โรคประจําตัว คืออะไรบ้าง

140 ครั้งเข้าชม
โรคประจําตัว คืออะไรบ้าง คือภาวะความเจ็บป่วยเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาด รายชื่อโรคประจำตัวประกอบด้วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบบ่อยในไทย การทำความเข้าใจลักษณะโรคเป็นสิ่งสำคัญในการเตรียมตัวรับมือด้านสุขภาพ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคประจําตัว คืออะไรบ้าง? ความหมายและกลุ่มโรคเรื้อรัง

การทราบว่า โรคประจําตัว คืออะไรบ้าง เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธีและช่วยในการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง. การทำความเข้าใจประเภทของโรคส่งผลดีต่อการรักษาสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์รวมถึงการวางแผนชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ. โปรดศึกษารายละเอียดของกลุ่มโรคเรื้อรังเพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านสุขภาพในอนาคตอย่างถี่ถ้วน.

โรคประจำตัว คืออะไรกันแน่?

เมื่อพูดถึง ความหมายของโรคประจำตัว หลายคนนึกถึงโรคเรื้อรังที่ต้องกินยาตลอดชีวิต แต่ความหมายทางการแพทย์ลึกซึ้งกว่านั้นครับ โรคประจำตัว หรือ Underlying disease คือ โรคที่ติดตัวผู้ป่วยเป็นประจำ รักษาไม่หายขาด ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างต่อเนื่อง (citation:3)(citation:6) เรียกอีกอย่างว่า โรคพื้นเดิม หรือ โรคเบื้องหลัง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพโดยรวมและโรคอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต (citation:3)

ต้องยอมรับตามตรงว่า คำนี้สร้างความสับสนไม่น้อย เพราะในชีวิตประจำวันเราเอามาปนกับคำว่า โรคติดตัวแต่กำเนิด (Congenital disease) ซึ่งคนละความหมายกันสิ้นเชิง โรคประจำตัวส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต สะสมกันนานหลายปี จนกลายเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูงนั่นเอง

ประเด็นสำคัญคือ โรคประจำตัวไม่ได้เป็นแค่ชื่อโรคในประวัติคนไข้ แต่มันคือตัวแปรที่ทำให้การรักษาโรคอื่นซับซ้อนขึ้น เช่น คนไข้เบาหวานที่ติดเชื้อ แผลมักหายช้าและติดเชื้อง่ายกว่าคนทั่วไป (citation:3) ดังนั้นการรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงหรือมีโรคประจำตัวอะไร ตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้รับมือและวางแผนการรักษาระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

10 โรคประจำตัวที่พบบ่อยในคนไทย

โรคประจำตัวที่พบบ่อยในไทย ล้วนจัดอยู่ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประเทศ (citation:4) รู้จักไว้ จะได้สังเกตอาการและปรับพฤติกรรมได้ทัน

รายชื่อโรคประจำตัวที่พบบ่อย มีดังนี้:

เบาหวาน: ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ หากควบคุมไม่ดี นำไปสู่ไตวาย ตาบอด หรือแผลเรื้อรัง [2][7] ความดันโลหิตสูง: ภัยเงียบที่หลายคนไม่รู้ตัว เพราะมักไม่มีอาการ แต่เป็นตัวการสำคัญทำให้เส้นเลือดในสมองแตกและหัวใจวาย [7] ไขมันในเลือดสูง: ภาวะที่มีไขมันสะสมในหลอดเลือดมากเกินไป เพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจและสมองตีบ โรคหัวใจและหลอดเลือด: ตั้งแต่หัวใจขาดเลือด ไปจนถึงหัวใจล้มเหลว [2] มะเร็ง: โดยเฉพาะมะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย [4][7] โรคไตเรื้อรัง: ไตค่อย ๆ เสื่อมสมรรถภาพลง มักเป็นภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวานและความดันโลหิตสูง [2] โรคหลอดเลือดสมอง: หรือสโตรก เกิดจากหลอดเลือดในสมองตีบ ตัน หรือแตก ส่งผลให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต [2][7] โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง: กลุ่มโรคที่ทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่ [4] โรคตับ: เช่น ตับแข็ง ตับอักเสบเรื้อรัง ซึ่งอาจพัฒนาไปสู่มะเร็งตับได้ [2][7] โรคอ้วน: ภาวะน้ำหนักเกินที่เป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายอื่น ๆ อีกมากมาย ตัวอย่างโรคประจำตัว 10 ชนิด ข้างต้นนี้ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

โรคประจำตัว กับ โรคที่เป็นมาแต่กำเนิด: ต่างกันยังไง?

นี่คือประเด็นที่หลายคนสับสนและกังวลที่สุด โดยเฉพาะเวลากรอกเอกสารสมัครงานหรือทำประกัน (citation:1) โรคประจําตัว คืออะไรบ้าง ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิดเสมอไป แต่มักเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดและสะสมจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เมื่อเราอายุมากขึ้น

ลองคิดภาพตามง่าย ๆ: โรคประจำตัว (Underlying Disease): เหมือนนิสัยส่วนตัวที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย เช่น คุณปู่ชอบกินเค็ม สะสมมากว่า 20 ปี จนอายุ 60 ก็เป็นความดันโลหิตสูง โรคนี้เพิ่งมาเป็นตอนแก่ แต่มัน ติดตัว ไปจนถึงวันสุดท้าย โรคที่เป็นมาแต่กำเนิด (Congenital Disease): เหมือนรอยสักที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หรือธาลัสซีเมีย

ความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะส่งผลต่อการรักษาและการพิจารณารับประกันสุขภาพ โดยบริษัทประกันจะดูประวัติการรักษาและความรุนแรงของ โรคประจําตัว คืออะไรบ้าง นั้นเป็นกรณีไป ไม่ใช่ตัดสินจากแค่คำว่า เป็นมาแต่กำเนิด (citation:9)

อยู่กับโรคประจำตัว: แนวทางปฏิบัติเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

การดูแลตัวเองเมื่อมีโรคประจำตัว ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะมีความสุขน้อยลง ขอแค่มีวินัยและรู้จักปรับตัว

กินดี อยู่เป็น: ปรับอาหารต้านโรค

การกินอาหารเป็นยาแรงที่สุด เน้นกินให้ครบ 5 หมู่ เพิ่มผักผลไม้หลากสี ลดหวาน มัน เค็ม (citation:4) สำหรับคนเป็นเบาหวาน ต้องควบคุมปริมาณแป้งและน้ำตาล คนความดันสูง ต้องลดเค็ม (โซเดียม) ซึ่งช่วยให้ความดันลดลงได้ถึง 5-10 มิลลิเมตรปรอทในคนบางกลุ่ม

ขยับร่างกาย: ยาที่ไม่ต้องซื้อหา

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที หรือวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ (citation:4) ไม่ต้องหนักมาก แค่เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำก็พอ การออกกำลังกายช่วยให้หัวใจแข็งแรง ลดน้ำตาลและไขมันในเลือดได้ดี ตรงกันข้ามกับคนที่นั่งติดกับโต๊ะทำงาน 8 ชั่วโมงโดยไม่ขยับตัว ความเสี่ยงโรคหัวใจและเบาหวานจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

จิตใจก็สำคัญ: อย่าปล่อยให้เครียดสะสม

ความเครียดเป็นตัวเร่งโรคร้าย ฮอร์โมนเครียดจะยิ่งทำให้ความดันโลหิตสูงและน้ำตาลในเลือดขึ้นง่าย (citation:4) หาเวลาพักผ่อน ฝึกสมาธิ หรือทำกิจกรรมที่ชอบ นอนหลับให้ได้วันละ 7-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง นี่ไม่ใช่คำแนะนำทั่วไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาเลยก็ว่าได้

มีโรคประจำตัว ทำประกันสุขภาพได้ไหม? ไขข้อข้องใจ

หนึ่งในคำถามยอดฮิตของคนมี โรคประจําตัว คืออะไรบ้าง คือ กังวลว่าจะทำประกันไม่ได้หรือไม่ได้รับการคุ้มครอง คำตอบคือ ได้ แต่มีเงื่อนไข ไม่ได้ปิดประตูตายครับ (citation:5)(citation:9)

บริษัทประกันจะประเมินความเสี่ยงจากชนิดและความรุนแรงของโรค ถ้าเป็นโรคที่ควบคุมได้ดี เช่น ภูมิแพ้เล็กน้อย หรือความดันโลหิตสูงที่กินยาควบคุมแล้วปกติ ก็อาจได้รับอนุมัติตามปกติ หรืออาจต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นโรคที่มีความเสี่ยงสูง หรือควบคุมอาการไม่ได้ บริษัทอาจมีเงื่อนไข ยกเว้น ความคุ้มครองสำหรับโรคนั้น ๆ (citation:5)

ประเด็นสำคัญคือ อย่าปกปิดประวัติสุขภาพเด็ดขาด เพราะหากบริษัทตรวจพบภายหลัง จะถือเป็นการให้ข้อมูลเท็จและถูกปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมได้ (citation:5) การมีโรคประจำตัวบางอย่างอาจไม่ได้มีผลต่อการรับประกันชีวิตเลยด้วยซ้ำ (citation:9) ดังนั้นเปิดเผยข้อมูลตั้งแต่แรก เพื่อให้ได้แผนประกันที่เหมาะสมและคุ้มครองเราจริง ๆ

ตัวอย่างจากชีวิตจริง: คุณสมชายกับภารกิจควบคุมโรค

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองมาดูตัวอย่างของคุณสมชายกันครับ

คุณสมชาย พนักงานออฟฟิศวัย 50 ปีจากเชียงใหม่ เพิ่งรู้ตัวว่ามีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูง จากการตรวจสุขภาพประจำปี แรก ๆ เขาท้อแท้และกังวล เพราะในครอบครัวมีประวัติพ่อเป็นอัมพาต เขากลัวว่าจะเป็นแบบนั้น

จุดเปลี่ยนอยู่ที่ภรรยาชวนไปพบนักโภชนาการ แทนที่จะหักดิบกินจืดทันที เขาค่อย ๆ ปรับ ลดข้าวขาวหันมากินข้าวกล้อง งดน้ำหวาน หันมากินผลไม้แทน และที่สำคัญคือออกกำลังกายด้วยการเดินเร็วรอบหมู่บ้านวันละ 30 นาที เกือบทุกเย็น

สามเดือนแรกเขาท้อ เพราะน้ำตาลยังขึ้น ๆ ลง ๆ แต่ด้วยกำลังใจจากครอบครัวและคำแนะนำจากแพทย์ ทำให้เขามีวินัยมากขึ้น ผลลัพธ์หลัง 6 เดือน น้ำตาลสะสม (HbA1c) ลดลงจาก 8% มาอยู่ที่ 6.5% และความดันกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติโดยใช้ยาเท่าเดิม คุณสมชายบอกว่า ชีวิตไม่ใช่แค่มีชีวิตอยู่ แต่ต้องอยู่แบบมีคุณภาพด้วย

เปรียบเทียบ: โรคประจำตัวทั่วไป vs โรคที่เป็นมาแต่กำเนิด

หลายคนสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในแง่ของสาเหตุและการจัดการ

โรคประจำตัว (Underlying Disease)

  1. มักเกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น (Adulthood onset)
  2. เกิดจากพฤติกรรม สิ่งแวดล้อม และความเสื่อมของร่างกายตามวัย
  3. ควบคุมด้วยยาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักษาไม่หายขาด
  4. เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดสูง, โรคหัวใจ

โรคที่เป็นมาแต่กำเนิด (Congenital Disease)

  1. มีมาตั้งแต่เกิด (Present at birth)
  2. ความผิดปกติของโครโมโซมหรือพันธุกรรมตั้งแต่แรกเกิด
  3. อาจต้องผ่าตัดหรือรักษาตามความผิดปกติ บางชนิดรักษาให้หายได้
  4. โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด, กระดูกสันหลังคดแต่กำเนิด, ธาลัสซีเมีย
แม้ทั้งสองอย่างอาจต้องดูแลรักษาในระยะยาว แต่โรคประจำตัวส่วนใหญ่ป้องกันได้ด้วยการปรับพฤติกรรม ในขณะที่โรคแต่กำเนิดต้องอาศัยการดูแลตั้งแต่แรกเกิด ความเข้าใจที่ถูกต้องช่วยให้การสื่อสารกับแพทย์และบริษัทประกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คุณสมชายกับภารกิจควบคุมโรคเรื้อรัง

คุณสมชาย พนักงานออฟฟิศชาวเชียงใหม่ วัย 50 ปี เพิ่งรู้ตัวว่ามีโรคประจำตัวคือ เบาหวาน และ ความดันโลหิตสูง จากการตรวจสุขภาพประจำปี เขารู้สึกท้อแท้และกังวลอย่างมาก เพราะมีประวัติครอบครัวที่พ่อเป็นอัมพาตจากความดันโลหิตสูง เขากลัวว่าชีวิตจะต้องพึ่งยาและโรงพยาบาลไปตลอด

แรกเริ่มเขาพยายามหักดิบด้วยตัวเอง ควบคุมอาหารแบบผิด ๆ โดยการไม่กินข้าวเลยและซื้อยาสมุนไพรกินเอง ผลปรากฏว่าระดับน้ำตาลยิ่งสูงขึ้น และเขารู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา จนเกือบหมดกำลังใจ

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อภรรยาพาเขาพบนักกำหนดอาหาร เขาได้เรียนรู้ว่าการควบคุมอาหารไม่ใช่การอด แต่เป็นการเลือกกินให้เป็น คุณสมชายค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดข้าวขาวมากินข้าวกล้อง งดน้ำหวานและน้ำอัดลมเด็ดขาด และเริ่มเดินเร็วรอบหมู่บ้านวันละ 30 นาที

ผลลัพธ์หลังผ่านไป 6 เดือน ระดับน้ำตาลสะสมเฉลี่ย (HbA1c) ของคุณสมชายลดลงจาก 8% เหลือ 6.5% และความดันโลหิตกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ เขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ไม่เจ็บป่วยง่าย และกลายเป็นกำลังใจให้เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ที่มีภาวะเสี่ยง

หากคุณกังวลเรื่องการจัดการสุขภาพในระยะยาว ลองศึกษาเพิ่มเติมว่า กลุ่มโรคประจำตัวมีอะไรบ้าง เพื่อการดูแลตัวเองที่ถูกต้องครับ

สรุปบทความ

โรคประจำตัว ≠ โรคที่เป็นมาแต่กำเนิด

โรคประจำตัวคือโรคเรื้อรังที่เกิดจากพฤติกรรมและความเสื่อมของร่างกาย มักเป็นเมื่ออายุมาก ส่วนโรคแต่กำเนิดมีมาตั้งแต่เกิด ความแตกต่างนี้สำคัญต่อการรักษาและการทำประกัน

กลุ่มโรค NCDs คือโรคประจำตัวหลักของคนไทย

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และมะเร็ง เป็นสาเหตุการเสียชีวิตและความพิการอันดับต้น ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้คือโรคประจำตัวที่พบบ่อยที่สุด

ควบคุมโรคได้ แม้รักษาไม่หายขาด

การมีโรคประจำตัวไม่ใช่จุดจบ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อย่างคือ กินอาหารดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และจัดการความเครียด ร่วมกับการกินยาตามแพทย์สั่ง สามารถชะลอความรุนแรงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้

เปิดประวัติสุขภาพเสมอเมื่อทำประกัน

การมีโรคประจำตัวอาจทำให้การทำประกันยุ่งยากขึ้น แต่การปกปิดข้อมูลจะยิ่งเสี่ยงต่อการถูกปฏิเสธการเคลม ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพตามจริง เพื่อให้บริษัทประกันพิจารณาเงื่อนไขที่เหมาะสม

เรียนรู้เพิ่มเติม

ไมเกรน หรือ โรคกระเพาะ ถือเป็นโรคประจำตัวไหม?

โดยทั่วไปโรคไมเกรนและโรคกระเพาะอาหารถือเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งที่ต้องดูแลรักษา แต่ในการพิจารณาของแพทย์หรือการกรอกเอกสารทั่วไป มักไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับโรค NCDs เรื้อรังรุนแรง เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง อย่างไรก็ตาม หากเป็นบ่อยและรุนแรง ควรแจ้งแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ (citation:1)

โรคประจำตัวทำให้เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ จริงหรือไม่?

จริงอย่างยิ่ง โรคประจำตัวส่งผลต่อโรคปัจจุบันเสมอ (citation:3) เช่น คนเป็นเบาหวานเมื่อติดเชื้อโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่ มักมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป หรือคนไข้ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ดี มีความเสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตกสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมาก [2]

ถ้ามีโรคประจำตัว ต้องตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหน?

แนะนำให้ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามที่แพทย์สั่ง เพื่อติดตามความคืบหน้าของโรคและปรับการรักษา การตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้

โรคอ้วน จัดเป็นโรคประจำตัวหรือไม่?

ใช่ โรคอ้วน (Obesity) จัดเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคข้อเสื่อม การลดน้ำหนักเพียง 5-7% ของน้ำหนักตัวก็ช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ [3]

เอกสารต้นฉบับ

  • [2] Www2 - คนเป็นเบาหวานเมื่อติดเชื้อโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่ มักมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป หรือคนไข้ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ดี มีความเสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตกสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมาก
  • [3] Kcmh - การลดน้ำหนักเพียง 5-7% ของน้ำหนักตัวก็ช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ