Samsung Galaxy J7 Core ออกปีไหน
Samsung Galaxy J7 Core ออกปีไหน? เปิดตัวทางการปี 2017
การตรวจสอบว่า Samsung Galaxy J7 Core ออกปีไหน ช่วยให้ผู้ใช้งานประเมินอายุการใช้งานและความคุ้มค่าของอุปกรณ์ได้อย่างแม่นยำ. ข้อมูลระยะเวลาการวางจำหน่ายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกซื้อหรืออัปเกรดสมาร์ทโฟน. การเข้าใจรายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้เลือกใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับปัจจุบันและหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของระบบปฏิบัติการรุ่นเก่า.
Samsung Galaxy J7 Core เปิดตัวปีไหนและวางจำหน่ายในไทยเมื่อไหร่?
คำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับคำถามที่ว่า Samsung Galaxy J7 Core ออกปีไหน คือปี พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) โดยในประเทศไทยได้มีการประกาศเปิดตัวและเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 [1] เป็นต้นมา ซึ่งถือเป็นสมาร์ทโฟนที่เข้ามาบุกตลาดระดับกลางในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนั้นอย่างเต็มตัว
ในช่วงปี 2017 ตลาดสมาร์ทโฟนในไทยมีการแข่งขันที่ดุเดือดมาก โดยเฉพาะในกลุ่มราคาไม่เกิน 8,000 บาท การที่ซัมซุงส่งรุ่นนี้ลงมาด้วย Samsung J7 Core ราคาเปิดตัวเท่าไหร่ เพียง 7,290 บาท จึงสร้างแรงสั่นสะเทือนได้ไม่น้อย เพราะปกติแล้วหน้าจอแบบ Super AMOLED มักจะถูกสงวนไว้ให้เฉพาะรุ่นที่ราคาสูงกว่านี้ - และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ J Series กลายเป็นขวัญใจมหาชนในยุคนั้นทันที
หากย้อนกลับไปมองสถิติในขณะนั้น จะพบว่ายอดขายสมาร์ทโฟนในตระกูล J Series เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายซัมซุงทั้งหมดในประเทศไทยเพื่อให้ทราบว่า ซัมซุง J7 Core วางขายปีไหน ในช่วงปี 2560 เลยทีเดียว ความนิยมนี้ไม่ได้มาจากแค่ชื่อแบรนด์ แต่มาจากความคุ้มค่าที่ให้สเปกมาแบบพอดีคำสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
ทำไม Galaxy J7 Core ถึงเป็นที่นิยมอย่างมากในปี 2560?
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รุ่นนี้ครองใจผู้ใช้งานคือการผสมผสานระหว่างหน้าจอขนาดใหญ่และความไหลลื่นของชิปเซ็ต Exynos 7870 ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการประมวลผล น้อยครั้งนักที่เราจะเห็นมือถือในระดับราคานี้ที่สามารถเล่นแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่าง Line หรือ Facebook ได้โดยไม่มีอาการกระตุกให้เห็นบ่อยนักในช่วงเวลาที่แอปเหล่านั้นยังไม่กินทรัพยากรเท่าปัจจุบัน
ผมจำได้ว่าตอนที่ได้สัมผัสเครื่องนี้ครั้งแรก สิ่งที่ประทับใจที่สุดไม่ใช่ความแรง แต่เป็นสีสันของหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ที่มีความละเอียดระดับ HD แม้ตัวเลขความละเอียดอาจจะดูธรรมดา แต่สีดำที่ดำสนิทและสีสันที่สดใสทำให้การดู YouTube หรือเล่นเกมเศรษฐีในตอนนั้นเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก มันให้ความรู้สึกพรีเมียมเกินราคาค่าตัวไปไกล
นอกจากเรื่องหน้าจอแล้ว ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh ก็เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ผู้ใช้งานจริงยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าอึดเพียงพอสำหรับการใช้งานตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นโดยไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงก์ ในข้อมูลจาก Samsung Galaxy J7 Core รีวิว พบว่ามันสามารถรองรับการรับชมวิดีโอต่อเนื่องได้นานถึง 10-12 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของมือถือระดับเดียวกันในยุค 2017 ประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์
เจาะลึกสเปกที่เป็นตำนาน: คุ้มแค่ไหนกับราคา 7,290 บาท?
เพื่อให้เข้าใจว่าทำไม Samsung Galaxy J7 Core ถึงถูกเรียกว่าเป็นรุ่นคุ้มค่า เราต้องมาดูรายละเอียดของ สเปก Samsung Galaxy J7 Core ที่ซัมซุงยัดเข้ามาให้ในราคาที่เป็นมิตรนี้กันครับ
ชิปเซ็ตและประสิทธิภาพการทำงาน
หัวใจสำคัญคือ Exynos 7870 Octa-core 1.6 GHz ซึ่งผลิตด้วยสถาปัตยกรรม 14 นาโนเมตร ในช่วงที่ Samsung J7 Core เปิดตัวปีอะไร นั้น ชิปตัวนี้ถือว่าล้ำหน้ามากเพราะเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานเป็นหลัก แม้จะมี RAM เพียง 2 GB แต่ด้วยการปรับแต่งซอฟต์แวร์ของซัมซุง ทำให้การสลับแอปพื้นฐานทำได้ราบรื่นอย่างเหลือเชื่อ (ในยุคนั้นนะครับ)
กล้องถ่ายภาพ: ถ่ายสวยทั้งหน้าและหลัง
กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลพร้อมรูรับแสง f/1.9 ช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยทำได้ดีกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันอย่างชัดเจน ส่วนกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลก็มาพร้อมกับไฟแฟลช LED ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ถูกใจสายเซลฟี่เป็นอย่างมาก ทำให้การถ่ายรูปในที่มืดหรือกลางคืนไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป
พูดตรงๆ นะครับ (Lets be honest) การที่มีหน่วยความจำภายในเพียง 16 GB คือข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุดของ Samsung Galaxy J7 Core ออกปีไหน รุ่นนี้ ผมเคยใช้มันเป็นเครื่องหลักอยู่พักหนึ่งและพบว่าหลังจากลงแอปพื้นฐานไปเพียงไม่กี่แอป พื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งก็ถูกระบบกินไปหมดแล้ว ทางแก้เดียวคือต้องพึ่ง MicroSD Card ซึ่งรุ่นนี้รองรับสูงสุดถึง 256 GB - และเชื่อเถอะว่าเกือบทุกคนที่ใช้รุ่นนี้ต้องซื้อเมมเพิ่มแน่นอน
ความแตกต่างระหว่าง J7 Core, J7 Pro และ J5 Pro
ในปี 2560 ซัมซุงไม่ได้ปล่อยแค่ J7 Core รุ่นเดียว แต่ยังส่งพี่น้องร่วมซีรีส์ออกมาพร้อมกันเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคตามงบประมาณที่แตกต่างกัน
เปรียบเทียบตระกูล J Series รุ่นยอดนิยมปี 2017
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไม J7 Core ถึงเป็นรุ่นที่ถูกที่สุดในกลุ่ม เราต้องเปรียบเทียบกับรุ่นพี่ที่เปิดตัวพร้อมกันดังนี้Samsung Galaxy J7 Core
• 5.5 นิ้ว Super AMOLED (HD)
• ฝาหลังพลาสติก ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้
• RAM 2 GB / ROM 16 GB
• 7,290 บาท
Samsung Galaxy J7 Pro
• 5.5 นิ้ว Super AMOLED (Full HD)
• โลหะ Full Metal บอดี้ชิ้นเดียว
• RAM 3 GB / ROM 32 GB
• 10,900 บาท
Samsung Galaxy J5 Pro
• 5.2 นิ้ว Super AMOLED (HD)
• โลหะ Full Metal บอดี้ชิ้นเดียว
• RAM 2 GB / ROM 32 GB
• 9,900 บาท
J7 Core คือรุ่นที่เน้นความคุ้มค่าสูงสุดในเชิงประสิทธิภาพต่อราคา โดยตัดทอนวัสดุบอดี้จากโลหะเป็นพลาสติกและลดความจุภายในลงเพื่อทำราคาให้เข้าถึงง่ายที่สุด ในขณะที่สเปกหัวใจหลักอย่างหน้าจอและชิปเซ็ตยังคงใกล้เคียงกับรุ่นพี่ประสบการณ์ของพี่วิน: จากมือถือเครื่องหลักสู่เครื่องสำรองที่อึดทน
พี่วิน วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ ซื้อ J7 Core มาใช้งานตั้งแต่วันแรกที่วางขายในปี 2560 เขาต้องการมือถือที่หน้าจอชัดเพื่อดูแผนที่รับงานและแบตเตอรี่ต้องอยู่ได้นานพอที่จะไม่ต้องชาร์จระหว่างวันท่ามกลางแดดร้อน
ปัญหาแรกที่เจอคือเครื่องเริ่มช้าลงหลังจากใช้ไป 2 ปี เพราะเขาลงแอปส่งอาหารหลายเจ้าจน RAM 2 GB รับไม่ไหว พี่วินพยายามลบแคชและรีเซ็ตเครื่องบ่อยครั้งแต่ก็ยังทำงานได้ไม่ทันใจลูกค้าที่กดสั่ง
จุดเปลี่ยนคือเมื่อปีที่แล้วเขาตัดสินใจซื้อเครื่องใหม่ แต่ไม่ทิ้ง J7 Core เขาเปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่ (ซึ่งรุ่นนี้ถอดเปลี่ยนเองได้ง่ายมาก) และลบแอปทั้งหมดเหลือไว้เพียง YouTube และแอปวิทยุออนไลน์เท่านั้น
ปัจจุบัน J7 Core ของพี่วินยังทำงานได้ดีในฐานะเครื่องฟังเพลงและดูคลิปตอนพักเที่ยง แบตเตอรี่ที่เปลี่ยนใหม่ช่วยให้เขาใช้งานต่อเนื่องได้เกือบทั้งวัน และเขายังประทับใจที่หน้าจอ AMOLED ยังสดใสไม่มีอาการเบิร์นแม้จะผ่านไปกว่า 8 ปีแล้ว
คำถามในหัวข้อเดียวกัน
Samsung Galaxy J7 Core ยังใช้ Line หรือ YouTube ได้ไหมในตอนนี้?
ปัจจุบันยังสามารถใช้งาน YouTube ผ่านแอปได้ปกติ แต่สำหรับ Line อาจเริ่มมีอาการช้าเนื่องจาก RAM 2 GB ค่อนข้างจำกัดสำหรับแอปเวอร์ชันใหม่ๆ แนะนำให้หมั่นลบไฟล์ขยะและไม่เปิดหลายแอปพร้อมกันครับ
J7 Core กับ J7 Pro ต่างกันมากไหม?
ต่างกันที่วัสดุตัวเครื่องเป็นหลักครับ J7 Pro เป็นโลหะและมี RAM 3 GB พร้อมหน้าจอ Full HD ส่วน J7 Core เป็นพลาสติกและมีสเปกที่ต่ำกว่าเล็กน้อยเพื่อทำราคาให้ถูกกว่าประมาณ 3,600 บาท
สามารถอัปเดต Android เวอร์ชันล่าสุดได้ถึงไหน?
Samsung Galaxy J7 Core มาพร้อม Android 7.0 (Nougat) และได้รับการอัปเดตสูงสุดถึง Android 9.0 (Pie) ซึ่งถือว่าเป็นจุดสิ้นสุดการสนับสนุนซอฟต์แวร์หลักจากทางซัมซุงแล้ว
มุมมองโดยรวม
ปีที่เปิดตัวคือ 2560 (2017)วางจำหน่ายในไทยครั้งแรก 7 กรกฎาคม 2560 เป็นหนึ่งในรุ่นที่ขายดีที่สุดของซัมซุงในปีนั้น
ราคาเปิดตัวสุดคุ้ม 7,290 บาทเป็นสมาร์ทโฟนจอ Super AMOLED ที่ราคาถูกที่สุดรุ่นหนึ่งในขณะนั้น
จุดเด่นอยู่ที่ความอึดและจอสวยแบตเตอรี่ 3,000 mAh ที่ถอดเปลี่ยนได้เองและจอภาพสีสดใสคือเหตุผลที่หลายคนยังใช้งานอยู่จนถึงทุกวันนี้
ข้อจำกัดเรื่องพื้นที่เก็บข้อมูลROM 16 GB ค่อนข้างน้อยสำหรับการใช้งานในปัจจุบัน จำเป็นต้องติดตั้ง MicroSD Card เพิ่มเติมเสมอ
เชิงอรรถ
- [1] Mobile - Samsung Galaxy J7 Core เปิดตัวและวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 กรกฎาคม 2560
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต