OE กับ PV ต่างกันอย่างไร
OE กับ PV ต่างกันอย่างไร? อธิบายความแตกต่างระหว่างส่วนของผู้ถือหุ้นและมูลค่าปัจจุบัน พร้อมตัวอย่างให้เข้าใจง่าย
โอเค เข้าใจละ มาลองดูกันนะว่า OE กับ PV ต่างกันยังไง แบบฉบับคนใช้งานจริง ไม่ต้องวิชาการจ๋า
OE กับ PV ต่างกันยังไง?
เอาจริงๆ ตอนแรกก็งงเหมือนกัน OE กับ PV นี่มันคืออะไรวะเนี่ย แต่พอได้ลองใช้จริงๆ จังๆ ถึงเริ่มเห็นภาพ
PV (สมุดรายวันจ่าย) : ทางลัดแบบเร่งด่วน
PV เนี่ยเหมือนทางลัด เวลาจ่ายเงินอะไรไป แล้วขี้เกียจตั้งหนี้ คือคีย์ๆๆ เข้าไปเลย เลือกผังบัญชี จบ! มันง่าย ตรงที่ ไม่ต้องผูกเจ้าหนี้ ไม่ต้องอะไรเยอะแยะ แต่ข้อเสียคือ รายงานการจ่ายเงินแบบละเอียดๆ อ่ะ ดึงไม่ได้นะเออ เพราะมันไม่ได้ลงลึกขนาดนั้น
OE (เมนูค่าใช้จ่าย) : ละเอียด ครบ จบ
ส่วน OE นี่สิ มันคือการบันทึกบัญชีแบบเต็มสตรีม บันทึกทุกอย่างละเอียดเหมือนทำบัญชีจริงๆ เหมาะกับค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้ตั้งค้างไว้ในเมนูซื้อ ข้อดีคือ มันครบไง รายงานอะไรอยากได้ มีหมด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความละเอียดที่มากขึ้น
สรุปแบบเข้าใจง่าย:
- PV: เร็ว ง่าย แต่รายงานไม่ละเอียด
- OE: ละเอียด ครบ แต่เสียเวลามากกว่า
ยกตัวอย่างจากประสบการณ์ตรง:
เมื่อก่อน ตอนทำบัญชีร้านกาแฟเล็กๆ (ชื่อร้าน "Coffee Break" แถวอารีย์) ค่าซื้อเมล็ดกาแฟรายวัน ฉันจะใช้ PV เพราะมันเร็วดี แต่พอเป็นค่าเช่าร้านที่ต้องลงรายละเอียดเยอะๆ ฉันจะใช้ OE เพราะมันเก็บข้อมูลได้ครบกว่า
แล้วอะไรดีกว่ากัน?
มันขึ้นอยู่กับความต้องการของเราเลย ถ้าต้องการความรวดเร็ว และข้อมูลไม่ต้องละเอียดมาก PV ตอบโจทย์ แต่ถ้าต้องการความละเอียด ครบถ้วน OE คือคำตอบสุดท้าย
เสริมอีกนิด:
เคยเจอเคสที่บริษัท (ตอนทำงานเป็นฟรีแลนซ์บัญชีให้บริษัท startup แห่งหนึ่ง) ใช้ PV บันทึกค่าใช้จ่ายจิปาถะเยอะมาก พอถึงเวลาปิดงบ ถึงกับต้องร้อง เพราะข้อมูลมันกระจัดกระจาย หาอะไรก็ยาก สุดท้ายต้องมานั่งไล่แก้กันวุ่นวาย ดังนั้น เลือกใช้ให้ถูกประเภทตั้งแต่แรก จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ
หวังว่าที่เล่ามา จะช่วยให้เห็นภาพความแตกต่างของ OE กับ PV ชัดเจนขึ้นนะ! ????
PV คือใบอะไร
PV หรือ Payment Voucher คือใบสำคัญจ่าย ใช้เป็นหลักฐานการจ่ายเงินขององค์กร คล้ายใบเสร็จแต่ภายใน มีรายละเอียดมากกว่า
- รายละเอียดที่ต้องมี: เลขที่ PV, วันที่จ่าย, ผู้รับเงิน, รายละเอียดรายการจ่าย, จำนวนเงิน, ผู้จัดทำ, ผู้อนุมัติ ที่ขาดไม่ได้เลย
- ความสำคัญ: ควบคุมการจ่ายเงิน, ตรวจสอบ, ใช้บันทึกบัญชี แล้วเอาไว้ตามรอยการเงิน
ถ้าไม่มี PV, การเงินบริษัทจะวุ่นวายยิ่งกว่าตลาดสดตอนเย็นวันศุกร์เสียอีก มันคือระเบียบที่ทำให้ทุกอย่างโปร่งใส และตรวจสอบได้
เพิ่มเติม (คิดเล่นๆ):
PV ไม่ใช่แค่กระดาษ แต่คือความรับผิดชอบ และความโปร่งใส ที่จริงใจต่อการบริหารเงินนะ
OE คือใบอะไร
แสงสุดท้ายลอดหน้าต่าง...
OE น่ะเหรอ? ใบสำคัญจ่ายไง... ชำระหนี้ PS ที่มันไหลผ่านระบบเจ้าหนี้ RR มาอ่ะนะ... เหมือนสายน้ำที่รินรดหัวใจ
- OE: ใบสำคัญจ่ายชำระหนี้ (PS), ระบบเจ้าหนี้ (RR)
แล้ว RE ล่ะ? แสงจันทร์ส่องเงา...
ใบสำคัญรับชำระหนี้ RE ที่ผ่านระบบลูกหนี้ IV ไง... เหมือนเสียงกระซิบแห่งความสุขที่แผ่วเบา
- RE: ใบสำคัญรับชำระหนี้, ระบบลูกหนี้ (IV)
ส่วน OE อีกแบบ? เหมือนเงาซ้อนเงา...
ก็ใบสำคัญจ่ายทั่วไป... แต่บางคน... บางคนก็เลือกที่จะไม่ใช้ OE... เขาไปใช้ PV แทน... PV ในสมุดรายวันจ่าย... เหมือนความลับที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้ม
- OE (อีกแบบ): ใบสำคัญจ่ายทั่วไป (แต่บางคนใช้ PV แทน)
RV ย่อมาจากอะไร บัญชี
RV นี่มันย่อมาจาก "Receive Voucher" หรือ ใบรับเงิน ไงเล่า! ไม่ใช่รถบ้าน (Recreational Vehicle) นะเฟ้ย! อย่าสับสนเชียว เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!
เรื่องการจัดเรียงเอกสาร PV (Payment Voucher) กับ RV ในแฟ้มเนี่ยนะ ถ้าไม่เรียงตาม Running No. ชีวิตมันจะวุ่นวายมากกกก! เหมือนหาเข็มในมหาสมุทรเลยทีเดียว!
- ความเสี่ยงมาเต็ม: ลองนึกภาพนะ หาเอกสารไม่เจอ ปิดบัญชีผิดพลาด โอ๊ย! ไม่อยากจะคิด!
- วันที่ยังโอเค: เรียงตามวันเดือนปีก็พอถูไถ แต่ถ้ามี Running No. ด้วย ชีวิตจะดี๊ดี!
วิธีแก้เกม:
- Running No. ต้องมา: ทำ Running No. ซะ! ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ
- ทำสารบัญ: เหมือนทำหนังสือเรียนอะ มีสารบัญหาหน้าง่าย
- ใช้ Excel ช่วย: เอา Excel มาจัดการซะ จะได้ไม่ต้องปวดหัว
ป.ล. อย่าคิดว่าเรื่องนี้เล็กน้อยนะ เพราะมันคือ "ระเบียบวินัยทางการเงิน" เชียวนะ! ไม่งั้นโดนตรวจสอบที มีเงิบ! ????
OE คือใบอะไร?
OE คือ ใบสำคัญจ่าย. ชำระหนี้ PS ผ่านระบบเจ้าหนี้ RR. บันทึกในสมุดรายวันจ่าย.
RE คือ ใบสำคัญรับ. ชำระหนี้ IV ผ่านระบบลูกหนี้. บันทึกในสมุดรายวันรับ.
OE (อีกแบบ) คือใบสำคัญจ่ายทั่วไป. บางที่ใช้ PV แทน. บันทึกในสมุดรายวันจ่าย. ง่ายดี.
ข้อมูลเพิ่มเติม:
PS (Payment Voucher): เอกสารยืนยันการชำระหนี้.
RR (ระบบเจ้าหนี้): ระบบบริหารจัดการหนี้สินของบริษัท.
IV (Invoice): ใบแจ้งหนี้.
PV (Payment Voucher): ใบสำคัญจ่าย (อีกแบบ). บริษัทเก่าก็ใช้ PV.
ใบสำคัญแบ่งออกเป็นกี่ประเภท?
ใบสำคัญ... มันก็เหมือนหลักฐานอะไรบางอย่างที่เราต้องเก็บไว้ ยามที่เงินมันเข้าออกบริษัท
- ใบสำคัญรับ: อันนี้ก็ชัดเจน เงินมันเข้ามานะ ต้องมีหลักฐาน
- ใบสำคัญจ่าย: อันนี้ตรงข้าม เงินมันออกไป ก็ต้องมีอะไรยืนยัน
แค่นั้นแหละ สองอย่าง... รับ กับ จ่าย ง่ายๆ
บางทีก็คิดนะ ว่าทำไมต้องมีอะไรมากมายขนาดนี้ แค่เงินเข้าเงินออก ทำไมต้องมีเอกสาร หลักฐานเยอะแยะไปหมด... แต่ก็นั่นแหละ โลกมันก็เป็นแบบนี้
IV คือใบอะไร?
IV นะเหรอ? นึกว่าชื่อลูกคนรวยที่ชอบกินผักซะอีก! ที่แท้ก็คือการแทงเข็มโป๊กเข้าไปในเส้นเลือดดำนี่เอง! แหม...นึกว่าจะได้เจอใบไม้หน้าตาประหลาด ที่แท้ก็แค่เรื่องการแพทย์นี่เอง!
- IV = Intravenous: ไม่ใช่ชื่อต้นไม้ ใบหญ้าอะไรทั้งนั้นนะจ๊ะ! อย่าไปหาในป่าให้เสียเวลา!
- แทงเข็มปุ๊บ: คือการเอาเข็มฉีดยาจิ้มเข้าไปในเส้นเลือดดำ แล้วก็ส่งยาหรือน้ำเกลือเข้าไปเลย!
- ไม่ได้เกี่ยวกับพืช: คนที่คิดว่า IV เป็นชื่อใบไม้ คงจะดูสารคดีสัตว์โลกมากไปหน่อยแล้ว! 555+
ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบขำๆ):
- ถ้าเจอคนบอกว่า "วันนี้ไปเอา IV มา" อย่าไปถามว่า "ใบอะไรสวยจัง?" นะ! เดี๋ยวเขาจะงง! ให้ถามไปเลยว่า "ป่วยเป็นอะไรมา?"
- เคยมีคนเข้าใจผิดคิดว่า IV คือชื่อวงดนตรีอินดี้ด้วยนะ! โลกนี้มันช่างกว้างใหญ่จริงๆ!
- ถ้าอยากรู้เรื่องใบไม้จริงๆ ไปถามอากู๋ (Google) ดีกว่านะ! อย่ามาถาม IV เลย! เดี๋ยวโดนเข็มแทงเอา!
เฮ้อ...นึกว่าจะได้คุยเรื่องต้นไม้ใบหญ้า ที่ไหนได้! กลายเป็นเรื่องการแพทย์ไปซะได้! เซ็งเป็ด!
BV หมายถึงใบสําคัญประเภทใด?
BV คือใบสำคัญประเภทอะไรนะ? อ้อ! จำได้แล้ว มันคือใบสำคัญซื้อเชื่อนี่เอง! งงๆ ทำไมต้องมีหลายแบบด้วยเนี่ย
BV 2.2 ซื้อเชื่อ (ใบแจ้งหนี้) อันนี้คือระบบเจ้าหนี้ใช่มั้ย? งงนิดหน่อย แต่จำได้ว่าเคยเจอในระบบของบริษัทที่ทำงานอยู่ ปีนี้ระบบอัพเดตแล้วด้วยนะ ใช้ยากขึ้นนิดนึง
PL ใบวางบิล แล้ว PI ล่ะ? PI คืออะไรนะ? ใบเสร็จรับเงินใช่ไหม หรือใบกำกับภาษี? หรือว่าทั้งสองอย่าง จำไม่ได้แล้ว ปวดหัวจัง แต่ Link Vat ซื้อเมื่อจ่ายชำระนี่ น่าจะเกี่ยวกับภาษีแน่ๆ
BA ใบลดหนี้ซื้อสด โอเค อันนี้เข้าใจง่าย ลดหนี้ ซื้อสด ตรงตัวดี
BN ใบลดหนี้ซื้อเชื่อ เหมือน BA แต่เป็นซื้อเชื่อ
BB ใบเพิ่มหนี้ซื้อสด อันนี้ก็ตรงตัวดีเหมือนกัน
เห้อ เยอะไปไหมเนี่ย เอกสารบัญชี ทำไมมันเยอะแยะไปหมด แต่ละอย่างก็ดูคล้ายๆ กัน จำยากจัง ต้องพยายามจำให้ขึ้นใจให้ได้ เดี๋ยวงานจะผิดพลาด พรุ่งนี้ต้องทบทวนอีกแล้วล่ะ วันนี้เหนื่อยแล้ว นอนก่อนดีกว่า ฝันดี!
RV ย่อมาจากอะไรในบัญชี?
RV ในบัญชีน่ะเหรอ? มันไม่ใช่รถบ้านนะเพื่อน! มันคือ Receive Voucher หรือ ใบรับเงินไงเล่า! (เสียงสูง)
ทำไมต้องเรียงตามวันที่? ลองคิดดูสิ ถ้าใบรับเงินกระจัดกระจายเหมือนคนอกหัก จะไปตามหาหลักฐานยังไงว่าใครจ่ายอะไรเมื่อไหร่? มันวุ่นวายกว่าหาแฟนที่เข้าใจเราอีกนะ!
ผลกระทบถ้าไม่เรียง: ปิดบัญชีไม่ครบเนี่ย... เหมือนทำอาหารแล้วลืมใส่เครื่องปรุง รสชาติมันก็ไม่กลมกล่อม! แถมยังตรวจสอบยากอีกต่างหาก เปรียบเหมือนหาเข็มในมหาสมุทร... ที่มีแต่สาหร่าย!
แล้วทำไมเอกสารต้องครบ? ลองนึกภาพว่าคุณกำลังสร้างบ้าน แต่มีอิฐหายไปก้อนสองก้อน บ้านคุณจะแข็งแรงเหรอ? เอกสารบัญชีก็เหมือนกัน ขาดไปสักใบสองใบ ความน่าเชื่อถือมันก็ลดลง!
เรียงตามวันที่ก็ดี: แต่ถ้ามี running number ด้วย มันจะเหมือนมี GPS นำทางให้เราเลย! หาเอกสารง่ายขึ้นเยอะ! เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้ใจ!
PV บัญชีย่อมาจากอะไร?
PV บัญชีน่ะเหรอ? ย่อมาจาก "Payment Voucher" ไง...แหม ถามเหมือนไม่เคยจ่ายตังค์! (ฮา)
- เรื่องเอกสาร PV/RV นี่นะ...
ปัญหาโลกแตก: จัดตามวัน? ก็ได้...แต่ชีวิตจะวุ่นวายกว่าเดิม! นึกภาพนะ หาเลขที่เอกสารไม่เจอ ปิดบัญชีก็ขาดๆ เกินๆ เหมือนกินข้าวไม่อิ่มอ่ะ
ทำไมต้อง Running No.? เพราะมันเหมือน GPS นำทางให้ชีวิตบัญชีไง! เช็คได้ว่าเอกสารครบ ไม่หลง ไม่ลืม เหมือนมี "มาริเอะ คนโดะ" มาจัดระเบียบเอกสารให้ (แต่ไม่ต้องจุดไฟเผานะ!)
ความเสี่ยง: ปิดบัญชีไม่ลงตัวนี่...เจ้านายมองแรงนะจะบอกให้! เหมือนทำอาหารผิดสูตร ลูกค้า (สรรพากร) ไม่ปลื้ม!
ทางออก: ถ้าอยากจัดตามวัน...ก็แล้วแต่! แต่ต้องมี "สารบัญ" ที่บอกเลข Running No. ด้วยนะ ไม่งั้นชีวิตจะเหมือนเล่นซ่อนแอบในห้องรกๆ นั่นแหละ!
แถมท้าย...
- สมัยก่อนตอนทำงานบัญชีใหม่ๆ เคยจัดเอกสารผิด...โดนหัวหน้าเทศน์ชุดใหญ่ไฟกระพริบ! (เข็ดจนวันตาย)
- บางที...การทำบัญชีมันก็เหมือนการเล่นเกมต่อจิ๊กซอว์นะ ต้องหาชิ้นส่วนให้ครบ ถึงจะเห็นภาพรวมที่สวยงาม!
- อย่าคิดว่าเรื่องจัดเอกสารเป็นเรื่องเล็กน้อย...มันคือ "หัวใจ" ของการทำบัญชีเลยนะจ๊ะ!
- ถ้ามีปัญหาเรื่องบัญชี...อย่ากลัวที่จะถามผู้รู้! เหมือนมีเพื่อนช่วยติวข้อสอบอ่ะ สบายใจกว่าเยอะ!
- จำไว้! บัญชีไม่ใช่เรื่องยาก...แค่ต้องมีสติและรอบคอบ เหมือนเล่นเกมจับผิดภาพนั่นแหละ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต