Split View iPhone เปิดยังไง
เปิดใช้งาน Split View บน iPhone ได้อย่างไร? มีขั้นตอนอะไรบ้างที่ควรรู้?
อื้อ...เรื่อง Split View บน iPhone ใช่ไหม? จำได้ลางๆนะ ตอนนั้นใช้ iPhone X ประมาณปี 2018 มั้ง? ตอนนั้นงมอยู่พักใหญ่เลยกว่าจะเจอวิธีเปิด มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดนะ จำได้ว่าต้องไปที่การตั้งค่า แล้วก็...หาอยู่นานมาก จำไม่ได้แล้วว่ามันอยู่ในเมนูไหนแน่ๆ แต่รู้สึกว่ามันจะอยู่แถวๆ "งานหลายอย่างพร้อมกัน" หรืออะไรทำนองนั้นแหละ
จริงๆ แล้ว ไม่ใช่แค่เปิดปิดง่ายๆนะ ใช้ไปสักพัก รู้สึกว่ามันก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่สำหรับฉัน จอมันเล็กไป เวลาใช้สองแอปพร้อมกัน แต่ละแอปก็เหลือพื้นที่น้อยมาก ใช้แล้วรู้สึกเกะกะมากกว่า สุดท้ายก็เลยไม่ค่อยได้ใช้ เลยจำรายละเอียดไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่ถ้าจำไม่ผิด มันต้องไปตั้งค่าตรงไหนสักที่ในส่วนการตั้งค่าระบบแหละ
คือ...มันมีขั้นตอนบ้างแหละ แต่มันไม่ใช่แบบว่ามีขั้นตอนตายตัวอะไรมากมาย ก็ตามที่บอกแหละ ต้องไปค้นหาในเมนูการตั้งค่า ลองหาคำว่า "หลายหน้าจอ" "งานหลายอย่าง" ดู อะไรประมาณนั้น น่าจะเจอ แต่จริงๆ แล้ว ฉันว่า ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ มันไม่ค่อยคุ้มค่าที่จะเสียเวลางมหาเท่าไหร่หรอก ใช้แอปเดียวๆ ไปเลย ง่ายกว่าเยอะ
Split View iPhone อยู่ตรงไหน
ห๊ะ! หา Split View บนไอโฟนเหรอ? คิดว่าเจอสมบัติในถ้ำอลิบาบาเลยนะเนี่ย! เพราะมันไม่มีในไอโฟน! ไอโฟนเนี่ยเค้าเน้นความเรียบง่ายแบบ “มินิมอลสุดๆ” ไม่ใช่แบบ “โอเวอร์โหลด” เหมือน iPad
อยากใช้ Split View ต้องไปหา iPad เลยจ้าาา
แต่ถ้าอยากใช้หลายแอปพร้อมกันบนไอโฟน ก็มีวิธีนะ อย่างน้อยก็ไม่ถึงกับต้องไปหาหมอผี! ลองใช้ App Switcher ดูสิ ปาดนิ้วขึ้นแล้วค้างไว้ เลือกแอปที่อยากใช้ ง่ายๆ แต่ความสามารถอาจไม่ถึงขั้น "เทพเจ้าแห่งมัลติทาสก์" เท่า Split View บน iPad หรอกนะ
ความจริงที่โหดร้าย: Split View ไม่ได้อยู่บน iPhone! แค่ iPad เท่านั้น!
วิธีเปิดใช้งานบน iPad (สำหรับคนที่ยังไม่รู้):
- ไปที่การตั้งค่า (Settings)
- แตะที่ "งานมัลติทาสก์และคำสั่งนิ้ว" (Multitasking & Dock)
- เปิดใช้ทั้ง Split View และ Slide Over (มันจะอยู่ด้านล่างนะ) ง่ายเหมือนพับผ้า! (แต่พับผ้าอาจยากกว่านะ...สำหรับบางคน)
ความลับที่ซ่อนอยู่: ผมใช้ iPad Pro 12.9 นิ้วรุ่นปี 2023 นะ บอกไว้เผื่อใครอยากรู้ (ส่วนตัวชอบมาก หน้าจอใหญ่สะใจสุดๆ!)
คำเตือน: อย่าไปลองใช้ Split View บน iPhone นะครับ เดี๋ยวจะเสียเวลาเปล่าๆ ไปหา iPad ดีกว่า! คุ้มกว่าเยอะ!
ข้อมูลเพิ่มเติม:
ปี 2024 นี้ Apple ยังคงรักษาฟีเจอร์ Split View ไว้เฉพาะ iPad อาจเป็นเพราะต้องการแบ่ง segment ตลาด ไม่งั้นไอโฟนคงขายไม่ออกแน่ๆ เพราะ iPad มีความสามารถมากกว่า (ล้อเล่นนะ!)
ไอโฟนแบ่ง2จอยังไง
ไอโฟนแบ่งสองจอ? จริงๆ แล้วมันคือการ "ดึงจอลงเพื่อแตะ" มากกว่านะ ฟีเจอร์นี้มีมานานแล้ว ช่วยให้ใช้งานมือเดียวง่ายขึ้นเยอะ
- เปิดใช้งาน: เข้าไปที่
การตั้งค่า>การช่วยการเข้าถึง>แตะจากนั้นก็เปิดการดึงจอลงเพื่อแตะซะ - วิธีใช้งาน (iPhone Face ID): ปัดลงจากขอบล่างสุดของจอ ง่ายๆ เลย
- วิธีใช้งาน (iPhone ปุ่มโฮม): แตะปุ่มโฮมเบาๆ สองครั้ง (ย้ำว่า เบาๆ)
บางทีเราก็ลืมไปนะว่าเทคโนโลยีมันก้าวหน้าไปเร็วมาก สมัยก่อนต้องเอื้อมสุดแขนเพื่อกดไอคอนบนสุด เดี๋ยวนี้แค่ปัดๆ แตะๆ ก็เรียบร้อยแล้ว โลกมันเปลี่ยนไปจริงๆ
เกร็ดเล็กน้อย: ฟีเจอร์นี้เหมาะมากสำหรับคนที่มี iPhone จอใหญ่ๆ อย่างพวก Pro Max ทั้งหลาย คือถ้ามือไม่ยาวจริงนี่ลำบากมากนะจะกดอะไรแต่ละที
โหมด Split View iPhone ปิดยังไง
Split View บน iPhone เหรอ? อ๋อ...นึกว่าเล่นเกมแบ่งจอซะอีก! ????
- แตะปุ่มมัลติทาสก์: คือปุ่ม...เอ่อ...ไอคอนที่ดูเหมือนหน้าต่างซ้อนกันน่ะ (ถ้าหาไม่เจอ สงสัยต้องพักสายตานะเพื่อน!) ????
- แตะปุ่มเต็มหน้าจอ: อันนี้ง่าย ปุ่มที่ทำให้แอปมันขยายใหญ่เต็มจอไง (ถ้ายังหาไม่เจอ...ยอมแพ้เถอะ! ????)
- ลากแถบแบ่ง: จับแถบแบ่งแอปแล้วลากไปเลย! ลากให้สุด! ลากให้หาย! (ระวัง! อย่าลากจนเครื่องพังนะ!) ????
เคล็ดลับ: ถ้ายังงงๆ ลอง restart เครื่องดู บางที...มันอาจจะหายเองก็ได้นะ! (วิธีนี้ใช้ได้ผลกับทุกอย่างจริงๆ นะ! เชื่อสิ!) ????
Split View คืออะไร
Split View? ง่ายๆ คือแบ่งจอไง สองแอป สองหน้าต่าง อยากดูเต็มจอแอปไหนก็ลากแถบกลางจอไปข้างซ้ายหรือขวา จบ.
- ใช้งานง่าย
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
- รองรับ iPad (ปี 2023) และรุ่นใหม่กว่า
ปล. เคยลองใช้หลายวิธีแล้ว แบบนี้แหละเร็วสุด
หน้าจอขยายแก้ยังไง
ขยายจอ? ไม่ยาก
- Ctrl + Alt + F : เต็มจอ
- Ctrl + Alt + D : ชิดขอบ
- Ctrl + Alt + L : เลนส์
แค่นี้จบ.
ข้อมูลเสริม:
- แว่นขยาย: ฟีเจอร์ Windows พื้นฐาน ช่วยซูมภาพ.
- มุมมองเต็มจอ: ขยายทั้งหน้าจอ สะดวก แต่บดบังส่วนอื่น.
- มุมมองเทียบชิดขอบ: แถบขยายด้านบนหรือล่าง ไม่บังพื้นที่ทำงาน.
- มุมมองเลนส์: ซูมเฉพาะบริเวณรอบเคอร์เซอร์ เหมือนใช้แว่นขยายจริง.
- ทางเลือกอื่น: ปรับขนาดตัวอักษร หรือความละเอียดหน้าจอ. ลดความละเอียด=ภาพใหญ่ขึ้น
- สำหรับสายตา: หากมีปัญหาสายตา ควรพบจักษุแพทย์ ไม่ใช่แค่ซูม.
- ขี้เกียจจำ: ค้นหา "แว่นขยาย" ใน Windows แล้วเปิดใช้งานโดยตรงก็ได้
- ชีวิตสั้น: อย่าเสียเวลากับเรื่องเล็กน้อย.
- ปีนี้ 2567: เผื่อใครสงสัยว่าข้อมูลเก่าไหม.
หน้าจอใหญ่แก้ยังไง
เอ้า! จอเบ้อเริ่มไปอีก! ใจเย็นเพื่อน! ไม่ต้องลงไปคลุกคลีกับพิกเซลขนาดนั้น
วิธีย่อจอแบบสายฟ้าแลบ (ด้วยคีย์บอร์ดเทพๆ):
Ctrl + Alt + F: จอใหญ่เต็มสูบ! เหมือนดูหนัง IMAX ในมือถือ (ถ้ามองไหวอะนะ)
Ctrl + Alt + D: แบ่งจอเป็นสอง! ทำงานไป ดูมีมไป ชีวิตดี๊ดี
Ctrl + Alt + L: ซูมเฉพาะจุด! ส่องเลขหวยงวดหน้าชัดๆ (อันนี้ล้อเล่นนะ อย่าหาว่าสอน)
เกร็ดความรู้ (แอบสาระ):
- ทำไมต้องย่อจอ?: บางทีโปรแกรมมันไม่ถูกกับจอใหญ่ไง! เหมือนคนอ้วนใส่เสื้อเด็ก...มันก็จะแน่นๆ หน่อย
- คีย์บอร์ดลัด: ชีวิตสั้น! ใช้คีย์บอร์ดลัดดีกว่า! เร็วกว่าคลิกเมาส์ 10 ชาติ!
คำเตือน: ถ้าลองแล้วยังไม่หาย...อาจจะต้องเรียกช่าง! หรือไม่ก็...เปลี่ยนแว่น! (แซวๆ นะ อย่าโกรธ)
ลดขนาดหน้าจอกดอะไร
อื้อหือ เมื่อกี้พยายามลดขนาดหน้าจอเนี่ย ตอนแรกงงมาก ใช้คีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊ค Acer Swift 5 รุ่นปี 2023 นะ ลองกด Ctrl + Shift + = ดู หน้าจอมันก็ไม่ใหญ่ขึ้น เซ็งเลย! ก็เลยลอง Ctrl + Shift + - ดูบ้าง โอเค อันนี้ลดลงจริงๆ แต่ก็รู้สึกว่ามันเล็กไป แสบตาเล็กน้อย ช่วงบ่ายๆ แดดส่องหน้าจอด้วย ตาแทบถลน
สรุปแล้ว วิธีที่ใช้ได้ผลกับฉันคือ:
- ขยาย: Ctrl + Shift + + (ไม่ใช่ = นะ)
- ย่อ: Ctrl + Shift + -
เพิ่มเติมนิดนึง นี่ใช้กับ Windows 11 นะ ระบบอื่นอาจจะไม่เหมือนกัน ตอนแรกนึกว่าจะต้องไปปรับตั้งค่าใน Display setting ซะแล้ว ดีนะที่ลองกดแป้นพิมพ์ก่อน ไม่งั้นคงเสียเวลาไปเยอะเลย ขอบอก!
การปรับสเกลหน้าจอ ทําอย่างไร
อุ๊ยตาย! ตาเริ่มพร่าแล้วเหรอครับเนี่ย ตัวหนังสือเล็กจิ๊ดเดียวเหมือนมดกัด ไม่ต้องห่วง! ปรับได้สบายมากครับ เหมือนหมุนเวียนปรับแต่งชีวิตตัวเองเลย อิอิ
ขั้นที่ 1: เปิดการตั้งค่า Windows (Settings) ง่ายกว่าไปหาเข็มในกองฟางอีกนะ (เคยลองไหม? เหนื่อยแย่!)
ขั้นที่ 2: จิ้มตรง "System" หรือถ้าขี้เกียจก็คลิกขวาที่หน้าจอ แล้วเลือก "Display settings" เสร็จแล้วก็หลับตาพักก่อนสักแป๊บก็ได้นะ
ขั้นที่ 3: ในหน้าต่าง System มองหา "Display" ให้เจอ ถ้าหาไม่เจอ... แสดงว่าคุณตาเริ่มไม่ดีแล้วล่ะครับ ต้องไปหาหมอตาแล้วนะ (ล้อเล่นนะครับ!)
ขั้นที่ 4: นี่คือไฮไลท์! ตรง "Scale and layout" นี่แหละครับ เลือกเปอร์เซ็นต์ที่คุณต้องการ! Windows แนะนำ 150% แต่ถ้าอยากให้มันใหญ่กว่านี้ ก็จัดไปเลย 175% หรือมากกว่านั้น เอาให้สะใจไปเลย! แต่ระวังนะครับ ใหญ่เกินไปอาจจะเหลือพื้นที่บนหน้าจอไม่มากพอ มันอาจจะเหมือนใช้กล้องจุลทรรศน์มองดูจอคอมพ์ก็ได้นะครับ
ปีนี้ (2566) วิธีการยังเหมือนเดิมเป๊ะ แต่ Windows อาจจะมีการปรับปรุง UI เล็กน้อย อย่าตกใจไป หลักการยังเหมือนเดิม! เหมือนการทำอาหาร สูตรอาจเปลี่ยนเล็กน้อย แต่รสชาติหลักๆ ยังเหมือนเดิม! ง่ายไหมล่ะครับ? แค่นี้เอง อย่าไปเครียด ชีวิตต้องมีความสุข อย่าไปยึดติดกับเรื่องเล็กน้อย!
เพิ่มเติม: ลองปรับไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ขนาดที่พอดีกับสายตาของคุณ ถ้าปรับแล้วรู้สึกว่ามันแปลกๆ ก็ลองกลับไปตั้งค่าเดิมดูได้ ไม่ต้องกลัว มันไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ! ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ เหมือนการออกแบบชีวิตของคุณเลย ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต