เนื้อวัวมีไขมันไหม

99 ครั้งเข้าชม
เนื้อวัวมีไขมันไหม มีไขมันอิ่มตัวในสัดส่วนร้อยละ 40-50 ของไขมันทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ปริมาณไขมันเหล่านี้มีความแตกต่างกันไปตามวิธีการเลี้ยงสัตว์ในแต่ละแหล่งผลิต
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เนื้อวัวมีไขมันไหม: ไขมันอิ่มตัว 40% vs โอเมก้า

การทำความเข้าใจเรื่อง เนื้อวัวมีไขมันไหม ส่งผลดีต่อการเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ การพิจารณาสัดส่วนกรดไขมันประเภทต่างๆ เป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลสุขภาพในระยะยาว การตรวจสอบแหล่งที่มาและวิธีการเลี้ยงสัตว์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพสารอาหารที่ร่างกายได้รับเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีและลดความเสี่ยงจากการได้รับไขมันที่ไม่ต้องการ

เนื้อวัวมีไขมันไหม และความจริงที่คุณอาจมองข้าม

คำตอบแบบกำปั้นทุบดินคือ เนื้อวัวมีไขมันไหม อย่างแน่นอน แต่อยู่ที่ว่ามันซ่อนอยู่ตรงไหนและมีปริมาณเท่าไหร่ การเข้าใจเรื่องไขมันในเนื้อแดงอาจดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่มีจุดหักมุมหนึ่งที่คนส่วนใหญ่พลาดไปเมื่อพยายามลดน้ำหนักด้วยการกินเนื้อ ซึ่งผมจะเฉลยในส่วนของการเลือกส่วนเนื้อด้านล่างนี้

ปริมาณไขมันในเนื้อวัวไม่ได้คงที่เสมอไป โดยทั่วไปจะแกว่งอยู่ที่ประมาณ 9-15 กรัมต่อเนื้อ 100 กรัม ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และการเลี้ยงดู ไขมันเหล่านี้ไม่ได้มีหน้าที่แค่ให้พลังงาน แต่ยังเป็นพาหะสำคัญของวิตามินที่ละลายในไขมันอย่าง A, D, E และ K ซึ่งร่างกายต้องการเพื่อใช้ในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

พูดกันตามตรง ผมเองก็เคยเชื่อว่าถ้าอยากผอมต้องตัดไขมันทิ้งให้หมด 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ความจริงมันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ การตัดไขมันจนเกลี้ยงอาจทำให้เนื้อแข็งจนกินไม่ได้และทำให้เราเบื่ออาหารคลีนในที่สุด เคล็ดลับคือการหาจุดสมดุลระหว่างรสชาติและสุขภาพ

เปิดปริมาณไขมันในเนื้อวัวแต่ละส่วน: เลือกอย่างไรไม่ให้พัง

หากคุณกำลังนับแคลอรี่หรือคุมไขมัน การจำชื่อส่วนของเนื้อ (Cuts) สำคัญพอๆ กับการดูป้ายราคา เนื้อแต่ละส่วนมีปริมาณไขมันต่างกันอย่างมหาศาลจนคุณอาจตกใจ

ส่วนที่มีไขมันต่ำ (Lean Cuts)

เนื้อสะโพกมีไขมันน้อยที่สุดเพียงประมาณ 3.3 กรัมต่อ 100 กรัม ในขณะที่สันในซึ่งเป็นส่วนที่นุ่มที่สุดจะมีไขมันอยู่ที่ประมาณ 5.2 กรัมต่อ 100 กรัม [1] การเลือกส่วนเหล่านี้ช่วยลดการรับไขมันอิ่มตัวส่วนเกินได้อย่างมาก เมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ

ส่วนที่มีไขมันสูง (Fatty Cuts)

ในทางกลับกัน เนื้อส่วนสันคอ (Chuck) อาจมีไขมันสูงถึง 18 กรัม และราชาแห่งไขมันอย่างส่วนซี่โครง (Rib-eye) อาจมีไขมันสะสมสูงถึง 35 กรัมต่อ 100 กรัม [2] ไขมันเหล่านี้แทรกอยู่ในเนื้อเป็นลายหินอ่อน (Marbling) ซึ่งแม้จะให้อรรถรสในการกินชั้นเลิศ แต่ก็มาพร้อมกับแคลอรี่ที่สูงกว่าเนื้อส่วนสะโพกถึง 3 เท่า

ลองคิดดูสิครับ การกินสเต็กริบอายหนึ่งชิ้นอาจให้ไขมันเท่ากับการกินเนื้อสันในเกือบ 7 ชิ้นรวมกัน มันน่าตกใจนะ

ไขมันในเนื้อแดงส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร

ไขมันในเนื้อวัวประกอบด้วยไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat) ประมาณร้อยละ 40-50 [3] และที่เหลือเป็นไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งรวมถึงกรดไขมันโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ในสัดส่วนที่ต่างกันไปตามวิธีการเลี้ยง

การบริโภคไขมันอิ่มตัวจากเนื้อแดงมากเกินไปมักถูกเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ในกระแสเลือด อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าสัดส่วนของกรดสเตียริก (Stearic Acid) ในไขมันวัวมีผลต่อระดับคอเลสเตอรอลน้อยกว่าไขมันอิ่มตัวชนิดอื่น

ผมเคยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เขาบอกผมคำหนึ่งที่เปลี่ยนความคิดไปเลยว่า ไขมันไม่ใช่ผู้ร้าย แต่ปริมาณและคุณภาพต่างหากที่เป็นตัวตัดสิน

วิธีลดไขมันในเนื้อวัวขณะปรุงอาหาร

เทคนิคการปรุงอาหารช่วยลดปริมาณไขมันที่คุณจะได้รับเข้าไปได้จริง โดยไม่ต้องสละรสชาติทิ้งไปทั้งหมด

1. การตัดไขมันส่วนเกิน (Trimming): การเฉือนไขมันขอบเนื้อออกก่อนปรุงสามารถลดปริมาณไขมันอิ่มตัวได้ทันทีประมาณร้อยละ 20-30 2. วิธีการปรุงที่ใช้ความร้อนสูง: การย่าง (Grilling) หรือการอบแบบรีดน้ำมัน ช่วยให้ไขมันที่แทรกอยู่ละลายออกมาได้มากกว่าการทอด [4] 3. การซับน้ำมัน: หลังจากปรุงเสร็จ การพักเนื้อบนกระดาษซับน้ำมันสัก 2-3 นาที ช่วยลดแคลอรี่จากน้ำมันที่เคลือบผิวเนื้อได้อีกเล็กน้อย

จำไว้นะครับ วิธีที่แย่ที่สุดคือการนำเนื้อที่มีไขมันสูงไปทอดในน้ำมันท่วมๆ (Deep fry) เพราะนั่นคือการเติมไขมันทับซ้อนลงไปบนไขมันเดิม

เปรียบเทียบปริมาณไขมันและแคลอรี่ในเนื้อวัวแต่ละส่วน

เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกเนื้อได้ง่ายขึ้น นี่คือการเปรียบเทียบเนื้อวัวดิบปริมาณ 100 กรัม ของส่วนยอดนิยมต่างๆ

เนื้อส่วนสะโพก (Top Round) - แนะนำสำหรับลดน้ำหนัก

  • ค่อนข้างเหนียว ต้องใช้เวลาปรุงหรือหั่นบางๆ
  • ประมาณ 2.8 - 4 กรัม
  • ประมาณ 140 - 160 แคลอรี่

เนื้อสันใน (Tenderloin)

  • นุ่มที่สุดในบรรดาเนื้อทุกส่วน
  • ประมาณ 5 - 8 กรัม
  • ประมาณ 180 - 210 แคลอรี่

เนื้อริบอาย (Rib-eye)

  • นุ่มมากเนื่องจากมีไขมันแทรกสูง
  • ประมาณ 20 - 36.5 กรัม
  • ประมาณ 300 - 450 แคลอรี่
หากเป้าหมายของคุณคือการคุมแคลอรี่ เนื้อสะโพกคือผู้ชนะอย่างขาดลอย แต่ถ้าต้องการความนุ่มโดยไม่รับไขมันที่สูงเกินไป สันในคือตัวเลือกที่สมดุลที่สุด ส่วนริบอายควรเก็บไว้เป็นรางวัลในมื้อพิเศษเท่านั้น

บทเรียนการกินสเต็กของเก่ง: เมื่อการเลือกส่วนเนื้อเปลี่ยนผลลัพธ์

เก่ง พนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ วัย 32 ปี เริ่มลดน้ำหนักด้วยการกินโปรตีนเน้นๆ เขาเลือกกินสเต็กเนื้อทุกเย็นวันศุกร์ แต่ผ่านไป 1 เดือน น้ำหนักกลับไม่ลงเลย แถมยังรู้สึกอึดอัดตัวมากกว่าเดิม

เขาพบว่าตัวเองมักสั่งแต่ ริบอาย เพราะชอบความนุ่มและรสชาติที่ละลายในปาก โดยไม่รู้เลยว่าริบอายหนึ่งชิ้นมีไขมันอิ่มตัวสูงเกือบเท่าปริมาณที่แนะนำต่อวันทั้งวัน เขาพยายามออกกำลังกายชดเชยแต่ก็ทำไม่ไหวเพราะรู้สึกเหนื่อยง่าย

เก่งตัดสินใจเปลี่ยนมาสั่ง เนื้อสันใน และตัดไขมันขอบออกทั้งหมด พร้อมทั้งเปลี่ยนจากเฟรนช์ฟรายส์เป็นผักย่าง เขาเริ่มหัดสังเกต ลายหินอ่อน ในเนื้อและหลีกเลี่ยงส่วนที่มีสีขาวแทรกหนาแน่นเกินไป

หลังจากเปลี่ยนพฤติกรรมเพียง 4 สัปดาห์ เก่งน้ำหนักลดลงไป 2.5 กิโลกรัม และผลตรวจเลือดพบว่าระดับคอเลสเตอรอลดีขึ้น เขาพิสูจน์ได้ว่าการกินเนื้อไม่ได้ทำให้อ้วน แต่อยู่ที่การเลือกส่วนเนื้อให้เป็นต่างหาก

คำตอบด่วน

กินไขมันเนื้อวัวทำให้อ้วนไหม

ไขมันเนื้อวัวมีพลังงานสูงถึง 9 แคลอรี่ต่อกรัม หากกินในปริมาณที่เหมาะสมและเลือกส่วนที่มีไขมันต่ำจะไม่ทำให้อ้วน แต่ถ้ากินส่วนที่มีไขมันแทรกสูงบ่อยๆ โดยไม่ออกกำลังกาย พลังงานส่วนเกินจะถูกสะสมเป็นไขมันในร่างกายแน่นอน

เนื้อวัวบดมีไขมันเยอะไหม

ขึ้นอยู่กับเกรดที่เลือก โดยทั่วไปเนื้อบดมาตรฐานจะมีไขมันผสมอยู่ประมาณร้อยละ 15-20 หากต้องการคุมไขมันควรเลือกซื้อเนื้อบดแบบพิเศษ (Extra Lean) ที่ระบุว่ามีไขมันไม่เกินร้อยละ 5-10

หากคุณกังวลเรื่องระดับคอเลสเตอรอล ควรศึกษาเพิ่มเติมว่าไขมันในเลือดสูงทานเนื้อวัวได้ไหมเพื่อการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธีครับ

คนเป็นโรคหัวใจกินเนื้อวัวได้ไหม

ทานได้แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรเลือกทานเนื้อส่วนไม่ติดมัน (Extra Lean) เช่น สันในหรือสะโพก และจำกัดปริมาณการทานต่อสัปดาห์ รวมถึงใช้วิธีปรุงแบบย่างหรือต้มเพื่อหลีกเลี่ยงไขมันเสริมจากการทอด

ขั้นตอนถัดไป

เลือกส่วนเนื้อคือหัวใจหลัก

เนื้อสะโพกและสันในมีไขมันต่ำกว่าส่วนซี่โครงหรือสันคอได้ถึง 3-5 เท่า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโปรตีนแต่เลี่ยงไขมัน

วิธีการปรุงช่วยรีดไขมัน

การย่างหรืออบช่วยลดไขมันในเนื้อลงได้ถึง 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับการทอดหรือปรุงแบบปกติ

ไขมันเนื้อมีประโยชน์ในปริมาณที่พอดี

อย่าตัดทิ้งทั้งหมด เพราะไขมันวัวเป็นแหล่งของวิตามิน A, D, E และ K ที่จำเป็นต่อการดูดซึมของร่างกาย

ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น และไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ ปริมาณการบริโภคที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปตามสภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล หากคุณมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ หรือภาวะคอเลสเตอรอลสูง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนทำการปรับเปลี่ยนแผนการรับประทานอาหารอย่างจริงจัง

หมายเหตุ

  • [1] Fdc - เนื้อสะโพกมีไขมันน้อยที่สุดเพียงประมาณ 3.3 กรัมต่อ 100 กรัม ในขณะที่สันในซึ่งเป็นส่วนที่นุ่มที่สุดจะมีไขมันอยู่ที่ประมาณ 5.2 กรัมต่อ 100 กรัม
  • [2] Fdc - เนื้อส่วนสันคอ (Chuck) อาจมีไขมันสูงถึง 18 กรัม และราชาแห่งไขมันอย่างส่วนซี่โครง (Rib-eye) อาจมีไขมันสะสมสูงถึง 35 กรัมต่อ 100 กรัม
  • [3] Thinkbeef - ไขมันในเนื้อวัวประกอบด้วยไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat) ประมาณร้อยละ 40-50
  • [4] Healthline - การย่าง (Grilling) หรือการอบแบบรีดน้ำมัน ช่วยให้ไขมันที่แทรกอยู่ละลายออกมาได้มากกว่าการทอด