พื้นที่จัดเก็บข้อมูลดูยังไง
วิธีดูพื้นที่จัดเก็บข้อมูล: พื้นที่ฟรี 5 GB vs 15 GB
เรียนรู้ วิธีดูพื้นที่จัดเก็บข้อมูล อย่างถูกต้องส่งผลดีต่อการบริหารจัดการไฟล์สำคัญอย่างมีประสิทธิภาพ. การบริหารพื้นที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญเสียข้อมูลและป้องกันปัญหาพื้นที่เต็มก่อนความต้องการใช้งานจริง. หมั่นตรวจสอบสถานะบัญชีสม่ำเสมอเพื่อรักษาสิทธิ์การใช้งานและรักษาข้อมูลสำคัญให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ.
วิธีดูพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบน iPhone และ iPad
บน iPhone และ iPad คุณสามารถดูพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ง่ายๆ โดยไปที่ การตั้งค่า (Settings) > ทั่วไป (General) > พื้นที่จัดเก็บข้อมูลของ iPhone (iPhone Storage) ซึ่งเป็นจุดที่บอกว่า พื้นที่จัดเก็บข้อมูล iPhone ดูที่ไหน ในหน้านี้จะแสดงกราฟิกปริมาณที่ใช้ไปและพื้นที่ว่าง พร้อมรายการแอปที่กินพื้นที่มากที่สุดเรียงลำดับให้เห็นชัดเจน
นี่คือจุดที่หลายคนมักหันไปถามเพื่อนหรือค้นหาในอินเทอร์เน็ต เพราะเมนู วิธีดูพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ของ iPhone มีตัวเลือกเยอะจนบางครั้งมองไม่เห็น แต่พอรู้ทางแล้วจะเข้าใจว่าทำไม Apple ออกแบบให้ง่ายขนาดนี้ ในหน้านี้คุณจะเห็นแถบสีบอกสัดส่วนพื้นที่ของแต่ละหมวดหมู่ เช่น แอป, รูปภาพ, ระบบปฏิบัติการ ฯลฯ หากคุณเลื่อนลงไปจะพบรายชื่อแอปที่เรียงจากมากไปน้อยตามพื้นที่ที่ใช้ คุณสามารถแตะที่แอปใดก็ได้เพื่อดูรายละเอียดและมีตัวเลือก ลบแอป หรือ ลบข้อมูล ให้เลือก ซึ่งช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรจัดการแอปไหนก่อน
เชื่อไหมว่าครั้งแรกที่ผมใช้ iPhone ผมก็หาไม่เจอเหมือนกัน ตอนนั้นผมลบรูปทีละรูปเพื่อให้มีที่ว่างลงแอปใหม่ แต่พอมาเจอเมนูนี้กลับรู้ว่ามีเกมที่ผมเล่นครั้งเดียวแล้วลืมมันกินพื้นที่ไปตั้ง 6 GB เลยทีเดียว แค่ลบเกมทิ้งก็ได้พื้นที่เพิ่มเป็นกอบเป็นกำ
วิธีตรวจสอบพื้นที่ว่างบน Android
บน Android วิธีเช็คพื้นที่ว่างอาจต่างกันเล็กน้อยตามยี่ห้อ แต่หลักๆ ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > Android ดูที่เก็บข้อมูล หรือ การดูแลอุปกรณ์ (Device Care) แล้วแต่ว่าระบบจะเรียกชื่ออะไร หน้านี้จะบอกว่ามีพื้นที่ทั้งหมดเท่าไหร่ ใช้ไปเท่าไหร่ และเหลือเท่าไหร่ พร้อมแบ่งหมวดหมู่ตามประเภทไฟล์ เช่น รูปภาพ, วิดีโอ, แอปพลิเคชัน
อีกวิธีที่ง่ายและเห็นภาพชัดเจนคือการใช้แอป Files by Google ซึ่งโหลดฟรีจาก Play Store แอปนี้จะสแกนหาที่ว่างและแนะนำไฟล์ที่อาจไม่จำเป็น เช่น ภาพซ้ำ, ไฟล์แคช, หรือแอปที่ไม่ได้ใช้มานาน เพียงกดปุ่ม ล้างข้อมูล ก็จะได้พื้นที่เพิ่มโดยไม่ต้องกังวลว่าจะลบของสำคัญผิด
เคยมีคนบอกว่าลบรูปแล้วก็ยังเต็ม? นั่นอาจเป็นเพราะแคชของแอปยอดนิยมอย่าง Facebook, Instagram หรือ TikTok สะสมกันเป็นกิกะไบต์ โดยทั่วไปแอปเหล่านี้มีแคชประมาณ 500 MB ถึง 2 GB ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน การกดล้างแคชใน Files by Google หรือในเมนูการตั้งค่าของแอปเองจะช่วยได้เยอะ
วิธีเช็คพื้นที่ iCloud
พื้นที่ iCloud เป็นอีกเรื่องที่หลายคนสับสน เพราะมันคือพื้นที่ออนไลน์ ไม่ใช่พื้นที่ในเครื่อง วิธีดูง่ายๆ เปิด การตั้งค่า > แตะชื่อคุณ > iCloud > ดูพื้นที่ iCloud ยังไง หน้านี้จะแสดงว่า iCloud ของคุณใช้ไปเท่าไหร่ และมีบริการอะไรบ้างที่กำลังอัปโหลดข้อมูลอยู่ เช่น รูปภาพ, อีเมล, หรือการสำรองข้อมูล
iCloud ให้พื้นที่ฟรี 5 GB แก่ผู้ใช้ทุกคน หากคุณใช้เกินจะต้องอัปเกรดเป็นแผนรายเดือน หลายคนไม่รู้ว่าการสำรองข้อมูล iPhone แบบอัตโนมัติอาจกินพื้นที่หลาย GB โดยเฉพาะถ้ามีรูปเยอะๆ หรือแอปที่สำรองข้อมูลไว้ ดังนั้นการดูในหน้านี้แล้วเลือกปิดการสำรองข้อมูลของแอปที่ไม่จำเป็นจึงเป็นวิธีประหยัดพื้นที่ฟรีที่ดีที่สุด
วิธีดูพื้นที่ Google Drive และ Google Photos
Google Drive และ Google Photos แชร์พื้นที่ว่างเดียวกัน โดยเริ่มต้นให้ฟรี 15 GB[4] วิธีดู: เปิดแอป Google Drive > แตะเมนูสามขีด (≡) > ตั้งค่า > จัดการพื้นที่เก็บข้อมูล (Manage Storage) หรือใน Google Photos ก็มีทางลัดเดียวกัน
ที่นี่จะแสดงว่าพื้นที่ 15 GB นั้นถูกใช้ไปกับอะไรบ้าง เช่น Gmail, Google Photos, Google Drive และไฟล์ต่างๆ หากคุณใกล้เต็ม Google จะส่งอีเมลแจ้งเตือน ทางออกคือลบอีเมลที่มีไฟล์แนบขนาดใหญ่ ลบรูปที่ไม่จำเป็น หรือย้ายข้อมูลไปไว้ในฮาร์ดดิสก์ภายนอก
ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อพื้นที่เต็ม และวิธีแก้ไข
เมื่อพื้นที่เต็ม อาการแรกที่พบคือไม่สามารถถ่ายรูปหรือวิดีโอใหม่ได้ แอปบางตัวโหลดช้าหรือไม่ทำงาน บางคนกังวลว่าข้อมูลจะหาย แต่ความจริงคือระบบจะหยุดบันทึกข้อมูลใหม่ ไม่ได้ลบของเก่า วิธีแก้ด่วนคือเข้าไปเช็ค วิธีดูพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ตามขั้นตอนข้างต้น แล้วจัดการแอปหรือไฟล์ที่กินพื้นที่มากที่สุดก่อน
นอกจากนี้ยังมีทางเลือกอื่น เช่น: การ เช็คพื้นที่ว่างมือถือ แล้วลบรูปที่สำรองแล้วออกจากเครื่อง ลบแอปที่ไม่ได้ใช้มานาน (ใน Android หรือ iPhone จะมีตัวบอกว่า ไม่ได้ใช้มาสามเดือน) ล้างแคชของแอปที่ใช้งานบ่อย (โดยเฉพาะแอปโซเชียลมีเดีย) ย้ายไฟล์ขนาดใหญ่ เช่น วิดีโอ ไปเก็บในคอมพิวเตอร์หรือฮาร์ดดิสก์ภายนอก
จริงๆ แล้วพื้นที่เต็มไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด แค่รู้ทางตรวจสอบและจัดการสักนิดก็ได้พื้นที่กลับมาใช้ต่อได้อีกหลายเดือน
เปรียบเทียบพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในเครื่อง vs คลาวด์
หลายคนสงสัยว่าควรพึ่งพื้นที่ในมือถือหรือใช้คลาวด์ดีกว่ากัน แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน
พื้นที่ภายในเครื่อง (iPhone / Android)
• โดยทั่วไป 64 GB, 128 GB, 256 GB แล้วแต่รุ่น
• จ่ายครั้งเดียวตอนซื้อเครื่อง ไม่มีรายเดือน
• ต้องพกอุปกรณ์ ไม่สามารถเข้าถึงจากที่อื่นได้
• ข้อมูลอยู่กับตัวเครื่อง ถ้ามือถือหายอาจสูญหายได้หากไม่มีสำรอง
คลาวด์ (iCloud / Google Drive)
• iCloud 5 GB, Google Drive 15 GB (ฟรี)
• มีค่าใช้จ่ายรายเดือนเมื่อต้องการพื้นที่เพิ่ม (เช่น iCloud+ 50 GB ~ 35 บาท/เดือน)
• เข้าถึงได้จากทุกที่ผ่านอินเทอร์เน็ต ทุกอุปกรณ์
• ข้อมูลไม่หายแม้เครื่องเสีย แต่ต้องรักษาความปลอดภัยบัญชี
พื้นที่ในเครื่องเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการพึ่งอินเทอร์เน็ตและชอบความเป็นส่วนตัว ส่วนคลาวด์เหมาะกับคนที่ใช้หลายอุปกรณ์และต้องการความปลอดภัยจากข้อมูลสูญหาย การผสมผสานทั้งสองแบบคือทางออกที่ดีที่สุด: สำรองข้อมูลสำคัญไว้คลาวด์ แล้วเก็บไฟล์ที่ใช้บ่อยในเครื่องคุณนกกับ iPhone ที่เต็มไม่ยอมให้ถ่ายรูป
คุณนก พนักงานออฟฟิศวัย 32 ปี ที่กรุงเทพฯ มี iPhone XR ที่ใช้มาสามปี วันหนึ่งเธอพยายามถ่ายรูปคาเฟ่สวยๆ แต่กลับขึ้นเตือน 'ไม่สามารถถ่ายรูปได้ พื้นที่ไม่เพียงพอ' เธอตกใจ เพราะไม่รู้จะลบอะไรดี กลัวลบข้อมูลสำคัญผิด
เธอลองถามเพื่อนในกลุ่มไลน์ เพื่อนแนะนำให้ไปดูที่ การตั้งค่า > ทั่วไป > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล iPhone เธอพบว่าแอปเกม Candy Crush ที่ลืมไปแล้วกินพื้นที่ 3.2 GB และรูปภาพในแอป LINE ที่เป็นสติกเกอร์และรูปแชทก็สะสมถึง 2.5 GB
คุณนกลบเกมทิ้งทันที และล้างแคชของ LINE ผ่านเมนูจัดการพื้นที่ของแอป (ใช้เวลาแค่ 2 นาที) ผลลัพธ์: ได้พื้นที่ว่างกลับมา 6.8 GB ในพริบตา เธอถ่ายรูปต่อได้อย่างสบายใจ และตั้งใจจะตรวจสอบพื้นที่ทุกเดือนเพื่อป้องกันปัญหาเดิม
หลังจากนั้นคุณนกบอกเพื่อนร่วมงานทุกคนว่า 'อย่าลืมไปดูเมนูนี้กันนะ ไม่งั้นเสียดายภาพสวยๆ กับโอกาสดีๆ แน่ๆ' ปัจจุบันเธอจัดการพื้นที่ iPhone ได้อย่างมืออาชีพ ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่เต็มอีก
สรุปกลยุทธ์
รู้ทางเข้าเมนูพื้นที่จัดเก็บให้ถูกต้องiPhone ไปที่ Settings > General > iPhone Storage, Android ไปที่ Settings > Storage หรือใช้ Files by Google สะดวกที่สุด
จัดลำดับการลบ: แอปไม่ใช้ > แคช > รูป/วิดีโอลบแอปที่ไม่ได้ใช้ก่อน เพราะสามารถโหลดกลับได้ จากนั้นล้างแคชของแอปโซเชียล แล้วค่อยจัดการรูปและวิดีโอที่สำรองไว้แล้ว
ใช้คลาวด์ช่วยแบ่งเบาภาระiCloud และ Google Drive ให้พื้นที่ฟรี 5 GB และ 15 GB ตามลำดับ ใช้สำรองรูปและไฟล์สำคัญ แล้วลบออกจากเครื่องเพื่อเพิ่มพื้นที่
อย่ารอให้เต็มแล้วค่อยแก้ เพราะอาจเสียโอกาสถ่ายรูปสำคัญ การเปิดดูสัก 2-3 นาทีทุกเดือนช่วยให้เครื่องพร้อมใช้งานเสมอ
หัวข้อเดียวกัน
ไม่รู้ว่าเข้าไปดูพื้นที่ในเมนูการตั้งค่าส่วนไหน
สำหรับ iPhone ให้ไปที่ การตั้งค่า > ทั่วไป > พื้นที่จัดเก็บข้อมูลของ iPhone ส่วน Android ให้ไปที่ การตั้งค่า > ที่เก็บข้อมูล หากหาไม่เจอ ให้ใช้ฟังก์ชันค้นหาในเมนูการตั้งค่าด้วยคำว่า 'พื้นที่' หรือ 'storage' ก็จะเจอได้ง่ายขึ้น
กลัวลบข้อมูลสำคัญผิดพลาดขณะจัดการพื้นที่
ก่อนลบอะไร ให้ดูในเมนูจัดการพื้นที่ว่ามีตัวเลือก 'ลบแอป' หรือ 'ลบข้อมูล' แยกกัน แนะนำให้ลบแอปที่ไม่ใช้ก่อน เพราะถ้าจำเป็นต้องใช้ใหม่ก็โหลดกลับได้ รูปถ่ายสำคัญให้สำรองไว้คลาวด์หรือคอมพิวเตอร์ก่อนลบเสมอ
สับสนระหว่างพื้นที่ในเครื่องกับพื้นที่คลาวด์ (iCloud, Google Drive)
พื้นที่ในเครื่องคือความจุของตัวเครื่องที่ใช้เก็บแอป รูป ไฟล์ที่อยู่บนมือถือโดยตรง พื้นที่คลาวด์คือพื้นที่ออนไลน์ที่ใช้สำรองข้อมูลหรือแชร์ไฟล์ข้ามอุปกรณ์ ตรวจสอบพื้นที่ในเครื่องตามวิธีที่บอกไว้ ส่วนพื้นที่คลาวด์ดูผ่านแอป iCloud หรือ Google Drive ต่างหาก
ไม่แน่ใจว่าแอปหรือไฟล์ใดกินพื้นที่มากที่สุด
ในเมนูพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของ iPhone และ Android จะมีรายชื่อแอปเรียงตามขนาดการใช้พื้นที่จากมากไปน้อยเสมอ เลื่อนลงมาด้านล่างก็จะเห็นชัดเจนว่าตัวไหนกินพื้นที่เยอะที่สุด แล้วค่อยจัดการทีละตัว
กังวลว่าพื้นที่เต็มแล้วจะใช้งานต่อไม่ได้
พื้นที่เต็มไม่ได้ทำให้เครื่องเสียหาย แค่ไม่สามารถเพิ่มข้อมูลใหม่ได้ เช่น ถ่ายรูป ติดตั้งแอป หรืออัปเดตระบบ วิธีแก้คือเข้าไปจัดการลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นตามที่แนะนำในบทความนี้ ใช้เวลาไม่นานก็กลับมาใช้งานได้ปกติ
แหล่งอ้างอิงไขว้
- [4] Support - Google Drive และ Google Photos แชร์พื้นที่ว่างเดียวกัน โดยเริ่มต้นให้ฟรี 15 GB
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต