ลาเกินกี่ครั้งไม่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือน

0 ครั้งเข้าชม
การตัดสินว่า ลาเกินกี่ครั้งไม่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือน พิจารณาจากเกณฑ์ดังนี้ ลาป่วยและลากิจส่วนตัวรวมกันเกิน 6 ครั้ง วันลารวมทั้งหมดเกิน 23 วันทำการต่อรอบ มาสายสะสมเกิน 8 ครั้งในรอบ 6 เดือน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ลาเกินกี่ครั้งไม่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือน? เช็กเกณฑ์ 6 ครั้ง 23 วัน

ทำความเข้าใจเงื่อนไข ลาเกินกี่ครั้งไม่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือน เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตนเองอย่างถูกต้อง การขาดวินัยเรื่องเวลาปฏิบัติราชการส่งผลกระทบโดยตรงต่อความก้าวหน้าในอาชีพ ข้าราชการจึงต้องตรวจสอบสถิติการลาและการมาสายอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่นำไปสู่การเสียสิทธิรับเงินเดือนเพิ่มในรอบประเมิน ศึกษาข้อมูลเพื่อการวางแผนลาที่ถูกต้อง

สรุปคำตอบสั้นๆ: ลาเกินกี่ครั้งถึงจะหมดสิทธิเลื่อนขั้นเงินเดือน?

สำหรับการประเมินผลการปฏิบัติราชการในรอบ 6 เดือน การลาป่วยและลากิจส่วนตัวรวมกันเกิน 6 ครั้ง มักเป็นจุดตัดสำคัญที่ทำให้ข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาเสียสิทธิในการเลื่อนเงินเดือน[1] ในระดับสูงสุด หรืออาจไม่ได้รับการเลื่อนเงินเดือนเลยหากมีจำนวนวันลารวมกันเกิน 23 วันทำการในรอบการประเมินนั้นๆ

กฎเกณฑ์นี้มีความเข้มงวดเป็นพิเศษในปี 2569 เนื่องจากระบบการประเมินถูกปรับปรุงให้เน้นประสิทธิภาพและความต่อเนื่องของการทำงานมากขึ้น ตัวเลข 6 ครั้ง และ 23 วันทำการ จึงไม่ได้เป็นเพียงสถิติ แต่เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่หน่วยงานส่วนใหญ่ใช้ในการคัดกรองเบื้องต้นก่อนจะพิจารณาผลงานในเชิงลึกต่อไป

ระเบียบ ก.พ. ปี 2569: เจาะลึกจำนวนครั้งและจำนวนวันที่ลางานได้

ในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนแต่ละรอบ (1 เมษายน และ 1 ตุลาคม) สำนักงาน ก.พ. กำหนดมาตรฐานกลางไว้เพื่อให้แต่ละหน่วยงานนำไปปรับใช้ โดยเน้นที่ความสม่ำเสมอในการมาปฏิบัติราชการเป็นหลัก

เกณฑ์ 6 ครั้ง และ 23 วันทำการคืออะไร?

การนับจำนวนครั้งจะพิจารณาจากการยื่นใบลาแต่ละครั้ง ไม่ว่าการลานั้นจะมีระยะเวลากี่วันก็ตาม หากในรอบ 6 เดือน คุณมีการลาป่วยและลากิจรวมกันเกิน 6 ครั้ง ระบบจะถือว่าคุณมีพฤติกรรมการลาบ่อยครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคะแนนประเมินในส่วนของความอุตสาหะ

นอกจากจำนวนครั้งแล้ว จำนวนวันรวมก็สำคัญไม่แพ้กัน มาตรฐานส่วนใหญ่ระบุว่าต้องมีวันลาไม่เกิน 23 วันทำการ การลาเกินกว่านี้เพียง 1 วัน อาจทำให้คุณถูกตัดสิทธิจากการเลื่อนเงินเดือนทันที ยกเว้นจะมีเหตุผลความจำเป็นพิเศษที่ผู้บังคับบัญชาอนุญาตเป็นรายกรณี ผมเคยเห็นคนทำงานดีมากแต่พลาดโอกาสเพียงเพราะลากิจติดต่อกันหลายครั้งในช่วงปลายรอบประเมินจนตัวเลขเกินเกณฑ์ไปอย่างน่าเสียดาย

ข้อยกเว้นการลาที่ไม่นำมานับรวมในการประเมิน

ไม่ใช่การลาทุกประเภทจะถูกนำมาหักคะแนน ระเบียบปัจจุบันระบุข้อยกเว้นไว้ชัดเจนเพื่อรักษาสิทธิของเจ้าหน้าที่ในกรณีจำเป็น: การลาคลอดบุตร: สามารถลาได้ตามสิทธิโดยไม่นำจำนวนวันมาหักล้างเกณฑ์การเลื่อนเงินเดือนปกติ การลาป่วยจำเป็น: กรณีป่วยหนักจนต้องรักษาตัวเป็นเวลานานและมีใบรับรองแพทย์ยืนยันชัดเจน มักได้รับการยกเว้นไม่นับเป็นความบกพร่อง การลาไปรับการตรวจเลือกหรือเตรียมพล: ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร การลาพักผ่อน: การใช้สิทธิลาพักร้อนประจำปีไม่ส่งผลต่อการนับครั้งหรือวันในการเลื่อนเงินเดือน

การมาสายกับการเลื่อนเงินเดือน: ความจริงที่หลายคนมองข้าม

การมาสายถูกมองว่าเป็นดัชนีชี้วัดวินัยที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ในรอบการประเมิน 6 เดือน หากมีการมาสายเกิน 8 ครั้ง มักจะถูกพิจารณาว่าไม่มีความสม่ำเสมอในการปฏิบัติงาน[3] หลายหน่วยงานใช้เกณฑ์การมาสาย 5 ถึง 8 ครั้งเป็นตัวตัดสินในการตัดคะแนนจิตพิสัย

น่าสนใจว่าในระบบบริหารงานยุคใหม่ การมาสายหลายครั้งสามารถถูกนำมาคำนวณรวมกับการลาได้ โดยในบางระเบียบระบุว่าการมาสาย 3 ครั้งอาจถูกนับเท่ากับการลา 1 ครั้ง สิ่งนี้สร้างความตื่นตัวให้กับพนักงานอย่างมาก เพราะการตื่นสายเพียงไม่กี่วันต่อเดือนอาจส่งผลถึงรายได้ทั้งปีของคุณได้เลย

พฤติกรรมการลา (Leave Behavior): กับดักที่ทำให้พลาดการขึ้นเงินเดือน

นี่คือความลับที่ผมอยากแชร์: แม้คุณจะลาไม่เกิน 6 ครั้งและไม่เกิน 23 วันตามกฎเป๊ะๆ แต่คุณก็ยังอาจถูกประเมินให้ได้คะแนนต่ำได้ หากพฤติกรรมการลาของคุณดูจงใจหรือส่งผลกระทบต่อทีมงานสูงเกินไป

ผู้บริหารมักดูว่าคุณลาในช่วงที่งานยุ่งที่สุดของแผนกหรือไม่ หรือมีการลาป่วยในวันจันทร์หรือวันศุกร์บ่อยเกินไปจนผิดสังเกตหรือเปล่า พฤติกรรมเหล่านี้เรียกว่า Leave Pattern ซึ่งระบบ AI ในการบริหารงานบุคคลยุค 2026 สามารถตรวจจับความสม่ำเสมอที่ผิดปกติได้ทันที การรักษาภาพลักษณ์การทำงานจึงสำคัญเท่ากับการรักษาสถิติวันลา

อย่าลืมว่าคะแนนประเมินมีส่วนที่เป็นการใช้ดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาสูงถึง 15-20% ซึ่งมักจะมาจากเรื่องความรับผิดชอบและการตรงต่อเวลานี่เอง

หากยังมีข้อสงสัยว่า 'ลากี่ครั้งถึงไม่ได้เลื่อนเงินเดือน' สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ คำตอบโดยละเอียด

เปรียบเทียบสิทธิการลาและการเลื่อนเงินเดือนระหว่างบุคลากรประเภทต่างๆ

แต่ละตำแหน่งงานมีระเบียบรองรับที่แตกต่างกัน การเข้าใจเกณฑ์ของตนเองจะช่วยให้วางแผนการลาได้อย่างแม่นยำ

ข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)

- ไม่เกิน 6 ครั้งต่อรอบประเมิน (ป่วยและกิจรวมกัน)

- 8 ครั้งเริ่มมีผลต่อคะแนนความอุตสาหะ

- ไม่ควรเกิน 23 วันทำการเพื่อให้ได้สิทธิเลื่อนปกติ

ข้าราชการครู (ก.ค.ศ.)

- ไม่เกิน 6 ครั้งต่อรอบประเมิน (เคร่งครัดเรื่องการทิ้งห้องสอน)

- สะท้อนถึงมาตรฐานวิชาชีพ มักเข้มงวดกว่างานสายสนับสนุน

- ไม่เกิน 23 วันทำการ (ไม่รวมลาพักผ่อน)

พนักงานจ้าง/ลูกจ้างชั่วคราว

- ตามสัญญาจ้าง ส่วนใหญ่อ้างอิงเกณฑ์ 5-6 ครั้ง

- ส่งผลต่อการพิจารณาต่อสัญญาจ้างในปีถัดไป

- มักยืดหยุ่นน้อยกว่าข้าราชการประจำ

ข้าราชการประจำมีเกณฑ์ที่ชัดเจนและมีข้อยกเว้นมากกว่า ในขณะที่พนักงานจ้างต้องระวังเรื่องการมาทำงานสายเป็นพิเศษเพราะมีผลต่อความมั่นคงของสัญญาจ้างในระยะยาว

บทเรียนจากคุณธนพล: เมื่อการลานิดๆ หน่อยๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่

คุณธนพล นักวิชาการหนุ่มในหน่วยงานรัฐที่กรุงเทพฯ เป็นคนทำงานเก่งและได้รับมอบหมายงานสำคัญเสมอ แต่เขามีนิสัยชอบลากิจครึ่งวันบ่อยครั้งเพื่อไปทำธุระส่วนตัว โดยคิดว่าการลาเพียงครึ่งวันไม่น่าจะส่งผลเสียอะไรต่อประวัติการทำงานมากนัก

เมื่อถึงรอบการประเมินเดือนเมษายน 2569 ธนพลพบว่าเขาไม่ได้เลื่อนเงินเดือนในระดับ ดีเด่น ทั้งที่ผลงานผ่านเกณฑ์ทุกอย่าง เขาพยายามหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับคะแนนของเขาจนกระทั่งได้คุยกับฝ่ายบุคคล

เขาเพิ่งตระหนักว่าการลากิจครึ่งวัน 8 ครั้งของเขาถูกนับเป็น 8 ครั้งเต็มตามระเบียบ ซึ่งเกินเกณฑ์ 6 ครั้งที่กำหนดไว้ แม้จำนวนวันรวมจะน้อยมากก็ตาม ความเข้าใจผิดเรื่องการนับ ครั้ง vs วัน ทำให้เขาเสียโอกาสในการเพิ่มรายได้ปีนั้นไป

หลังจากเหตุการณ์นั้น ธนพลปรับวิธีใหม่โดยการรวบธุระไปทำในวันเดียวหรือใช้การทำงานนอกสถานที่ชดเชยแทน ทำให้รอบการประเมินถัดมาเขาสามารถคุมจำนวนครั้งการลาได้ไม่เกิน 3 ครั้ง และได้รับเลื่อนเงินเดือนในระดับสูงสุดตามเป้าหมาย

อ้างอิงเพิ่มเติม

ถ้าลาป่วยมีใบรับรองแพทย์จะถูกนับจำนวนครั้งไหม?

ในทางปฏิบัติยังคงถูกนับเป็นจำนวนครั้งการลาปกติ แต่ในการประเมินเชิงลึก ผู้บังคับบัญชาจะนำใบรับรองแพทย์มาใช้ประกอบการพิจารณาเพื่อยกเว้นการหักคะแนนความอุตสาหะได้ หากเป็นการป่วยที่มีความจำเป็นจริง

มาสายกี่นาทีถึงจะเริ่มนับเป็น 1 ครั้ง?

ส่วนใหญ่จะยึดตามระบบลงเวลาของหน่วยงาน หากเกินเวลาที่กำหนดแม้เพียง 1 นาทีและไม่มีเหตุผลอันควรจะถือเป็นการมาสาย 1 ครั้งทันที โดยสถิติมาสาย 8 ครั้งมักเป็นจุดอันตรายต่อการเลื่อนเงินเดือน

ลากิจล่วงหน้าเสียประวัติน้อยกว่าลาป่วยกะทันหันจริงหรือไม่?

จริงในแง่ของพฤติกรรมการทำงาน การลากิจล่วงหน้าช่วยให้ทีมเตรียมตัวรับมือได้ คะแนนในส่วนการประสานงานและทีมงานจึงมักจะสูงกว่าผู้ที่ลาป่วยกะทันหันบ่อยๆ โดยไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน

สรุปและข้อสรุป

รักษาตัวเลข 6/23 เป็นกฎเหล็ก

พยายามอย่าให้การลาป่วยและลากิจรวมกันเกิน 6 ครั้ง หรือเกิน 23 วันทำการในรอบ 6 เดือนเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการประเมิน

การนับครั้งสำคัญกว่าจำนวนวันในบางกรณี

อย่ามองข้ามการลาครึ่งวันหรือลาชั่วโมงเดียว เพราะระเบียบบางแห่งนับเป็นการลา 1 ครั้ง ซึ่งอาจทำให้คุณเกินเกณฑ์ได้ง่ายๆ

สถิติมาสายคือตัวชี้วัดวินัย

รักษาสถิติการมาสายไม่ให้เกิน 5-8 ครั้งต่อรอบประเมิน เพราะเป็นส่วนที่สะท้อนความรับผิดชอบได้ชัดเจนที่สุดและแก้ไขได้ยากในตอนท้าย

การอ้างอิงไขว้

  • [1] Surat2 - การลาป่วยและลากิจส่วนตัวรวมกันเกิน 6 ครั้ง มักเป็นจุดตัดสำคัญที่ทำให้ข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาเสียสิทธิในการเลื่อนเงินเดือน
  • [3] Surat2 - ในรอบการประเมิน 6 เดือน หากมีการมาสายเกิน 8 ครั้ง มักจะถูกพิจารณาว่าไม่มีความสม่ำเสมอในการปฏิบัติงาน