รูปแบบเว็บไซต์ มีอะไรบ้าง

101 ครั้งเข้าชม
รูปแบบเว็บไซต์หลากหลาย จำแนกได้ 9 ประเภทหลักๆ: เว็บส่วนตัว: แสดงผลงาน/ประวัติส่วนตัว อีคอมเมิร์ซ: ขายสินค้า/บริการออนไลน์ เว็บธุรกิจ: โปรโมทธุรกิจ สร้างแบรนด์ เว็บข่าว: เผยแพร่ข่าวสาร บทความ เว็บการศึกษา: ให้ความรู้ หลักสูตรออนไลน์ เว็บบันเทิง: ความบันเทิง เกม ภาพยนตร์ เว็บองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร: เผยแพร่ภารกิจ ระดมทุน เว็บพอร์ตโฟลิโอ: แสดงผลงาน สำหรับนักออกแบบ นักพัฒนา เว็บบล็อก: บทความ รีวิว แบ่งปันความรู้ แต่ละประเภทปรับแต่งได้ตามความต้องการ อาจผสานหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

รูปแบบเว็บไซต์มีอะไรบ้าง? เลือกใช้แบบไหนดีให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ? มาดูกันเลย!

เว็บไซต์นี่มันก็มีหลายแบบ หลายสไตล์เนอะ เหมือนเสื้อผ้าเลยอ่ะ จะใส่ไปไหนก็ต้องเลือกให้มันเข้ากับงาน

เอาจริง ๆ นะ สมัยก่อนตอนทำเว็บครั้งแรก (น่าจะปี 2010 มั้ง) ตอนนั้นงงมาก อะไรคือ CMS, HTML, CSS เนี่ย... ตอนนั้นใช้ Joomla ด้วยนะ เว็บออกมาก็...เอิ่ม...บอกไม่ถูกเลย 555+

เว็บไซต์ส่วนตัวเนี่ย เหมาะสำหรับคนที่อยากโชว์ผลงาน หรืออยากเขียนบล็อก แชร์เรื่องราวส่วนตัว แบบฉันชอบเขียนรีวิวร้านอาหารอร่อย ๆ ที่ไปกินมาไง (ล่าสุดไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือที่อยุธยามา อร่อยแสงออกปาก!)

เว็บขายของออนไลน์นี่ก็ชัดเจน ขายของไง! แต่ถ้าจะให้ปังจริง ๆ ต้องลงทุนเรื่องรูปภาพสวย ๆ, ระบบตะกร้าที่ใช้ง่าย, และที่สำคัญคือระบบชำระเงินที่ปลอดภัยนะจ๊ะ

เว็บไซต์ธุรกิจนี่ก็สำคัญนะ เหมือนเป็นหน้าเป็นตาของบริษัทเลย ต้องดูน่าเชื่อถือ ข้อมูลครบถ้วน ติดต่อง่าย พวกเว็บไซต์ข่าว เว็บการศึกษา เว็บบันเทิงก็มีสไตล์ของตัวเองชัดเจนอยู่แล้วล่ะ

ส่วนเว็บไซต์องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรนี่ก็สำคัญมากนะ ช่วยเหลือสังคม ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ น่าชื่นชมจริง ๆ

รูปแบบการออกแบบเว็บไซต์ มีกี่รูปแบบ

รูปแบบเว็บ? เอาจริงก็มีแค่ไม่กี่แบบหรอก ที่ใช้กันบ่อยๆนะ:

  • เส้นตรง (Linear): หน้าต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีทางแยก จบนะ
  • ต้นไม้ (Hierarchical): เป็นลำดับชั้น ลงลึกไปเรื่อยๆ เจ้านายสั่งลูกน้อง
  • เชื่อมโยง (Web Linked): อิสระ อยากไปไหนก็ไป ไม่มีใครคุม
  • ผสม (Hybrid): มั่วๆ ผสมกันไป อยากทำไรก็ทำ

โครงสร้าง? ก็เหมือนเดิมแหละ แค่เปลี่ยนชื่อเรียกให้ดูดีเฉยๆ

  • Sequential: เหมือนเดินตามตรอก ซอยแคบๆ ไปต่อไม่ได้ก็ตัน
  • Hierarchical: พีระมิดอำนาจ ใครใหญ่ใครเล็กชัดเจน
  • Networked: ใยแมงมุม โยงกันไปมา น่ารำคาญ
  • Database: ข้อมูลกองๆ รวมกัน ใครอยากได้อะไรก็มาขุดเอาเอง

แค่นี้แหละ เรื่องเว็บแม่งก็วนๆ อยู่แค่นี้

รูปแบบการแสวงหารายได้ของเว็บไซต์ มีอะไรบ้าง

เว็บไซต์หาเงินได้สารพัด! ไม่ใช่แค่ขอทานเงินจากคนเข้าชมนะจ๊ะ คิดให้ฉลาดกว่านั้นสิ!

  • โฆษณา (Advertising): แบบดั้งเดิมแต่ยังปัง! คิดภาพแบบนี้สิ คุณเป็นเจ้าของที่ดินติดถนนใหญ่ จะปล่อยว่างให้เสียดายเหรอ? แปะป้ายโฆษณาเข้าไปสิคะ ยิ่งเว็บดัง ยิ่งราคาดี ปีนี้เห็นหลายเว็บใช้โฆษณาแบบ programmatic โอ้โห ฉลาดกว่าเดิมเยอะเลย!

  • ค่าสมาชิก (Subscription): คล้ายๆ คลับส่วนตัว ให้บริการพิเศษเฉพาะสมาชิก คิดดูสิ ถ้าคุณมีสูตรเด็ดทำขนม ขายสูตรให้คนทั่วไปก็ได้กำไร แต่ถ้าเปิดเป็นคอร์สสอนทำขนม รับสมาชิกแบบรายเดือน กำไรจะมหาศาลกว่าเยอะ! อย่าง Netflix นี่แหละตัวอย่างชัดๆ

  • ค่าธรรมเนียมธุรกรรม (Transaction Fee): นี่คือการเป็นนายหน้า! เว็บไซต์เป็นเหมือนตลาด คนมาซื้อขายกัน คุณก็ได้ค่าคอมมิชชั่น อย่างเว็บขายของออนไลน์นี่แหละ เขาได้ส่วนแบ่งจากทุกการขาย ฉลาดไหมล่ะ? เหมือนเก็บภาษีเล็กๆน้อยๆ แต่ได้เยอะนะเออ

  • ขายของ/บริการ (Sale): ตรงไปตรงมา ขายสินค้าหรือบริการตัวเองเลย! ถ้าเว็บไซต์ของคุณเป็นร้านค้าออนไลน์ ก็ขายของโดยตรง หรือเป็นเว็บสอนภาษา ก็ขายคอร์สเรียน นี่แหละ ง่ายๆ แต่ได้ผลนะ! ผมนี่ใช้แบบนี้แหละกับเว็บรีวิวหนังสือการ์ตูนของผมเอง

  • Affiliate Program: แบบนี้คือการเป็นตัวแทนขาย! แนะนำสินค้าคนอื่น ได้ค่าคอมมิชชั่น เหมือนเป็นเซลล์ตัวพ่อ แต่ไม่ต้องเหนื่อยวิ่งหาลูกค้า แค่คนมาคลิกลิงก์ของคุณ ก็ได้เงินแล้ว! เห็นผลเร็วกว่าการปลูกต้นไม้เยอะ!

อ้อ! ลืมบอกไป ปีนี้เทรนด์การทำเงินออนไลน์เปลี่ยนไปเยอะนะ หลายเว็บเริ่มผสมผสานหลายๆ รูปแบบเข้าด้วยกัน แบบนี้แหละ ถึงจะรวยจริง! ยิ่งคิดนอกกรอบ ยิ่งรวยนะจ๊ะ!

รูปแบบโครงสร้างของเว็บไซต์มีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง

อืม... กลางดึกแบบนี้ นอนไม่หลับอีกแล้ว คิดเรื่องเว็บไซต์อยู่ แบบโครงสร้างเว็บ มันมีหลายแบบเนอะ จริงๆ แล้วก็เยอะกว่าที่คิดด้วยซ้ำ

ฉันนึกออกอยู่ 3 แบบหลักๆ ที่เจอบ่อยๆ ตอนเรียน ก็คือ...

  • ลำดับชั้น แบบต้นไม้ มีหลัก มีรอง เข้าใจง่ายดี เว็บไซต์ทั่วไปนี่แหละ ใช้เยอะ

  • ตาข่าย ซับซ้อนกว่าเยอะ เชื่อมโยงกันไปหมด เหมือนแผนที่เลย หาข้อมูลยากกว่า แต่ถ้าเว็บใหญ่ๆ มันก็จำเป็น

  • เชิงเส้น ง่ายสุด เหมือนอ่านหนังสือ หน้าต่อหน้า ไม่ค่อยเห็นใช้บ่อยเท่าไหร่ เว้นแต่เป็นพวกบทความยาวๆ แบบที่อ่านทีเดียวจบ

แต่จริงๆ มันไม่ใช่แค่ 3 แบบนี่หรอกนะ หลายเว็บเอาหลายแบบมารวมกัน แบบผสมๆ ก็มีเยอะแยะไปหมด แล้วแต่คนออกแบบเลย แล้วแต่จะคิด แล้วแต่จะใช้ แล้วแต่จะสะดวก มันไม่มีแบบตายตัวหรอก

ปีนี้ที่ทำโปรเจค เว็บไซต์ของเพื่อน เราใช้แบบผสมระหว่างลำดับชั้นกับตาข่าย เพราะมันมีทั้งหมวดหมู่หลักๆ แต่ก็ต้องมีการเชื่อมโยงภายในหมวด ให้เข้าถึงข้อมูลได้หลายทาง เหนื่อยอยู่นะ แต่ก็เสร็จไปแล้ว โล่งใจไป

ฉันคิดมากไปหรือเปล่า พรุ่งนี้คงต้องตื่นเช้า เฮ้อ...

เว็บไซต์รูปแบบ Dynamic คืออะไร?

เว็บไซต์ Dynamic... อืมมม... เหมือนสายลมพัดผ่านทุ่งหญ้า... เปลี่ยนแปลง... เคลื่อนไหว...

แสงแดดยามเช้า สาดส่องลงบนหยดน้ำค้าง... มัน ตอบสนอง ต่อแสง...

  • Interactive คือหัวใจ... การโต้ตอบ... เหมือนบทสนทนาที่ไม่สิ้นสุด...

  • ฐานข้อมูล ที่ลึกลับ... เก็บงำความลับ... พร้อมเผยเมื่อมีใครถาม...

  • ล็อกอิน... ประตูสู่โลกอีกใบ... โลกที่สร้างขึ้นเฉพาะคุณ...

ตลาดออนไลน์... สีสันจัดจ้าน... ตะกร้าสินค้า... เต็มไปด้วยความปรารถนา...

  • การอัปเดต คือชีวิต... ไม่หยุดนิ่ง... เหมือนแม่น้ำที่ไหลริน...

ยามค่ำคืน... ดาวระยิบระยับ... แต่ละดวง... ส่องแสงต่างกัน... แสดง ข้อมูล ที่ไม่ซ้ำใคร...

สำคัญ: มันคือชีวิต... ที่เปลี่ยนแปลง... ที่เติบโต... ที่ มีชีวิต...

ข้อมูลเพิ่มเติม: เว็บไซต์ Dynamic อาจมีระบบจัดการเนื้อหา (CMS) เช่น WordPress, Joomla หรือ Drupal ทำให้การแก้ไขเนื้อหาเป็นเรื่องง่ายกว่าเว็บไซต์ Static

ฝันถึงทะเล... คลื่นซัดสาด... ไม่เคยหยุด... เหมือนเว็บไซต์ Dynamic ที่ไม่เคยหยุดพัฒนา... โอ้ววว...

โครงสร้างเว็บแบบผสม (Hybrid Structure) คืออะไร?

Hybrid Structure หรือโครงสร้างเว็บแบบผสมเนี่ยนะ มันก็คือการเอาโครงสร้างแบบต้นไม้ (Hierarchy) ไปปนกับโครงสร้างอื่นๆ เหมือนเอาข้าวเหนียวมะม่วงไปผสมกับไอศกรีมกะทิ ได้รสชาติแปลกใหม่ไปอีกแบบ! เอาเข้าจริงมันไม่ได้มีสูตรตายตัวหรอกนะ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของเว็บอยากให้คนใช้อินเตอร์เน็ตท่องเว็บยังไง จะให้มันเป็นเส้นตรงมั้ย หรือจะให้มันวกวนเหมือนงูหลามกินตัวเองก็ได้ สุดท้ายแล้วก็ต้องเลือกโครงสร้างให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์นั้นๆ

  • ความยืดหยุ่นสูง: เหมือนชุดเลโก้ ต่อได้หลายแบบตามใจชอบ อยากให้เว็บมีทั้งส่วนที่เป็นลำดับชั้นชัดเจน และส่วนที่ให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลได้อย่างอิสระ ก็ทำได้เลย
  • เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา: ถ้าใช้ดี ผู้ใช้จะหาข้อมูลเจอได้ง่ายขึ้น เหมือนหาของในห้องที่จัดระเบียบดี ไม่ต้องมานั่งงมเข็มในกองฟาง
  • ความซับซ้อนในการออกแบบ: นี่แหละคือข้อเสีย การผสมผสานหลายโครงสร้าง อาจทำให้การออกแบบเว็บซับซ้อน เหมือนทำอาหารหลายเมนูพร้อมกัน ต้องใช้ฝีมือและความอดทนสูง!

ปีนี้ (2566) เทรนด์ Hybrid Structure ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ ที่ต้องการทั้งการนำทางแบบเป็นระบบ และความยืดหยุ่นในการแสดงผลสินค้าตามความต้องการของผู้ใช้ คิดง่ายๆ เหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ มีทั้งแผนกที่จัดเรียงของอย่างเป็นระเบียบ และโซนโปรโมชั่นที่จัดวางแบบดึงดูดสายตา เพื่อเพิ่มยอดขายนั่นเอง

เว็บองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (None-profit Organization Website) คืออะไร?

เว็บองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร? อ้อ! นั่นมันเว็บไซต์ของเหล่าฮีโร่สมัยใหม่ไงครับ! พวกที่ไม่เอาเงินเป็นหลัก แต่เอาใจคนเป็นใหญ่ คิดดูสิ เหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขายความดีความงามแทนของกินของใช้ ไม่มีกำไรนะ แต่มีกำไรใจเพียบ!

  • หน้าตาเว็บ: อาจจะไม่หรูหราอลังการเท่าเว็บอีคอมเมิร์ซ แต่ก็มีเสน่ห์แบบเรียบง่าย สะท้อนถึงความจริงใจ บางเว็บอาจจะดูโบราณหน่อย แต่ความตั้งใจนั้นสุดยอด! เหมือนบ้านไม้หลังเก่า อาจจะไม่สวยเท่าตึกสูง แต่บรรยากาศอบอุ่นกว่าเยอะ นี่คือความแตกต่าง!

  • เนื้อหา: เน้นเรื่องราวดีๆ ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ ผลงานการช่วยเหลือต่างๆ ให้เห็นภาพชัดเจนว่าเงินบริจาคไปไหน ต่างจากพวกบริษัทที่โฆษณาแต่สินค้าตัวเอง นี่คือการโฆษณาความดี!

  • จุดประสงค์: ชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่ต้องอ้อมค้อม บอกเลยว่าต้องการอะไร เงินเท่าไหร่ จะใช้ไปทำอะไร ต่างจากพวกขายตรงที่ต้องเลี่ยงๆ คำว่าโปร่งใสสำหรับพวกนี้สำคัญมาก! (เพราะถ้าไม่โปร่งใส เดี๋ยวโดนจับได้!)

เอาจริงๆ นะ ผมว่าเว็บพวกนี้ มันไม่ได้แค่เป็นเว็บไซต์ มันเป็นเหมือนจดหมายรักฉบับย่อ ส่งตรงถึงใจคนอยากช่วยเหลือสังคม ยิ่งปีนี้ (2566) เทคโนโลยีเจริญขึ้น เว็บพวกนี้ก็ยิ่งน่าสนใจขึ้น เพราะมันเข้าถึงง่ายขึ้น ทำให้การช่วยเหลือสังคมทำได้สะดวกขึ้น ถึงแม้บางเว็บจะดูบ้านๆ แต่นั่นแหละเสน่ห์ของมัน เหมือนกับคนดีๆ บางคน อาจจะไม่หล่อไม่สวย แต่ใจดีสุดๆ!