โรคจากการทำงานมีทั้งหมดกี่โรค

99 ครั้งเข้าชม
โรคจากการทำงานมีทั้งหมดกี่โรค มีมากกว่า 30 ประเภทหลักตามหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย. แบ่งเป็นกลุ่มโรคจากสารเคมี ระบบหายใจ ผิวหนัง กระดูกและกล้ามเนื้อ และมะเร็ง. หน่วยงานสาธารณสุขเน้นย้ำ 5 กลุ่มโรคหลักจากการประกอบอาชีพ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคจากการทำงาน: มากกว่า 30 ประเภทหลักและ 5 กลุ่ม

โรคจากการทำงานมีทั้งหมดกี่โรค การรู้จำแนกประเภทที่ถูกต้องช่วยให้คุณไม่เสียสิทธิ์รักษาพยาบาลและค่าชดเชยจากนายจ้าง หลายคนถูกปฏิเสธเพราะเอกสารไม่ตรงเกณฑ์ หากคุณทำงานในสภาพแวดล้อมเสี่ยง อย่ารอให้ป่วยแล้วมาเสียใจ ศึกษาเกณฑ์ทางกฎหมายเพื่อปกป้องตัวเอง

โรคจากการทำงานมีทั้งหมดกี่โรค?

โรคจากการทำงานตามหลักเกณฑ์ทางกฎหมายแบ่งเป็นหลายกลุ่ม เช่น โรคจากสารเคมี โรคระบบหายใจ โรคผิวหนัง โรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ โรคมะเร็ง โดยมีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่า 30 ประเภทหลัก ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขมักเน้นย้ำ โรคจากการทำงาน 5 โรค หลักจากการประกอบอาชีพเป็นสำคัญ [2]

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าโรคจากการทำงานต้องเกิดกับกรรมกรในโรงงานเท่านั้น - และนี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่พลาด - เพราะแม้แต่พนักงานออฟฟิศที่นั่งพิมพ์งานทั้งวันก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน กฎหมายคุ้มครองครอบคลุมตั้งแต่โรคปอดจากการสูดฝุ่น ไปจนถึงโรคซึมเศร้าจากความเครียดสะสม การรู้ว่าอาการป่วยของคุณเข้าข่ายกลุ่มไหนคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อสิทธิการเบิกจ่ายจาก โรคจากการทำงาน กองทุนเงินทดแทน ของคุณเอง

5 กลุ่มโรคจากการทำงานที่พบบ่อยที่สุด

กลุ่มโรคเหล่านี้ถูกจำแนกตามสาเหตุและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งครอบคลุมคนทำงานในแทบทุกสายอาชีพ

โรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ (Musculoskeletal Disorders)

กลุ่มนี้คือแชมป์อันดับหนึ่งที่พบบ่อยที่สุด (และอาจเป็นสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้) ครอบคลุมตั้งแต่ออฟฟิศซินโดรม พังผืดทับเส้นประสาทข้อมือ ไปจนถึงหมอนรองกระดูกทับเส้นจากการยกของหนัก อาการปวดหลังหรือคอเรื้อรังมักเป็นสัญญาณเตือนแรกสุดที่คุณไม่ควรเพิกเฉย

โรคระบบทางเดินหายใจ (Respiratory Diseases)

พบมากในกลุ่มช่างและพนักงานโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ปอดอักเสบจากฝุ่นหิน (ซิลิโคสิส) หรือโรคหอบหืดจากการสูดดมสารระเหย การสวมหน้ากากอนามัยแบบผ้าธรรมดา - อย่างที่หลายคนพยายามทำ - ไม่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดจิ๋วเหล่านี้ได้เลย คุณต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

โรคจากการสัมผัสสารเคมีและมลพิษทางกายภาพ

สาเหตุนี้แบ่งย่อยได้อีกมาก สารเคมีทำให้เกิดภาวะผิวหนังอักเสบหรือพิษสะสมในร่างกาย ส่วนสภาพแวดล้อมทางกายภาพนั้นครอบคลุมถึงภาวะสูญเสียการได้ยินจากการทำงานในพื้นที่ที่มีเสียงดังเกิน 85 เดซิเบลอย่างต่อเนื่อง[3] รวมถึงโรคลมแดด (Heat Stroke) สำหรับผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน

สับสนว่าเข้าข่ายไหม? ขั้นตอนการขอสิทธิกองทุนเงินทดแทน

การแค่รู้ตัวว่าป่วยจากงานนั้นไม่พอ คุณต้องมีเอกสารยืนยันทางการแพทย์ที่ถูกต้องเพื่อใช้สิทธิเบิกจ่ายเงินทดแทนและรับการรักษา

พูดตรงๆ เลยนะ ผมเคยเห็นคนเสียสิทธิรักษาฟรีมูลค่าหลักแสนมาแล้ว เพียงเพราะพวกเขาไปหาหมอคลินิกทั่วไปและได้ใบรับรองแพทย์ที่เขียนแค่อาการปวดเมื่อยทั่วไป มันน่าเสียดายมาก คุณต้องเตรียมเอกสารทั้งหมด - เอ๊ะ ไม่สิ คุณต้องเริ่มจากการแจ้งนายจ้างก่อนเป็นอันดับแรก โดยนายจ้างต้องยื่นเรื่องภายใน 15 วัน จากนั้นคุณควรไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์ [4] (แพทย์ด้านโรคจากการทำงาน) เพื่อให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงและระบุรหัสโรคให้ตรงกับเกณฑ์ของกองทุน

เปรียบเทียบกลุ่มโรค: ออฟฟิศซินโดรม vs โรคจากอุตสาหกรรม

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาดูความแตกต่างระหว่างกลุ่มโรคที่พนักงานออฟฟิศมักเผชิญ กับกลุ่มโรคในภาคอุตสาหกรรมที่อันตรายไม่แพ้กัน

กลุ่มโรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)

  • ท่าทางการทำงานที่ซ้ำซาก ขยับตัวน้อย และการจัดสภาพแวดล้อมโต๊ะทำงานที่ไม่เหมาะสม (ผิดหลักการยศาสตร์)
  • ปวดคอ บ่า ไหล่ เรื้อรัง พังผืดทับเส้นประสาทข้อมือ (ชาปลายนิ้ว) และอาการสายตาล้า
  • มักสะสมอย่างช้าๆ ใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีกว่าจะแสดงอาการรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิต
  • คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นแค่อาการเมื่อยล้าธรรมดาตามวัย จึงไม่ค่อยไปขอรับสิทธิเงินทดแทน

กลุ่มโรคจากอุตสาหกรรมและสารเคมี

  • การสัมผัสเครื่องจักรที่มีแรงสั่นสะเทือน เสียงดัง ฝุ่นควัน สารละลาย หรือการแบกหามของหนัก
  • หูตึงถาวร โรคทางเดินหายใจ ผิวหนังอักเสบอย่างรุนแรง หรืออุบัติเหตุที่ทำให้สูญเสียอวัยวะ
  • อาจเกิดเฉียบพลัน (เช่น แพ้สารเคมีรุนแรง) หรือสะสมเรื้อรัง (เช่น ปอดอักเสบจากฝุ่นหิน)
  • บางครั้งนายจ้างอาจพยายามหลีกเลี่ยงการรายงานโรคเพื่อไม่ให้เสียประวัติความปลอดภัยของโรงงาน
แม้สาเหตุและอาการจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ทั้งสองกลุ่มต่างส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตอย่างร้ายแรง กฎหมายแรงงานไม่ได้จำกัดสิทธิการคุ้มครองเฉพาะคนงานในโรงงานเท่านั้น หากคุณทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์และล้มป่วยด้วยโรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ คุณก็มีสิทธิได้รับการดูแลเช่นเดียวกัน

การต่อสู้กับความเจ็บปวดของมานี: จากโต๊ะบัญชีสู่ห้องผ่าตัด

มานี พนักงานบัญชีวัย 34 ปีในกรุงเทพฯ มีอาการปวดข้อมือขวาอย่างหนักจนชาไปถึงปลายนิ้ว เธอพยายามซื้อยาแก้ปวดมากินเองและทนทำงานมาตลอด 3 เดือนเพราะคิดว่าเป็นแค่ความเมื่อยล้าปกติที่ใครๆ ก็เป็นกัน

วันหนึ่งอาการแย่ลงจนเธอจับเมาส์ไม่ได้และทำเอกสารหล่นบ่อยครั้ง มานีจึงไปคลินิกและพบว่าเป็นพังผืดทับเส้นประสาท (Carpal Tunnel Syndrome) เธอพยายามเบิกประกันสุขภาพส่วนตัวที่ทำไว้ แต่กลับถูกปฏิเสธการเคลมเนื่องจากประกันมองว่าเป็นอาการเรื้อรังที่สะสมมาก่อนหน้า

พูดตามตรง เธอแทบจะร้องไห้เพราะค่ารักษาและค่าผ่าตัดค่อนข้างสูงมาก จนกระทั่งฝ่ายบุคคลแนะนำให้ยื่นเรื่องเป็นโรคจากการทำงาน เธอจึงปรับแผนใหม่โดยไปพบแพทย์อาชีวเวชศาสตร์เพื่อขอให้ประเมินความเชื่อมโยงระหว่างอาการป่วยกับการใช้คอมพิวเตอร์วันละ 9 ชั่วโมง

ผลลัพธ์คือ มานีได้รับการอนุมัติสิทธิจากกองทุนเงินทดแทน ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลและค่าผ่าตัดทั้งหมด และยังได้รับเงินชดเชยรายได้ในช่วงที่ต้องหยุดพักฟื้น 2 สัปดาห์ บทเรียนนี้สอนให้เธอรู้ว่า อาการปวดเรื้อรังในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องปกติที่คุณต้องทน

ประเด็นสำคัญที่ไม่ควรพลาด

กลุ่มโรคมีความหลากหลายมากกว่าที่คิด

โรคจากการทำงานตามกฎหมายมี 2 กลุ่มใหญ่และย่อยได้มากกว่า 30 ประเภท ครอบคลุมตั้งแต่พิษสารเคมีไปจนถึงกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมและปัญหาสุขภาพจิต

แพทย์เฉพาะทางคือหัวใจสำคัญ

หากสงสัยว่าป่วยจากการทำงาน ควรหลีกเลี่ยงคลินิกทั่วไปและมุ่งตรงไปหาแพทย์ด้านอาชีวเวชศาสตร์ เพื่อให้ได้ใบรับรองแพทย์ที่ระบุสาเหตุอย่างถูกต้องครบถ้วน

หากคุณมีอาการปวดเมื่อยจากการนั่งโต๊ะนานๆ ลองเช็กดูว่า วัยทำงานมักเป็นโรคอะไร เพื่อเตรียมรับมือได้ทันเวลาครับ
รักษาสิทธิของตนเองให้ทันเวลา

นายจ้างต้องยื่นแบบแจ้งการประสบอันตรายภายใน 15 วันนับจากวันที่ทราบ การเพิกเฉยหรือทนเจ็บปวดอาจทำให้คุณเสียสิทธิค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยขาดรายได้ไปอย่างน่าเสียดาย

รวมคำถาม

สับสนว่าอาการป่วยที่ตนเองเผชิญอยู่เข้าข่ายเป็นโรคจากการทำงานหรือไม่?

วิธีสังเกตเบื้องต้นคือ อาการมักจะแย่ลงในวันทำงานและค่อยๆ ดีขึ้นในวันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือช่วงลางานยาว หากคุณมีอาการปวดหลัง ชามือ หรือไอเรื้อรังที่สัมพันธ์กับเวลางาน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์เพื่อความชัดเจน

ไม่ทราบหลักเกณฑ์การแบ่งประเภทโรคตามประกาศของกระทรวงแรงงานต้องทำอย่างไร?

คุณไม่จำเป็นต้องจำชื่อโรคทั้ง 30 ประเภทครับ หลักการพิจารณาง่ายๆ คือโรคถูกแบ่งตาม สาเหตุ เช่น สารเคมี กายภาพ หรือท่าทางการทำงาน หากคุณพิสูจน์ได้ว่าสาเหตุหลักมาจากสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน คุณก็มีสิทธิยื่นเรื่องเพื่อรับการประเมินได้เสมอ

กังวลเรื่องการไม่ได้รับเงินชดเชยจากกองทุนเงินทดแทนหากระบุโรคผิดประเภท?

นี่คือเหตุผลหลักที่คุณไม่ควรพยายามวินิจฉัยโรคด้วยตัวเอง การไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์จะช่วยให้การระบุรหัสโรคตรงกับเกณฑ์และเงื่อนไขของกองทุนเงินทดแทนอย่างแม่นยำ แพทย์จะเป็นผู้ให้ความเห็นและรับรองความเชื่อมโยงให้คุณเอง

ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์หรือการวินิจฉัยโรคจากผู้เชี่ยวชาญได้ อาการและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน หากคุณมีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังที่สงสัยว่าเกิดจากการทำงาน โปรดปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง

อ้างอิง

  • [2] Ohswa - หน่วยงานสาธารณสุขมักเน้นย้ำ 5 กลุ่มโรคหลักจากการประกอบอาชีพเป็นสำคัญ
  • [3] Osh - สภาพแวดล้อมทางกายภาพนั้นครอบคลุมถึงภาวะสูญเสียการได้ยินจากการทำงานในพื้นที่ที่มีเสียงดังเกิน 85 เดซิเบลอย่างต่อเนื่อง
  • [4] Prachuapkhirikhan - นายจ้างต้องยื่นเรื่องภายใน 15 วัน จากนั้นคุณควรไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์