2: ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน พบมากในผู้ใหญ่ อ้วน หรือน้ำหนักเกิน โดยสรุป เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากร่างกายไม่สร้างอินซูลิน ส่วนชนิดที่ 2 เกิดจากร่างกายใช้อินซูลินได้ไม่ดี
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ต่างกันอย่างไร? สาเหตุ อาการ การรักษา และการป้องกันเบาหวานแต่ละชนิด เหมือนหรือแตกต่างกันบ้าง?

เอาจริงนะ เบาหวานเนี่ย เรื่องใหญ่เลย ฉันว่า! เคยเห็นคุณยายข้างบ้านต้องฉีดอินซูลินทุกวัน ตอนเด็กๆ ก็สงสัยว่าทำไมต้องทำแบบนั้น

เบาหวานชนิดที่ 1 กับชนิดที่ 2 อ่ะ ต่างกันตรงไหน? ฉันว่าต้นเหตุมันคนละเรื่องเลยนะ ชนิดที่ 1 เหมือนร่างกายมันแอนตี้ตัวเอง สร้างภูมิคุ้มกันมาทำลายตับอ่อนซะงั้น อินซูลินก็เลยไม่พอผลิต ส่วนชนิดที่ 2 เนี่ย เหมือนร่างกายมันด้านๆ อินซูลินมีนะ แต่ใช้ไม่ได้ผล

อาการก็คล้ายๆ กันมั้ง หิวน้ำบ่อย ฉี่บ่อย แต่ชนิดที่ 1 มักจะมาแบบฟ้าผ่า ส่วนชนิดที่ 2 ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ฉันว่านะ การรักษาก็ต่างกัน ชนิดที่ 1 ต้องฉีดอินซูลินตลอดชีวิต ส่วนชนิดที่ 2 อาจจะคุมอาหาร ออกกำลังกาย หรือกินยาช่วย

ป้องกัน? ชนิดที่ 1 นี่ทำใจอย่างเดียวมั้ง แต่ชนิดที่ 2 ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย น่าจะช่วยได้เยอะเลยนะ จำได้ว่าตอน ม.3 เคยอ่านเจอว่ากินผักเยอะๆ ช่วยได้ด้วย

เบาหวานชนิดไหนต้องฉีดอินซูลิน

เบาหวานชนิดไหนต้องฉีดอินซูลิน? ถามได้! นี่ไม่ใช่แค่การฉีดน้ำตาลนะจ๊ะ! มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ!

  • เบาหวานชนิดที่ 1: นี่แหละตัวพ่อ! ร่างกายมันดื้อด้าน ไม่ยอมผลิตอินซูลินเองเลย ฉีดเถอะ! ไม่งั้นก็เตรียมตัวลอยละล่องไปดาวอังคารได้เลย (ฮาาาาาา)

  • เบาหวานชนิดที่ 2 (บางราย): เอ้ออออ... ถ้ากินยาแล้วควบคุมไม่ได้ เหมือนควายไม่ยอมกินหญ้า ก็ต้องฉีดค่ะคุณขา! ยิ่งถ้าเป็นโรคไต โรคตับ หรือป่วยหนักๆ ก็ต้องฉีด! ไม่งั้นร่างกายจะดื้อยาเข้าไปใหญ่ กลายเป็นว่าต้องฉีดอยู่ดี เสียเวลาเปล่าๆ!

  • เบาหวานขณะตั้งครรภ์: ช่วงนี้ฮอร์โมนมันปั่นป่วน ร่างกายไม่ค่อยเป็นใจ ต้องฉีดอินซูลินช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อสุขภาพของทั้งแม่และลูก ไม่งั้นเดี๋ยวลูกก็เป็นเบาหวานตามแม่ไปด้วย! เรื่องนี้ไม่ใช่เล่นๆนะ

คิดง่ายๆ เหมือนรถไม่มีน้ำมัน ก็ต้องเติมสิคะ! อินซูลินก็เหมือนน้ำมัน แต่ถ้ารถมันดี น้ำมันดี ก็ไม่ต้องเติมบ่อย! (ปีนี้ก็ยังเหมือนเดิมนะ)

ข้อมูลเพิ่มเติมปี 2566: ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่าเชื่อไอ้ที่ผมเขียนเล่นๆ มันแค่เปรียบเทียบ ข้อมูลจริงจังต้องหาจากหมอเท่านั้น! ไม่งั้นจะกลายเป็นว่าผมต้องรับผิดชอบด้วยนะ เดี๋ยวจะหาว่าผมเป็นหมอดูแทนหมอจริงๆ (จริงๆผมก็เป็นหมอดูนะ.... หมอดูความรู้เรื่องเบาหวานนิดๆหน่อยๆ 555)

เบาหวานชนิดไหนรุนแรง

อืมม.. คิดหนักเหมือนกันนะ เบาหวานเนี่ย มันร้ายทั้งคู่แหละ ทั้งชนิด 1 และชนิด 2

ชนิด 1 มันแรงเร็วกว่า เพราะร่างกายไม่ทำอินซูลินเองเลย จำได้ตอนปีที่แล้วป้าข้างบ้าน ป่วยหนักเลย ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยมาก น้ำตาลขึ้นลงไม่เป็นท่า แทบจะเอาไม่อยู่เลย

ส่วนชนิด 2 มันค่อยเป็นค่อยไป แต่ถ้าปล่อยไว้นานๆ ก็อันตรายเหมือนกัน เหมือนเพื่อนสนิทฉันเอง ปีนี้เพิ่งตรวจเจอ ตอนแรกก็ไม่ค่อยหนักเท่าไหร่ แต่พอปล่อยไว้นาน เริ่มมีปัญหาเรื่องตา ต้องไปหาหมอตรวจบ่อยขึ้น ก็เครียดไปอีก

  • ชนิด 1 รุนแรงเร็วกว่า เพราะร่างกายผลิตอินซูลินไม่ได้
  • ชนิด 2 ค่อยเป็นค่อยไป แต่ถ้าไม่ดูแล ก็รุนแรงได้เหมือนกัน
  • ควบคุมน้ำตาลสำคัญมาก ไม่งั้นมีแต่ปัญหาตามมา อย่างตา ไต หัวใจ นี่แหละ อันตรายทั้งนั้น

คือมันไม่ใช่แค่เรื่องน้ำตาลสูงต่ำ มันมีผลต่ออวัยวะอื่นๆ ด้วย ต้องดูแลตัวเองดีๆ จริงๆ นะ ปีนี้ฉันก็เลยพยายามออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร กลัวเป็นเหมือนเค้าบ้าง

ผู้เชี่่ยวชาญระบุสาเหตุของโรคเบาหวานเกิดจากข้อใด

แสงสุดท้ายลอดหน้าต่าง

  • น้ำหนักเกิน: ตัวเลขบนตาชั่งมันโหดร้าย

  • ความอ้วน: เสื้อผ้าคับติ้ว โกรธตัวเอง

  • ขาดการเคลื่อนไหว: ชีวิตติดโซฟา ชีวิตคนเมือง

  • ขาดการออกกำลังกาย: ขี้เกียจเป็นบ้า

  • อายุมากขึ้น: ตัวเลขที่เพิ่มขึ้น = ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

  • ตับอ่อนอักเสบ: อวัยวะเล็กๆ ที่สำคัญ

  • ผ่าตัดตับอ่อน: มีดหมออาจช่วย แต่ก็...

  • ติดเชื้อไวรัส: ตัวร้ายที่มองไม่เห็น หัด คางทูม ร้ายกว่าที่คิด

สายลมพัดเบาๆ คิดถึงวัยเด็ก ไม่น่ากินขนมหวานเยอะเลย ฮือ

  • เพิ่มเติม: กรรมพันธุ์ก็มีส่วนนะ รู้ยัง

อาการเบาหวานแห้ง กับ เบาหวานเปียก ต่างกันยังไง

เบาหวานแห้ง เบาหวานเปียก... ได้ยินยายข้างบ้านพูดบ่อยมากตอนไปรดน้ำต้นไม้ที่บ้านแก แกบอกว่าเบาหวานแห้งมันไม่ค่อยน่ากลัว แต่เบาหวานเปียกนี่สิ ตัวดีเลย! ผมก็เลยลองไปหาข้อมูลดู จริงๆ แล้วทางการแพทย์แผนปัจจุบันเค้าไม่ได้แบ่งแบบนั้นนะ

  • เบาหวานแห้ง: ไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์ที่ใช้กัน แต่คนมักจะใช้เรียกอาการที่น้ำหนักลด ผิวแห้ง คอแห้ง กระหายน้ำบ่อยๆ เหมือนร่างกายขาดน้ำ

  • เบาหวานเปียก: อันนี้ก็ไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์เหมือนกัน แต่คนจะใช้เรียกอาการที่มีแผลหายยาก แผลติดเชื้อ เป็นหนอง พุพอง บวมๆ น้ำเหลืองไหลเยิ้มๆ

สรุป: ทั้งเบาหวานแห้งและเบาหวานเปียกไม่ใช่ชื่อเรียกโรคตามหลักการแพทย์แผนปัจจุบันนะ แต่เป็นคำที่คนทั่วไปใช้เรียกอาการที่เจอในคนเป็นเบาหวานมากกว่า แล้วอาการที่ว่า "เปียก" นี่แหละที่อันตราย เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงถึงขั้นต้องตัดขาเลยอ่ะ!

เพิ่มเติม:

  • ปีนี้ (2567) ผมเพิ่งพาแม่ไปตรวจสุขภาพประจำปี หมอบอกว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงนิดหน่อย เลยต้องคุมอาหาร แล้วก็ออกกำลังกายเพิ่มขึ้น
  • เมื่อก่อนผมชอบกินน้ำหวานมาก แต่ตอนนี้ต้องเพลาๆ ลงแล้ว กลัวเป็นเบาหวานเหมือนกัน
  • เคยเห็นคนเป็นเบาหวานเปียกที่โรงพยาบาล แผลเค้าน่ากลัวมาก หายยากจริงๆ สงสารเลย

สาเหตุของโรคเบาหวานเกิดจากอะไร

สาเหตุเบาหวานหลัก ๆ มาจากอินซูลินทำงานผิดปกติ ไม่ว่าจะผลิตน้อยไป หรือร่างกายดื้อต่ออินซูลิน ทำให้กลูโคส (น้ำตาล) ในเลือดสูงเกินไป

  • ประเภท 1: ภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ผลิตอินซูลินในตับอ่อน (เกิดเอง ไม่ได้แปลว่ากินหวาน)
  • ประเภท 2: ร่างกายดื้ออินซูลิน (พันธุกรรม+ไลฟ์สไตล์)
  • เบาหวานขณะตั้งครรภ์: ฮอร์โมนเปลี่ยน ทำให้ดื้ออินซูลินชั่วคราว

ปล่อยเบาหวานไว้นาน ๆ ไม่ดีแน่ เส้นประสาทเสื่อม ไตพัง ตาบอด หัวใจมีปัญหา และอีกมากมาย คือมันลามไปทั่วร่าง จริง ๆ นะ (อันนี้จากประสบการณ์คนใกล้ตัวเลย)

ข้อมูลเชิงลึก (เล็กน้อย):

  • อินซูลินคือ "กุญแจ" เปิดประตูให้กลูโคสเข้าไปในเซลล์ ถ้าไม่มีกุญแจ หรือกุญแจใช้ไม่ได้ น้ำตาลก็กองอยู่ในเลือด
  • การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายไวต่ออินซูลินมากขึ้น (ถึงจะขี้เกียจก็ต้องทำอะนะ)
  • อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อย ๆ ขึ้น ไม่พุ่งพรวด (เลือกกินหน่อย)

ปรัชญา (นิด ๆ):

ร่างกายเราเหมือนเครื่องจักรที่ซับซ้อน ถ้าดูแลไม่ดี มันก็พังได้ ไม่ต่างจากรถยนต์ที่ต้องเข้าศูนย์เช็กระยะนั่นแหละ

อาการเริ่มแรกของโรคเบาหวานเป็นอย่างไร

เบาหวานแดกชีวิตมึงแบบเนียนๆ

  • กระหายน้ำเหมือนคนลงแดง
  • ฉี่ทั้งวันทั้งคืน น่ารำคาญ
  • แดกไม่หยุดแต่น้ำหนักลง ไอ้เวร
  • อ่อนแรงเหมือนโดนสูบวิญญาณ
  • ตามัว มองอะไรก็ไม่ชัด
  • แผลแม่งหายยาก ชิบหาย
  • ป่วยง่ายเหมือนหมา

ข้อควรรู้:

  • ค่าปกติ: น้ำตาลสะสม (HbA1c) ควรต่ำกว่า 5.7% เกิน 6.5% คือเบาหวานแดกแน่นอน
  • ตรวจ: ไปตรวจเลือดซะ อย่าขี้เกียจ
  • เสี่ยง: อ้วน, อายุเยอะ, กรรมพันธุ์, ไม่ดูแลตัวเอง เตรียมตัวรับกรรม
  • ป้องกัน: คุมอาหาร, ออกกำลังกาย, อย่าแดกหวานเยอะไอ้สัส
  • เพิ่มเติม: เบาหวานชนิดที่ 1 มักเจอในเด็ก/วัยรุ่น ร่างกายแม่งไม่สร้างอินซูลินเองเลย ส่วนชนิดที่ 2 แม่งมาตอนแก่ๆ เพราะใช้ชีวิตเหี้ยๆ

คำเตือน: กูไม่ใช่หมอ ไปหาหมอ ถ้าสงสัย

เบาหวานชนิดไหนรุนแรงที่สุด

เบาหวานชนิดที่ 1 นี่แหละตัวร้าย มักมาพร้อมภาวะ DKA หรือเลือดเป็นกรดจากคีโตนสูงปรี๊ด อันตรายถึงชีวิตได้เลยนะ

เบาหวานชนิดที่ 2 ก็ไม่ได้น้อยหน้า ส่วนใหญ่เจอในคนอ้วนลงพุง หรือมีกรรมพันธุ์ แต่กว่าจะรู้ตัว น้ำตาลก็ขึ้นสูงลิ่วไปแล้ว แถมยังนำไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆ อีกเพียบ

ทำไมต้องระวังเบาหวาน?

  • โรคแทรกซ้อน: ตา ไต หัวใจ เส้นประสาท โดนหมด
  • การรักษา: คุมอาหาร ออกกำลังกาย กินยา ฉีดอินซูลิน วุ่นวายไปหมด
  • คุณภาพชีวิต: ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเยอะมาก

ข้อมูลน่าสนใจ:

  • เบาหวานชนิดที่ 2 คิดเป็น 90-95% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด (ข้อมูลปี 2567)
  • ภาวะดื้อต่ออินซูลิน คือกลไกสำคัญของเบาหวานชนิดที่ 2
  • การตรวจคัดกรองเบาหวานเป็นประจำสำคัญมาก โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยง

มุมมองส่วนตัว: ผมว่าการป้องกันสำคัญกว่าการรักษาเยอะเลยนะ ดูแลตัวเองดีๆ ตั้งแต่วันนี้ ดีกว่าต้องมานั่งกินยาไปตลอดชีวิต

เกร็ดเล็กน้อย: รู้ไหมว่า "เบาหวาน" ในภาษาอังกฤษคือ "diabetes mellitus" คำว่า "mellitus" มาจากภาษาละติน แปลว่า "หวานเหมือนน้ำผึ้ง" นั่นเอง

เบาหวานถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ไหม

เบาหวานเนี่ยนะ ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ไหม? ตอบเลยว่า "เออ มีส่วน!" แต่ไม่ใช่ทั้งหมดนะแก มันเหมือนแกงหม้อใหญ่ ที่มีทั้งพันธุกรรมเป็นเครื่องปรุงหลัก แล้วยังมีพฤติกรรมกินอยู่หลับนอนเป็นเครื่องปรุงรส ถ้ากรรมพันธุ์แกเสี่ยง แต่กินคลีน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนแต่หัวค่ำ แกก็อาจจะรอด

  • พันธุกรรม: เหมือนมีแต้มต่อให้เบาหวานวิ่งเข้าเส้นชัยง่ายขึ้น ถ้าพ่อแม่เป็น ลูกก็มีสิทธิ์ลุ้นมากกว่าคนอื่นเขา
  • อาหาร: ของทอด ของหวาน น้ำอัดลม เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีให้เบาหวานลุกโชน
  • การออกกำลังกาย: การขยับเขยื้อนร่างกายช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานและอินซูลินได้ดีขึ้น เหมือนเป็นการเบรคไม่ให้เบาหวานแซงทางโค้ง
  • ความเครียด: ตัวร้ายที่กระตุ้นฮอร์โมนบางชนิด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสวิงเหมือนรถไฟเหาะ
  • การพักผ่อน: ถ้านอนน้อย ร่างกายจะรวน เหมือนเครื่องจักรที่ไม่ได้พักผ่อน ก็พังเป็นธรรมดา

อ้วนผอมไม่เกี่ยว: ไม่ใช่ว่าคนผอมจะรอดพ้นเงื้อมมือเบาหวานนะจ๊ะ คนผอมแต่กิน junk food ไม่ออกกำลังกาย ก็มีสิทธิ์ซี้แหงแก๋ได้เหมือนกัน! เหมือนคนผอมที่ชอบกินแต่ขนมหวาน ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยกว่าคนอ้วนที่กินอาหารครบ 5 หมู่

คำเตือน: ข้อมูลนี้เอาฮา แต่ก็จริงจังนะจ๊ะ ถ้าสงสัยว่าตัวเองเสี่ยงเบาหวาน แนะนำให้ไปตรวจสุขภาพกับคุณหมอ จะได้รู้กันไปเลยว่า "เอ็งรอดหรือเอ็งร่วง!"