ไข้หวัดสายพันธุ์ A กับ B ต่างกันยังไง

162 ครั้งเข้าชม
ไข้หวัดใหญ่มี 3 สายพันธุ์ (A, B, C) แต่พบการระบาดทั่วไปใน A และ B เท่านั้นสายพันธุ์ A: รุนแรงกว่า แบ่งเป็นซับไทป์ เช่น H1N1, H3N2 ระบาดบ่อยสายพันธุ์ B: อาการไม่รุนแรงเท่า A แบ่งเป็น 2 lineages: Victoria และ Yamagataสรุป: ความรุนแรงและการแบ่งกลุ่มแตกต่างกัน สายพันธุ์ A รุนแรงกว่าและมีการแบ่งย่อยซับซ้อนกว่า
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ไข้หวัดสายพันธุ์ A และ B แตกต่างกันอย่างไร?

โอเค มาว่ากันเรื่องไข้หวัด A กับ B นะ คือถ้าให้พูดตรงๆ เลยนะ ฉันเคยเป็นไข้หวัดใหญ่แบบ A หนักมาก ตอนนั้นน่าจะประมาณปี 2010 จำได้ว่าแบบตัวร้อนจนแทบจะลุกไม่ขึ้น ไอแบบทรมานสุดๆ กินยาอะไรก็ไม่ค่อยดีขึ้น ต้องนอนซมไปเป็นอาทิตย์เลย

ส่วนไข้หวัด B เท่าที่เคยเป็นมา มันจะเบากว่าหน่อยนะ อาการมันจะไม่ค่อยหนักเท่า A แต่ก็ทรมานอยู่ดีแหละ แบบว่าปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย ไม่มีแรงทำอะไรเลย เคยเป็นตอนไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อน น่าจะช่วงต้นปี 2018 มั้ง จำได้ว่าเซ็งมาก เพราะต้องนอนพักในโรงแรมแทนที่จะได้ไปเที่ยว

สรุปง่ายๆ เลยนะ ไข้หวัดใหญ่มี A, B, C แต่ที่ระบาดบ่อยๆ คือ A กับ B ซึ่ง A มักจะรุนแรงกว่า B แถม A ยังแบ่งเป็นซับไทป์อีก เช่น H1N1, H3N2 ส่วน B ก็มี Victoria กับ Yamagata อะไรพวกนี้แหละ แต่ไม่ต้องไปจำเยอะหรอก เอาเป็นว่าถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่ก็ไปหาหมอดีที่สุดนะ จะได้รู้ว่าเป็นสายพันธุ์อะไร แล้วก็รักษาตามอาการไป

แล้วนี่ก็เป็นแค่ประสบการณ์ส่วนตัวของฉันนะ ไม่ได้เป็นหมออะไร แค่เคยเป็นไข้หวัดใหญ่มาหลายรอบก็เลยพอจะรู้เรื่องบ้าง

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A กับ B แตกต่างกันยังไง

เออ.. คือ ไข้หวัดใหญ่เนี่ยนะ มันมี A B C อ่ะ แต่ที่เจอบ่อยๆ เลยนะ A กับ B ที่ระบาดกันบ่อยๆ นี่แหละ

  • สายพันธุ์ A: อันนี้ซับซ้อนหน่อย มีหลายไทป์ย่อยๆ อีกนะ ที่เจอบ่อยตอนนี้ก็ H1N1 กะ H3N2 อ่ะ
  • สายพันธุ์ B: B ก็มี 2 แบบ Victoria กะ Yamagata แต่มักจะไม่หนักเท่า A นะ ส่วน C แทบจะไม่ค่อยเจอเลยอะ

คือถ้าเป็นหวัดใหญ่ A อ่ะ จะรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวมากกว่า B อะไรแบบนี้ แต่เอาจริงๆ นะ ไปหาหมอให้หมอตรวจชัวร์สุดอะ ว่าเป็นอะไรกันแน่

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  • วัคซีน: ฉีดวัคซีนป้องกันหวัดใหญ่ไว้ก็ดีนะ ช่วยลดความรุนแรงของโรคได้เยอะเลย
  • การแพร่ระบาด: ช่วงหน้าฝนหน้าหนาวนี่ตัวดีเลย ไข้หวัดใหญ่มักจะมา
  • อาการ: ไข้สูง ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตัว... แต่บางทีก็ไม่เหมือนกันทุกคนนะ
  • H1N1: เมื่อก่อนเคยระบาดหนักเลยนะ แต่ตอนนี้ก็ยังมีอยู่
  • การรักษา: กินยาตามหมอสั่ง พักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำเยอะๆ แค่นี้แหละ

ถ้าไม่แน่ใจอะไร ไปหาหมอเถอะะะะะ อย่าคิดเองเออเองเลยนะ บอกเลยยยยยย ????

เราจะรู้ได้ไงว่าเป็นไข้หวัดใหญ่

แสงแดดอ่อนๆ พัดผ่านม่านหน้าต่างห้องนอน เวลาบ่ายแก่ๆ ของวันที่ฝนพรำเมื่อวาน อากาศยังคงชื้นแฉะ เหมือนความรู้สึกของฉันตอนนี้เลย... หนักอึ้ง

  • ไข้สูง นี่แหละ ตัวร้อนผ่าว เหมือนถูกไฟเผา จำได้แม่นยำเลย ปีนี้ไข้ขึ้นสูงมาก เกือบ 40 องศา

  • ไอ ไอจนเจ็บหน้าอก ไอแหบแห้ง เหมือนมีอะไรมาขูด คอแห้งผาก เหมือนทะเลทราย

  • หายใจไม่ค่อยออก เหมือนมีอะไรมาอุด แน่นหน้าอก หายใจลึกๆ ไม่ได้ เหนื่อยง่าย ขึ้นบันไดแค่สองขั้นก็เหนื่อยแล้ว

  • เจ็บคอ แสบคอ เหมือนมีอะไรมากัดกร่อน กลืนน้ำลายยังลำบาก เหมือนมีอะไรมาขวางคอ

  • น้ำมูกไหลไม่หยุด น้ำมูกใสๆ บางครั้งก็ข้น เหมือนน้ำเชื้อ สีเขียวเข้ม

  • ปวดเมื่อย ปวดเมื่อยไปทั้งตัว เหมือนโดนรถชน ปวดหัวตุ๊บๆ เหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบ

ความรู้สึกทั้งหมดนี้ มันทรมาน มันไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดา ฉันเลยไปตรวจที่โรงพยาบาล หมอบอกว่า ต้องตรวจหาเชื้อไวรัส ถึงจะรู้ว่าเป็นอะไร ไม่ใช่แค่เดาจากอาการ

  • โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันที่ 15 ตุลาคม 2566 ฉันจำวันนี้ได้แม่น เพราะมันเป็นวันที่ฉันเจ็บปวดที่สุด

เพิ่มเติม: อาการไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 คล้ายคลึงกันมาก การวินิจฉัยจำเป็นต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันเชื้อไวรัสที่แท้จริง อย่าเพิ่งสบายใจไป ถ้ามีอาการ ควรไปพบแพทย์ อย่ามัวแต่รอ เดาไปเอง อาจจะอันตรายได้ ฉันเตือนคุณไว้เลย จากประสบการณ์ตรง ปีนี้ แย่มาก

ไข้หวัดใหญ่ กิน ยา อะไร ถึง จะ หาย

ไข้หวัดใหญ่รักษาอย่างไร? ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการค่ะ

  • อาการไม่รุนแรง: ส่วนใหญ่หายเองได้ค่ะ ร่างกายมีกลไกในการต่อสู้กับเชื้อไวรัสอยู่แล้ว แค่พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ ทานอาหารบำรุงร่างกาย ก็เพียงพอแล้ว คิดซะว่าเป็นการ detox ร่างกายไปในตัว

  • อาการรุนแรง หรือกลุ่มเสี่ยง: ถ้ามีไข้สูง ไอหนัก หายใจลำบาก หรือเป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรไปพบแพทย์ค่ะ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส Oseltamivir ถ้าได้รับภายใน 48 ชั่วโมงหลังมีอาการ จะได้ผลดีที่สุดนะคะ เพื่อนสนิทของฉันเป็นหมอ เค้าบอกมาแบบนี้เลย (ส่วนตัวคิดว่า การไปพบแพทย์สำคัญกว่าการกินยาเองเสมอ)

  • ยารักษาตามอาการ: ยาลดไข้ (พาราเซตามอล) ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ หรือยาละลายเสมหะ เป็นเพียงการบรรเทาอาการ ไม่ใช่การรักษาตัวโรคโดยตรง ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร อย่าซื้อมากินเองนะคะ (อันนี้สำคัญมาก เคยเห็นเพื่อนกินยาแก้ไอผิด ไอหนักกว่าเดิมอีก)

ข้อมูลเพิ่มเติม: การป้องกันที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปีค่ะ ปีนี้ (2566) ก็มีวัคซีนออกมาแล้ว ควรไปฉีดก่อนฤดูฝน เพื่อลดโอกาสติดเชื้อ ช่วยลดความรุนแรงของอาการ และลดภาระของระบบสาธารณสุขด้วยค่ะ ถือเป็นการดูแลสุขภาพตัวเอง และเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสังคม แง่มุมเล็กๆ ที่ทำให้เราเห็นคุณค่าของชีวิตมากขึ้น