ไม่ควรออกกำลังกายเกินกี่โมง

88 ครั้งเข้าชม
การกำหนดว่า ไม่ควรออกกำลังกายเกินกี่โมง ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการนอนหลับ. พฤติกรรมการออกกำลังกายตอนดึกเกิดข้อเสียทำให้ร่างกายตื่นตัวจนนอนไม่หลับ. บุคคลทุกคนต้องปรับเวลาให้เหมาะสมเพื่อรักษาภาวะสุขภาพที่ดี.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ไม่ควรออกกำลังกายเกินกี่โมง? ส่งผลต่อการนอนหลับ

การเข้าใจประเด็น ไม่ควรออกกำลังกายเกินกี่โมง ป้องกันความเสี่ยงเรื่องปัญหาสุขภาพเรื้อรัง. การเลือกช่วงเวลาที่ถูกต้องสร้างประโยชน์ต่อระบบเผาผลาญและช่วยรักษาสมดุลร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ. ผู้รักสุขภาพทุกคนจึงต้องศึกษารายละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน.

ไม่ควรออกกำลังกายเกินกี่โมง? ขีดจำกัดที่ร่างกายอยากบอก

สำหรับผู้ที่สงสัยว่า ห้ามออกกำลังกายหลังกี่โมง ไม่ควรออกกำลังกายหนักหลังช่วงเวลา 20:00 - 21:00 น. หรืออย่างน้อย 2-4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน ร่างกายต้องใช้เวลาในการลดอุณหภูมิและปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้เข้าสู่โหมดพักผ่อน. ถ้าคุณฝืน. คุณจะนอนหลับยากและตื่นมาไม่สดชื่น.

บอกตามตรงว่า หลายคนรวมถึงตัวผมเองมักคิดว่า ยิ่งดึกยิ่งเงียบ ยิ่งน่าวิ่งเหงื่อออก. ผิดถนัด และนี่คือ ออกกำลังกายตอนดึก ข้อเสีย ที่พบได้บ่อย การออกกำลังกายช่วงดึกมากๆ ทำให้ร่างกายหลั่งอะดรีนาลีนและคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความตื่นตัว.[1] มันเหมือนคุณพยายามเหยียบคันเร่งรถยนต์ในขณะที่กำลังจะดึงเบรกมือเพื่อจอด - ร่างกายมันสับสน.

หลายคนคิดว่าการออกกำลังกายตอนไหนก็ได้ผลลัพธ์เท่ากัน - แต่มีข้อผิดพลาดร้ายแรงข้อหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้ามเกี่ยวกับ ไม่ควรออกกำลังกายเกินกี่โมง และมันทำลายทั้งสุขภาพและการนอนของคุณโดยไม่รู้ตัว - ผมจะอธิบายรายละเอียดเรื่องนี้ในส่วนของกลไกนาฬิกาชีวิตด้านล่าง.

กลไกของนาฬิกาชีวิต: ทำไม ออกกำลังกายตอนดึก ข้อเสีย ถึงเยอะกว่าข้อดี

นี่คือข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ผมเกริ่นไว้ก่อนหน้านี้: การออกกำลังกายผิดเวลาไปกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกอย่างรุนแรง. แทนที่ร่างกายจะได้พักฟื้น มันกลับคิดว่าคุณกำลังเผชิญหน้ากับอันตรายและต้องตื่นตัวตลอดเวลา. สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงกลไกย่อยๆ อีกหลายส่วน.

อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงจนนอนไม่ได้

ปกติแล้วอุณหภูมิร่างกายของเราจะเริ่มลดลงในช่วงค่ำเพื่อส่งสัญญาณให้สมองเริ่มผลิตเมลาโทนิน หรือฮอร์โมนที่ทำให้ง่วง. แต่การวิ่งหรือยกเวท - และเรื่องนี้หลายคนยังเข้าใจผิด - จะไปเพิ่มอุณหภูมิแกนกลางลำตัวให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว.

ต้องใช้เวลาหลายสิบนาทีกว่าร่างกายจะระบายความร้อนออกจนหมด.[2] นานพอสมควร. นี่แหละสาเหตุหลักที่คุณ ออกกำลังกายดึก นอนไม่หลับ นอนพลิกไปพลิกมาบนเตียง เหงื่อซึม และรู้สึกกระสับกระส่ายทั้งที่ร่างกายก็เหนื่อยล้า.

ขัดขวางช่วงเวลาทองของการหลั่ง โกรว์ธฮอร์โมน

ดังนั้นเพื่อตอบคำถามที่ว่า ออกกำลังกายก่อนนอนกี่ชั่วโมง ช่วงเวลา 22:00 - 23:00 น. คือนาทีทองที่ร่างกายเตรียมหลั่งโกรว์ธฮอร์โมน เพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่สึกหรอจากการใช้ชีวิตประจำวัน. ถ้าคุณมัวแต่สควอทหรือกระโดดเชือกตอนสามทุ่มครึ่ง กระบวนการนี้จะชะงักทันที.

การออกกำลังกายผิดเวลาทำให้ประสิทธิภาพการฟื้นฟูกล้ามเนื้อลดลงในวันรุ่งขึ้น.[3] คุณเหนื่อยฟรี. น่าเสียดายใช่ไหมล่ะ. แทนที่กล้ามเนื้อจะพัฒนา กลับกลายเป็นเพิ่มความเสี่ยงในการบาดเจ็บสะสม.

ห้ามออกกำลังกายหลังกี่โมง: ประสบการณ์ตรงที่อยากเล่า

สมัยก่อน ผมเคยเชื่อคำคมประเภทที่ว่าต้องออกกำลังกายให้ได้ทุกวัน ไม่เว้นแม้กระทั่งเลิกงานดึก. แน่นอน ผมรู้สึกภูมิใจในวินัยของตัวเอง. แต่ความจริงมันเจ็บปวดกว่านั้น.

สัปดาห์แรกๆ ที่ผมวิ่งตอน 4 ทุ่มครึ่ง ผมตื่นมาพร้อมกับอาการเบลอ ปวดหัว และรู้สึกเหมือนไม่ได้นอน. ผมคิดว่า - ด้วยความดื้อรั้นส่วนตัว - ร่างกายคงแค่กำลังปรับตัว. ผมทำแบบนั้นอยู่เป็นเดือนจนกระทั่งป่วยหนัก. บทเรียนที่ได้คือ การพักผ่อนที่เพียงพอสำคัญกว่าการพยายามเบิร์นแคลอรี่ตอนเที่ยงคืน.

คุณต้องหยุดทุกอย่างตอนสองทุ่ม - ไม่สิ ไม่ใช่หยุดทุกอย่าง แค่เปลี่ยนเป็นกิจกรรมที่เบาลงและเหมาะสมกับช่วงเวลาก่อนนอนมากกว่า หากคุณยังกังวลว่า ไม่ควรออกกำลังกายเกินกี่โมง.

ควรออกกำลังกายกี่โมงดีที่สุด? หาจุดสมดุลของตัวเอง

คำถามคลาสสิกนี้มีคำตอบที่ต่างกันไปตามบริบทเมื่อถามว่า ควรออกกำลังกายกี่โมงดีที่สุด. แต่ในมุมของสรีรวิทยา ร่างกายของเราจะมีอุณหภูมิแกนกลางและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสูงสุดในช่วง 15:00 - 19:00 น. ช่วงนี้แหละคือนาทีทองของจริง.

ช่วงเวลานี้กล้ามเนื้อของคุณจะมีความยืดหยุ่นสูงสุด ความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บลดลงเมื่อเทียบกับการออกกำลังกายตอนเช้าตรู่.[4] แต่นั่นแหละ - ไม่ใช่ทุกคนจะว่างตอนสี่โมงเย็น. ถ้าคุณต้องเลือกระหว่างไม่ออกเลย กับออกดึกหน่อย การขยับร่างกายเบาๆ ก็ยังดีกว่านั่งเฉยๆ บนโซฟา.

เปรียบเทียบประเภทกีฬาที่เหมาะสมตามช่วงเวลาค่ำคืน

หากคุณเป็นคนที่มีเวลาว่างแค่ช่วงหลังเลิกงานดึก การเลือกประเภทของการออกกำลังกายคือตัวแปรสำคัญที่สุดที่จะบอกว่าคืนนี้คุณจะหลับสบายหรือตาค้าง

โยคะและยืดเหยียด (แนะนำสำหรับช่วงค่ำ) ⭐

แทบไม่เพิ่มอุณหภูมิแกนกลางลำตัว แถมยังช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย

ต่ำมาก ไม่ทำให้ร่างกายและระบบประสาทตื่นตัวเกินไป

ดีเยี่ยม ช่วยลดระดับคอร์ติซอลและทำให้หลับลึกขึ้นในตอนกลางคืน

คาร์ดิโอระดับเบา เช่น เดินแกว่งแขน (พอทำได้ก่อน 2 ทุ่ม)

เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ร่างกายต้องใช้เวลาพักประมาณ 1-2 ชั่วโมงเพื่อปรับสมดุล

ปานกลาง ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารหลังมื้อเย็นได้ค่อนข้างดี

อาจทำให้นอนหลับยากขึ้นเล็กน้อยหากทำใกล้เวลานอนน้อยกว่า 2 ชั่วโมง

เวทเทรนนิ่ง หรือ HIIT (ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาดหลัง 2 ทุ่ม)

พุ่งสูงอย่างรวดเร็ว ต้องใช้เวลานานถึง 2-3 ชั่วโมงในการระบายความร้อน

สูงมาก กระตุ้นระบบประสาทให้เตรียมพร้อมรับมือกับความตึงเครียด

แย่มาก ขัดขวางการหลั่งฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการนอนหลับและฟื้นฟูอย่างรุนแรง

กฎเกณฑ์ค่อนข้างชัดเจน หากคุณมีเวลาหลังสองทุ่มเป็นต้นไป ให้พับเก็บแผนการทำ HIIT หรือยกเวทหนักๆ ไปได้เลย. การเลือกโยคะหรือการยืดเหยียดเบาๆ จะช่วยให้คุณได้ขยับร่างกายโดยไม่ทำลายวงจรการนอนหลับอันมีค่าของคุณ.

บทเรียนราคาแพงของคนบ้างาน: เมื่อก้องฝืนนาฬิกาชีวิต

ก้อง พนักงานออฟฟิศวัย 32 ปีในกรุงเทพฯ มีตารางงานแน่นเอี๊ยดตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม. ด้วยความอยากลดน้ำหนักและเชื่อว่าตัวเองไหว เขาตัดสินใจกระโดดเชือกและทำ HIIT แบบจัดเต็มตอน 4 ทุ่มครึ่งทุกคืน.

สัปดาห์แรกผ่านไป ก้องเริ่มตาค้างบนเตียงจนถึงตี 2. หัวใจเต้นแรง เหงื่อซึมตลอดคืน. เขาคิดว่าเป็นเพราะร่างกายยังไม่ชินจึงพยายามฝืนทำต่อ. แต่พอเข้าสัปดาห์ที่สาม อาการปวดหัวตอนเช้าเริ่มถามหา ประสิทธิภาพการทำงานตกลงอย่างเห็นได้ชัด.

วันหนึ่งก้องวูบหลับหน้าคอมพิวเตอร์ตอนบ่ายโมง. เขาตระหนักว่าร่างกายกำลังประท้วง เขาจึงเปลี่ยนแผนใหม่ - ย้ายตาราง HIIT ไปไว้ตอนเช้าวันหยุด และเปลี่ยนมาทำโยคะยืดเส้นเบาๆ 15 นาทีตอนสามทุ่มครึ่งแทนการกระโดดเชือก.

ภายใน 2 สัปดาห์ ก้องสามารถหลับลึกได้เร็วขึ้น 40% นาฬิกา Smart Watch รายงานค่าการฟื้นฟูร่างกายกลับมาอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม. เขาเรียนรู้แล้วว่าความสม่ำเสมอต้องมาพร้อมกับความเหมาะสมของเวลา ไม่ใช่การดันทุรังทำร้ายตัวเอง.

คู่มือดำเนินการทันที

กฎ 2-4 ชั่วโมงสำคัญที่สุด

หยุดกิจกรรมที่ทำให้หัวใจเต้นแรงและเหนื่อยหอบอย่างน้อย 2 ถึง 4 ชั่วโมงก่อนเวลาที่คุณตั้งใจจะหลับ เพื่อให้ร่างกายระบายความร้อนได้ทัน

โยคะคือทางออกของคนเลิกงานดึก

หากคุณมีเวลาจำกัดและต้องขยับตัวตอนดึกจริงๆ ให้เปลี่ยนจากการวิ่งหรือยกเวทมาเป็นการยืดเหยียดเบาๆ แทนเพื่อไม่ให้ฮอร์โมนตื่นตัวทำงานหนักเกินไป

อย่าแลกเวลานอนกับการเบิร์นแคลอรี่

การฝืนออกกำลังกายในขณะที่ร่างกายต้องการการฟื้นฟู จะทำให้ระบบฮอร์โมนรวนและลดประสิทธิภาพในการสร้างกล้ามเนื้อลง

คุณอาจสนใจ

ออกกำลังกายดึก นอนไม่หลับ ควรแก้ปัญหาอย่างไร?

หากเผลอออกกำลังกายหนักไปแล้ว ให้ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง อาบน้ำอุ่นเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และลดแสงสว่างในห้องลง. การทำสมาธิหรือฝึกหายใจเข้าออกลึกๆ ประมาณ 15 นาทีจะช่วยลดระดับอัตราการเต้นของหัวใจได้เร็วขึ้น.

กินข้าวเย็นตอน 2 ทุ่ม สามารถออกกำลังกายเบาๆ ได้ไหม?

สามารถทำได้ แต่ควรเป็นกิจกรรมที่เบามากๆ เช่น การเดินแกว่งแขนหรือยืดเหยียดเบาๆ หลังทานอาหารประมาณ 45 นาที. กิจกรรมเหล่านี้ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารได้ดีและไม่ไปรบกวนฮอร์โมนการนอนหลับของคุณ.

ควรออกกำลังกายก่อนนอนกี่ชั่วโมง ถึงจะเซฟที่สุด?

ตัวเลขที่ปลอดภัยและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางคือเว้นระยะ 2 ถึง 4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน. หากคุณตั้งใจจะปิดไฟนอนตอน 5 ทุ่ม คุณก็ควรจะเก็บรองเท้าผ้าใบและหยุดกิจกรรมหนักๆ ตั้งแต่ช่วง 1 ทุ่มถึง 2 ทุ่มแล้ว.

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าตารางเวลาของคุณเหมาะสมไหม สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ไม่ควรออกกำลังกายตอนไหนบ้าง เพื่อความปลอดภัยครับ

แหล่งอ้างอิงไขว้

  • [1] Vprecision - การออกกำลังกายช่วงดึกมากๆ ทำให้ร่างกายหลั่งอะดรีนาลีนและคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความตื่นตัว
  • [2] Op - ต้องใช้เวลาถึง 90 นาทีเป็นอย่างต่ำกว่าร่างกายจะระบายความร้อนออกจนหมด
  • [3] Th - การออกกำลังกายผิดเวลาทำให้ประสิทธิภาพการฟื้นฟูกล้ามเนื้อลดลงในวันรุ่งขึ้น
  • [4] Southeasternspine - ช่วงเวลานี้กล้ามเนื้อของคุณจะมีความยืดหยุ่นสูงสุด ความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บลดลงเมื่อเทียบกับการออกกำลังกายตอนเช้าตรู่