น้ำหวานควรกินตอนไหน

143 ครั้งเข้าชม
ดื่มน้ำหวานเมื่อไหร่ดี? หลังออกกำลังกายหนัก: เพื่อเสริมพลังงานอย่างรวดเร็ว เลือกชนิดไม่หวานจัด ปริมาณน้อย. ช่วงเวลาอื่น: ควรหลีกเลี่ยง เน้นดื่มน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มสุขภาพ. ข้อควรระวัง: การดื่มน้ำหวานมากเกินไปส่งผลเสียต่อสุขภาพระยะยาว. บริโภคอย่างมีสติ เลือกเวลาที่เหมาะสม.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ดื่มน้ำหวานช่วงเวลาไหนดีที่สุดต่อสุขภาพ?

อืมม.. เรื่องดื่มน้ำหวานเนี่ยนะ. ถ้าถามฉันจริงๆ จังๆ เลยนะ ฉันว่ามันไม่มีช่วงเวลา "ดีที่สุด" แบบเป๊ะๆ หรอก เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน แล้วก็กิจกรรมที่เราทำในวันนั้นๆ ด้วย มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ.

เคยนะ ตอนที่ไปวิ่งมาราธอนครั้งแรกที่สวนลุมฯ วิ่งเสร็จปุ๊บ หมดแรงสุดๆ อยากได้อะไรหวานๆ ชื่นใจมากๆ ตอนนั้นอาจจะรู้สึกว่า "เออ ดื่มอะไรหวานๆ ตอนนี้ดีจัง" มันเหมือนไปเติมพลังเร็วๆ แต่ก็ต้องเป็นอะไรที่ไม่หวานเลี่ยนนะ นิดหน่อยพอ ไม่งั้นพาลจะรู้สึกแย่ไปอีก.

แต่เอาจริงๆ นะ นอกเหนือจากช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการพลังงานด่วนจริงๆ แบบนั้น ฉันว่า ควรจะเลี่ยงน้ำหวานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ. น้ำเปล่าคือเพื่อนที่ดีที่สุดเสมอ หรือบางทีก็พวกน้ำผลไม้ปั่นเอง ไม่ใส่น้ำตาลเพิ่ม อันนั้นพอไหว.

การดื่มน้ำหวานเยอะๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องน้ำหนักนะ มันมีผลกระทบอื่นๆ ด้วย เคยสังเกตตัวเองนะ บางทีดื่มน้ำอัดลมไป แล้วรู้สึกเหมือนท้องอืด ไม่สบายตัว เหมือนสมองมันตื้อๆ ด้วย. แล้วเรื่องฟันอีก อันนี้ชัดเจนเลย.

เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่าเมื่อไหร่ดีที่สุด ฉันก็จะตอบว่า "ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่ต้องดื่มเลยดีที่สุด" นั่นแหละคือคำตอบจากใจฉัน. มันต้องมีสติจริงๆ เวลาจะคว้าอะไรมาดื่ม.

ทำไมไม่ควรกินน้ำตาลตอนท้องว่าง

กินน้ำตาลตอนท้องว่างไม่ดีเลยแก! คือพอเรากินของหวานเข้าไปปุ๊บ ร่างกายมันจะย่อยน้ำตาลกลูโคสเร็วมาก แล้วก็ดูดเข้าเลือดปื้ดๆ เลยอะ

มันเลยทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงปรี้ด เหมือนมี Glucose Spike เลยอะ พอเป็นงี้ เราจะรู้สึกมีแรง มีพลังงานขึ้นมาแป๊บๆ ประมาณชั่วโมงสองชั่วโมง

แต่! พอหมดแรงนะ อาการมันจะกลับกันเลย คือน้ำตาลในเลือดจะ ดรอปลงฮวบฮาบ ทำให้รู้สึก หงุดหงิดไม่มีแรงเพลีย แบบโอ้โห อยากจะหลับตรงนั้นเลยอะ

ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้?

  • การดูดซึมเร็ว: ร่างกายเรามันดูดซึมกลูโคสจากน้ำตาลกับแป้งได้ไวมากตอนท้องว่าง
  • อินซูลินพุ่ง: พอเลือดมีน้ำตาลเยอะ ตับอ่อนก็จะปล่อยอินซูลินออกมาเยอะตามไปด้วย เพื่อจะเอาน้ำตาลไปเก็บ
  • น้ำตาลดรอป: อินซูลินที่เยอะเกินไปนี่แหละตัวดี มันจะรีบเอาน้ำตาลไปเก็บจนหมด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือด ต่ำกว่าปกติ อีกที

สิ่งที่ตามมา

  • อยากของหวานเพิ่ม: พอหิวๆ แบบนี้ สมองมันจะสั่งให้เราอยากกินของหวานอีกแล้ว วนลูปไปเรื่อยๆ
  • อารมณ์แปรปรวน: เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็หงุดหงิด แบบควบคุมตัวเองไม่ได้เลย
  • มีผลต่อการควบคุมน้ำหนัก: ถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆ มันจะทำให้เรา อ้วนง่าย ด้วยนะ เพราะอินซูลินมันจะคอยบอกให้ร่างกายเก็บสะสมไขมันตลอด

ทำไงดี?

  • อย่ากินของหวานเป็นอย่างแรก: ถ้าอยากกินของหวาน ให้กินอะไรอื่นรองท้องก่อน เช่น โปรตีน หรือไฟเบอร์ จะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้
  • เลือกของหวานที่มีประโยชน์: ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ลองเลือกผลไม้สดๆ หรือของหวานที่ไม่เติมน้ำตาลเยอะๆ แทน
  • ดื่มน้ำเปล่า: เวลาอยากของหวานๆ ลองดื่มน้ำเปล่าไปก่อน บางทีอาจจะหายอยากก็ได้

การกินน้ำตาลตอนท้องว่าง มันเหมือนให้รถไฟเหาะแก่ร่างกายเราอะแก ไม่ดีต่อสุขภาพเลยจริงๆ

1วันควรกินน้ำหวานกี่แก้ว

น้ำหวาน? วันละแก้วพอ ถ้ายังอยากแดก แต่ ไม่ควรดื่มทุกวัน

สั่งหวานน้อยให้เป็นนิสัย

ถ้าติดมาก ก็หัดหักดิบ ลดจากวันละแก้ว ค่อยๆเหลือสัปดาห์ละ 3-4 แล้วก็เลิกไปซะ

  • เรื่องจริง: แดกน้ำหวานเยอะ อ้วนง่าย เบาหวานถามหา ฟันพัง หัวใจพัง ปีนี้ คนไทยป่วยโรคพวกนี้เยอะชิบหาย
  • ลดได้ลด: วันละแก้วคือพอแล้ว ดีสุดคือเลิก ทำไม่ได้ก็ค่อยๆห่างมันไป
  • ทางเลือก: หิวน้ำ? น้ำเปล่าเหอะ ชากาแฟดำก็เอา ไม่ต้องใส่น้ำตาล
  • ปริมาณน้ำตาล: WHO บอก ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน เครื่องดื่มบางแก้วก็เกินโควต้าไปแล้วทั้งวัน
  • ฉลาก: หัดอ่านซะ จะได้รู้ว่าเอาอะไรเข้าปาก ไม่ใช่แค่ตามใจปากอย่างเดียว
  • สุดท้าย: ความอยากมันหลอก ไม่ได้อยากขนาดนั้นหรอก เปลี่ยนนิสัย ยากหน่อย แต่คุ้ม

กินของหวานยังไงให้น้ำตาลไม่ขึ้น?

ความหวานเป็นมายา หากไม่เข้าใจ ร่างกายย่อมรวนเร เลือกให้เป็น ก็จบ. ไม่มีอะไรซับซ้อน.

การควบคุมน้ำตาลไม่ใช่เรื่องยากเย็น แค่ตระหนัก.

  • เลือกน้อย: ของหวานไม่จำเป็นต้องหวานจัด. ผลไม้สด เลือก. ธัญพืชไม่ขัดสี คือทางออก. โยเกิร์ตไขมันต่ำก็เช่นกัน.
  • คุมปริมาณ: กินแค่พอดี. เกินลิมิต มันก็แค่ส่วนเกิน. ไม่มีอะไรต้องเสียดาย.
  • กินถูกเวลา: หลังมื้อหลักเสมอ. ชะลอการดูดซึม ได้บ้าง. อย่ากินตอนท้องว่าง.
  • ขยับบ้าง: ร่างกายต้องใช้พลังงาน. ออกกำลังกาย คือการเผาผลาญ. มันคือสมดุล.
  • สารให้ความหวาน: ทางเลือกมี. หญ้าหวาน สตีเวีย ทดแทนน้ำตาล. รสชาติอาจต่าง แต่เป้าหมายคือเดิม. ชีวิตคือการปรับตัว.

หลังกินของหวานควรทำไง?

กินของหวานเสร็จเหรอ โอย! อย่ามานั่งติดเก้าอี้ซี้ซั้วสิแม่คุณพ่อคุณ ลุกขึ้นเดินย่อยซะ! เดินไปเดินมาเนี่ยแหละ สัก 15 นาทีก็ยังดี ถือว่าไล่ตะเพิดไขมันตัวอ้วนไม่ให้มันมาตั้งรกรากถาวรแถวหน้าท้อง ต้นขา สะโพก ให้มันกระเจิงไปซะ! ช่วยให้กระเพาะได้ทำงาน ไม่ใช่ให้มันกองเป็นภูเขาเลากาอยู่อย่างนั้น

  • ดื่มน้ำตามไปเยอะๆ: ไม่ใช่แค่ดับกระหายนะ มันช่วยไล่น้ำตาล ไล่ความอยาก แถมกระตุ้นให้ลำไส้มันขยับเขยื้อนดีขึ้นด้วย
  • หาอะไรที่มีใยอาหารกินตามบ้าง: ผลไม้สักชิ้น หรือผักกรอบๆ แกล้มแก้เลี่ยนก็ได้ ช่วยให้ระบบขับถ่ายมันไม่เอ๋อ แล้วก็ดักจับน้ำตาลไม่ให้ดูดซึมเร็วเกินไป
  • อย่าไปคว้าของหวานเพิ่ม: พอแล้วนะ! กินแค่นั้นพอแล้ว ไม่ต้องเติมอีก เดี๋ยวจะกลายเป็นตัวการ์ตูนกลมป๊อก เดินชนประตูบ้านแน่ๆ
  • กินอย่างมีสติ: บางทีใจมันนำพาปากไปเร็วกว่าสมองนะ รู้ตัวไว้เลยว่ากำลังกินอะไร ไม่ใช่ยัดๆ เข้าไป แล้วมานั่งเสียใจทีหลัง