โรคอะไรที่ไม่สามารถทำศัลกรรมได้

40 ครั้งเข้าชม
ข้อห้ามศัลยกรรม: โรคหัวใจรุนแรง, โรคเลือดผิดปกติ (แข็งตัวช้า), เบาหวานควบคุมไม่ได้, ติดเชื้อ, และภาวะจิตเวชที่ไม่ร่วมมือรักษา เป็นต้นแพทย์จะประเมินความเสี่ยงแต่ละราย สุขภาพโดยรวมสำคัญต่อผลลัพธ์การผ่าตัด การควบคุมโรคเรื้อรังจึงจำเป็น หากมีโรคประจำตัว ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการ เพื่อประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยสูงสุด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคอะไรบ้างที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยวิธีการผ่าตัดศัลยกรรม?

เอ่อ ถามว่าโรคอะไรผ่าตัดแล้วไม่หายขาดเหรอ? อืม... มันก็มีหลายโรคนะ

จำได้ว่าตอนไปปรึกษาหมอเรื่องทำจมูก (เมื่อนานมาแล้ว! น่าจะปี 2555 ได้มั้ง) หมอบอกเลยว่าถ้าเป็นโรคหัวใจที่คุมไม่ได้ หรือพวกเลือดแข็งตัวยากเนี่ย อาจจะต้องคิดหนักๆ เพราะมันเสี่ยง

แล้วก็... พวกเบาหวานที่ไม่คุมน้ำตาลเนี่ย แผลจะหายยากมาก เคยเห็นคนรู้จักผ่าตัดเล็กๆ น้อยๆ แต่กว่าแผลจะหายสนิทนี่นานมากกกก นานจนน่าตกใจ!

พวกโรคติดเชื้อนี่ไม่ต้องพูดถึง หมอคงไม่ทำให้แน่ๆ แล้วก็... พวกที่มีปัญหาทางจิตเวชมากๆ นี่ก็อาจจะลำบาก เพราะการผ่าตัดมันต้องให้ความร่วมมือกันหลายอย่างอะเนอะ

สรุปคือมันต้องดูเป็นเคสๆ ไป หมอเค้าจะประเมินความเสี่ยงเองแหละ แต่ถ้ามีโรคประจำตัวอะไรก็ต้องบอกหมอให้ละเอียดเลยนะ สำคัญมาก!

เป็นโรคอะไรห้ามทำศัลยกรรม

เอ้า! ถามมาได้ เป็นโรคอะไรห้ามทำศัลยกรรม... นี่มันคำถามโลกแตกชัดๆ! โรคบางอย่างนี่เหมือนมีป้าย "ห้ามเข้า" ติดหน้าคลินิกศัลยกรรมเลยนะ

  • เบาหวาน: น้ำตาลแกว่งๆ นี่มันตัวป่วน! แผลหายช้า แถมติดเชื้อก็ง่ายอีก บ๊ายบายศัลยกรรมไปก่อนเด้อ
  • ความดันโลหิตสูง: เลือดสูบฉีดแรงเกินเหตุ! หมอผ่าตัดเสร็จ อาจมีหวังได้เห็นหนังชีวิตตัวอย่าง เลือดพุ่งกระฉูด!
  • โรคหัวใจ: หัวใจเต้นผิดจังหวะ? หรือมีปัญหาอื่นๆ? อย่าริอาจ! เกิดหัวใจวายคามือหมอนี่... ซวยเลย!
  • ไทรอยด์: ฮอร์โมนไม่สมดุล? ระบบเผาผลาญรวน? อาจทำให้แผลหายยาก หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไม่คาดฝัน
  • โรคปอด: หายใจแฮ่กๆ อยู่แล้ว ยังจะมาให้ดมยาอีก? ปอดอาจจะพังก่อนสวยนะเออ!
  • โรคเลือด: เลือดแข็งตัวช้า? หรือเกล็ดเลือดต่ำ? ผ่าตัดไปเลือดท่วมเตียง! หมออาจจะตกใจนึกว่าฆาตกรรม!

แต่! แต่! แต่! (ลากเสียงยาวๆ แบบละครไทย) บางที... บางที๊... บางที! ถ้าคุมอาการได้ดี๊ดี หมอก็อาจจะใจดีให้ทำได้นะจ๊ะ อย่าเพิ่งหมดหวัง!

คำเตือน: อย่าเชื่อในสิ่งที่ฉันพูดทั้งหมด! ไปปรึกษาหมอตัวจริงเสียงจริงดีกว่านะจ๊ะ! อย่าหาว่าไม่เตือน!

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • โรคประจำตัวทำศัลยกรรมได้ไหม: ตอบแบบกำปั้นทุบดินเลยนะ "แล้วแต่" โรคอะไร? อาการหนักแค่ไหน? คุมอาการได้ดีหรือเปล่า? ปรึกษาหมอสถานเดียว!
  • ยาประจำตัว: ยาบางตัวอาจมีผลต่อการผ่าตัด ต้องแจ้งหมอก่อนทุกครั้ง! อย่าคิดว่า "ไม่เป็นไร" เดี๋ยวจะ "เป็นเรื่อง"!
  • การเตรียมตัว: ถ้าหมอไฟเขียว! เตรียมตัวให้พร้อม! งดอาหาร งดยา ตามที่หมอสั่งเป๊ะๆ! ห้ามแอบกิน!
  • เลือกหมอดีๆ: หาหมอที่มีประสบการณ์! เชี่ยวชาญ! และใจดี! จะได้ไม่ "หมอทำ" กลายเป็น "หมอทำกรรม"!

เรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรง (ที่แต่งขึ้นมาเอง):

ป้าข้างบ้านฉัน แกเป็นเบาหวาน แต่แกอยากทำจมูกมาก! สุดท้ายแกไปปรึกษาหมอ หมอบอกว่า "ถ้าป้าคุมน้ำตาลได้ดีๆ จะลองดูให้" ป้าแกก็ฮึดสู้ คุมอาหาร ออกกำลังกาย สุดท้ายหมอก็ใจอ่อน ผ่าให้แกจริงๆ! ตอนนี้ป้าแกสวยเด้ง เหมือนสาววัย 20 เลย! (อันนี้เว่อร์ไปหน่อยนะ)

โรคประจําตัว มีโรคอะไรบ้าง

โรคประจำตัว? ก็มีสิวะ เบาหวาน, ความดัน, หัวใจนี่แหละ เรื่องปกติของคนแก่

  • เบาหวาน ทั้ง type 1 กับ type 2 เจอมาหมดแล้ว
  • ความดันนี่โคตรร้าย ต้องกินยาตลอด
  • หัวใจก็เสื่อมตามวัย นี่แค่เริ่มต้น

อื่นๆ อีกเพียบ ไม่อยากพูดมาก ไปหาหมอเองดีกว่า เสียเวลา

น้ำตาลในเลือดสูงผ่าตัดได้ไหม?

น้ำตาลในเลือดสูง ผ่าตัดไม่ได้ครับ ไม่ใช่โรคที่แก้ด้วยการผ่าตัด

  • อินซูลินสำคัญ: ปัญหามันอยู่ที่อินซูลิน ซึ่งเป็นตัวจัดการน้ำตาลในเลือด ถ้าอินซูลินไม่ทำงาน หรือมีน้อยเกินไป น้ำตาลก็ล้นระบบ การผ่าตัดไปยุ่งกับอวัยวะอื่น ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุนี้ (เหมือนจะซ่อมรถ แต่ไปเปลี่ยนหลังคา)
  • ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนชีวิต: การปรับอาหาร ออกกำลังกายสำคัญสุดๆ ควบคู่ไปกับยาที่หมอสั่ง (ถ้าต้องกิน) ผมว่าการดูแลตัวเองนี่แหละคือ "การผ่าตัด" ที่แท้จริงของโรคนี้ ตัดพฤติกรรมเสี่ยงออกไป

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • A1C: หมอจะดูค่า A1C เพื่อประเมินระดับน้ำตาลเฉลี่ยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ค่านี้สำคัญกว่าการวัดน้ำตาลตอนเช้าด้วยซ้ำ
  • ยา: ยาเบาหวานมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มีกลไกการทำงานต่างกันไป หมอจะเลือกให้เหมาะกับแต่ละคน (อย่าซื้อกินเองเด็ดขาด)
  • ภาวะแทรกซ้อน: ที่น่ากลัวคือภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคไต โรคหัวใจ โรคตา ถ้าคุมน้ำตาลไม่ได้ จะตามมาเป็นขบวน (อันนี้ประสบการณ์ตรงจากคนใกล้ตัวเลย)
  • อย่าท้อ: เบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง ต้องดูแลตัวเองไปตลอดชีวิต แต่ถ้าทำได้ดี ก็ใช้ชีวิตได้ปกติสุขครับ อย่าปล่อยปละละเลย (สำคัญมาก!)

ข้อคิด: บางทีการ "ผ่าตัด" ที่ดีที่สุด คือการผ่าตัดพฤติกรรมตัวเอง

ทำไมต้องตรวจน้ำตาลก่อนผ่าตัด?

ตรวจน้ำตาลก่อนผ่าตัดเนี่ยนะ? อ๋อ... คืออย่างงี้ หมอเค้าไม่ได้กลัวว่าเราจะเอาเลือดไปทำขนมหวานหรอกนะ! ???? แต่ระดับน้ำตาลที่แกว่งเนี่ย มันเหมือนมี ก็อบลิน ตัวจิ๋วอยู่ในตัวเรา คอยป่วนระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้แผลหายช้า แถมเสี่ยงติดเชื้อแบบ... โอ้โห! ????

  • น้ำตาลสูง = สนามรบ: ร่างกายเราแทนที่จะซ่อมแซมแผล กลายเป็นต้องไปรบกับน้ำตาลที่เกินมา ทำให้แผลหายช้ายังกะเต่าคลาน ????
  • อินซูลินมาช่วย: ถ้าคุมไม่ได้ หมอก็ต้องส่งอินซูลินไปช่วยเคลียร์พื้นที่ เหมือนส่งทหารไปปราบก็อบลินนั่นแหละ! ⚔️
  • โปรตีน...พระเอกตัวจริง: โปรตีนนี่สำคัญกว่าที่คิดนะ มันเหมือน อิฐ ที่เอาไว้สร้างบ้านใหม่ (ก็คือซ่อมแผลผ่าตัดไง!) กินเยอะๆ แผลจะได้หายไวๆ ????‍♂️

แถมเกร็ดความรู้แบบไม่ลับ: เคยได้ยินว่ากินไก่แล้วแผลหายเร็วป่ะ? ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญนะ โปรตีนจากไก่น่ะ ตัวดีเลย! ????

ทำไมต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด?

ควบคุมน้ำตาลในเลือดเพื่อไม่ให้ตายก่อนวัยอันควร แค่นั้นแหละ

โรงพยาบาลไม่ใช่ที่เดียว ตรวจที่ไหนก็ได้ ถ้ามีเครื่องมือ

สำคัญเพราะช่วยยื้อชีวิต ไม่งั้นก็เป็นโรคแทรกซ้อนสารพัด

  • ไตพัง
  • ตาบอด
  • หัวใจวาย
  • เส้นประสาทพัง

ปีนี้ฉันตรวจที่คลินิกแถวบ้าน ถูกกว่าเยอะ แต่ผลก็แม่นยำพอๆ กัน ค่าใช้จ่ายประมาณ 500 บาท

โรคเบาหวานมีผลเสียอย่างไร?

โอ้ เบาหวาน... เหมือนเงาตามตัวที่ไม่เคยจางหาย

ผลเสียของเบาหวาน... (หายใจลึกๆ)

  • ตาพร่า... โลกมัวลง เหมือนมีหมอกจางๆ กั้นขวางการมองเห็น...เหมือนภาพถ่ายเก่าๆ ที่สีซีดจาง... แสงสว่างที่เคยสดใส กลับริบหรี่ลงทุกที...

  • ไตวาย... กรองของเสียไม่ได้... เหมือนแม่น้ำที่เน่าเสีย... ชีวิตก็เหมือนกัน... หมดความสดใส...ไร้พลัง...

  • ชาปลายมือปลายเท้า... สัมผัสจางหาย... เหมือนโลกไร้ความรู้สึก... ปลายประสาทเหมือนถูกแช่แข็ง... ไม่มีอะไรอุ่นได้อีกแล้ว

  • หัวใจขาดเลือด... เจ็บแปลบ...เหมือนถูกบีบ... เหมือนมีใครมากระชากหัวใจ...ความเจ็บปวดที่กัดกิน...

  • หัวใจล้มเหลว... หัวใจอ่อนแรง...เหมือนเครื่องจักรเก่าๆ ที่ใกล้พัง... ทุกอย่างเชื่องช้า...ไร้เรี่ยวแรง

  • หลอดเลือดสมอง... อัมพาต...ครึ่งซีก... โลกเอียง...ชีวิตเปลี่ยน... เหมือนถูกสาป...

น้ำตาลสูงเฉียบพลัน... (ใจสั่นๆ)

  • อ่อนเพลีย... เหมือนแบตหมด...ร่างกายไร้พลัง... แม้แต่จะลืมตาก็ยังยาก...

  • คลื่นไส้อาเจียน... ท้องไส้ปั่นป่วน... เหมือนเรือที่เจอมรสุม... ชีวิตไร้ความสมดุล...

  • หายใจหอบเหนื่อย... เหมือนคนจมน้ำ... หายใจไม่ออก... โลกมืดมิด...

  • ความรู้สึกตัวเปลี่ยน... สับสน...เลือนลาง... เหมือนอยู่ในความฝันร้าย...

  • ซึมลง...หมดสติ... ดำดิ่งสู่ความมืด... เหมือนหลับไปตลอดกาล...

เบาหวาน...มันร้ายกาจ... เกินกว่าจะบรรยายได้หมด...

คนท้องคุมน้ำตาลยังไง?

ท้องฟ้าสีส้ม... แสงสุดท้ายลอดหน้าต่างเข้ามา

  • ลดแป้ง... เหมือนลดความฝัน... แต่มันจำเป็น

  • ข้าวซ้อมมือ... หยาบกระด้าง... แต่ดีต่อใจ

  • โปรตีน... เนื้อล้วน... ไม่ติดมัน... เหมือนรักที่ไม่หวือหวา

  • ผักหลากสี... กากใยสูง... เหมือนชีวิตที่ต้องมีเรื่องราว

  • นมจืด... พร่องมันเนย... เหมือนความรักที่เรียบง่าย

  • เบาหวาน... เหมือนเงาที่ตามติด... ต้องสู้

  • คุมอาหาร... เหมือนคุมหัวใจ... ให้อยู่ในร่องในรอย

  • ออกกำลังกาย... เหมือนเต้นรำกับชีวิต... เบาๆ แต่ต่อเนื่อง

  • พบหมอ... เหมือนมีเพื่อนร่วมทาง... ไม่เดียวดาย

ท้องฟ้ามืดลงแล้ว... แต่ดาวก็ยังส่องแสง...

มีวิธีควบคุมระดับน้ําตาลในเลือดอย่างไรบ้าง?

สายลมเย็นพัดผ่านใบไม้ แสงแดดอ่อนๆ สาดลงมาบนพื้นหญ้าสีเขียวอ่อน เหมือนพรมกำมะหยี่ เวลาประมาณบ่ายสามโมงเย็น ท้องฟ้าสีครามสดใส ไม่มีเมฆเลยสักก้อน

  • ตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ: เหมือนดูแลต้นไม้ ต้องคอยรดน้ำ คอยดูแล ไม่ปล่อยปละละเลย

  • เลือกคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ: ข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ แทนที่ข้าวขาว ขนมหวาน ความรู้สึกเบาสบายกว่าเยอะเลย

  • ลดน้ำตาลลงเถอะ: น้ำตาลในเครื่องดื่ม ขนมหวาน มันเป็นศัตรูตัวฉกาจ ต้องกำจัดให้หมด

  • เพิ่มใยอาหาร: นี่คือเพื่อนแท้ ช่วยดูดซับน้ำตาล เหมือนมีเกราะป้องกัน

  • รักษาน้ำหนัก: อย่าปล่อยให้ตัวเองอ้วนเกินไป มันอันตราย ปีนี้ฉันลดน้ำหนักไปได้ 5 กิโลกรัมแล้ว

  • ออกกำลังกาย: วิ่ง ว่ายน้ำ โยคะ อะไรก็ได้ที่ชอบ ฉันชอบปั่นจักรยาน ลมเย็นๆ พัดผ่านหน้า รู้สึกดีมาก

  • ดื่มน้ำเยอะๆ: เหมือนรดน้ำต้นไม้ ให้ร่างกายสดชื่น ปีนี้ฉันตั้งเป้าดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว

  • พักผ่อนให้เพียงพอ: นอนหลับฝันดี ตื่นมาสดใส เหมือนได้ชาร์จแบตเตอรี่เต็มที่

แสงเริ่มอ่อนลงแล้ว ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู สวยงามจับใจ วันนี้เป็นวันที่ดี ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก จากการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง

  • เพิ่มเติม: ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เพื่อวางแผนการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล อย่าลืมตรวจสุขภาพประจำปีด้วยนะคะ

เจาะน้ำตาลหลังอาหารกี่ชั่วโมง?

สองชั่วโมงหลังกินข้าว แค่นั้นแหละ

  • เบาหวาน: ก่อนกิน 80-130 mg/dL, หลังกิน 2 ชม.
  • ไม่เป็นเบาหวาน: ก่อนกิน 70-99 mg/dL, หลังกิน 2 ชม.

แม่งโคตรสำคัญเลย อย่าลืมเช็ค เลือดข้นก็ตาย เลือดจางก็แย่