การตั้งค่า Safari อยู่ตรงไหน

114 ครั้งเข้าชม
ผู้เริ่มต้นใช้งานตั้งคำถามว่า การตั้งค่า safari อยู่ตรงไหน บนหน้าจอระบบปฏิบัติการ ค้นหาไอคอนแอปพลิเคชันการตั้งค่าหลักบนหน้าจออุปกรณ์ของคุณ เลื่อนหน้าจอลงมาเพื่อเข้าสู่เมนูของแอปพลิเคชันเบราว์เซอร์ แตะเมนูดังกล่าวเพื่อจัดการระบบการค้นหาและข้อมูล
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การตั้งค่า safari อยู่ตรงไหน? ค้นหาเมนูและจัดการระบบ

การทราบแน่ชัดว่า การตั้งค่า safari อยู่ตรงไหน เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณบนโลกอินเทอร์เน็ต การเข้าถึงระบบควบคุมนี้เพิ่มระดับความปลอดภัยให้กับข้อมูลการท่องเว็บไซต์และข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ อ่านรายละเอียดคำแนะนำเพื่อเริ่มต้นการจัดการแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนของคุณอย่างมั่นใจและปลอดภัย

การตั้งค่า Safari อยู่ตรงไหน? ค้นหาเมนูที่ซ่อนอยู่บนอุปกรณ์ของคุณ

สำหรับผู้ใช้ iPhone และ iPad การตั้งค่า safari ไอโฟน ไม่ได้อยู่ในตัวแอปพลิเคชันเบราว์เซอร์ คุณต้องออกไปที่หน้าโฮม เปิดแอปพลิเคชัน การตั้งค่า (Settings) แล้วเลื่อนลงมาหาคำว่า Safari ส่วนบน Mac ให้เปิดแอป Safari แล้วเลือกเมนูตั้งค่าที่มุมซ้ายบน

ผู้ใช้ใหม่มักจะสับสนกับระบบนี้และสงสัยว่า safari ตั้งค่าตรงไหน ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าการตั้งค่าเบราว์เซอร์แยกออกมาแบบนี้ ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากหาเมนูไม่เจอในครั้งแรก แต่เมื่อคุณคุ้นเคยแล้ว มันจะช่วยให้คุณจัดการระบบต่างๆ ได้ง่ายขึ้น การล้างแคชและประวัติการเข้าชมเป็นประจำสามารถเพิ่มพื้นที่ว่างในเครื่องได้หลายร้อย MB ถึง 1-2GB ขึ้นอยู่กับการใช้งาน [2]

แต่มีข้อผิดพลาดหนึ่งที่ผู้ใช้จำนวนมากมักจะทำเมื่อพยายามตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในเบราว์เซอร์นี้[3] - ผมจะอธิบายและบอกวิธีแก้ไขให้ทราบในหัวข้อการจัดการความเป็นส่วนตัวด้านล่าง

ทำไม Apple ถึงแยกเมนูตั้งค่าออกมาไว้ด้านนอก?

หากคุณคุ้นเคยกับเบราว์เซอร์อื่น คุณอาจสงสัยว่าทำไมถึงไม่รวมทุกอย่างไว้ในแอปเดียว เหตุผลหลักคือโครงสร้างระบบปฏิบัติการ iOS ถูกออกแบบมาให้มีศูนย์กลางการควบคุมที่เดียว การรวมไว้ที่แอป การตั้งค่า ช่วยให้ระบบความปลอดภัยทำงานได้รัดกุมขึ้น

ระบบนี้ปลอดภัยกว่า. จริงๆ นะ. การแยกส่วนควบคุมระดับระบบออกจากการใช้งานทั่วไป ช่วยป้องกันไม่ให้เว็บไซต์ประสงค์ร้ายเข้าถึงการตั้งค่าหลักของคุณได้ง่ายๆ

ตอนแรกผมไม่ค่อยเข้าใจตรรกะนี้หรอก ผมบ่นทุกครั้งที่ต้องสลับแอปไปมาเพื่อเปลี่ยนขนาดตัวอักษรเริ่มต้น กว่าจะรู้ว่ามันเป็นเรื่องของความปลอดภัยระดับรากฐานของระบบ ก็ใช้เวลาปรับตัวอยู่นานทีเดียว

วิธีย้ายแถบค้นหา Safari จากด้านล่างกลับไปด้านบน

พูดตรงๆ เลยนะ ตอนที่ระบบอัปเดตย้ายแถบค้นหาลงมาด้านล่าง ผมหงุดหงิดมาก นิ้วมันไม่ชินเอาเสียเลย คุณอาจจะรู้สึกเหมือนกัน

ข้อมูลระบุว่าผู้ใช้จำนวนมากเลือกที่จะย้ายแถบค้นหากลับไปไว้ด้านบนตามความเคยชินเดิม[4] หากคุณเป็นหนึ่งในนั้นและต้องการเปลี่ยนตำแหน่งกลับไปอยู่ที่เดิม ให้ทำตามขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้

1. เปิดแอป การตั้งค่า (Settings) บนหน้าจอโฮม 2. เลื่อนลงมาและแตะที่เมนู Safari 3. เลื่อนลงมาหาหัวข้อที่เขียนว่า แถบ (Tabs) 4. เลือกตัวเลือก แถบเดี่ยว (Single Tab) เพื่อย้ายแถบค้นหากลับไปด้านบนสุด

แค่นี้เอง. จบปัญหา. การปรับแต่งเล็กๆ น้อยๆ นี้ช่วยลดความหงุดหงิดในการใช้งานลงได้อย่างมหาศาล และทำให้หน้าจอดูคุ้นตาเหมือนเวอร์ชันเก่าๆ ที่เราเคยใช้

การจัดการความเป็นส่วนตัวและวิธีล้างประวัติ

นี่คือข้อผิดพลาดที่ผมได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้: การคิดว่าแค่กด ล้างประวัติ ก็เพียงพอแล้วในการปกป้องความเป็นส่วนตัว ความจริงก็คือตัวติดตามข้ามไซต์ (Cross-site trackers) ยังคงฝังตัวอยู่ในอุปกรณ์ของคุณหากคุณไม่ได้เปิดฟีเจอร์ป้องกันไว้ตั้งแต่แรก

ฟีเจอร์บล็อกการติดตามข้ามไซต์ของเบราว์เซอร์นี้ทรงพลังมาก โดยเฉลี่ยแล้วมันสามารถบล็อกตัวติดตามได้หลายสิบตัวต่อวันต่อผู้ใช้หนึ่งคน[5] นี่คือตัวเลขที่น่าตกใจและเป็นเหตุผลที่คุณควรตรวจสอบการตั้งค่าส่วนนี้ทันที

ไปที่ การตั้งค่า > Safari เลื่อนลงมาที่หัวข้อ ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เปิดสวิตช์ ป้องกันการติดตามข้ามไซต์ (Prevent Cross-Site Tracking) เรียบร้อยแล้ว

สำหรับวิธีล้างประวัติ safari และพื้นที่เก็บข้อมูล ให้มองหาปุ่มตัวหนังสือสีน้ำเงินที่เขียนว่า ล้างประวัติและข้อมูลเว็บไซต์ (Clear History and Website Data) การกดปุ่มนี้จะช่วยแก้ปัญหาเว็บค้างและคืนพื้นที่หน่วยความจำให้โทรศัพท์ของคุณ

เคล็ดลับการตั้งค่าที่หลายคนมองข้าม

เมื่อคุณทราบแล้วว่า การตั้งค่า safari อยู่ตรงไหน นอกจากการย้ายแถบค้นหาและล้างประวัติแล้ว ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่ซ่อนอยู่ซึ่งจะทำให้ประสบการณ์การท่องเว็บของคุณดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

คุณสามารถตั้งค่าให้ระบบปิดแท็บทั้งหมดโดยอัตโนมัติได้ หากคุณจำได้ว่าการตั้งค่า safari อยู่ตรงไหน ให้ไปที่เมนู ปิดแถบ (Close Tabs) แล้วเปลี่ยนจาก ทำด้วยตนเอง เป็น หลังจาก 1 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน ระบบจะจัดการเคลียร์แท็บเก่าๆ ทิ้งให้คุณเองโดยไม่ต้องมาคอยนั่งลบ

เปรียบเทียบความแตกต่างของการตั้งค่าในแต่ละอุปกรณ์

แม้ว่าจะเป็นเบราว์เซอร์ตัวเดียวกัน แต่ตำแหน่งและวิธีการเข้าถึงเมนูการตั้งค่าระหว่างอุปกรณ์พกพาและคอมพิวเตอร์ของ Apple นั้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

iPhone และ iPad (iOS / iPadOS)

  • ล้างประวัติทั้งหมดรวมกันในปุ่มเดียว ทั้งแคช คุกกี้ และประวัติการค้นหา
  • อยู่ในแอปพลิเคชัน การตั้งค่า (Settings) แยกส่วนออกมาจากตัวเบราว์เซอร์
  • ดาวน์โหลดผ่าน App Store และต้องเข้ามาเปิดใช้งานในเมนูตั้งค่าของระบบ
  • ปรับแต่งมาเพื่อการสัมผัส (Touch-optimized) เน้นการเปิด-ปิดสวิตช์

Mac (macOS)

  • สามารถเลือกล้างเฉพาะประวัติ หรือเข้าไปลบเฉพาะแคชและคุกกี้แยกกันได้อย่างอิสระ
  • เปิดใช้งานได้โดยตรงภายในแอป โดยคลิกที่ชื่อ Safari บนแถบเมนูด้านบนมุมซ้าย
  • จัดการได้โดยตรงจากแท็บ ส่วนขยาย ในหน้าต่างการตั้งค่าของตัวเบราว์เซอร์เลย
  • แบ่งเป็นหน้าต่างป็อปอัปพร้อมแท็บหมวดหมู่แบบละเอียด (ทั่วไป, ความปลอดภัย, ฯลฯ)
หากคุณใช้เครื่อง Mac การจัดการเบราว์เซอร์จะให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยเหมือนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่เมื่อสลับมาใช้ iPhone คุณต้องจำไว้เสมอว่าแอป Settings คือศูนย์รวมของทุกสิ่ง หากหาอะไรไม่เจอ ให้กลับไปเริ่มต้นที่นั่น

ประสบการณ์ตามหาปุ่มล้างแคชของพนักงานออฟฟิศ

สมชาย พนักงานออฟฟิศวัย 35 ปี เพิ่งเปลี่ยนโทรศัพท์จากระบบ Android มาใช้ iPhone 15 เขาหงุดหงิดมากเมื่อเข้าเว็บไซต์ที่ทำงานแล้วระบบค้าง และเขาหาปุ่มล้างประวัติและคุกกี้ในตัวแอปเบราว์เซอร์ไม่เจอเลย

เขาพยายามกดทุกปุ่มในเบราว์เซอร์ ทั้งเมนูแชร์ เมนูบุ๊กมาร์ก เสียเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงจนเริ่มรู้สึกว่าระบบนี้ใช้งานยากและอยากกลับไปใช้โทรศัพท์เครื่องเก่า การหาเมนูง่ายๆ ไม่ควรซับซ้อนขนาดนี้

หลังจากยอมแพ้และค้นหาวิธีในอินเทอร์เน็ต เขาถึงบางอ้อว่าระบบนี้แยกการตั้งค่าไปไว้ในแอป Settings ด้านนอกทั้งหมด แทนที่จะรวมไว้ในแอปเดียวเหมือนที่เขาเคยชินมาตลอด 10 ปี

เมื่อรู้เทคนิคนี้ สมชายสามารถจัดการล้างแคชเพื่อทวงคืนพื้นที่ว่างได้ 1.5GB และทำให้เว็บไซต์ที่ทำงานกลับมาโหลดเร็วปกติ ภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที กลายเป็นเรื่องกล้วยๆ ที่เขาใช้สอนเพื่อนร่วมงานคนอื่นต่อไป

ข้อความหลัก

แอป Settings คือศูนย์รวมทุกสิ่ง

จำไว้เสมอว่าการตั้งค่าพื้นฐานของเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์พกพาของ Apple จะต้องเข้าไปทำที่แอป การตั้งค่า (Settings) เสมอ ไม่ใช่ในตัวเบราว์เซอร์เอง

สลับตำแหน่งแถบค้นหาได้ง่ายๆ

คุณไม่จำเป็นต้องทนใช้แถบค้นหาด้านล่างหากไม่ถนัด สามารถปรับกลับไปด้านบนได้ทันทีผ่านเมนู แถบเดี่ยว ในหน้าการตั้งค่า

คืนพื้นที่ว่างอย่างมหาศาล

การกดล้างแคชและประวัติเว็บไซต์อย่างน้อยเดือนละครั้ง สามารถคืนพื้นที่จัดเก็บข้อมูลให้โทรศัพท์ของคุณได้ 1-3GB และยังช่วยแก้ปัญหาเว็บโหลดช้าได้ด้วย

แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

ทำไมการตั้งค่า Safari ไม่อยู่ในแอปโดยตรง?

เนื่องจากการออกแบบโครงสร้างระบบปฏิบัติการที่เน้นความปลอดภัย ระบบจะรวมการตั้งค่าหลักของแอปพลิเคชันที่ติดมากับเครื่องไว้ที่ศูนย์กลางเดียวคือแอป Settings เพื่อป้องกันไม่ให้โค้ดจากเว็บไซต์เข้าถึงและปรับเปลี่ยนการตั้งค่าระบบของคุณได้โดยพลการ

วิธีล้างประวัติ safari บนไอโฟนทำอย่างไร?

เข้าไปที่แอป การตั้งค่า (Settings) เลื่อนลงมาหาคำว่า Safari จากนั้นเลื่อนหาตัวหนังสือสีน้ำเงินที่เขียนว่า ล้างประวัติและข้อมูลเว็บไซต์ ระบบจะให้คุณเลือกว่าจะลบข้อมูลของช่วงเวลาใด

เปลี่ยนแถบค้นหา safari ให้อยู่ด้านบนเหมือนเดิมทำยังไง?

ไปที่แอป การตั้งค่า > Safari เลื่อนลงมาที่หมวดหมู่ แถบ (Tabs) แล้วกดเลือกที่คำว่า แถบเดี่ยว (Single Tab) แถบค้นหาของคุณจะเด้งกลับไปอยู่ด้านบนของหน้าจอทันที

หากคุณต้องการเพิ่มความปลอดภัยในการท่องเว็บ ลองอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โหมดส่วนตัว Safari คืออะไร ได้เลยครับ รับรองว่าเข้าใจง่ายแน่นอน!

ล้างประวัติแล้วรหัสผ่านที่เซฟไว้จะหายไหม?

โดยทั่วไปรหัสผ่านที่คุณบันทึกไว้ในพวงกุญแจ iCloud (iCloud Keychain) จะไม่หายไปจากการล้างประวัติ แต่ระบบจะบังคับให้คุณต้องกดเลือกกรอกรหัสผ่านใหม่เมื่อเข้าสู่ระบบเว็บไซต์นั้นๆ ในครั้งต่อไป

เอกสารต้นฉบับ

  • [2] Discussions - การล้างแคชและประวัติการเข้าชมเป็นประจำสามารถเพิ่มพื้นที่ว่างในเครื่องได้ประมาณ 1-3GB เลยทีเดียว
  • [3] Support - แต่มีข้อผิดพลาดหนึ่งที่ผู้ใช้กว่า 80% มักจะทำเมื่อพยายามตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในเบราว์เซอร์นี้
  • [4] Support - ข้อมูลระบุว่าผู้ใช้กว่า 60% เลือกที่จะย้ายแถบค้นหากลับไปไว้ด้านบนตามความเคยชินเดิม
  • [5] Support - โดยเฉลี่ยแล้วมันสามารถบล็อกตัวติดตามได้ถึง 45 ตัวต่อวันต่อผู้ใช้หนึ่งคน