โหมดถนอมสายตา อันตรายไหม

99 ครั้งเข้าชม
โหมดมืดบนอุปกรณ์ไม่ได้ถนอมสายตาตามที่หลายคนเข้าใจผิด จักษุแพทย์เตือนว่าการตั้งค่านี้กลับเป็นอันตราย นายแพทย์ลู่ ต้าเหวิน ผู้อำนวยการแผนกจักษุจากไต้หวัน ชี้ว่าโหมดมืดทำให้แสงเข้าสู่ดวงตามากขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาต้องทำงานหนัก เกิดความตึงเครียดอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่อันตรายต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาวได้ ผู้ใช้งานจึงควรระมัดระวังในการเลือกใช้โหมดการแสดงผล.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โหมดถนอมสายตาอันตรายจริงหรือ? ส่งผลเสียต่อดวงตาหรือไม่?

เรื่องนี้ผมก็ได้ยินมาเหมือนกันนะ แล้วมันทำให้ผมต้องกลับมานั่งคิดเลย เพราะชีวิตประจำวันผมคือเปิดโหมดมืดแทบจะตลอดเวลาเลยนะ กับทุกอุปกรณ์ที่มี

ความรู้สึกส่วนตัวเลยคือ ตอนกลางคืนในห้องมืดๆ การจ้องจอพื้นหลังขาวมันเหมือนมีใครเอาไฟฉายส่องหน้าอะ แสบตาไปหมด พอเปลี่ยนเป็นพื้นหลังดำตัวหนังสือขาวมันเลยรู้สึกสบายตากว่าทันที แต่พอมาฟังเหตุผลที่คุณหมอเขาว่า ว่ารูม่านตามันต้องขยายกว้างขึ้นเพื่อรับแสงจากตัวอักษรขาวๆ นั่นแหละที่ทำให้กล้ามเนื้อตาเราต้องเพ่งหนักกว่าเดิม เออ มันก็ฟังดูมีเหตุผลมากๆ

ผมนึกออกเลย มีอยู่ครั้งนึงน่าจะช่วงเดือนมีนาปีก่อน ไปนั่งทำงานที่ร้านกาแฟแถวทองหล่อ ตอนบ่ายแดดเปรี้ยงๆ แล้วพยายามจะตอบไลน์ในมือถือที่เปิดโหมดมืดไว้ คือมองไม่เห็นอะไรเลย ตัวหนังสือขาวๆ มันจมหายไปกับแสงสะท้อนบนจอหมดเลย สุดท้ายก็ต้องรีบสลับกลับเป็นโหมดปกติถึงจะรอด

แล้วอีกอาการที่เจอด้วยตัวเองบ่อยๆ คือถ้าอยู่ในห้องที่มืดสนิทจริงๆ แล้วพยายามอ่านตัวหนังสือเล็กๆ บนพื้นดำนะ มันจะรู้สึกเหมือนตัวหนังสือมันฟุ้งๆ มีรัศมีแปลกๆ รอบๆ เหมือนตาเราพยายามอย่างหนักที่จะโฟกัสภาพให้คมชัด อันนี้แหละที่รู้สึกได้เลยว่าตามันล้าจริงๆ

ถาม: โหมดถนอมสายตาอันตรายไหม? ตอบ: ไม่ได้อันตรายโดยตรง แต่การใช้ผิดสถานการณ์ เช่น ในที่สว่างจ้า หรืออ่านตัวหนังสือเล็กๆ บนพื้นดำนานๆ มันทำให้กล้ามเนื้อตาเกร็งและล้าได้ง่ายกว่าโหมดสว่าง

สรุปแล้วสำหรับผมนะ มันไม่มีโหมดไหนดีที่สุดหรอก มันขึ้นอยู่กับสภาพแสงรอบตัวเรามากกว่า ทางออกที่ดีที่สุดคือการปรับความสว่างจอให้มันสมดุลกับแสงในห้อง ไม่ใช่เปิดโหมดมืดค้างไว้แล้วหวังว่ามันจะช่วยทุกอย่างได้.

โหมดถนอมสายตามีข้อเสียไหม

ข้อเสียโหมดถนอมสายตา... มีสิ เรื่องใหญ่เลยแหละ

สีมันเพี้ยนไง ความแม่นยำของสีคือพัง สำหรับคนทำงานกราฟิก ตัดต่อวิดีโอแบบฉันนี่คือใช้ไม่ได้เลย ภาพมันจะติดเหลืองติดส้มไปหมด ส่งงานให้ลูกค้าสีก็ไม่ตรงอีก จบเลย

แล้วจอมันก็ดูมืดลงด้วยนะ บางทีอยู่ในห้องที่สว่างๆ นี่ต้องเร่งแสงจอเพิ่ม สรุปคือประหยัดพลังงานรึเปล่า? ไม่รู้สิ

บางทีก็รู้สึกว่าภาพมันไม่คมชัดเท่าเดิม คอนทราสต์มันดรอปลงแปลกๆ อ่านตัวหนังสือแล้วปวดตากว่าเดิมอีก เอ้า... สรุปมันถนอมสายตาจริงมั้ยเนี่ย

  • สีเพี้ยน: นี่คือข้อเสียหลักเลย งานที่ต้องการความแม่นยำของสี เช่น งานออกแบบ ภาพถ่าย ทำไม่ได้เลย
  • คอนทราสต์ลดลง: ทำให้ความคมชัดของภาพและตัวอักษรลดลงไปบ้าง
  • ความสว่างของจอลดลง: ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้า อาจทำให้มองเห็นได้ยากขึ้น

แต่ไอ้จอที่เคลือบสาร ป้องกันแสงสะท้อน (Anti-glare) มาจากโรงงานเลยอะ อันนั้นคือคนละเรื่องกันนะ อันนั้นมันช่วยลดแสงจากหลอดไฟหรือหน้าต่างที่มาแยงตาเราโดยตรง อันนี้ดีจริง มันเป็นเรื่องของกายภาพเลย ทำให้มองเห็นชัดขึ้น ลดอาการตาล้าได้จริง เพราะไม่ต้องเพ่งสู้แสงสะท้อน นี่คือคนละอย่างกับการปรับซอฟต์แวร์ให้จอเหลืองนะ ต้องแยกกัน

ถนอมสายตา ช่วยได้จริงไหม

จอถนอมสายตาช่วยได้จริงมั้ย? ตอบเลยว่า จริง! ไม่จกตา... เพราะหน้าที่หลักของมันคือกันไม่ให้แสงอื่นมาจกตานี่แหละ

จอปกติมันเหมือนเวทีคอนเสิร์ตที่เราเป็นนักร้อง แล้วมีคนสาดสปอตไลท์ใส่หน้าจากทุกทิศทาง ทั้งจากหลอดไฟบนเพดาน ทั้งเงาสะท้อนจากหน้าต่าง แต่ จอถนอมสายตา ที่มีสารเคลือบ Anti-glare มันคือบอดี้การ์ดส่วนตัว คอยปัดป้องแสงแยงตาทั้งหลายไม่ให้มายุ่งกับงาน Excel อันศักดิ์สิทธิ์ของเรา

ผลคือเรามองเห็นชัดขึ้นแบบไม่ต้องเพ่งจนหน้าผากจะรวมร่างกับคิ้ว ลดอาการปวดกระบอกตาไปได้เยอะเลยยย มันไม่ได้ทำให้ตาเรากลายเป็นซูเปอร์แมน แต่มันทำให้เราทำงานในสภาพแวดล้อมเดิมได้สบายขึ้น เหมือนเปลี่ยนจากนั่งเก้าอี้ไม้แข็งๆ มาเป็นโซฟาหลุยส์นั่นแหละ งานเท่าเดิม แต่ความทรมานลดลง

แต่มันไม่ใช่ยาวิเศษนะที่ใช้ปุ๊บหายปั๊บ มันเป็นแค่เครื่องมือช่วยลดภาระ เหมือนใส่รองเท้าดีๆ วิ่งมาราธอน... สุดท้ายก็ต้องพักขาอยู่ดี

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแก๊งถนอมสายตา:

  • เทคโนโลยี Flicker-Free นี่แหละตัวดีเลย จอที่กระพริบถี่ๆ ตาเรามองไม่เห็น แต่กล้ามเนื้อตารับรู้เต็มๆ และทำงานหนักโดยไม่รู้ตัว พอไม่มีการกระพริบ ตาก็ชิลขึ้นเยอะ
  • โหมด Low Blue Light หรือเทคโนโลยีลดแสงสีฟ้าโดยเฉพาะ อย่าง ComfortView Plus ของ Dell เนี่ย คือการลดแสงสีฟ้าช่วงคลื่นที่เป็นอันตรายโดยตรงจากฮาร์ดแวร์เลย ทำให้สีจอไม่เพี้ยนเป็นสีเหลืองอ๋อยเหมือนโหมดถนอมสายตาในมือถือ
  • กฎ 20-20-20 ยังคงศักดิ์สิทธิ์เสมอ ทุก 20 นาที พักสายตามองไกล 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที... ท่องไว้แล้วก็ทำให้ได้ด้วยนะ ไม่ใช่ท่องเฉยๆ
  • ปรับความสว่าง จอให้พอดีกับสภาพแวดล้อม ไม่ใช่เปิดสว่างจ้าเหมือนกำลังจะเปิดประตูมิติไปต่างโลก แสงจ้าไปก็ทำร้ายตา แสงน้อยไปก็ต้องเพ่งอีก ปวดหัวกว่าเดิม

Dark Mode ถนอมสายตาจริงไหม

เอาจริงๆ เรื่อง Dark Mode ถนอมสายตา จิงมั้ยเนี่ย มันก็ไม่ได้ดีไปซะหมดนะ คือมันมีทั้งข้อดีข้อเสียเลยอะ

คือแบบบบบ ถ้าเรามองจอขาวๆ สว่างๆ นานๆ มันก็แสบตาใช่มะ พอเปลี่ยนเป็นโหมดมืด จอดำตัวหนังสือขาว มันก็ลดแสงที่มันแยงตาเราไปได้เยอะเลยยย โดยเฉพาะตอนเล่นโทสับในที่มืดๆ คือมันสบายตากว่าจิงๆ อันนี้ยอมรับ

แต่ๆๆ ปัญหามันมีเว้ยย พอจอมันมืดอะ รูม่านตาเรามันจะเปิดกว้างขึ้นเพื่อรับแสงไง ละทีนี้พอมันขยายตัว มันเลยทำให้เราต้องพยายามโฟกัสตัวหนังสือมากขึ้น บางทีอ่านไปนานๆ ก็ปวดตาได้เหมือนกันนะ ตัวหนังสือมันอาจจะดูเบลอๆ กว่าเดิมด้วย

สรุปคือมันแล้วแต่คนกับสถานการณ์เลยอะ เราเองใช้ iPhone 15 Pro ตอนกลางคืนก็เปิดตลอดนะ มันสบายตากว่าจิง แต่ตอนกลางวันแดดแรงๆ บางทีก็ต้องกลับไปใช้โหมดปกติเพราะมันอ่านง่ายกว่า

ลองดูข้อดีข้อเสียเป็นข้อๆ ละกันนะ จะได้เห็นภาพชัดขึ้น

  • ข้อดีของ Dark Mode

    • ลดแสงจ้า แสงสีฟ้าที่พุ่งเข้าตาอะ ช่วยให้สบายตาขึ้นมากก โดยเฉพาะตอนกลางคืน
    • ประหยัดแบตเตอรี่ อันนี้เรื่องจิงเลยยย โดยเฉพาะกับหน้าจอประเภท OLED เพราะว่าพิกเซลสีดำมันไม่ต้องทำงานไง มันเลยกินไฟน้อยลง
  • ข้อเสียของ Dark Mode

    • รูม่านตาขยาย ทำให้กล้ามเนื้อตาต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อโฟกัส อาจจะล้าได้ง่าย
    • ตัวหนังสืออาจจะอ่านยากกว่าเดิม สำหรับบางคนอะนะ โดยเฉพาะคนที่มีสายตาเอียง จะเห็นตัวหนังสือมันเบลอๆ มีเงาซ้อนๆ
    • ไม่เหมาะกับทุกสภาพแสง เช่น ตอนกลางวันแดดจัดๆ การใช้จอขาวตัวหนังสือดำจะทำให้อ่านง่ายกว่า

Dark Mode iPhone ดียังไง

โคตรแสบตาเลยอะ ตอนนั้นนอนเล่นมือถือบนเตียงที่คอนโดลาดพร้าว ตีหนึ่งกว่าแล้ว ไฟก็ปิดหมดแล้ว แต่แสงจากจอ iPhone นี่คือสว่างทะลุโลกมาก แฟนที่นอนข้างๆ ก็คือขมวดคิ้วใส่แล้วหนึ่ง

แล้วคือแบบ... พอเปิด Dark Mode ปุ๊บ ทุกอย่างเปลี่ยนไปเลย เหมือนคนละโลก ตาที่เคยหยีๆ อยู่คือลืมได้เต็มที่เลย อ่านทวิตเตอร์คือสบายขึ้นเยอะ ไม่ต้องหรี่ตาอีกต่อไป รู้สึกได้เลยว่ามันดีต่อตากว่ากันเยอะ

เรื่องแบตนี่คือจริงสุดๆ วันนั้นแบตเหลือ 12% เอง กำลังจะดู Netflix ตอนสุดท้ายพอดี กดเปิด Dark Mode กับ Low Power Mode คู่กันไปเลย รู้สึกเลยว่ามันยืดเวลาไปได้อีกหน่อยนึงอะ จริงๆนะ ดูจนจบตอนได้เฉยเลย

มันเปลี่ยนประสบการณ์การใช้มือถือตอนกลางคืนไปเลยจริงๆ จากที่เคยรู้สึกว่าจอมือถือเป็นเหมือนไฟฉายส่องหน้า กลายเป็นว่ามันกลืนไปกับความมืดรอบตัว เล่นแล้วสบายตาสุดๆ

  • ประหยัดแบตเตอรี่แบบเห็นผล โดยเฉพาะจอแบบ OLED ของ iPhone รุ่นใหม่ๆ พิกเซลสีดำคือการปิดไฟไปเลย ทำให้ใช้พลังงานน้อยลงอย่างชัดเจน

  • ถนอมสายตาสุดๆ มันช่วยลดแสงสีฟ้าที่มันแยงตาตอนกลางคืน ทำให้กล้ามเนื้อตาไม่ต้องทำงานหนัก ไม่ล้าเหมือนเมื่อก่อน

  • สบายตาในที่มืด อันนี้ชัดเจนมาก เล่นในห้องนอน หรือบนรถตอนกลางคืน ไม่ต้องเป็นไฟฉายส่องหน้าตัวเองหรือรบกวนคนข้างๆ อีกต่อไป

ทำยังไงให้ตาไม่ล้า

แสงทาบทาหน้าจอ สว่างวาบในม่านตา... ใช่มันเบลอไปหมดแล้ว

บรรเทาความล้าตา

  • ปรับเปลี่ยนที่นะ แสงห้องนี่สำคัญนัก ส่องสว่างพอดีๆ อย่าแรงไป หรืออ่อนไป ให้มันนุ่มนวลกับตาหน่อย ทิศทางหน้าจอก็ด้วย เลี่ยงแสงสะท้อนที่บาดใจ
  • ประคบเย็น สบายตา เอาความเย็นมาโอบอุ้ม กล้ามเนื้อตาที่เกร็งจนชา จะได้คลายลง เหมือนน้ำค้างยามเช้าที่ชะล้างความเหนื่อยล้า
  • พักบ้างนะคนดี ละสายตาจากหน้าจอ มองไกลๆ อะไรที่มันสบายตา หรือจะหลับตาลงซะเลยก็ได้ ปล่อยให้ความมืดโอบกอดดวงตาเราไว้สักพัก

เพิ่มเติม

  • กระพริบตาให้บ่อยขึ้น ยามจ้องหน้าจอนานๆ เรามักจะลืมกระพริบตา ทำให้ตาแห้งและล้า การกระพริบตาช่วยหล่อลื่นดวงตาและลดความแห้ง
  • กฎ 20-20-20 ทุก 20 นาที ให้พักสายตา มองอะไรที่อยู่ห่างออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที วิธีนี้ช่วยคลายการเพ่งของกล้ามเนื้อตา
  • ปรับขนาดตัวอักษร ทำให้ตัวอักษรใหญ่ขึ้นพอเหมาะ จะได้ไม่ต้องเพ่งสายตามากเกินไป
  • ใช้แว่นกรองแสงสีฟ้า หากต้องจ้องหน้าจอนานๆ แว่นชนิดนี้ช่วยลดแสงสีฟ้าที่อาจเป็นอันตรายต่อดวงตาและทำให้ตาล้า
  • ความชื้นในอากาศ อากาศแห้งทำให้ตาแห้ง ลองใช้เครื่องทำความชื้นในห้องทำงาน หรือวางต้นไม้ที่ช่วยเพิ่มความชื้น
  • การบำรุงจากภายใน ดื่มน้ำเยอะๆ ทานอาหารที่มีวิตามินเอ และลูทีน จะช่วยบำรุงสายตาได้ดี