โรคอะไรที่ห้ามออกกำลังกาย

105 ครั้งเข้าชม
ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย: โรคหัวใจ: อาจหัวใจวายเฉียบพลัน เบาหวาน: เสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดผิดปกติรุนแรง ความดันโลหิตสูง: อาจเส้นเลือดในสมองแตก หอบหืด: เสี่ยงอาการกำเริบเฉียบพลัน สำคัญ: ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกายเสมอ เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคอะไรบ้างที่ห้ามออกกำลังกาย?

อื้อหือ คำถามนี้แรงนะ! จำได้สมัยเรียนหมอ อาจารย์เน้นย้ำมากเรื่องโรคหัวใจ ถ้ามีภาวะหัวใจล้มเหลว หรือมีอาการแน่นหน้าอก เวียนหัว ห้ามออกกำลังกายหนักเด็ดขาด! อันตรายถึงชีวิตจริงๆ เคยเห็นเคสคนวิ่งแล้วล้มกลางสนามเลย น่ากลัวมาก ต้องเช็คสุขภาพก่อนออกกำลังกายเสมอๆนะ

อีกอย่างที่จำได้แม่นคือโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดสำคัญมากๆ ถ้าสูงหรือต่ำเกินไป ออกกำลังกายหนักๆไม่ไหว อาจช็อกได้ เพื่อนสมัยมัธยมเป็นเบาหวาน ออกกำลังกายหนักไป ตอนนั้นจำได้ว่าหน้าซีด ต้องรีบส่งโรงพยาบาลเลย กลัวมาก ตอนนั้นรู้สึกว่าการออกกำลังกายก็สำคัญนะ แต่ต้องระวังด้วย

ส่วนความดันโลหิตสูงนี่ก็อันตราย ความดันสูงมากๆอาจทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้ อันนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถ้าความดันไม่ปกติ ต้องปรึกษาหมอก่อนออกกำลังกาย จำได้ว่าคุณป้าข้างบ้านเป็นความดันสูง หมอสั่งให้เดินช้าๆแค่รอบบ้าน ก็เห็นผลดีขึ้นเยอะ ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักเสมอไป

สุดท้าย โรคหอบหืด! อันนี้ก็สำคัญ ถ้ากำเริบ ออกกำลังกายอาจทำให้หายใจลำบากขึ้น อันตรายได้ เพื่อนสมัยประถมเป็นหอบ เวลาออกกำลังกายต้องพกยาฉุกเฉินติดตัวตลอด ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษจริงๆ

สรุปคือ โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันสูง หอบหืด นี่คือโรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษเวลาออกกำลังกาย ไม่ใช่แค่ห้ามออกกำลังกาย แต่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อวางแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสม ดูแลสุขภาพตัวเองดีที่สุด!

ความดันห้ามออกกำลังกายแบบไหน

ความดันสูง ห้ามออกกำลังกายหนัก

  • ยกของหนัก งดเด็ดขาด
  • เวทเทรนนิ่ง จำกัดน้ำหนัก
  • กีฬาประเภทใช้แรงกระแทก เช่น วิ่งเร็ว เทนนิส ควรหลีกเลี่ยง

แอโรบิค เหมาะสม แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป

  • เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ระดับเบาถึงปานกลาง
  • สำคัญคือ สม่ำเสมอ ไม่หักโหม
  • ปีนี้ ฉันเริ่มวิ่ง วันละ 30 นาที ความเร็วต่ำ สบายๆ

ความดันสูง เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ปรึกษาแพทย์ ก่อนเริ่ม สำคัญที่สุด

โรคที่เกิดจากการขาดการออกกำลังกายมีอะไรบ้าง

โรคที่เกิดจากการไม่ออกกำลังกายนะเหรอ โอ้โห เยอะเลย! เมื่อก่อน ตอนทำงานนั่งโต๊ะเฉยๆ ที่ออฟฟิศแถวสีลมอ่ะ (ตอนนั้นปี 2565) คือแบบ...อ้วนลงพุง ปวดหลัง ปวดคอ ไหล่ติดไปหมด

แล้วแบบเป็นหวัดง่ายมาก คือเดินขึ้นบันไดสองชั้นก็เหนื่อยหอบแล้วอ่ะ คิดดู! ตอนนั้นคือสภาพแย่สุดๆ ตอนหลังเลยต้องฮึด ออกกำลังกายจริงจังเลย

  • โรคอ้วน: อันนี้เบสิคเลย กินเยอะไม่ออกกำลังกาย = อ้วน! (อันนี้ของจริง เจอกับตัว)
  • โรคหัวใจ: คือพอไม่ออกกำลังกาย หัวใจมันก็ไม่แข็งแรงอ่ะ (อันนี้หมอบอกมา ตอนไปตรวจสุขภาพ)
  • เบาหวาน: อันนี้ก็เสี่ยงมาก เพราะร่างกายมันเผาผลาญน้ำตาลไม่ดี
  • ความดันโลหิตสูง: คือพออ้วน มันก็จะตามมาเป็นพรวน
  • กระดูกพรุน: พอไม่ออกกำลังกาย กระดูกมันก็ไม่แข็งแรงอ่ะดิ

จริงๆ มันมีอีกเยอะนะ แต่ที่เจอมากับตัวก็ประมาณนี้แหละ ที่สำคัญคือต้องหาเวลาออกกำลังกายจริงๆ จังๆ แล้วชีวิตจะดีขึ้นเยอะเลยนะ (อันนี้คอนเฟิร์ม!)

กรณีใดควรงดออกกำลังกายชั่วคราว?

โอเค จัดไป! เตรียมพบกับคำตอบแบบฉบับ "อารมณ์ดีแต่มีสาระ" ที่รับประกันความฮา (และอาจจะแอบจิกกัดเล็กน้อย) นะจ๊ะ

เมื่อไหร่ควรพักยก (แบบไม่ต้องรอเทรนเนอร์บอก)?

  • ไข้ขึ้นสมอง (หรือแค่ปวดหัวนิดหน่อย): ร่างกายมันประท้วงขนาดนี้ ยังจะฝืนไปเบิร์นอีกเรอะ? นอนพักซะ! คิดซะว่าเป็นการ "ออกกำลังกาย" กล้ามเนื้อตา (ด้วยการดู Netflix รัวๆ)
  • เพิ่งหายป่วย (แต่ยังเหมือนซอมบี้): ฟื้นจากหลุมทั้งที อย่าเพิ่งรีบลงไปใหม่! ร่างกายมันยังบอบบาง เหมือนใจคนที่เพิ่งอกหักน่ะแหละ
  • กินจนพุงปริ: เพิ่งจัดบุฟเฟต์หมูกระทะมาหยกๆ อย่าเพิ่งคิดจะไปวิ่งมาราธอน! รอให้ย่อยก่อน เดี๋ยวไส้ติ่งจะแตกเอา
  • ปวดเมื่อยแบบ "ไม่ใช่แค่เมื่อย": ถ้าเมื่อยแบบหลังออกกำลังกาย อันนั้นถือว่าปกติ แต่ถ้าปวดแบบ "นี่มันปวดอะไรวะเนี่ย" ไปหาหมอเถอะ! อย่าคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์แมน (เพราะถึงเป็นซูเปอร์แมน ก็ต้องไปหาหมอเหมือนกัน!)
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ (ไม่ใช่เพราะเจอคนที่ใช่): อันนี้ซีเรียส! ถ้าใจมันเต้นแปลกๆ อย่าฝืน! ไปหาหมอตรวจเช็คด่วนๆ เลยนะ

เกร็ดความรู้แบบไม่รู้ก็ได้:

  • "พักผ่อน" ก็ถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง: ออกกำลังกายสมองไง! คิดอะไรเพลินๆ ปล่อยใจให้สบาย ก็ถือว่าเป็นการดูแลสุขภาพจิตใจแล้ว
  • อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น: บางคนวิ่งได้วันละ 10 กิโลเมตร แต่บางคนแค่เดินไปซื้อข้าวหน้าปากซอยก็หอบแล้ว! ฟังเสียงร่างกายตัวเองดีที่สุด
  • "No pain, no gain" ไม่ได้ใช้ได้กับทุกเรื่อง: บางที "No pain" นี่แหละคือ "The real gain"!
  • การออกกำลังกายที่ดีที่สุด คือการออกกำลังกายที่เรา "อยาก" จะทำ: ถ้าฝืนทำในสิ่งที่ไม่ชอบ สุดท้ายก็จะเลิกอยู่ดี
  • อย่าลืม "ยืดเหยียด": สำคัญกว่าการวิ่งเยอะ! เหมือนการ "ยืดความสัมพันธ์" ก่อนที่จะ "หมดโปร" (อันนี้เกี่ยวไหม?)

เอาล่ะ! หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ (และทำให้คุณขำได้บ้าง) นะจ๊ะ! อย่าลืมดูแลตัวเอง แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า (ที่อาจจะฮากว่านี้)! บาย!

ความดันเท่าไรไม่ควรออกกำลังกาย?

ความดันเกิน 180/110 mmHg? หยุดออกกำลังกายทันที.

  • อันตรายถึงชีวิต.
  • พบแพทย์ด่วน.
  • ปรับพฤติกรรมก่อน.
  • ยาตามแพทย์สั่ง.
  • ปี 2566 ข้อมูลนี้ตรงกับแนวทางการรักษาของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ (อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์โรงพยาบาล ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2566 แต่ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งที่เชื่อถือได้เสมอ)

ความดันโลหิตสูงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ. ชีวิตสำคัญกว่า.

ไม่ออกกำลังกายเสี่ยงโรคอะไรบ้าง?

ไม่ออกกำลังกาย? โอ้โห ชีวิตดี๊ดี...ประชดนะ! ระวังเจอแจ็คพอตโรคเหล่านี้สิ:

  • หัวใจที่รัก: นึกภาพหัวใจเป็นรถสปอร์ต จอดเฉยๆ สนิมเขรอะ ถามจริง จะแรงได้ไง?
  • เบาหวาน: น้ำตาลในเลือดพุ่งกระฉูด ราวกับราคาทองคำตอนสงคราม!
  • มะเร็ง: ลำไส้กับเต้านมอาจจะงอน เพราะโดนทิ้งร้าง ไม่ดูแล
  • อ้วน: พุงพลุ้ยย้อย ราวกับบอลลูนสวรรค์! (แต่สวรรค์คงไม่ปลื้ม)
  • ความดัน: เส้นเลือดปูดโปน ตึงเปรี๊ยะ เหมือนยางรถใกล้ระเบิด!
  • กระดูกพรุน: กระดูกกรอบแกรบ เหมือนขนมโก๋...แต่น่ากลัวกว่าเยอะ
  • ข้อเข่าเสื่อม: เข่าลั่นกร๊อบแกร๊บ เดินแต่ละทีเหมือนหุ่นยนต์สนิม
  • ซึมเศร้า: สมองเนือยๆ ชีวิตหม่นๆ เหมือนดูหนังขาวดำตลอดชาติ
  • ภูมิคุ้มกัน: ร่างกายอ่อนแอ เหมือนบ้านผุพัง โดนอะไรนิดหน่อยก็ป่วย

ป.ล. อย่าคิดว่าฉันขู่! ออกกำลังกายเถอะ เพื่อสุขภาพที่ดีแบบไม่ต้องพึ่งหมอดู! แล้วอย่าลืมวอร์มอัพก่อนนะ เดี๋ยวกล้ามเนื้อจะงอนเอา

เกร็ดความรู้แถมฟรี (ไม่มีค่าบริการ):

  • โรคอ้วน: ไม่ได้มีแค่พุงพลุ้ยนะ! ยังเป็นประตูสู่โรคอื่นๆ อีกเพียบ!
  • ซึมเศร้า: การออกกำลังกายช่วยหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน สารแห่งความสุข! (ไม่ใช่แค่ช็อกโกแลตนะ!)
  • มะเร็ง: การออกกำลังกายลดความเสี่ยงได้จริง! (อันนี้ไม่ได้โม้)

คำเตือน: อย่าหักโหม! ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป เหมือนจีบสาว (ไม่ใช่!) เหมือนปลูกต้นไม้ (เออ อันนี้แหละ)

อะไรคือสัญญาณเตือนว่าควรหยุดออกกําลังกาย?

เหนื่อย... มาก ๆ จนแทบยืนไม่ไหว นี่ก็น่าจะพอแล้วมั้ง

บางทีร่างกายมันก็บอกเราเองนะว่า "พอแล้ว" แต่เราไม่ฟัง

  • เจ็บหน้าอก: ไม่ใช่แค่เหนื่อยหอบนะ มันเหมือนมีอะไรมากดทับ
  • ปวดคอ ขากรรไกร ร้าวลงแขนซ้าย: อันนี้อย่าฝืนเด็ดขาด หัวใจอาจมีปัญหา
  • ใจสั่น: เหมือนหัวใจมันจะหลุดออกมาเต้นข้างนอก

เคยฝืนออกกำลังกายตอนไม่สบาย สุดท้ายต้องนอนซมไปหลายวัน เสียเวลามากกว่าเดิมอีก

ร่างกายเราไม่ใช่เครื่องจักร มันต้องการการดูแล

เพิ่มเติม:

  • ฟังเสียงร่างกายตัวเองให้มาก ๆ สำคัญที่สุด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าหักโหม
  • ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ หากไม่แน่ใจ
  • บางทีการพักผ่อนก็คือการออกกำลังกายที่ดีที่สุด
  • อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน

เมื่อก่อนคิดว่าต้องออกกำลังกายให้หนัก ๆ ถึงจะได้ผล แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า "สม่ำเสมอ" สำคัญกว่า

ตอนนี้ตีสองแล้ว... ควรจะนอนได้แล้วมั้ง