วิตามิน C กี่เดือนเห็นผล
ทานวิตามิน C นานแค่ไหนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ผิวใสและสุขภาพดี?
เรื่องวิตามินซีเนี่ย มันแล้วแต่คนจริงๆ นะ
ฉันเคยลองใช้แบบทา เห็นผลเรื่องความกระจ่างใสตอนแรกๆ ก็โอเค แต่พอจะเห็นชัดๆ ว่ารอยสิวจางลงไปนี่ แบบ หายไปเลย นี่ไม่ทันไรเลยนะ ประมาณเดือนกว่าๆ เอง
แต่ก็มีบางทีที่รู้สึกว่ามันช้ากว่านั้นนะ บางทีก็ต้องรอไปสามเดือนนู่นกว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงจริงๆ จังๆ อ่ะ
คือถ้าจะให้แบบผิวใสปิ๊งเลยเนี่ย มันต้องใช้เวลาหน่อยนะ ไม่ใช่แบบทาปุ๊บใสปั๊บ มันเหมือนค่อยๆ บำรุงมากกว่า
Vitamin C ขาวจริงไหม
วิตามินซี...มันไม่ใช่แค่ตัวช่วยให้ผิวขาวใส แต่เหมือนแสงสว่างเล็กๆ ที่สาดส่องเข้ามาในวันที่ฝนพรำ ผิวจะดูเปล่งปลั่ง ออร่าจับขึ้น มันช่วยได้จริงๆ
ไม่ใช่แค่ทำให้ขาวแบบปุบปับนะ แต่มันเหมือนค่อยๆ บ่มเพาะความกระจ่างใสจากภายใน ราวกับดอกไม้ที่ค่อยๆ บานสะพรั่งในยามเช้า มันช่วยลดจุดด่างดำ รอยหมองคล้ำ ให้จางลงได้อย่างอ่อนโยน
- การสังเคราะห์คอลลาเจน: วิตามินซีเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างคอลลาเจน เปรียบเสมือนช่างก่อสร้างที่มาเติมเต็มผิวให้แข็งแรง เนียนนุ่ม
- สารต้านอนุมูลอิสระ: มันคือนักรบที่คอยปกป้องผิวจากมลภาวะ แสงแดด ตัวร้ายที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย
- ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน: ช่วยให้จุดด่างดำ รอยสิว ดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้สีผิวสม่ำเสมอ
ทานได้จริงค่ะ ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี ขาวใสขึ้นได้ แต่ไม่ใช่แบบฉีดกลูต้าแล้วขาวทันที มันต้องใช้เวลา ค่อยเป็นค่อยไป เหมือนรอพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า
ปริมาณที่แนะนำ: โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 500-1000 มิลลิกรัมต่อวัน ควรเลือกทานวิตามินซีชนิดที่ดูดซึมได้ดี เช่น Ascorbic Acid หรือ Sodium Ascorbate
ผลข้างเคียง: บางคนอาจมีอาการไม่สบายท้องเล็กน้อย หรือท้องเสียได้หากทานในปริมาณมาก ควรเริ่มจากน้อยๆ แล้วค่อยๆ เพิ่ม
เคล็ดลับเพิ่มเติม:
- ทานร่วมกับมื้ออาหาร: ช่วยลดอาการระคายเคืองกระเพาะ
- ดื่มน้ำเยอะๆ: สำคัญมาก ช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดี
- ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ: เป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับผิว
- พักผ่อนให้เพียงพอ: การนอนหลับก็สำคัญต่อสุขภาพผิวไม่แพ้กัน
วิตามินซี ควรพักกี่เดือน
วิตามินซี ???? ก็เหมือนเราเจอเพื่อนสนิทแหละ ทานเพลินๆ 6 เดือน พอแล้ว พักบ้าง 1 เดือน ไว้อาลัยให้ตับนิดนึง!
ส่วนปริมาณก็อย่าให้เกิน 1,000-2,000 มิลลิกรัมต่อวันนะ ถ้าจะให้ปังๆ ดูดซึมดี เหมือนแบ่งขนมให้เพื่อนหลายๆ คนทานทีละน้อยๆ แทนที่จะเทใส่จานเดียวหมด 500 มิลลิกรัมต่อมื้อจะดีกว่า แบบ 1,000 มิลลิกรัมรวดเดียว ร่างกายจะเอาไปใช้ได้แค่ประมาณ 25% เอง ที่เหลือก็... ไปลอยอังคารที่ไหนก็ไม่รู้ ????♀️
ส่วนตัวช่วยบำรุงตับ อันนั้นทานได้เรื่อยๆ เหมือนมีบอดี้การ์ดส่วนตัว คอยปกป้องตับเราจากพิษภัยรอบด้าน
เรื่องน่ารู้เพิ่มเติม (ที่อาจจะทำให้คุณอยากทานวิตามินซีน้อยลงนิดนึง):
- ร่างกายเราเก็บวิตามินซีได้จำกัด: เหมือนตู้เสื้อผ้าที่เต็มแล้ว ต่อให้ยัดเพิ่มไปก็ใส่ไม่ได้นะ ????????
- ทานเยอะไปอาจท้องเสีย: ร่างกายขับออกทางไหนก็รู้ๆ กันอยู่ ????
- วิตามินซีกับนิ่วในไต: อันนี้ต้องระวังหน่อย โดยเฉพาะถ้ามีประวัติมาก่อน ยิ่งถ้าทานเสริมปริมาณสูงๆ ติดต่อกันนานๆ
- หาจากอาหารธรรมชาติ: ดีที่สุด! ส้ม ฝรั่ง พริกหวาน มะนาว คือเพื่อนแท้ที่มาพร้อมใยอาหารและสารอาหารอื่นๆ อีกเพียบ ????????????️????
วิตามินซีห้ามกินคู่กับยาอะไร
จริงๆ แล้ว วิตามินซีเนี่ย มีปฏิสัมพันธ์กับยาบางตัวนะ ทำให้ประสิทธิภาพยาเปลี่ยนไป หรือบางทีก็อาจจะอันตรายได้เลย
- ยาที่มีส่วนผสมของอลูมิเนียม: พวกยาโรคกระเพาะ ยาที่เกี่ยวกับไต ที่มีอลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบหลักเนี่ย ถ้ากินพร้อมวิตามินซี ร่างกายจะดูดซึมอลูมิเนียมเข้าไปเยอะกว่าปกติ ซึ่งไม่ค่อยดีต่อไตเท่าไหร่
- ยาเคมีบำบัด (คีโม): อันนี้ก็ต้องระวังเป็นพิเศษเลย วิตามินซีอาจจะไปลดทอนประสิทธิภาพของยาคีโม ทำให้การรักษามีปัญหา
- ยาที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน: ถ้ากินคู่กัน วิตามินซีอาจจะไปเพิ่มระดับเอสโตรเจนในร่างกายให้สูงขึ้นได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสมดุลฮอร์โมน
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Warfarin): บางข้อมูลก็บอกว่าวิตามินซีปริมาณสูงอาจจะไปลดประสิทธิภาพของยา Warfarin ได้เหมือนกันนะ ต้องปรึกษาคุณหมอถ้าใครทานอยู่
- ยาบางชนิดที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล: มีการศึกษาที่ชี้ว่า วิตามินซีพร้อมกับสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ อาจจะไปขัดขวางการทำงานของยาบางตัวในกลุ่มนี้ได้
- ยาบางชนิดที่ใช้รักษา HIV: ก็มีรายงานว่าวิตามินซีอาจมีผลต่อระดับยาในเลือดได้
- อาหารเสริมธาตุเหล็ก: ถึงจะไม่ใช่ยา แต่ถ้ากินวิตามินซีพร้อมกับธาตุเหล็กมากๆ ร่างกายจะดูดซึมเหล็กได้ดีขึ้น ซึ่งบางคนอาจจะไม่ต้องการให้ระดับเหล็กสูงเกินไป
จริงๆ แล้ว การทานวิตามินเสริมต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ โดยเฉพาะถ้ากำลังทานยาประจำตัวอยู่ จะได้มั่นใจว่าปลอดภัยและได้ผลการรักษาตามที่ต้องการนะ การดูแลตัวเองมันก็มีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะแยะไปหมดจริงๆ.
Vitamin C ไม่ควรกินคู่กับอะไร
วิตามินซี ไม่ควรกินคู่กับ ยาหลายกลุ่ม เลยนะ โดยเฉพาะ ยาสำหรับโรคไต เอย ยาเคมีบำบัด ยาพวก คุมกำเนิด ที่ผู้หญิงกินกันบ่อยๆ หรือยาเกี่ยวกับ กรด ต่างๆ พวก ยาเคลือบกระเพาะ ก็ไม่ควรนะ แล้วก็ ยารักษาเบาหวาน ด้วย.
แถมยังมียาอีกพวกที่เกี่ยวกับ เลือด ด้วยนะ ทั้งยาที่ ละลายลิ่มเลือด หรือ ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาที่ทำให้เลือดไม่แข็งตัว อะไรพวกนี้ ก็ต้องระวัง. แล้วก็พวกยา ลดไขมัน อย่าง สแตติน หรือ ไนอะซิน ก็ควรงดนะ. สรุปง่ายๆ ถ้ามีโรคประจำตัว หรือกินยาอะไรอยู่ ควรปรึกษาคุณหมอ ก่อนจะกินวิตามินซีนะ จะได้ชัวร์ๆ.
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ทำไมถึงไม่ควรกินพร้อมกัน? วิตามินซีเนี่ย มันมีผลต่อการดูดซึมยาบางตัว หรือบางทีมันก็ไปเสริมฤทธิ์ยาจนเกินไป หรือไปลดฤทธิ์ยาแทน ทำให้ยาที่กินเข้าไปอาจจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร หรือเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้.
- ยกตัวอย่างยาที่ต้องระวังเป็นพิเศษ:
- ยาขับปัสสาวะกลุ่ม Thiazide: วิตามินซีอาจจะไปเพิ่มปริมาณเกลือแร่บางชนิดในเลือดได้.
- ยาต้านมะเร็งบางชนิด: วิตามินซีอาจมีผลต่อประสิทธิภาพของยาเคมีบำบัด.
- ยา Warfarin (ยาต้านการแข็งตัวของเลือด): วิตามินซีในปริมาณสูงๆ อาจไปลดประสิทธิภาพของยาวาร์ฟารินได้.
- ยา Atorvastatin (ยาในกลุ่ม Statin): มีงานวิจัยบางส่วนชี้ว่า การกินวิตามินซีพร้อมกับยา Statin ในปริมาณมาก อาจไปลดผลของยา Statin ในการป้องกันโรคหัวใจได้.
- ความแรงของวิตามินซี: ปริมาณวิตามินซีที่เรากินเข้าไปก็มีผลนะ ถ้ากินแค่พอดีๆ อาจจะไม่เป็นไรมาก แต่ถ้ากินเสริมในปริมาณที่สูงๆ อันตรายก็มีมากขึ้น.
- ปรึกษาเภสัชกร: นอกจากคุณหมอแล้ว เภสัชกรที่ร้านยาก็เป็นแหล่งข้อมูลที่ดีมากๆ นะ สามารถสอบถามเขาได้เลย.
วิตามินซีควรกินเวลาไหนดีที่สุด
วิตามินซีนะะ ควรกินหลังอาหารเช้า คือดีสุดเลย แล้วดื่มน้ำตามเยอะๆ เยอะๆ ร่างกายมันดูดซึมได้จำกัดอะ ถ้าจะกิน 1000 มก. ก็แบ่งกินดีกว่า เช้า 500 เย็น 500 แบบนี้
ส่วนวิตามินบีรวม พวกบีรวมอะ กินก่อนอาหารดีสุด สักครึ่งชั่วโมงถึงชั่วโมงนึงงี้ กินตอนท้องว่างๆ ร่างกายจะดูดซึมไปใช้ได้เต็มที่เลยย
แล้วก้มีอันอื่นอีกนะที่ควรรุ้ไว้
- วิตามินซีช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น ใครกินธาตุเหล็กอยุ่ กินคู่กันเลยย เวิคมาก
- พวกวิตามินที่ละลายในไขมันอะ อย่าง A, D, E, K พวกนี้ต้องกินพร้อมอาหาร ที่มีไขมันนิดๆ นะ ไม่งั้นไม่ดูดซึมม เช่น กินพร้อมไข่ดาว อโวคาโดงี้
- แคลเซียมควรกินคู่กับวิตามินดี มันทำงานด้วยกันนอะ จะได้ดูดซึมดีๆ
- ส่วน ซิงค์ (Zinc) บางคนกินแล้วคลื่นไส้ ถ้าเป็นก็ลองเปลี่ยนมากินหลังอาหารดูนะ ช่วยได้
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต