มีวิธีแก้ปวดท้องแบบเร่งด่วนอะไรบ้าง

17 การดู

ปวดท้องกวนใจ? ลองวิธีเหล่านี้ดู! จิบน้ำขิงอุ่นๆ ช่วยลดอาการคลื่นไส้, ประคบร้อนบริเวณท้องเพื่อคลายกล้ามเนื้อ, หรือนวดเบาๆ เป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกาเพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ปวดท้องจุกจิก แก้ไขเบื้องต้นอย่างไรดี ก่อนจะวิ่งโร่หาหมอ

อาการปวดท้องเป็นอาการที่พบได้บ่อย สาเหตุอาจมาจากหลายปัจจัย ตั้งแต่การรับประทานอาหารไม่เหมาะสม ความเครียด ไปจนถึงโรคทางเดินอาหาร แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วอาการปวดท้องมักจะทุเลาลงได้เอง แต่การรู้วิธีแก้ไขเบื้องต้นอย่างถูกวิธีก็ช่วยบรรเทาอาการและป้องกันไม่ให้รุนแรงขึ้นได้ ดังนั้น เมื่อปวดท้องขึ้นมา อย่าเพิ่งตกใจ ลองวิธีเหล่านี้ดูก่อน

วิธีแก้ปวดท้องแบบเร่งด่วน (สำหรับอาการปวดท้องไม่รุนแรง)

1. จิบน้ำอุ่นหรือเครื่องดื่มอุ่นๆ: น้ำอุ่นช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหาร ลดอาการเกร็งและปวดได้ การดื่มน้ำขิงอุ่นๆ ชาคาโมมายล์ หรือแม้แต่น้ำเปล่าอุ่นๆ ก็มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ เพราะอาจไปกระตุ้นให้ปวดท้องมากขึ้น

2. ประคบร้อน: ความร้อนช่วยคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตัว ลดอาการปวดได้ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นหรือใช้ถุงน้ำร้อนประคบบริเวณท้อง ควรประคบด้วยความร้อนที่พอดี ไม่ร้อนจัดจนเกินไป เพื่อป้องกันการไหม้

3. การนวดเบาๆ: การนวดเบาๆ บริเวณท้องเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกา อาจช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ และช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ ใช้นิ้วนวดเบาๆ อย่ากดแรงจนเกินไป

4. เปลี่ยนท่าทาง: การเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น นอนตะแคงข้าง หรือเปลี่ยนจากนั่งเป็นยืน อาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้องได้ การหาท่าที่รู้สึกสบายที่สุดจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

5. พักผ่อนให้เพียงพอ: ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติ และเพิ่มโอกาสที่จะปวดท้อง ควรหาเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอ นอนหลับให้เต็มอิ่ม

6. สังเกตอาหารที่รับประทาน: หากทราบว่าอาหารชนิดใดทำให้ปวดท้อง ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารนั้น ควรทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม เป็นต้น

เมื่อใดควรไปพบแพทย์?

แม้ว่าวิธีเหล่านี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดท้องได้บ้าง แต่หากอาการปวดท้องรุนแรงขึ้น มีไข้ มีเลือดปนในอุจจาระ อาเจียนอย่างต่อเนื่อง หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์ทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ร้ายแรงได้

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้