ปลาเค็ม อันตรายไหม

70 ครั้งเข้าชม
ปลาเค็ม: โซเดียมสูง! เสี่ยงความดันโลหิตสูง โรคไต ทานน้อยๆ ข้อควรระวัง: ทำเอง: ลดเกลือ ตากแห้งสนิท ป้องกันเชื้อรา แบคทีเรีย ซื้อ: เลือกแหล่งเชื่อถือ มี อย. สังเกตสี กลิ่น ผิดปกติ งด!
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินปลาเค็ม อันตรายต่อสุขภาพหรือไม่?

ปลาเค็มนี่สิ อันตรายมั้ยนะ? จำได้แม่นเลย ตอนเด็กๆ ยายชอบทำปลาเค็มเอง ที่บ้านนอกแถวๆ ชัยนาท จำได้ว่าใช้เกลือเยอะมาก แต่ก็อร่อยนะ ปลาทูตัวเล็กๆ เค็มๆ กรอบๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ ฟินสุดๆ! แต่ก็เคยเห็นยายบอกว่า กินเยอะไม่ได้ เพราะเค็มเกินไป อาจจะไม่ดีต่อไต

จริงๆ แล้ว เพื่อนสมัยมหาลัย มันเป็นหมอ เคยบอกว่า โซเดียมในปลาเค็มนี่สูงจริงๆ อันตรายต่อความดันโลหิต ถ้ากินบ่อย เสี่ยงเป็นโรคไต มันยังบอกอีกว่า ถ้าทำเอง ควรลดเกลือลงเยอะๆ ตากแห้งๆ ช่วยลดเชื้อโรคได้ จำราคาไม่ได้ แต่ตอนนั้น ปลาทูสดๆ โลละไม่เกิน 50 บาทเองมั้ง สมัยก่อนนานมาแล้ว

ตอนนี้ ฉันเลยกินปลาเค็มน้อยมาก เลือกซื้อจากร้านที่ดูสะอาด มี อย. ด้วยนะ กลัวเจอปลาเน่า เคยซื้อมาที กลิ่นแปลกๆ แบบเน่าๆ ทิ้งไปเลย เสียดายตังค์ แต่สุขภาพสำคัญกว่า จะกินก็เลือกๆ หน่อยนะ อย่ากินเยอะ พอเป็นพิธี อร่อยบ้างก็ดี แต่สุขภาพสำคัญกว่า!

ปลาเค็ม มีพยาธิไหม

ปลาเค็มมีพยาธิไหมนะ?

  • เออ จริงดิ ที่คิดว่าปลาทะเลไม่มีพยาธิอ่ะ ไม่จริง หรอก!
  • พยาธิตัวกลมในปลาทะเล มี นะเว้ย
  • เคยเจอในปลา ดิบ ด้วยนะพวกซาชิมิอะไรเงี้ย
  • ปลาเค็ม ทำจากปลาทะเลป่ะวะ? ถ้าใช่ก็...เออ...
  • แต่ปลาเค็มมันเค็มมากๆๆๆๆ พยาธิจะอยู่ได้หรอ? หรือว่าตอนทำมันตายหมดแล้ว?????
  • สรุป คือ เป็นไปได้ ที่ปลาเค็มจะมีพยาธิ แต่มันอาจจะตายไปแล้วก็ได้มั้ง

ข้อมูลเพิ่ม:

  • พยาธิตัวกลมในปลาทะเล Anisakis เนี่ยตัวดีเลย
  • กินปลาดิบต้องระวังมากๆๆๆๆ
  • วิธีทำลาย พยาธิคือ ทำให้สุก หรือแช่แข็งนานๆ ที่อุณหภูมิต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส
  • ปลาเค็ม นี่ทำยังไงนะ? ตากแดด? ใส่เกลือ? ????
  • เกลือเยอะขนาดนั้น พยาธิไม่น่ารอด ป่าววะ? ????‍♀️
  • แต่ถ้าทำไม่ดี...ก็อาจจะ...นะ? ????
  • เอาชัวร์ คือ ทำให้สุกก่อนกิน! ????
  • สำคัญ: ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งที่จับต้องอาหาร! ????
  • ป.ล. ฉันเคยเจอพยาธิในปลาร้าด้วย! อี๋! ????

ทำไมกินปลาเค็มแล้วคัน

กินปลาเค็มแล้วคันนี่แหละ ปัญหาใหญ่เลย เพราะปลาเค็มอะ มันมีสารฮิสตามีนสูงไง เหมือนพวกกุ้งปู ยิ่งถ้าเป็นปลาเค็มที่ไม่ค่อยสด หรือเก็บไว้นานๆ ยิ่งเยอะ แล้วก็ไม่ใช่แค่ปลาเค็มนะ ของหมักดองต่างๆก็ด้วย แหนม ปลาร้า พวกนี้ก็มีสารนี้ มันเป็นสารก่อแพ้

บางทีอาจจะไม่ใช่แค่ฮิสตามีนอย่างเดียวด้วยมั้ง พวกอาหารแปรรูป เยอะแยะไป อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง ชีส พวกนี้ก็มีสารกันเสีย เกลือ น้ำตาลเพียบ สารพวกนี้มันเป็นสารอนุมูลอิสระ ทำให้ร่างกายอักเสบ ก็เลยแพ้ได้ง่าย

  • ปลาเค็ม ฮิสตามีนสูง
  • ของหมักดอง เช่น แหนม ปลาร้า ก็มี
  • อาหารแปรรูป สารกันเสีย เกลือ น้ำตาล เยอะ
  • ร่างกายอักเสบ แพ้ง่าย คันตามมา

ปีนี้ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ เจอมาหลายรอบแล้ว เพื่อนฉันก็เป็น มันบอกว่า ถ้าจะกินต้องเลือกปลาเค็มที่สดๆหน่อย แล้วก็อย่ากินเยอะ แต่ฉันก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ ก็ยังกินอยู่ดี แต่ก็คันทุกทีเลย ฮือออ

ปลาเค็ม มีพยาธิไหม

ปลาเค็ม? พยาธิก็มี.

  • ความเค็ม ไม่ได้ฆ่าทุกสิ่ง.
  • พยาธิตัวกลม Anisakis พบได้ในปลาทะเล. ซาชิมิก็เจอ.
  • ความร้อนสูงเท่านั้นที่ไว้ใจได้. สุกๆ ปลอดภัยกว่า.
  • คิดว่าปลาเค็มปลอดภัย? คิดใหม่.
  • ระวัง. ไม่มีอะไรแน่นอน.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • พยาธิ Anisakis ทำให้เกิดอาการแพ้ และปวดท้องรุนแรง. บางคนถึงขั้นช็อค.
  • วิธีป้องกัน: เลือกซื้อปลาจากแหล่งที่เชื่อถือได้. แช่แข็งที่ -20 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 7 วัน ก่อนนำมาทำอาหาร. หรือปรุงให้สุก.
  • เคยเจอพยาธิในปลาทูเค็ม. มองด้วยตาเปล่าก็เห็น. น่าขยะแขยง. เข็ดไปนาน.
  • ถึงปลาจะเค็ม ยังไงก็ต้องระวัง. อย่าประมาท.
  • ความเชื่อใจ คือจุดเริ่มต้นของความผิดพลาด.

ทำไมปลาน้ำจืดมีพยาธิ

ไอ้พยาธิในปลาน้ำจืดเนี่ยนะ! มันก็เพราะมนุษย์นี่แหละ ชอบกินดิบๆ สุกๆ ดิบๆ ไม่ยอมให้ความร้อนจัดการมันซะเลย! เหมือนเอาไปต้มแค่ลวกๆ ยังไงยังงั้น!

ปีนี้ก็ยังมีคนเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับกันอยู่เพียบ! เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะพวกเมนูสุดฮิตนี่ไง!

  • ก้อยปลา! สดๆ มันๆ แต่พยาธิก็สดๆ เหมือนกัน!
  • ปลาส้ม! เปรี้ยวจี๊ดจ๊าด แต่พยาธิก็จี๊ดจ๊าดอยู่ในท้อง!
  • ลาบปลาดิบ! แซ่บเวอร์! แต่พยาธิมันก็แซ่บในลำไส้คุณ!
  • พล่าปลาดิบ! อะจึ๋ย! แต่พยาธิกำลังอะจึ๋ยในตัวคุณ!
  • ปลาร้าดิบ! กลิ่นแรง! แต่พยาธิก็แรงไม่แพ้กัน!

พวกปลาตะเพียน ปลาขาวนา ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อย ปลาซิว ปลากระสูบ ถ้ากินดิบๆ นะ รับรองได้พยาธิใบไม้ตับแบบเต็มๆ ถ้าไม่เชื่อ ลองไปถามหมอที่ รพ.ศิริราช ปีนี้ดู รับรองมีเคสเพียบ! นี่ขนาดปีนี้มีการรณรงค์เยอะแล้วนะ ยังมีคนดื้อด้านกินแบบสุกๆ ดิบๆ ก็เลยเป็นกันเยอะอยู่ดี! พวกนี้มันไม่ใช่แค่ปลาธรรมดา มันคือแหล่งรวมพยาธิชั้นเยี่ยม! คิดดูสิ กินเข้าไปแล้ว พยาธิมันไปสร้างบ้านสร้างเมืองอยู่ในตับคุณเลยนะ! มันสุดยอดจริงๆ!

ทำไมกินปลาเค็มแล้วคัน

กินเค็มมากไปส่งผลอะไรกับร่างกายบ้าง

กินเค็มมากไปนี่อันตรายนะเว้ย เพื่อนฉันคนนึงน่ะ ชอบกินพวกของทอดๆ เค็มๆ มาก หมอบอกว่าเสี่ยงเป็นความดันสูง จริงๆ แล้วก็โรคหัวใจด้วย น่ากลัวมากเลยอ่ะ

  • ความดันโลหิตสูง อันนี้เห็นชัดเลย เพื่อนฉันเป็นเลย ต้องกินยาตลอด
  • โรคหัวใจ อันนี้ก็เสี่ยงนะ หมอบอกว่าเพราะโซเดียมสูงนั่นแหละ
  • กระดูกบาง เพื่อนบอกหมอว่า กินเค็มมากๆ กระดูกมันจะบางลง
  • มะเร็งกระเพาะอาหาร อันนี้ก็ได้ยินมาเหมือนกัน น่ากลัวเนอะ

ปีนี้ ฉันพยายามลดกินเค็มลงบ้างแล้ว เพราะกลัวเป็นแบบเพื่อน คือ กินผักเยอะขึ้น ไม่กินของทอดบ่อย เห็นผลนะ รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย ลองดูมั้ย เพื่อนๆ

ปล. เพื่อนฉันตรวจสุขภาพปี 2024 หมอบอกแบบนั้นจริงๆ นะ

ทำไมกินอาหารทะเลถึงคัน

อ้าว! กินอาหารทะเลแล้วคันนี่มันเรื่องอะไรเนี่ย! เหมือนโดนงูทะเลจูบเลยมั้ยล่ะ ฮ่าๆๆๆ ที่คันนี่ไม่ใช่เพราะทะเลมันน้อยใจนะยะ แต่เพราะเจ้าสารฮีสตามีนนี่แหละตัวดี! มันเหมือนพวกโจรสลัดทะเลตัวแสบ บุกเข้าไปในร่างกายเราแล้วก่อกวนซะ จนเราคันยิกๆ แบบว่าอยากจะเอาตะบันมะพร้าวฟาดให้หายคันเลย

อาการเด่นๆ ที่พวกมันสร้างความปั่นป่วนก็มีดังนี้:

  • ตัวแดงเป็นจ้ำๆ: เหมือนโดนยุงรุมกัดเป็นร้อยๆ ตัว! แต่แปลกกว่าหน่อยคือมันแดงเป็นแพๆ
  • ผื่นลมพิษ: ขึ้นเป็นตุ่มๆ เหมือนดอกกุหลาบที่บานสะพรั่งทั่วตัว สวยมั้ยล่ะ? ไม่สวยหรอก มันคันจะแย่!
  • ใบหน้าบวม ปากบวม: อืม...เหมือนโดนผึ้งต่อย แต่บวมกว่า หน้าเหมือนลูกโป่งเลยทีเดียว ถ่ายรูปลงโซเชียลได้นะ แต่ต้องระวังเรื่องการหายใจด้วยนะ อันตรายนะจ๊ะ
  • คันทั่วตัว: นี่แหละคืออาการหลัก! คันจนอยากจะเอาเข็มขัดไปขัดถูให้หายคันเลยล่ะ คันจนนอนไม่หลับเลยทีเดียว

แต่บอกเลยว่าส่วนมากอาการพวกนี้ไม่ร้ายแรงหรอก แค่คันๆ บวมๆ ถ้าเลิกกินอาหารทะเลซะ อาการก็หายเอง ง่ายๆ เหมือนจ่ายค่าปรับจอดรถผิดที่ จ่ายค่าปรับเสร็จก็จบ! แต่ถ้ามันรุนแรงขึ้น ก็รีบไปหาหมอเลยนะ อย่ามัวแต่เกาจนเป็นแผล เดี๋ยวจะติดเชื้ออีก เป็นเรื่องยาวเลยนะ ปีนี้ฉันแพ้กุ้งไปแล้วรอบนึง บวมเป็นไข่เป็ดเลยล่ะ จำได้แม่นเลย!

(ข้อมูลเพิ่มเติม) สารฮีสตามีนที่ว่านี้ ร่างกายปล่อยออกมาเมื่อระบบภูมิคุ้มกันมีปฏิกิริยากับโปรตีนในอาหารทะเล เป็นปฏิกิริยาภูมิแพ้แบบที่หนึ่งที่พบได้บ่อยมาก ถ้าใครแพ้หนักๆ อาจถึงขั้นช็อกเลยนะ อันตรายมากเลยทีเดียว ควรระวังอย่างยิ่ง

ริมฝีปากสากๆ เกิดจากอะไรได้บ้าง

ริมฝีปากแห้งแตกเป็นสะเก็ด หรือที่เรียกกันติดปากว่า "ริมฝีปากสากๆ" มีสาเหตุได้หลากหลาย ไม่ใช่แค่เรื่องผิวแห้งอย่างเดียว ต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เหมือนการไขปริศนาที่ต้องหาคำตอบให้ครบถ้วน จึงจะเข้าใจภาพรวมได้อย่างชัดเจน

  • การขาดความชุ่มชื้น: นี่คือสาเหตุหลักที่พบได้บ่อย อากาศแห้ง การดื่มน้ำน้อย หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดูดความชื้นออกจากริมฝีปาก ล้วนส่งผลให้ริมฝีปากแห้งแตกได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวหรือฤดูร้อนที่อากาศแห้งจัด ปีนี้ (2566) ผมสังเกตเห็นว่าเพื่อนร่วมงานหลายคนมีปัญหาปากแห้งมากขึ้น เพราะอากาศร้อนจัดและมักลืมดื่มน้ำ ผมเองก็เช่นกัน ต้องพกน้ำติดตัวตลอดเวลา

  • ภูมิแพ้สัมผัส: การแพ้สารต่างๆ ที่สัมผัสกับริมฝีปาก เช่น ลิปสติก ยาสีฟัน หรือแม้แต่เครื่องสำอาง สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ แสดงออกมาในรูปของผื่น คัน และริมฝีปากแห้งแตก กรณีนี้ควรระบุชนิดของสารก่อภูมิแพ้เพื่อหลีกเลี่ยง

  • โรคผิวหนัง: บางครั้ง อาการริมฝีปากแห้งแตกอาจเป็นอาการของโรคผิวหนังบางชนิด เช่น โรคสะเก็ดเงิน หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การวินิจฉัยที่ถูกต้องและรวดเร็ว สำคัญยิ่งกว่าการรักษาด้วยตนเอง อย่างน้อยก็ช่วยให้เข้าใจสาเหตุที่แท้จริงได้

  • นิสัยการเลียริมฝีปาก: การเลียริมฝีปากบ่อยๆ อาจดูเหมือนเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้น แต่กลับทำให้ริมฝีปากแห้งมากขึ้น เพราะน้ำลายจะระเหยไป ทิ้งไว้แต่ความแห้งกร้าน เป็นวงจรอุบาทว์ที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ผลข้างเคียงจากยา: บางชนิดของยา เช่น เรตินอยด์ หรือวิตามินเอ ที่ใช้รักษาสิว อาจทำให้ริมฝีปากแห้งเป็นผลข้างเคียง หากพบว่าเป็นเช่นนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการรักษา

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสาเหตุที่เป็นไปได้ การวินิจฉัยที่แน่ชัดต้องอาศัยการตรวจสอบจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง อย่าละเลยอาการ หากอาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

ริมฝีปากเป็นแผลมีสาเหตุอะไรบ้าง

อืมม... ริมฝีปากเป็นแผลเนี่ยนะ มันน่ารำคาญจริงๆ เลย

คิดไปคิดมา ปีนี้ ฉันก็เป็นบ่อยเหมือนกัน แสบๆ คันๆ บางทีก็เป็นแผลเปื่อยๆ ด้วย น่าเบื่อจัง

สาเหตุที่ฉันเดาๆ ออกมานะ คือ...

  • เชื้อรา ใช่ๆ บางทีมันก็คันๆ แล้วก็ลามเป็นแผล ฉันเคยไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นเชื้อรา ต้องทายา
  • เชื้อแบคทีเรีย อันนี้ก็มีส่วน ถ้าไม่ได้รักษา มันจะลามไปเรื่อยๆ แผลก็จะใหญ่ขึ้น เจ็บขึ้น
  • ปากนกกระจอก อันนี้ก็เป็นได้ เห็นเพื่อนเป็นบ่อย มันก็จะแตกเป็นแผลที่มุมปากน่ะ เจ็บสุดๆ
  • ขาดวิตามิน ปีนี้ฉันกินผักน้อยลง ก็เลยคิดว่าอาจจะขาดวิตามิน เลยทำให้ริมฝีปากแห้งแตกง่าย
  • แพ้ บางทีก็แพ้ลิปสติก หรือบางทีก็แพ้เครื่องสำอางที่ใช้ มันจะคันๆ แล้วก็เป็นแผล

จริงๆ แล้วมันก็มีหลายสาเหตุเนอะ ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าของฉันเป็นเพราะอะไรแน่ แต่ก็พยายามดูแลตัวเองมากขึ้นแล้วล่ะ กินวิตามินเพิ่ม ทาลิปมันบ่อยขึ้น ก็ดีขึ้นบ้างแหละ แต่บางทีก็ยังเป็นอยู่ดี เซ็งจุงเบย

กินเค็มแค่ไหนถึงจะเป็นโรคไต

  • กินเค็มแค่ไหนถึงเป็นโรคไต...อืม ยากแฮะ แล้วถ้าไม่กินเค็มล่ะ เป็นได้ไหม? สรุปคือ...ต่อให้ไม่กินเค็ม ก็มีโอกาสเป็นโรคไต ได้อยู่ดีนี่นา! (ข้อมูลจาก รพ.พญาไท)

  • แต่ๆๆๆๆ กินเค็มมากๆ แน่นอนว่าไม่ดี อันนี้รู้กันอยู่แล้ว โซเดียม เกินพิกัด ไตทำงานหนักชัวร์! แล้วเค็มแค่ไหนถึงเรียกว่า "มาก"? อันนี้ต้องดูฉลากโภชนาการเอาเองป่ะวะ?

  • โรคไตเนี่ย สาเหตุหลักๆ นอกจากกินเค็มจัดๆ แล้ว มันมีอย่างอื่นอีกนะ แบบ เบาหวาน ความดัน อะไรพวกนี้ด้วยป่ะ? เออใช่!

  • แล้วถ้าเป็นแล้วทำไง? ฟอกไต? เปลี่ยนไต? ไม่อยากคิดภาพตัวเองตอนฟอกไตเลยอะ...ดูทรมาน... คุมอาหารสำคัญสุด หรือเปล่า? ต้องปรึกษาหมอแหละ

  • กินน้ำเยอะๆ ช่วยได้ไหมนะ? น่าจะช่วยให้ไตทำงานง่ายขึ้นรึเปล่า? ไม่แน่ใจแฮะ

  • สรุป:

    • ไม่กินเค็มก็เป็นโรคไตได้ (แต่กินเค็มเยอะๆ ก็เสี่ยงกว่า)
    • เบาหวาน ความดัน ก็ปัจจัยเสี่ยง
    • คุมอาหาร ปรึกษาหมอ สำคัญ
    • กินน้ำเยอะๆ น่าจะดี (มั้ง?)
  • ข้อมูลเพิ่มเติม (อันนี้ส่วนตัว): พ่อเราเป็นโรคไต เพราะเบาหวานนี่แหละ! ตอนนี้ต้องคุมอาหาร โซเดียมต่ำสุดๆ ชีวิตเปลี่ยนไปเลยอะ!