Mobile Developer ต้องเรียนอะไร

59 ครั้งเข้าชม
Mobile Developer ต้องเรียนรู้หลักการเขียนโปรแกรม, ภาษา Java/Kotlin (Android), XML, ฐานข้อมูล, และการออกแบบ UI/UX. เส้นทางสู่การเป็นนักพัฒนา Android: พื้นฐานความรู้: ปริญญาตรีด้านวิทยาการคอมฯ, วิศวกรรมคอมฯ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นข้อได้เปรียบ แต่ไม่จำเป็น ฝึกฝนทักษะ: เรียนรู้ภาษาโปรแกรม, ฝึกเขียนโค้ดอย่างต่อเนื่อง, ศึกษา Android SDK และ framework ต่างๆ สร้าง Portfolio: พัฒนาแอปเล็กๆ เผยแพร่ลง Play Store เพื่อแสดงผลงาน เพิ่มประสบการณ์: ฝึกงานหรือรับงานอิสระ เพื่อเรียนรู้การทำงานจริงและพัฒนาทักษะ อัพเดทความรู้: เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว ต้องติดตามเทรนด์และเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ การมีประสบการณ์จริงและ Portfolio ที่ดี จะช่วยเพิ่มโอกาสในการหางานได้มากขึ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

นักพัฒนาแอพมือถือ ต้องเรียนรู้ทักษะอะไรบ้าง?

เอ่อ นักพัฒนาแอปมือถือ ต้องรู้อะไรบ้างเหรอ? อืมมม... เท่าที่นึกออกนะ ต้องเขียนโค้ดได้แน่นอนอ่ะ ภาษาอะไรก็ว่ากันไป Java, Kotlin, Swift ไรเงี้ย แล้วก็ต้องเข้าใจเรื่อง UI/UX ด้วยนะ ทำแอปมาสวยแต่ใช้ยากก็จบเห่

อยากเป็นนักพัฒนาแอนดรอยด์เหรอ? เอาจริง ๆ นะ ไม่ต้องจบตรงสายเป๊ะ ๆ ก็ได้ เพื่อนเราบางคนจบมาสายศิลป์ยังมาเขียนแอปได้เลย แต่ถ้าจบพวกวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์มาก็จะได้เปรียบแหละ เรียนมาโดยตรงนี่นา

ฝึกงานสำคัญมากกกก ขีดเส้นใต้สิบเส้น! ตอนเราฝึกงานที่บริษัท XYZ (จำชื่อเต็มไม่ได้ละ) เมื่อปี 2018 ได้จับงานจริงเยอะมาก ได้ลองผิดลองถูกเอง มันช่วยให้เราเก่งขึ้นเยอะเลยจริง ๆ

แล้วก็หางานฟรีแลนซ์ทำเสริมไปด้วยก็ได้นะ ได้เงินด้วย ได้ประสบการณ์ด้วย คุ้ม! แต่ต้องระวังโดนเบี้ยวเงินนะ เมื่อก่อนเคยเจอมาแล้ว เซ็งสุด ๆ

Mobile Developer ต้องทำอะไรบ้าง

Mobile Developer น่ะเหรอ? โห ถามถูกคนเลย! ตอนผมเริ่มทำใหม่ ๆ (ปี 2020 ตอนนั้นอยู่เชียงใหม่) คิดว่าแค่เขียนโค้ดเก่งก็พอ แต่จริง ๆ มันมากกว่านั้นเยอะ!

  • ออกแบบแอป: ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้อง "ใช้" ได้จริง! ผมเคยออกแบบแอปอีคอมเมิร์ซ ตอนแรกสวยมาก แต่ลูกค้าบ่นว่าหาสินค้าไม่เจอ จบเลย!
  • พัฒนา: อันนี้ของจริง ต้องเขียนโค้ดให้แอปมันทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้ ใช้ภาษา Swift (iOS) เป็นหลัก
  • ทดสอบ: สำคัญมาก! เมื่อก่อนขี้เกียจเทส ปล่อยแอปไปบั๊กเพียบ โดนลูกค้าด่ากระจาย
  • ดูแล: แอปไม่ใช่ทำเสร็จแล้วจบ ต้องคอยอัปเดต แก้บั๊ก เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ ตลอดเวลา
  • ตามเทรนด์: เทคโนโลยีมันเปลี่ยนเร็วมาก ๆ ต้องคอยอัปเดตตัวเองตลอดเวลา ไม่งั้นตกยุค! AI มาแรงมาก ๆ ช่วงนี้ (2024)

หน้าที่หลัก ๆ ก็ประมาณนี้แหละ แต่ละที่ก็อาจจะมีรายละเอียดแตกต่างกันไป แล้วแต่โปรเจกต์ แล้วแต่บริษัท

เพิ่มเติม:

  • สถานที่ทำงาน: ส่วนใหญ่ทำงานในออฟฟิศ แต่ช่วงโควิด (2020-2022) ก็ work from home เยอะ
  • ทีม: ทำงานเป็นทีมสำคัญมาก ต้องคุยกับ UX/UI Designer, Backend Developer, Tester บลา ๆ ๆ
  • ความรู้สึก: ตอนทำเสร็จแล้วแอปมันทำงานได้ตามที่เราคิดไว้ โคตรภูมิใจ! แต่ตอนแก้บั๊กนี่ โคตรเครียด!
  • เทคโนโลยีที่ต้องรู้: Swift (iOS), Kotlin (Android), React Native, Flutter, REST APIs, JSON, Git (เยอะมาก!)

นักพัฒนาแอพพลิเคชั่น เรียนอะไร

นักพัฒนาแอปฯ เรียนอะไร? ถามงี้แม่งโง่ฉิบหาย

  • วิทย์คอม: พื้นฐานแน่นปึ้ก โค้ดดิ้งยันอัลกอริทึม
  • วิศวะคอม: เจาะลึกฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ อินทิเกรชั่น
  • ไอที: เน้นใช้งานจริง ปรับแต่งระบบ บริหารจัดการ

อยากเก่งจริง? อย่าเรียนตามคนอื่น ค้นหาตัวเองก่อนไอ้สัส

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ปีนี้ (2024): ตลาดเน้น React Native, Flutter, Swift/Kotlin
  • เคล็ดลับ: เรียนออนไลน์เพิ่ม, ทำโปรเจกต์จริง, อย่าขี้เกียจ
  • คำเตือน: อย่าโลกสวย คิดว่าเรียนจบแล้วรวยเลย ไอ้ควาย

Application Developer เรียนอะไรบ้าง

เรียนไรบ้างนะ App Dev?

  • วิทย์คอม: โค้ดดิ้งแหละ หลักๆ อัลกอริทึม, Data Structure บลาๆๆๆ (เรียนไปก็ลืม แต่คอนเซ็ปต์มันติดหัวนะ)
  • วิศวะคอม: อันนี้จะฮาร์ดแวร์ด้วยมั้ง? ไม่แน่ใจนะ แต่เพื่อนเรียนบอกว่ามีพวกดิจิทัลลอจิกด้วยอ่ะ
  • ซอฟต์แวร์: นี่ก็เน้นโค้ดดิ้ง + process การทำซอฟต์แวร์ทั้งวงจร (SDLC อะไรพวกนี้)

อยากเป็น App Dev ต้องไง?

  • เรียน: ตรงสายก็ดี แต่ไม่ตรงก็ได้นะ (เพื่อนจบอักษรยังมาทำได้เลย)

  • ฝึก: โค้ดเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

  • ทำโปรเจกต์: แอพง่ายๆ ก่อนก็ได้ (Calculator, To-Do List ไรงี้) ค่อยๆ ขยับไปยากขึ้น

  • เรียนรู้ตลอดเวลา: เทคโนโลยีมันเปลี่ยนทุกวัน!

  • พอร์ท: อันนี้สำคัญ โชว์ของที่เราทำได้!

สรุปสั้นๆ คือ เรียน ฝึกเยอะๆ ทำเยอะๆ เรียนรู้ตลอดเวลา พอร์ทดีๆ จบ!

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • สมัยนี้มีคอร์สออนไลน์เยอะแยะ Udemy, Coursera อะไรพวกนี้ ลองดูดิ
  • ภาษาโปรแกรมยอดฮิตตอนนี้ก็ Kotlin (Android), Swift (iOS), React Native (Cross-platform) แต่ก็แล้วแต่ความชอบนะ
  • อย่ากลัวที่จะถาม! ถาม Google, ถาม Stack Overflow ถามเพื่อน ถามอาจารย์ ถามใครก็ได้!

Ps.

  • อย่าเชื่อเรามาก เราก็แค่ App Dev คนนึงที่พิมพ์จากโทรศัพท์ ????
  • ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะ อาจจะไม่ถูกต้อง 100%
  • สู้ๆ! เป็น App Dev มันส์นะ! (ถึงจะหัวร้อนบ้างก็เถอะ)
  • ข้อมูลนี้อัปเดตล่าสุดปี 2024 นะ!

เขียนโปรแกรม ต้องเก่งวิชาอะไร

การเขียนโปรแกรมให้โปรนี่ ไม่ได้ผูกขาดแค่คณิตศาสตร์นะ ถึงแม้จะเป็น พระเอก ในเรื่องความเข้าใจ Algorithm แต่จริงๆ แล้วมันคือ "สหวิทยาการ" ชัดๆ เลย

  • ตรรกะ: ขาดไม่ได้ เพราะการเขียนโปรแกรมก็คือการสร้าง "เหตุและผล" ให้คอมพิวเตอร์ทำตาม
  • คณิตศาสตร์: เน้นๆ ไปที่พีชคณิต (Algebra) และสถิติ (Statistics) เพราะพวกนี้ช่วยให้เราจัดการข้อมูลและสร้างโมเดลได้ดีขึ้น (แต่ไม่ต้องถึงกับต้องจบด็อกเตอร์)
  • การแก้ปัญหา: สำคัญสุดๆ เพราะโปรแกรมเมอร์คือ นักแก้ปัญหา ตัวจริงเสียงจริง
  • วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์: ความรู้พื้นฐานพวก Data Structure, Algorithm, Operating System พวกนี้ต้องมีติดตัวไว้บ้าง
  • ภาษาอังกฤษ: อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะ เพราะ document ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ และมันคือ กุญแจ สู่โลกความรู้เลย
  • Soft Skills: การสื่อสาร, การทำงานเป็นทีม, และการปรับตัวก็สำคัญไม่แพ้กัน

จริงๆ แล้วการเขียนโปรแกรมมันเหมือนการเล่นดนตรี ต้องฝึกซ้อมบ่อยๆ ถึงจะเก่งขึ้นได้ และที่สำคัญคือ ต้องสนุกกับมัน ด้วย!

เกร็ดเล็กน้อย:

  • สมัยก่อนตอนผมเริ่มเขียนโปรแกรมใหม่ๆ ภาษาอังกฤษอ่อนแอมาก ต้องพึ่ง Google Translate เอาตัวรอดไปวันๆ แต่พอใช้ไปเรื่อยๆ ก็เริ่มชินและเก่งขึ้นเอง (อันนี้เรื่องจริง ไม่ได้โม้)
  • อย่ากลัวที่จะถาม! ถาม Google, ถามเพื่อน, ถาม Stack Overflow... ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด หรอก
  • ลองทำ Project เล็กๆ เองดู มันจะช่วยให้เราเข้าใจ Concept ต่างๆ ได้ดีขึ้นเยอะเลย
  • อย่าหยุดเรียนรู้! เทคโนโลยีมันเปลี่ยนเร็วมาก ถ้าเราไม่ update ตัวเอง เดี๋ยวก็ตกขบวน
  • สุดท้าย อย่าท้อแท้! การเขียนโปรแกรมมันต้องใช้เวลาและความอดทน แต่ถ้าเราพยายามมากพอ เราก็จะทำได้แน่นอน

นักพัฒนาแอพพลิเคชั่น ทำอะไรบ้าง

นักพัฒนาแอปพลิเคชันทำอะไร? งานนี้มันไม่ใช่แค่เขียนโค้ดนะ แต่คือการ สร้างโลก ดิจิทัลขึ้นมาเลย

  • แกะโจทย์: เริ่มจากคุยกับลูกค้า เก็บ requirement เหมือนนักสืบอ่ะ ต้องรู้ให้ลึกว่าเขาต้องการอะไรจริงๆ ดีไซน์หน้าตาแอปก็สำคัญ UX/UI ต้องปัง

  • วางแผนสร้าง: จากนั้นก็มาวางแผน ออกแบบระบบ เหมือนสถาปนิกสร้างบ้าน ต้องคิดโครงสร้างให้ดี จะใช้อะไรบ้าง

  • ลงมือสร้าง: ถึงเวลาเขียนโค้ดแล้ว ตรงนี้แหละคือหัวใจ ใช้ภาษาโปรแกรมมิ่งต่างๆ เนรมิตแอปขึ้นมา

  • ทดสอบ แก้ไข: สร้างเสร็จก็ต้องลองใช้จริง Test Test Test! เจอบั๊กก็ต้องแก้

  • ประเมินผล: ดูว่าทุกอย่างมันเวิร์คมั้ย มีอะไรต้องปรับปรุงอีกหรือเปล่า

งานนี้ต้องละเอียดรอบคอบ และต้องตามเทรนด์เทคโนโลยีตลอดเวลา เพราะโลกมันเปลี่ยนเร็วมากกก