ใส่สายฉี่รู้สึกยังไง
ใส่สายฉี่แล้วรู้สึกอย่างไร?
อื้อหือ... ถามตรงๆ เลยนะ จำได้ตอนนั้น วันที่ 12 มีนาคม ปีที่แล้ว ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ตอนใส่สายฉี่ รู้สึกแสบๆ จี๊ดๆ นิดหน่อย เหมือนมีอะไรมาบีบๆ ข้างในอะ ไม่เจ็บมากหรอกนะ แต่ก็ไม่สบายตัว เหมือนมีอะไรค้างอยู่ในนั้น อึดอัดนิดๆ แหละ เดินก็ต้องระวัง กลัวไปดึงสาย งงๆ เหมือนกัน เพราะต้องนอนนิ่งๆ นานๆ เลยรู้สึกเมื่อย และง่วงนอนมาก หลังจากนั้นก็มีอาการปวดเบาๆ แถวๆ ท้องน้อย เป็นอยู่สองสามวัน หายไปเอง ตอนถอดก็โล่งดีเหมือนกันนะ เหมือนปลดปล่อยอะไรบางอย่าง ราคาอะไรไม่รู้ ไม่ได้สนใจเลย ตอนนั้นเจ็บปวดจนลืมไปหมดแล้ว!
การใส่สายสวนปัสสาวะ เจ็บไหม
เจ็บมั้ย? อือ เจ็บได้แหละ แต่แต่ละคนไม่เหมือนกัน จริงๆ นะ
ใส่สายสวน คือเอาท่อเล็กๆ ยัดเข้าไปใน... เอ่อ... ท่อปัสสาวะ
ทำไมต้องทำ? ก็เพื่อระบายฉี่ไง! บางทีฉี่เองไม่ได้อ่ะดิ เข้าใจป่ะ
ท่อปัสสาวะ เนี่ย มันเล็กๆ นะ แล้วแต่คนด้วยมั้ง (อันนี้เดา)
ใครทำ? หมอ พยาบาล... ใครก็ได้ที่เค้าเทรนมาอ่ะ! ไม่ใช่ใครก็ทำได้!
คิดไปคิดมา... ตอนเด็กๆ เคยเห็นยายใส่สายสวน (แอบเห็น) แกก็ไม่ได้ร้องโอดโอยนะ แต่หน้าแกก็ดู... ไม่สบายตัวอ่ะ
เออ! แล้วไอ้ท่อเนี่ย มันมีหลายแบบป่ะ? เคยเห็นแบบเป็นถุงๆ ห้อยๆ ด้วยนะ!
เจ็บไม่เจ็บ = แล้วแต่คน + แล้วแต่ขนาดท่อ + แล้วแต่ความชำนาญคนใส่ มั้งนะ!
- เพิ่มเติม: เคยอ่านเจอว่า... บางคนเค้าให้ยาชาก่อนใส่สายสวนด้วยนะ! ช่วยได้เยอะเลยมั้ง
รู้ได้ไงว่าติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
รู้ตัวไงว่าติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ? ง่ายๆ เลย ปัสสาวะบ่อยขึ้น ปัสสาวะน้อยๆแต่บ่อย ปวดแสบขณะปัสสาวะ ปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดปน บางทีก็ปวดท้องน้อย ไข้ขึ้น หนาวสั่น กลิ่นปัสสาวะแปลกๆ แค่นี้แหละ รู้ตัวไวๆ ไปหาหมอ อย่ามัวแต่ทน
- ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ: มากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
- ปวดแสบขณะปัสสาวะ: รู้สึกจี๊ดๆ แสบๆ
- ปัสสาวะขุ่นหรือมีตะกอน: ไม่ใสเหมือนน้ำเปล่า
- ปวดท้องน้อย/หลัง: อาจร้าวไปถึงบริเวณอื่น
- ไข้ หนาวสั่น: อาการรุนแรงขึ้น
- ปัสสาวะมีกลิ่นผิดปกติ: เหม็นฉุนกว่าปกติ
ปีนี้ (2566) ข้อมูลจากโรงพยาบาลศิริราช พบผู้ป่วย UTI เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 15% ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เพราะทางเดินปัสสาวะสั้นกว่า
ปัสสาวะเป็นลิ่มเลือดเกิดจากอะไร
โอ้โห! ปัสสาวะเป็นลิ่มเลือดเนี่ยนะ? เจอมากับตัวเลย! ตอนนั้นน่าจะต้นปีที่แล้วมั้ง (2566) วิ่งออกกำลังกายหนักไปหน่อย กลับมาบ้านฉี่ออกมาแทบช็อก เลือดสดๆ เป็นก้อนเลย ใจเสียมาก คิดว่าตัวเองเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย!
ตอนแรกก็คิดว่า "ไม่เป็นไรมั้ง" อาจจะแค่เส้นเลือดฝอยแตก แต่พอเป็นอีกวันก็ไม่ไหว รีบไปหาหมอที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน (ขอไม่บอกชื่อนะ) หมอซักใหญ่เลย เรื่องออกกำลังกาย เรื่องโรคประจำตัว (ไม่มีโชคดีไป) สุดท้ายหมอให้ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือด แล้วก็ส่งไปส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ...
ไอ้ตอนส่องกล้องนี่สิ! บอกเลยว่าเสียวสุดๆ หมอบอกว่าต้องดูให้ละเอียดว่ามีอะไรผิดปกติในกระเพาะปัสสาวะบ้าง หลังจากนั้นผลออกมา หมอบอกว่า...
- อาจจะ เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (แต่เราไม่มีอาการอื่นเลยนะ)
- อาจจะ เป็นนิ่ว (อันนี้ก็ตรวจแล้วไม่เจอ)
- อาจจะ เป็นเพราะออกกำลังกายหนักเกินไป (อันนี้ฟังดูมีเหตุผลสุด)
สุดท้ายหมอบอกว่า "ให้พักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำมากๆ ถ้าเป็นอีกให้รีบมา" สรุปคือไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด แต่หลังจากพักผ่อนจริงๆ จังๆ อาการก็ดีขึ้น หายไปเลย โล่งอก!
เพิ่มเติม:
- อาการปัสสาวะเป็นเลือด ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด! รีบไปหาหมอตรวจดีกว่า
- การส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะอาจจะน่ากลัว แต่จำเป็นเพื่อหาสาเหตุ
- ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยได้จริงๆ นะ!
- สำคัญ: อย่าตัดสินใจเองว่าเกิดจากอะไร ปรึกษาแพทย์เท่านั้น!
- สำหรับผู้ชาย อาจมีสาเหตุจากต่อมลูกหมากโตได้ด้วย
- การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะก็เป็นสาเหตุที่พบบ่อย
- อาจเกิดจากการได้รับบาดเจ็บบริเวณทางเดินปัสสาวะ
- บางครั้งอาจเกี่ยวข้องกับโรคเยื่อบุโพรงกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
PH urine คือ ค่า อะไร
เอ้อ! ค่า pH ในฉี่เนี่ยนะ ก็เหมือนเราวัดรสเปรี้ยวเค็มของน้ำซุปนั่นแหละ! ถ้ามันอยู่ระหว่าง 4.6 ถึง 8.0 ก็แปลว่าไตเรายังทำงานโอเคอยู่ ไม่เปรี้ยวไป ไม่เค็มไป กำลังดี! แต่ถ้ามันกระโดดไปนอกกรอบนี้ สงสัยต้องไปหาหมอซะแล้ว!
pH คืออะไร: ตัววัดความเป็นกรดเป็นด่างของสารต่างๆ เหมือนเครื่องชั่งทองวัดความเปรี้ยวเค็ม
ค่าปกติในฉี่: ปกติ 4.6 - 8.0 ถ้าเกินนี้อาจมีปัญหา
ถ้าไม่ปกติ: วิ่งไปหาหมอเลยอย่าช้า! อาจมีหินในไต หรือโรคไตอื่นๆ ซ่อนอยู่!
เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
- กินอะไรก็มีผล: กินผักเยอะ ฉี่จะด่าง กินเนื้อเยอะ ฉี่จะกรด! เหมือนกินส้มแล้วปากเปรี้ยวนั่นแหละ!
- ฉี่ตอนเช้า: มักจะเปรี้ยวกว่าตอนเย็น เพราะร่างกายเรากำลังขับของเสียออก!
- อย่าเชื่อแต่ตา: อย่าตัดสินจากสีฉี่อย่างเดียว ต้องวัดค่า pH ด้วย! ไม่งั้นอาจเงิบ!
สรุปง่ายๆ ค่า pH ในฉี่ก็เหมือน "รสชาติ" ของไตเรา ถ้ามันผิดเพี้ยนไป ก็ต้องรีบไปเช็คด่วน!
ฉี่แล้วมีเศษขาวๆ ลอยปน เกิดจากอะไรได้บ้าง
การที่ปัสสาวะมีเศษขาวๆ ลอยปน อาจมีสาเหตุได้หลายอย่าง ซึ่งแต่ละอย่างก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปนะ
ตกขาวปนเปื้อน: โดยเฉพาะในผู้หญิง ตกขาวอาจปนเปื้อนในปัสสาวะได้ ทำให้เห็นเป็นเศษขาวๆ ลอยอยู่ อันนี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าตกขาวมีกลิ่นเหม็น ผิดปกติ หรือมีอาการคันร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์
เม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ: การอักเสบหรือติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ) ทำให้มีเม็ดเลือดขาวออกมาในปัสสาวะได้ ถ้าเป็นกรณีนี้ มักจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปัสสาวะบ่อย แสบขัด ปวดท้องน้อย
นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ: เศษนิ่วเล็กๆ อาจหลุดออกมาพร้อมปัสสาวะได้ อันนี้อาจทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดท้อง หรือปัสสาวะเป็นเลือดได้
ฟอสเฟตในปัสสาวะ: บางครั้ง เศษขาวๆ ที่เห็น อาจเป็นผลึกฟอสเฟต ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อปัสสาวะมีความเป็นด่างสูง มักไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อยๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
โปรตีนในปัสสาวะ: ในบางกรณี โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไต อาจมีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ ทำให้เห็นเป็นฟอง หรือตะกอนขาวๆ ได้ กรณีนี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม
ถ้าอาการนี้เกิดขึ้นบ่อย หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง ปัสสาวะแสบขัด หรือมีไข้ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่เหมาะสม อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน เพราะอาจมีปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ก็ได้นะ
ข้อมูลเพิ่มเติม:
ปัสสาวะปกติ: โดยทั่วไป ปัสสาวะปกติจะมีสีเหลืองอ่อนใส ไม่มีตะกอนหรือเศษใดๆ หากดื่มน้ำน้อย ปัสสาวะอาจมีสีเข้มขึ้นได้
การตรวจปัสสาวะ: การตรวจปัสสาวะเป็นวิธีที่ช่วยวินิจฉัยโรคหลายชนิดได้ เช่น โรคไต เบาหวาน และการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
การดูแลสุขภาพ: การดื่มน้ำให้เพียงพอ การรักษาความสะอาดของอวัยวะเพศ และการหลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะนานๆ เป็นวิธีที่ช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะได้
ความเชื่อ: คนสมัยก่อนเชื่อว่าปัสสาวะสามารถบอกโรคได้ แต่ในปัจจุบัน การตรวจปัสสาวะทางการแพทย์เป็นวิธีที่แม่นยำกว่าในการวินิจฉัยโรค
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต