ต่อมน้ำเหลืองใต้คางอักเสบเกิดจากอะไร

26 การดู

ต่อมน้ำเหลืองใต้คางอักเสบ มักเกิดจากการติดเชื้อในช่องปาก เช่น ฟันผุ หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน อย่างไรก็ตาม การอักเสบอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่ซับซ้อนกว่า เช่น โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง หรือแม้แต่มะเร็งในบริเวณใกล้เคียง หากอาการไม่ดีขึ้นภายในสองสัปดาห์ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ
คุณอาจต้องการถาม? ดูเพิ่มเติม

ไขข้อสงสัยต่อมน้ำเหลืองใต้คางอักเสบ: สาเหตุที่อาจคาดไม่ถึง และสิ่งที่คุณควรรู้

ต่อมน้ำเหลืองเล็กๆ ที่อยู่ใต้คางของเรา อาจกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เรากังวลใจได้ หากวันหนึ่งคลำเจอว่ามันโตขึ้น กดแล้วเจ็บ หรือมีอาการบวมแดงบริเวณรอบๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณของ “ต่อมน้ำเหลืองใต้คางอักเสบ” ซึ่งเป็นภาวะที่ต่อมน้ำเหลืองเหล่านี้ตอบสนองต่อสิ่งผิดปกติภายในร่างกาย

แม้ว่าข้อมูลทั่วไปมักจะเน้นไปที่สาเหตุหลักๆ อย่างการติดเชื้อในช่องปาก เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน อย่างหวัดหรือเจ็บคอ แต่แท้จริงแล้วยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่เราอาจคาดไม่ถึง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรทำความเข้าใจเพื่อดูแลสุขภาพของเราอย่างเหมาะสม

สาเหตุที่ ‘มากกว่า’ การติดเชื้อ:

  • การอักเสบเฉพาะที่อื่นๆ: นอกเหนือจากช่องปากและทางเดินหายใจส่วนบน การอักเสบของผิวหนังบริเวณใบหน้า คอ หรือหนังศีรษะ ก็สามารถกระตุ้นให้ต่อมน้ำเหลืองใต้คางทำงานหนักขึ้นและเกิดการอักเสบได้
  • การแพ้: การแพ้สารเคมีในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า เครื่องสำอาง หรือแม้กระทั่งอาหารบางชนิด ก็อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการอักเสบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีอาการแพ้ร่วมด้วย เช่น ผื่นคัน
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs): ในบางกรณี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด อาจส่งผลต่อต่อมน้ำเหลืองในบริเวณคอและใต้คางได้
  • ยาบางชนิด: ยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นได้ ซึ่งมักจะหายได้เองเมื่อหยุดยา
  • ภาวะอื่นๆ: แม้ว่าจะพบได้น้อย แต่โรคบางชนิด เช่น โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune diseases) อย่างโรคลูปัส หรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ อาจทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นได้เช่นกัน

สิ่งที่ควรสังเกตและต้องปรึกษาแพทย์:

ถึงแม้ว่าต่อมน้ำเหลืองใต้คางอักเสบส่วนใหญ่จะหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่สัญญาณเตือนบางอย่างบ่งชี้ว่าคุณควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด:

  • อาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์: หากอาการบวมและเจ็บไม่ลดลง หรือกลับแย่ลง
  • ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นเรื่อยๆ: หากขนาดของต่อมน้ำเหลืองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ต่อมน้ำเหลืองแข็งและไม่เคลื่อนที่: หากคลำแล้วรู้สึกว่าต่อมน้ำเหลืองแข็งมาก และไม่สามารถขยับได้
  • มีอาการอื่นร่วมด้วย: เช่น ไข้สูง เหงื่อออกตอนกลางคืน น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลียเรื้อรัง
  • มีประวัติโรคมะเร็งในครอบครัว: โดยเฉพาะมะเร็งในบริเวณศีรษะและลำคอ

อย่าละเลยสัญญาณเตือน:

การสังเกตอาการของตนเองอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณพบความผิดปกติใดๆ บริเวณต่อมน้ำเหลืองใต้คาง หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพ อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์ เพื่อได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม การดูแลสุขภาพเชิงรุกจะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับปัญหาสุขภาพได้อย่างทันท่วงทีและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้