สร้างไดรฟ์ยังไง

81 ครั้งเข้าชม
วิธีสร้างไดรฟ์ใหม่ ทำได้ดังนี้ คลิกขวาที่ปุ่ม Start แล้วเลือก Disk Management คลิกขวาที่พื้นที่ Unallocated แล้วเลือก New Simple Volume ระบุขนาดพื้นที่ที่ต้องการและกำหนดชื่อตัวอักษรไดรฟ์ กดปุ่ม Next เพื่อทำการ Format และเสร็จสิ้นขั้นตอน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีสร้างไดรฟ์ใหม่: ขั้นตอนตั้งค่าใน Windows

การเรียนรู้ วิธีสร้างไดรฟ์ใหม่ ช่วยจัดระเบียบข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น ผู้ใช้งานจัดการพื้นที่เก็บไฟล์แยกจากระบบปฏิบัติการเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญ การตั้งค่านี้ช่วยลดความเสี่ยงเมื่อต้องลงโปรแกรมใหม่หรือกู้คืนระบบในอนาคต ศึกษาขั้นตอนการเตรียมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลด้วยตัวเองเพื่อการใช้งานที่คล่องตัว

วิธีสร้างไดรฟ์ใหม่ด้วยตัวเองใน Windows 10 และ Windows 11

วิธีสร้างไดรฟ์ใหม่สามารถทำได้หลายวิธีโดยไม่ต้องใช้โปรแกรมเสริม ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการแบ่งพื้นที่จากไดรฟ์ที่มีอยู่หรือการตั้งค่าฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่ผ่านเครื่องมือ Disk Management ใน Windows วิธีการนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะหน้าของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการแยกข้อมูลส่วนตัวออกจากไฟล์ระบบหรือการเตรียมพื้นที่สำหรับเก็บเกมโดยเฉพาะ

การจัดการพื้นที่เก็บข้อมูลเป็นทักษะพื้นฐานที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้เป็นระเบียบมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องการสำรองข้อมูลสำคัญแยกจากไดรฟ์ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการจัดการในระยะยาว

ทำไมต้องสร้างไดรฟ์ใหม่และควรเริ่มจากตรงไหน?

การสร้างไดรฟ์ใหม่ (หรือที่เรียกทางเทคนิคว่าการแบ่งพาร์ทิชัน) ช่วยลดความเสี่ยงข้อมูลสูญหายได้ถึง 25-30 เปอร์เซ็นต์ในกรณีที่ระบบปฏิบัติการขัดข้อง เนื่องจากไฟล์ส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บแยกไว้ในพื้นที่ที่ไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรงกับไฟล์ระบบของ Windows หากคุณต้องการทราบวิธีแบ่งพาร์ทิชัน Windows 11 ก็สามารถใช้หลักการเดียวกันนี้ได้

ในประสบการณ์ของผม ช่วงที่เริ่มใช้คอมพิวเตอร์ใหม่ๆ ผมเคยเก็บทุกอย่างไว้ในไดรฟ์ C เพียงอย่างเดียว พอ Windows มีปัญหาจนต้องลงเครื่องใหม่ ข้อมูลงานและรูปภาพหายเกลี้ยงเพราะไม่ได้แบ่งไดรฟ์ไว้สำรอง ตั้งแต่นั้นมา ผมมักจะแนะนำให้ทุกคนแบ่งพื้นที่อย่างน้อย 2 ไดรฟ์เสมอ สำหรับคนที่สงสัยว่าสร้างไดรฟ์ D ทำยังไง คำตอบคือเริ่มจากการแบ่งไดรฟ์สำหรับระบบและไดรฟ์สำหรับข้อมูลให้ชัดเจน

เตรียมตัวก่อนลงมือแบ่งไดรฟ์

ก่อนจะเริ่ม คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้สำรองข้อมูลสำคัญไว้ใน External Hard Drive หรือระบบคลาวด์แล้ว แม้การแบ่งไดรฟ์ผ่าน Windows มักจะปลอดภัย แต่ความผิดพลาดทางเทคนิคหรือไฟดับกะทันหันอาจทำให้โครงสร้างไฟล์เสียหายได้

นอกจากนี้ คุณควรมีพื้นที่ว่างในไดรฟ์หลักอย่างน้อย 15-20 เปอร์เซ็นต์เพื่อให้ระบบสามารถย้ายไฟล์ข้อมูลเดิมในขณะที่ทำการหดขนาด (Shrink) พื้นที่ได้ หากพื้นที่เต็มจนเกินไป ระบบอาจไม่อนุญาตให้คุณแบ่งไดรฟ์ใหม่ได้ตามต้องการ ดังนั้นก่อนจะเริ่มวิธีแบ่งไดรฟ์ C เป็น D ควรจัดการพื้นที่ให้เรียบร้อย

ขั้นตอนการสร้างไดรฟ์ใหม่ (New Simple Volume)

ขั้นตอนมาตรฐานสำหรับวิธีสร้างไดรฟ์ใหม่ใน Windows มีดังนี้: 1. คลิกขวาที่ปุ่ม Start แล้วเลือก Disk Management 2. หาพื้นที่สีดำที่เขียนว่า Unallocated (หากไม่มีพื้นที่นี้ ให้ดูหัวข้อถัดไปเกี่ยวกับการ Shrink Volume) 3. คลิกขวาบนพื้นที่สีดำนั้น แล้วเลือก New Simple Volume 4. หน้าต่าง Wizard จะปรากฏขึ้น ให้คลิก Next 5. ระบุขนาดพื้นที่ที่ต้องการ (หน่วยเป็น MB โดย 1.024 MB เท่ากับ 1 GB) 6. เลือกตัวอักษรไดรฟ์ (เช่น Drive D, E, F) 7. เลือก Format เป็น NTFS และตั้งชื่อไดรฟ์ในช่อง Volume Label 8. คลิก Finish เพื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ

เมื่อทำเสร็จแล้ว ไดรฟ์ใหม่จะปรากฏใน This PC ทันที พร้อมใช้งานสำหรับการเก็บข้อมูล ขั้นตอนการสร้าง volume ใหม่นี้มักใช้เวลาไม่เกิน 2-3 นาทีในการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานของไดรฟ์ใหม่

จะทำอย่างไรถ้าไม่มีพื้นที่สีดำ (Unallocated Space)?

หากคุณไม่มีพื้นที่ว่างที่ยังไม่ได้จัดสรร คุณต้องดึงพื้นที่มาจากไดรฟ์เดิมที่มีอยู่ (ปกติคือไดรฟ์ C) โดยใช้ฟังก์ชัน Shrink Volume ซึ่งจะทำการหดขนาดไดรฟ์เดิมเพื่อสร้างพื้นที่ว่างใหม่ขึ้นมา

ผมเคยเจอปัญหาหนึ่งที่น่าหงุดหงิดมาก คือปุ่ม Shrink Volume เป็นสีเทา กดไม่ได้ ทั้งที่มีพื้นที่ว่างเหลือบานเบอะ ปรากฏว่ามีไฟล์ระบบที่ขยับไม่ได้ (Unmovable files) ขวางทางอยู่ วิธีแก้ที่ผมค้นพบคือต้องปิดระบบ Hibernation และ Page File ชั่วคราว ถึงจะสามารถดึงพื้นที่ออกมาได้ตามปกติ

วิธีแก้ปัญหา Shrink Volume ไม่ทำงาน

หากคุณพบว่า Windows ไม่อนุญาตให้คุณหดขนาดไดรฟ์ได้มากเท่าที่ควร ให้ลองทำความสะอาดดิสก์โดยใช้ Disk Cleanup หรือปิดโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่เบื้องหลังทั้งหมด บางครั้งไฟล์ชั่วคราวของเบราว์เซอร์หรือระบบอัปเดตอาจกำลังล็อคพื้นที่บางส่วนไว้

เปรียบเทียบรูปแบบพาร์ทิชัน: MBR vs GPT

เมื่อคุณเสียบฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่เอี่ยมเพื่อเตรียมวิธีสร้างไดรฟ์ใหม่ ระบบจะถามว่าต้องการใช้รูปแบบ MBR หรือ GPT การเลือกให้ถูกตั้งแต่ต้นสำคัญมาก เพราะมันส่งผลต่อขีดจำกัดและความเร็วในการทำงานของไดรฟ์ในอนาคต

ปัจจุบัน GPT ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่[2] เนื่องจากรองรับขนาดความจุที่มากกว่า 2 TB และมีความทนทานต่อข้อมูลเสียหายได้ดีกว่าระบบ MBR แบบดั้งเดิม

การเลือกรูปแบบพาร์ทิชันที่เหมาะสม

ก่อนจะแบ่งไดรฟ์ใหม่ คุณต้องตัดสินใจเลือกมาตรฐานการจัดเก็บข้อมูลให้ตรงกับฮาร์ดแวร์ของคุณ

GPT (GUID Partition Table) - แนะนำ ⭐

  • สร้างพาร์ทิชันหลักได้สูงสุดถึง 128 ไดรฟ์
  • ทำงานได้ดีที่สุดกับระบบ UEFI และ Windows 10/11
  • รองรับพื้นที่ได้มากกว่า 2 TB (สูงสุดถึง 9.4 ZB)

MBR (Master Boot Record)

  • สร้างพาร์ทิชันหลักได้เพียง 4 ไดรฟ์
  • เหมาะสำหรับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าหรือระบบปฏิบัติการ 32 บิต
  • จำกัดพื้นที่ใช้งานได้ไม่เกิน 2 TB เท่านั้น
หากคอมพิวเตอร์ของคุณซื้อมาภายใน 5-8 ปีที่ผ่านมา แนะนำให้เลือก GPT เสมอ เพราะมีความเสถียรมากกว่าและรองรับฟีเจอร์ความปลอดภัยสมัยใหม่ของ Windows ได้ครบถ้วน

การจัดระเบียบข้อมูลของเอก: จากไดรฟ์เดียวสู่ระบบที่ปลอดภัย

เอก นักเขียนโปรแกรมในกรุงเทพฯ ประสบปัญหาคอมพิวเตอร์อืดและพื้นที่ไดรฟ์ C เต็มจนทำงานไม่ได้ เขาพยายามลบไฟล์ชั่วคราวแต่พื้นที่ก็ยังไม่พอสำหรับงานใหม่

เขาพยายามแบ่งไดรฟ์เองครั้งแรกโดยใช้โปรแกรมเถื่อนที่โหลดมา ผลปรากฏว่าเครื่องค้างกลางคันและเข้า Windows ไม่ได้ ทำให้เขาเกือบเสียงานสำคัญที่ต้องส่งในวันถัดไป

หลังจากกู้ระบบกลับมาได้ เขาตัดสินใจใช้เครื่องมือ Disk Management ของ Windows แทน และเรียนรู้เรื่องการคำนวณหน่วย MB เป็น GB ที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้แบ่งพื้นที่ผิดพลาด

ผลลัพธ์คือเขาสามารถแยกไดรฟ์ข้อมูล D ขนาด 500 GB ออกมาได้สำเร็จ ทำให้ระบบทำงานเร็วขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ และไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลหายเวลาอัปเดต Windows อีกต่อไป

เนื้อหาที่ต้องเชี่ยวชาญ

เลือก GPT สำหรับฮาร์ดดิสก์รุ่นใหม่

มาตรฐาน GPT รองรับความจุได้มหาศาลและมีความปลอดภัยของโครงสร้างข้อมูลสูงกว่า MBR อย่างชัดเจน

หลังจากจัดระเบียบไดรฟ์เรียบร้อยแล้ว หากเพื่อนๆ มือใหม่สงสัยว่าสร้างโฟลเดอร์ยังไง เพื่อจัดเก็บไฟล์ให้เป็นหมวดหมู่ สามารถเข้าไปดูขั้นตอนง่ายๆ ได้เลยครับ
คำนวณพื้นที่ให้แม่นยำ

อย่าลืมว่า 1 GB เท่ากับ 1,024 MB หากต้องการไดรฟ์ขนาด 100 GB เป๊ะๆ ให้กรอกตัวเลข 102,400 MB

แบ่งไดรฟ์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

การแยกไฟล์ข้อมูลออกจากไฟล์ระบบช่วยลดความเสี่ยงข้อมูลสูญหายในกรณีที่ระบบมีปัญหา เนื่องจากสามารถซ่อมแซมหรือติดตั้งระบบใหม่ได้โดยไม่กระทบข้อมูลสำคัญ [3]

ข้อมูลเพิ่มเติม

สร้างไดรฟ์ใหม่แล้วข้อมูลเดิมจะหายไหม?

หากใช้วิธี Shrink Volume จากพื้นที่ว่าง ข้อมูลเดิมจะไม่หายครับ แต่ควรสำรองข้อมูลไว้เสมอเพื่อป้องกันความผิดพลาดทางเทคนิคที่อาจเกิดขึ้นได้น้อยมาก

ทำไมแบ่งไดรฟ์ได้ไม่เท่ากับพื้นที่ว่างที่มีอยู่จริง?

เพราะ Windows มีไฟล์ระบบบางประเภทที่ถูกล็อคตำแหน่งไว้ (Unmovable files) ทำให้ไม่สามารถขยับพื้นที่เพื่อหดขนาดไดรฟ์ได้เกินจุดที่ไฟล์เหล่านั้นวางอยู่

ต้องใช้โปรแกรมช่วยแบ่งพาร์ทิชันไหม?

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป เครื่องมือ Disk Management ที่ติดมากับ Windows เพียงพอต่อการใช้งานแล้วครับ ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมที่อาจมีความเสี่ยงแฝง

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

  • [2] Techpoint - ปัจจุบัน GPT ได้รับความนิยมมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ในเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่
  • [3] Learn - การแยกไฟล์ข้อมูลออกจากไฟล์ระบบช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องและลดความเสี่ยงข้อมูลสูญหายได้ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์