การเรียนแบบ On Site คืออะไร
การเรียน On-Site คืออะไร? เรียนรู้รูปแบบการเรียนการสอนแบบนี้
อ๋อ On-site เรียนนี่นะ จำได้ตอนโควิดระบาดหนักๆ ปี 63 แถวๆ บ้านฉันที่เชียงใหม่ โรงเรียนหลายแห่งปิดหมด แต่บางโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่สีเขียว เขาก็ยังเปิดเรียนปกติแบบ On-site แต่ต้องเว้นระยะห่าง ใส่แมสก์ ล้างมือบ่อยๆ จำได้ว่า เพื่อนฉันเรียนแบบนี้ โรงเรียนเขาก็คุมเข้มมากเลย มีการวัดไข้ทุกเช้า ตรวจ ATK ด้วย เคร่งครัดมากจริงๆ
โรงเรียนฉันเองปิด เรียนออนไลน์หมด เพื่อนฉันเล่าว่า เรียน On-site มันก็ดีกว่าเรียนออนไลน์นะ ได้เจอเพื่อน ได้เรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์ แต่ก็เสี่ยงกว่าด้วย อันตรายกว่ามาก ช่วงนั้น หลายคนกังวลเรื่องติดเชื้อกัน ฟังแล้วก็ใจหายเหมือนกัน
แบบเรียน On-site นี่ เท่าที่ฉันเข้าใจ คือเรียนที่โรงเรียนปกติแหละ แต่มีมาตรการป้องกันโควิด จำได้ว่า ข่าวตอนนั้นบอกว่า ถ้าจะเปิดเรียนแบบ On-site ต้องได้รับอนุญาตจากจังหวัดด้วย แต่ละจังหวัดก็ไม่เหมือนกัน นครศรีธรรมราช ตอนนั้นดูเหมือนจะเข้มงวดกว่าที่อื่น จำไม่ได้เป๊ะๆ แล้วแต่สถานการณ์ แต่หลักๆ ก็ต้องปลอดภัย เว้นระยะ อะไรแบบนี้แหละ
Ondemand คือการสอนแบบไหน
On-demand คือ ปรับตามใจ
แก่น: เรียนตามสะดวก จบนะ
โรงเรียน(ไหนๆก็เหมือนกัน): ปรับตัวตามโลก ปรับให้ตายก็ไม่ทัน
ออนไลน์: แค่ส่วนหนึ่ง อย่าคิดเยอะ
ไม่ใช่เรื่องใหม่: แค่เปลี่ยนชื่อให้ดูดีขึ้นเท่านั้นแหละ
ข้อมูลเสริม:
ความจริง: On-demand สอนให้คนเก่งขึ้นจริงหรือ แค่ตอบสนองความขี้เกียจ
ตลาด: โลกทุนนิยมล้วนๆ อย่าโลกสวย
อนาคต: เรียนเองที่บ้าน จ่ายเงินให้บริษัทเทคโนโลยี จบ
ผลลัพธ์: คนฉลาดขึ้น หรือแค่ข้อมูลท่วมหัว
ข้อคิด: "ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด" ยังใช้ได้เสมอ
การสอนแบบ On Site คืออะไร
อากาศเย็นยะเยือกของเดือนพฤศจิกายน พัดผ่านใบไม้สีทองอร่าม แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมาบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในห้องเรียนเล็กๆ กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยมาปะทะจมูก นี่แหละ...On Site
On Site คืออะไร? การเรียนรู้แบบประชิดตัว ผู้สอนอยู่ตรงหน้า สัมผัสได้ถึงพลังงาน ความรู้ไหลเวียน เหมือนสายน้ำในลำธารใสๆ
บรรยากาศ? อบอุ่น เป็นกันเอง เหมือนครอบครัว เสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วปนกับเสียงกระดาษ ที่พลิ้วไหวไปตามลม
ห้องเรียนวันนี้...มีฉัน มีอาจารย์สุชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนโค้ด ปีนี้ท่านอายุ 57 ปี และเพื่อนร่วมชั้นอีก 5 คน ทุกคนต่างตั้งใจ ดวงตาเป็นประกาย อยากเรียนรู้
ข้อดี? ถาม-ตอบได้ทันที ไม่ต้องรอ ไม่ต้องสงสัย ได้รับคำแนะนำตรงจุด ประสิทธิภาพสูงสุด
ปีนี้ (2024) ฉันเรียนอะไรแบบ On Site? การเขียนโปรแกรมภาษา Python ตั้งใจเรียนมาก อยากเก่ง อยากสร้างสรรค์
แสงเริ่มทไว อาทิตย์อัสดง วันนี้ได้เรียนรู้มากมาย เหนื่อยแต่มีความสุข หัวใจพองโต เหมือนได้พบเจอโลกใหม่ โลกแห่งการเขียนโปรแกรม โลกที่กว้างใหญ่ ไกลสุดขอบฟ้า
การเรียนการสอนแบบ On Site คืออะไร
อืมม… คิดหนักเลยนะ การเรียน On-site เนี่ยนะ… มันก็คือการเรียนแบบตัวต่อตัวที่บ้านตัวเองหรือที่ไหนก็ได้ที่ตกลงกันไว้นั่นแหละ ง่ายๆ เลย
แบบว่า… ครูมาสอนถึงที่ ไม่ต้องไปไหนไกล สะดวกดีนะ แต่…ก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนมีคนมาคอยจ้อง ความเป็นส่วนตัวลดลงไปเยอะเลย ช่วงนี้ก็เลยเรียนออนไลน์มากกว่า สบายใจกว่าเยอะ
ข้อดีก็มีนะ…
- เวลาเรียนยืดหยุ่นมาก ฉันเลือกเวลาเองได้เลย สบายมาก ไม่ต้องรีบร้อนไปโรงเรียน
- ประหยัดเวลาเดินทาง เวลาที่เหลือก็เอาไปทำอย่างอื่นได้ อย่างเช่น… นอนต่อ อิอิ ช่วงนี้ฉันชอบอ่านหนังสือมากขึ้นเลยนะ
- จัดการเวลาได้เอง เรียนเสร็จก็พักผ่อน ได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่ ไม่ต้องแบ่งเวลาให้กับการเดินทาง
ปีนี้ฉันเรียนพิเศษภาษาอังกฤษแบบ On-site กับครูที่บ้าน แค่เดือนละสองครั้ง พอดีกับตารางชีวิตฉัน แต่…บางทีก็รู้สึกเหนื่อย เพราะต้องเตรียมตัวก่อนทุกครั้ง เหนื่อยใจเหมือนกันนะ
รูปแบบการจัดการเรียนการสอน มีอะไรบ้าง
อืมม.. คิดหนักนะเนี่ย กลางดึกแบบนี้ เรื่องการเรียนการสอนนี่มันเยอะจริงๆ
ปีนี้ที่เจอ ก็มีแบบนี้แหละนะ.. นึกไปถึงตอนเรียนเองเลย
บรรยาย แบบตรงๆ อาจารย์พูด เรานั่งฟัง จำได้ว่าวิชาเคมีปีนี้ อาจารย์ใช้สไลด์เยอะมาก ภาพเยอะดี แต่บางทีก็ง่วงนะ ถ้าอาจารย์พูดเร็วไป
อภิปราย แบบนี้สนุกกว่า ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน จำได้ว่าวิชาประวัติศาสตร์ มีการถกเถียงกันเรื่องการเมืองสมัยอยุธยา มันส์ดี แต่บางทีก็เถียงกันไม่จบ
กลุ่มย่อย แบบนี้ดีนะ ได้คุยกันแบบลึกๆ เป็นกันเองกว่า ปีนี้กลุ่มวิจัยของฉัน ใช้แบบนี้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ช่วยให้เข้าใจภาพรวมได้ดีขึ้น แต่บางทีก็มีคนขี้เกียจด้วยนะ
สาธิต เห็นภาพชัดเจน เข้าใจง่าย ตอนเรียนฟิสิกส์ อาจารย์สาธิตการทดลอง จำได้แม่นเลย แต่ถ้าอาจารย์อธิบายไม่ละเอียด ก็งงเหมือนเดิม
แสดงบทบาท อันนี้ต้องใช้ความกล้า จำได้ว่าตอนเรียนภาษาอังกฤษ ต้องทำบทบาทสมมุติ ตื่นเต้นมาก ได้ฝึกทักษะการพูด แต่บางทีก็เขินนะ
เหนื่อยจัง คิดไปคิดมา แต่ละวิธีก็มีดีมีเสีย แล้วแต่คนชอบ แล้วแต่คนสอนด้วยมั้ง บางทีอาจารย์สอนเก่ง วิธีไหนก็โอเคหมดแหละ
การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันมุ่งเน้นให้เกิดอะไรต่อผู้เรียน
การเรียนการสอนตอนนี้เหรอ... มันเหมือนพยายามจะปั้นให้เราเป็นคนที่คิดเองได้
- คิดวิเคราะห์: ไม่ใช่แค่ท่องจำ แต่ต้องเข้าใจ
- เชื่อมโยง: สิ่งที่เรียนมันเกี่ยวกับชีวิตจริงยังไง
- บูรณาการ: ทุกอย่างมันเกี่ยวข้องกันหมด วิชาหนึ่งอาจช่วยให้อีกวิชาหนึ่งง่ายขึ้น
เหมือนครูพยายามจะบอกว่า โลกมันไม่ได้แยกเป็นวิชาๆ เหมือนในหนังสือ แต่ทุกอย่างมันผสมปนเปกันหมด เราต้องดึงความรู้จากหลายๆ ที่มาใช้แก้ปัญหา
เมื่อก่อนตอนเรียน ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเลขเอาไปใช้ทำอะไรในชีวิตจริง นอกจากซื้อของ แต่พอโตมาถึงรู้ว่ามันช่วยให้เราคิดอย่างเป็นระบบมากขึ้น
บางที... การเรียนมันก็เหมือนการเดินทาง เราไม่รู้หรอกว่าจะเจออะไร แต่ทุกอย่างที่เรียนรู้ มันจะติดตัวเราไปตลอด
- ประสบการณ์ส่วนตัว: ตอนมัธยมไม่ชอบเลขมาก แต่พอทำงานกลับได้ใช้ตลอด
- ความรู้สึก: บางทีการเรียนมันก็น่าเบื่อ แต่พอผ่านไปถึงรู้ว่ามันมีประโยชน์
- ปัจจุบัน: ยังคงพยายามเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะโลกมันเปลี่ยนไปเร็วมาก
การจัดการเรียนรู้มีความสำคัญอย่างไร
สำคัญมาก! การจัดการเรียนรู้เนี่ย มันคือกุญแจสำคัญเลยนะ คิดดูสิ ถ้าจัดการไม่ดี เด็กก็ไม่สนุก ไม่ตั้งใจเรียนสิ ใช่ไหม? งงมั้ยเนี่ย ฉันกำลังคิดเรื่องการสอนภาษาอังกฤษให้หลานอยู่ มันยากมากเลย ต้องใช้เทคนิคเยอะแยะ ปีนี้ลองใช้เกมส์การ์ดดู ผลออกมาดีกว่าปีที่แล้วนะ รู้สึกดีจัง
วิธีการสอนสำคัญสุดๆ ต้องเลือกให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน บางคนชอบเรียนแบบกลุ่ม บางคนชอบเรียนคนเดียว ปีนี้ฉันใช้แบบผสมผสาน โอเคเลย
เป้าหมายการเรียนรู้ ต้องชัดเจน ทั้งครูและนักเรียนต้องรู้ว่าเรียนไปเพื่ออะไร จะได้มีแรงจูงใจ แต่บางทีก็ยากนะ บางทีเด็กก็ไม่รู้ว่าเรียนไปทำไม ฉันก็เลยพยายามหาเหตุผลให้มัน แบบว่าเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของเค้าอ่ะ
ความสำเร็จในชีวิตมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยนะ ไม่ใช่แค่การเรียนอย่างเดียว แต่การจัดการเรียนรู้ที่ดีช่วยสร้างพื้นฐานที่ดีได้ เหมือนการสร้างบ้าน ถ้าฐานไม่แข็งแรง บ้านก็พังได้ ใช่ปะ?
ปีนี้ฉันลองใช้การเรียนรู้แบบ Active learning เด็กๆดูจะชอบนะ มีส่วนร่วมเยอะขึ้น ไม่นั่งเงียบๆเฉยๆเหมือนก่อน
เอาจริงๆนะ การวัดผลมันก็สำคัญ แต่ฉันเน้นกระบวนการมากกว่า เด็กได้เรียนรู้ ได้พัฒนา นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด เกรดมันไม่ใช่ทุกอย่างหรอก
อืมมม ยังคิดอะไรไม่ออก เดี๋ยวกลับมาคิดต่อ สมองฉันมันไม่ค่อยทำงานตอนนี้ ง่วงแล้วด้วย พรุ่งนี้ค่อยมาต่อละกัน งานเยอะเหลือเกิน เครียดจัง ต้องไปอ่านหนังสือเตรียมสอบพรุ่งนี้แล้ว บาย!
On lineคือการสอนแบบไหน
สายลมพัดโชยอ่อนๆ บนหน้าต่างห้องนอนของฉัน แสงแดดอุ่นๆของเดือนตุลาคม 2566 สาดส่อง นี่แหละ...บรรยากาศการเรียนออนไลน์ของฉัน
ออนไลน์ คือการเรียนผ่านโลกดิจิทัล ผ่านจอคอมฯ หรือมือถือ เป็นการเรียนที่ไร้ขอบเขต เวลาไม่ใช่ปัญหา
มันคือการเปิดโลกใหม่ โลกแห่งความรู้ที่ไหลผ่านสายใยอินเตอร์เน็ต ความสะดวกสบาย...จริง ๆ เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา
แต่บางครั้ง ความเงียบเหงาของห้องก็ทวีคูณ ความรู้สึกเดียวดาย ความคิดถึงเพื่อนๆ ครู อาจารย์ แอบแทรกซึมเข้ามา
ภาพความทรงจำของการเรียนในห้องเรียน เสียงหัวเราะ เสียงครู มันช่างหวนกลับมา แม้ความสะดวกสบายจะมากมายแค่ไหน ก็ไม่อาจเทียบได้กับบรรยากาศแบบเก่าๆ
ปีนี้ ฉันใช้โปรแกรม Zoom เป็นหลัก เรียนภาษาญี่ปุ่น มันท้าทาย แต่ก็สนุกดี การได้พูดคุยกับคนจากหลากหลายประเทศ มันเปิดโลกทัศน์ ได้รู้จักวัฒนธรรมใหม่ๆ
แต่ความจริงแล้ว การเรียนออนไลน์ มันคือการเรียนรู้ที่จะเรียนรู้ การเรียนรู้ที่จะปรับตัว การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับเทคโนโลยี การเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเอง
ฉันชอบภาพแสงแดดลอดช่องหน้าต่าง... อุ่นจัง เหมือนความอบอุ่นของครูที่คอยสอนอยู่ทางนั้น แม้จะอยู่ไกลแค่ไหน... แต่ความรู้ก็เข้าถึงได้ ง่ายดายเสมอ
Ondemand คือการสอนแบบไหน
ออนดีมานด์อะไรงี้หรอ คือแบบ...สอนตามที่เด็กๆต้องการอ่ะ ไม่ใช่สอนตามแบบแผนเดิมๆ
แบบว่า โรงเรียนฉันปีนี้ ใช้ on demand เยอะมาก คือมีทั้ง online offline ปนๆกันไป แล้วแต่ครูจะจัดการ บางวิชาออนไลน์ล้วน บางวิชาต้องไปเรียนที่ห้อง แล้วแต่เลย
- เรียนออนไลน์ ผ่านโปรแกรมต่างๆ สะดวกดีนะ แต่บางทีก็มีปัญหาเน็ต
- เรียนที่โรงเรียน ก็มีบ้าง บางวิชาครูเค้าชอบสอนแบบนี้มากกว่า
- มันผสมๆกันไปอ่ะ แล้วแต่ครู แล้วแต่โรงเรียนจัดการ
สรุปง่ายๆ คือสอนตามความต้องการของเด็ก แล้วก็ของโรงเรียนด้วยแหละ ไม่ใช่แบบตายตัว ปีนี้โรงเรียนฉันเน้นมาก เหนื่อยเหมือนกันนะ แต่ก็ดี ได้เรียนหลายแบบดี
การสอนแบบon hand คืออะไร
On-hand training คือ... อะไรงี้เหรอ?
มันคือ... แบบ ลงมือทำ! ใช่เลย! เน้นลงมือทำ!
ฝึกจริง เจ็บจริง! (เกี่ยวไหม?)
กิจกรรม เน้น การมีส่วนร่วม ด้วยนะ
ไม่ใช่แค่ดูเฉย ๆ
เหมือนตอนเรียนทำอาหารอ่ะ เชฟสอน แล้วเราทำตามเลยไง
หรือเรียนขับรถ ครูให้จับพวงมาลัยเองเลย
ทักษะ + ความรู้ ไปพร้อม ๆ กัน
สถานการณ์จริง? ก็...อาจจะไม่จริง จริ๊ง แต่ใกล้เคียง
เออ...แล้วทำไมต้อง on-hand? อ๋อ! เพราะมันได้ผลไง!
ทำแล้วจำได้ดีกว่าอ่านเฉยๆ อ่ะดิ
สำคัญ: ลงมือทำเอง สำคัญสุดๆ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต