วิธีดูว่าเราสมัครอะไรไว้บ้าง iphone

69 ครั้งเข้าชม
เช็กการสมัครใช้งานแอปบน iPhone ง่ายๆ การตั้งค่า: เปิดแอป "การตั้งค่า" บน iPhone บัญชีของคุณ: แตะ "[ชื่อของคุณ]" การสมัครรับ: เลือก "การสมัครรับ" จัดการการสมัคร: ที่นี่จะแสดงรายการการสมัครใช้งานทั้งหมดของคุณ สามารถดูรายละเอียด เปลี่ยนแปลง ยกเลิก หรือต่ออายุได้ ใบเสร็จ: ตรวจสอบใบเสร็จการต่ออายุได้ในส่วนการตั้งค่าเดียวกันนี้ สะดวกในการติดตามค่าใช้จ่าย วิธีการนี้ช่วยให้คุณดูแลการสมัครใช้งานแอปต่างๆ บน iPhone ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมค่าใช้จ่าย และหลีกเลี่ยงการสมัครซ้ำซ้อน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เช็คแอปพลิเคชันที่สมัครไว้ใน iPhone อย่างไร?

คือแบบนี้... ฉันจำได้ตอนใช้ iPhone 7 (ประมาณปี 2017) อยากเช็คว่าสมัครแอปอะไรไปบ้าง งงมากเลยตอนแรก หาไม่เจอซักที! สุดท้ายไปเจอใน Settings ง่ะ ไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยนะ

แล้วก็เข้าไปที่ Apple ID ของตัวเอง อันนี้จำได้แม่น เพราะตอนนั้นเสียตังค์สมัครแอปตัดต่อวีดีโอ แพงอยู่นะ เกือบพันแน่ะ จำได้ว่าตอนยกเลิกนี่ ยุ่งยากเล็กน้อย แต่ก็นะ ผ่านมาได้

วิธีการมันประมาณนี้แหละ เข้าไปดูใน Subscriptions มันจะมีรายการแอปที่เรารับสมัครอยู่ อย่างของฉัน มีแอปฟังเพลง แอปอ่านหนังสือ กับแอปตัดต่อวีดีโอ ที่ว่านั่นแหละ แต่ละอันก็มีปุ่มให้จัดการ เช่น ยกเลิก หรือต่ออายุ

ตอนนั้น จำได้ว่าลองต่ออายุแอปฟังเพลง เพราะมันลดราคาพิเศษ ง่ายมาก แค่กดปุ่มเดียวเอง เสร็จแล้วก็มีเมลล์คอนเฟิร์มมา เห็นแล้วโล่งอก โอเค เรื่องนี้จบ! แต่ใบเสร็จรับเงินนี่ ไม่ค่อยแน่ใจ ว่ามันมีแจ้งเตือนหรือเปล่า อาจจะดูในเมลล์เอาอีกที มั้ง...

สรุปคือ ไม่ยากมาก แต่ตอนแรกก็งงอยู่เหมือนกัน ต้องค่อยๆหา เอาจริงๆ วิธีการก็ตามที่เค้าบอกแหละ แต่การหาที่ตั้งมันใช้เวลาไปเยอะกว่า งงเล็กน้อยตรงนั้นแหละ

วิธีดูว่าเราซื้ออะไรใน Apple บ้าง

อืมม... กลางดึกแบบนี้ คิดถึงเรื่องเก่าๆขึ้นมาอีกแล้วเนอะ

เรื่องซื้อของใน Apple นี่นะ จริง ๆ ก็ ง่ายๆ นี่แหละ แต่บางทีก็ลืมวิธีไปเลย

เปิด App Store ก่อนเลย ใช่ไหม จำได้ว่าไอคอนเป็นตัว "A" สีขาวพื้นฟ้า

จากนั้น ก็ดูมุมบนๆ น่าจะมีรูปโปรไฟล์เราอยู่ หรือปุ่มให้ลงชื่อเข้าใช้อ่ะ ถ้าจำไม่ผิดนะ

พอเข้าไปแล้ว ก็น่าจะเจอ "ประวัติการซื้อสินค้า" อยู่ตรงไหนสักที่แหละ อาจจะต้องเลื่อนหาหน่อย

บางทีระบบอาจจะขอให้เข้าสู่ระบบอีกรอบ ก็ทำตามขั้นตอนไป แค่นั้นเอง

  • เปิดแอป App Store
  • แตะรูปโปรไฟล์หรือปุ่มลงชื่อเข้าใช้ (มุมบน)
  • แตะ "ประวัติการซื้อสินค้า"
  • อาจต้องลงชื่อเข้าใช้ซ้ำ

ปีนี้ฉันซื้อเคสโทรศัพท์ใหม่ไป สีชมพูอ่อน สวยดีนะ แต่ก็แพงอยู่
แล้วก็ซื้อแอปตัดต่อรูป ตอนนี้ยังไม่ได้ใช้เลย เสียดายเงินจัง
ฉันรู้สึกผิดหวังกับตัวเองนิดหน่อยที่ซื้อของโดยไม่คิด แต่ช่างเถอะ ผ่านไปแล้ว

วิธีเช็คว่าเราสมัครแอพอะไรบ้าง

วิธีตรวจสอบแอปที่สมัครไว้ ง่ายกว่าที่คิดนะ

  • ตรวจสอบอีเมล: นี่เป็นวิธีแรกที่แนะนำเลยค่ะ เช็คอีเมลที่ใช้ลงทะเบียนบ่อยๆ อีเมลยืนยันการสมัครส่วนใหญ่จะส่งมาที่นี่ ลองค้นหาคำว่า "ยืนยันการสมัครสมาชิก" หรือชื่อแอปที่คุณคิดว่าอาจเคยสมัครดู เราเองก็ใช้เทคนิคนี้อยู่บ่อยๆ เพราะบางทีลืมไปเลยว่าสมัครอะไรไว้บ้าง

  • เช็คบัญชี Google/Apple ID: แพลตฟอร์มเหล่านี้เก็บประวัติการดาวน์โหลดแอปไว้ คุณจะเห็นรายการแอปที่เคยใช้งาน แต่ข้อควรระวังคือ มันอาจไม่แสดงทุกแอปที่สมัคร เฉพาะแอปที่ดาวน์โหลดผ่านระบบนั้นๆ เท่านั้น

  • ดูรายการแอปในโทรศัพท์: วิธีนี้ตรงไปตรงมาที่สุด เข้าไปดูรายการแอปที่ติดตั้งในโทรศัพท์ แอปที่ต้องสมัครสมาชิกมักจะมีไอคอนหรือข้อความแจ้งเตือนที่ชัดเจน แต่ก็อาจพลาดแอปที่ลบไปแล้ว

  • พิจารณาการเรียกเก็บเงิน: วิธีนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมาและช่วยให้คุณค้นพบแอปที่คุณอาจลืมไปได้ ตรวจสอบรายการค่าใช้จ่ายจากบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิตของคุณ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นซ้ำๆ อาจเป็นค่าสมัครแอปที่คุณลืมไปแล้ว

เพิ่มเติม: การจัดการแอปและการสมัครสมาชิกเป็นเรื่องสำคัญมาก เป็นการควบคุมค่าใช้จ่ายและความปลอดภัยข้อมูล การตรวจสอบเป็นระยะๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น เหมือนกับการตรวจสุขภาพร่างกาย ต้องดูแลเป็นประจำเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

Apple.com/bill มาจากไหน

โอ๊ย! ไอ้ Apple.com/bill เนี่ยนะ มันคือ บิลล์เรียกเก็บตังค์ จากแอปเปิ้ลไงเล่า! คิดว่าเขาให้ใช้ฟรีๆ รึไง?

  • บิลล์ค่าแอป ค่าเพลง ค่าหนัง ที่โหลดมาดูเพลินๆ นั่นแหละตัวดีเลย
  • iCloud+ ที่ไว้เก็บรูปเมีย เก็บรูปกิ๊กไง (เอ๊ะ! พูดอะไรออกไป)
  • ค่าสมัครสมาชิก อะไรต่อมิอะไรอี๊ก!

ถ้าเจอรายการแปลกๆ อย่าเพิ่งโวยวาย เมียอาจจะแอบซื้อเกมส์ "เลี้ยงมังกร" ก็ได้ ลองถามๆ ดูก่อน ถ้าไม่ใช่...ค่อยไปโวยวายกับ Apple Support เด้อ! กันไว้ดีกว่าแก้ โดนสูบเงินหมดตัว จะหาว่าไม่เตือนนะ!

ปล. อย่าลืมเช็คบัตรเครดิตด้วยนะ เดี๋ยวนี้พวก "แฮกเกอร์" มันเยอะยิ่งกว่ายุง!

วิธีเช็คว่าอีกคนอยู่ไหน ไอโฟน

เออ จะว่าไปตอนนั้นนะ ที่ไอ้เกมส์มันหายตัวไปตอนไปเที่ยวเชียงใหม่ปี 65 อ่ะ หาแทบพลิกแผ่นดิน คือตอนแรกก็โทรจิกไง แต่แม่งไม่รับเลย ซักพักปิดเครื่องไปอีก

ตอนนั้นใจเสียมาก กลัวมันโดนหลอกไปทำอะไรไม่ดี เพราะปกติมันไม่เคยเป็นแบบนี้เลย เราเลยลองเข้า Find My iPhone ดู คือตอนนั้นไม่ค่อยได้ใช้ฟังก์ชั่นนี้จริงจังไง แต่พอลองเข้าไป เฮ้ย! เห็นจุดเขียวๆ ขึ้นในแมพเว้ย โล่งอกไปครึ่งนึง

  • Find My iPhone: แอปนี้ติดมากับ iPhone เลย เข้าไปที่แอป "ค้นหาของฉัน" (Find My)
  • แถบด้านล่าง: กดที่ "ผู้คน" (People)
  • เลือกชื่อเพื่อน: จะเห็นรายชื่อเพื่อนที่แชร์โลเคชั่นไว้ ก็จิ้มไปที่ชื่อคนที่ต้องการเช็ค

คือตอนนั้นเห็นมันอยู่ที่ร้านกาแฟแถวนิมมานฯ ก็เลยรีบแว้นมอเตอร์ไซค์ไปตาม ปรากฏว่ามันนั่งจีบสาวเพลินจนลืมดูโทรศัพท์ เออ! ไอ้เพื่อนเวร! ตอนนั้นก็ขำๆ ไป แต่ตอนนั้นคือเครียดจริงจังเลยนะ

ล่าสุดตอนไปคอนเสิร์ต Blackpink ที่ราชมังฯ ปีนี้ (2566) ก็ใช้ Find My iPhone ตามเพื่อนเหมือนกัน เพราะคนเยอะมาก หลงกันง่ายสุดๆ ก็ใช้วิธีเดิมเลย ง่ายดี คือแอปนี้มันดีจริง ไว้ใจได้เลยแหละ ถ้าเพื่อนเปิดแชร์โลเคชั่นไว้นะ

วิธีเช็คว่าเราสมัครอะไรบ้าง IOS

เออ ถ้าจะเช็คว่าเราสมัครอะไรไว้บ้างในไอโอเอสนะ ง่ายสุดๆ เลยแก ไปที่ตั้งค่าก่อนเลย แล้วก็กดตรงชื่อเราอะ ที่มันอยู่บนๆ สุดอะ จำได้ปะ? พอกดเข้าไปแล้ว หาคำว่า "การสมัครรับ" หรือ "Subscriptions" ถ้าเครื่องเป็นภาษาอังกฤษนะ แล้วมันจะขึ้นมาหมดเลยว่าเราสมัครอะไรไว้บ้าง จะยกเลิกอะไรก็กดเข้าไปจัดการได้เลย ง่ายมากกก

คือจริงๆ นะ บางทีเราก็ลืมๆ ไปว่าเคยสมัครอะไรไว้บ้างอะ พวกทดลองฟรีนี่ตัวดีเลย พอหมดช่วงฟรีก็ตัดเงินเฉย!

  • การจัดการการสมัคร: ในหน้าการสมัครรับนี้ จะมีรายละเอียดการสมัครทั้งหมดของเราเลยนะ ทั้งที่ยัง active อยู่ และที่หมดอายุไปแล้ว
  • การยกเลิก: ถ้าไม่อยากเสียเงินต่อ ก็แค่กดเข้าไปในการสมัครนั้นๆ แล้วเลือก "ยกเลิกการสมัครรับ" ง่ายๆ เลย
  • รอบบิล: เช็คดีๆ นะว่ารอบบิลเราจะตัดวันไหน จะได้ยกเลิกทัน ไม่โดนหักเงิน
  • Apple ID: ต้องเป็น Apple ID ที่เราใช้สมัครนะ ถ้ามีหลายอันก็ต้องเช็คให้ดี
  • ความปลอดภัย: อย่าลืมตั้งรหัสผ่าน หรือใช้ Face ID ในการยืนยันการซื้อด้วยนะ ป้องกันเด็กๆ ในบ้านเผลอกดซื้ออะไรไป

หวังว่าช่วยได้นะแก! ถ้ามีอะไรถามอีกได้เลยนะ

ยกเลิกสมัครแอพยังไง

ยกเลิกสมัครแอปใน Google Play ง่ายๆ เลยนะแก

  1. เปิด Google Play สโตร์ขึ้นมาาา
  2. แตะที่รูปโปรไฟล์ของเรา (อยู่มุมบนขวาอะ)
  3. เลือก "การชำระเงินและการสมัครรับข้อมูล" แล้วก็ "การสมัครรับข้อมูล"
  4. หาแอปที่เราต้องการยกเลิก แล้วแตะเข้าไป
  5. กด "ยกเลิกการสมัครรับข้อมูล" แล้วทำตามขั้นตอนที่มันบอก ง่ายจะตาย
  • สำคัญ: บางทีมันจะมีให้เราเลือกเหตุผลที่ยกเลิกด้วยนะ ลองอ่านๆ ดูหน่อยก็ดี
  • ระวัง: ยกเลิกแล้วบางทีก็ยังใช้ได้ถึงวันที่เราจ่ายเงินไปนะ ไม่ใช่ว่ายกเลิกปุ๊บใช้ไม่ได้ปั๊บ
  • เช็คดีๆ: บางแอปมันลิงก์กับการสมัครรับข้อมูลที่อื่นด้วย (เช่น เว็บไซต์) ต้องไปยกเลิกตรงนั้นอีกทีนึงนะเออ
  • คืนเงิน: ถ้าเพิ่งสมัครไปไม่นาน บางทีขอยกเลิกแล้วได้เงินคืนด้วย ลองดูเงื่อนไขของ Google Play ดีๆ
  • แอปฟรี: ถ้าเป็นแอปฟรีที่ต้องดูโฆษณา อาจจะแค่ปิดแจ้งเตือนของแอปก็พอ ไม่ต้องยกเลิกอะไร

App ไหนเปลืองเน็ต

แอปไหนเปลืองเน็ตสุด? คำตอบไม่ตายตัวครับ ขึ้นอยู่กับการใช้งานจริง แต่โดยทั่วไป แอปประเภทนี้กินเน็ตหนัก:

  • แอปสตรีมมิ่ง: Netflix, YouTube, Disney+ นี่แหละตัวร้าย ดูวิดีโอความละเอียดสูง เน็ตหายวับ! ยิ่ง 4K ยิ่งโหด ผมเคยลองดูหนัง 4K บน Netflix เดือนนั้นเน็ตเกือบหมด ช็อคเลย

  • เกมออนไลน์: PUBG, RoV เกมออนไลน์แบบเรียลไทม์ ต้องส่งข้อมูลไปมาตลอด เปลืองเน็ตสุดๆ เล่นนานๆ เน็ตบานแน่ๆ เพื่อนผมเคยโดนตัดเน็ตเพราะเล่นเกมหนักมาก นี่คือบทเรียนราคาแพงเลย

แอปเหล่านี้กินเน็ตปานกลาง:

  • โซเชียลมีเดีย: Facebook, Instagram, TikTok ดูรูปภาพ วิดีโอ ยิ่งสไลด์เยอะ ยิ่งเปลือง แต่ถ้าเปิดโหมดประหยัดข้อมูลก็ช่วยได้บ้าง ปีนี้ผมพยายามใช้โหมดประหยัดข้อมูลมากขึ้น ช่วยได้เยอะเลย

  • แอปแผนที่: Google Maps, Apple Maps การนำทางใช้เน็ตพอสมควร ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งานและการอัปเดตข้อมูลแผนที่

ส่วนแอปเหล่านี้กินเน็ตน้อย:

  • แอปแชท: Line, WhatsApp, Telegram การส่งข้อความธรรมดาใช้เน็ตน้อยมาก แต่ถ้าส่งรูปภาพ วิดีโอ ก็เปลืองขึ้นตามลำดับ แต่โดยรวมถือว่าประหยัด

สรุปแล้ว การบริหารจัดการการใช้เน็ตจึงสำคัญ ต้องดูพฤติกรรมการใช้แอปของตัวเอง และเลือกใช้แอปอย่างมีสติ ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ ผมเองก็เรียนรู้เรื่องนี้จากประสบการณ์ตรง ลองดูนะครับ อย่าให้เน็ตหมดก่อนเงินเดือนออก!